LOGIN" Move on เป็นวงกลม " มีอยู่จริง ปากก็บอกว่าไม่...แต่ทำไมไปๆมาๆดันกลับไปตกหลุมรักแฟนเก่าคนโปรดซะงั้น!
View Moreณ ผับหรูของเวกัส
" คุณวิคขาคืนนี้ให้โยอยู่เป็นเพื่อนนะคะ " โยษิตานางแบบสาวดาวรุ่งอายุ 25 ปีเท่ากันกับวิคเตอร์ในตอนนี้เธอได้รับแรงผลักดันจากเขาเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เขาจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณของเธอและเป็นคนที่เธอแอบหลงรักมาโดยตลอดด้วย " อืม ได้สิคนสวยถ้าเป็นคุณผมยอมอยู่แล้ว " วชิรวิทย์หรือวิคเตอร์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ในวัยเพียง 25 ปีพูดออกมา ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่แล้ว ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และยังไม่คิดที่จะหยุดอยู่ที่ใคร วิคเตอร์พูดคุยกับนางแบบสาวอยู่เพียงแค่สองคนบนโซฟากว้างโดยที่เพื่อนอีกสามคนของเขาอย่างแมน อานนท์และไตรภพพวกเขาเป็นเหมือนสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าธาตุอากาศอยู่ในตอนนี้ " เบาๆ หน่อยสิวะตรงนี้ยังมีพวกกูอยู่นะเว้ย " ไตรภพเอ่ยออกมาทันทีเมื่อนางแบบสาวคนนี้แทบจะกลืนกินเพื่อนของเขาเข้าไปอยู่แล้ว " เออจริง เดี๋ยวค่อยไปมีความสุขกันก็ได้นี่หว่า มาๆ ชนแก้วกันก่อน ไม่เมาไม่มันส์นะเว้ย " แมนรีบเอ่ยปากชวนทันทีก่อนที่พวกเขาจะได้กินเหล้ากันแค่ 3 คนเพราะสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่กำลังจะไปกินกันเองเสียแล้ว ทั้งหมดจึงกระดกแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในแก้วจนหมดเพียงรวดเดียวราวกับว่าเครื่องดื่มนี้ไม่มีรสขมอยู่เลย " ว่าแต่คืนนี้วันเกิดน้องมิรินไม่ใช่หรอวะ " อานนท์ที่จำได้เพราะวันนี้ของปีที่แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือมิรินนักศึกษาสาวสวยที่ตอนนี้เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเธอก็จะจบการศึกษาแล้ว " มิรินไหนคะ " โยษิตาทำท่าทางใสซื่อไม่รู้เรื่องทั้งที่เธอสืบเรื่องนี้มาจนกระจ่างแล้วอีกทั้งวันนี้เธอยังตั้งใจนัดวิคเตอร์พร้อมกับจงใจนัดนังเด็กนั่นมาที่นี่ด้วย วิคเตอร์ช่วงนี้เขางานยุ่งมากจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มิรินคือสาวน้อยในสต๊อกของเขาอีกคนแต่เธอเป็นเด็กน่ารักเขาจึงคบกับเธอเอาไว้อย่างนั้นแต่ไม่ได้มีความเร่าร้อนในชีวิตเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น มิรินก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นในสต๊อกของเขาที่เขาไม่คิดจะสนใจเพราะเขาได้คบกับเธอแบบฟลุ๊คๆ หากเธอไม่ได้ชอบเขาเขาก็พร้อมที่จะปล่อยไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่เหมาะกับการมีครอบครัวหรอกนะเขายังไม่พร้อม " กูลืมว่ะ เอาเถอะเดี๋ยวไว้วันหลังค่อยพาเธอไปฉลองก็ได้ " วิคเตอร์ตอบอานนท์ออกไปแบบไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่ในนั้นเลยสักนิด " แฟนหรอคะวิค " โยษิตาเมื่อมองออกไปนอกประตูเธอเห็นเงาตะคุ่มของคนที่ยืนแอบฟังอยู่เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าคนนั้นต้องเป็นมิรินแน่นอน ถึงแม้ว่าวิคเตอร์จะไม่ได้ชอบมันแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาให้ความสำคัญกับมันอยู่ไม่น้อยและในวันนี้แหละเธอจะเขี่ยมันให้พ้นทาง " เปล่าครับ เด็กในสต๊อกน่ะไม่มีอะไรหรอก ไม่ได้จริงจังอะไร " วิคเตอร์พูดออกมาแบบนั้นด้วยความที่เธอยังเป็นเด็กนักศึกษาและเขากับเธอก็ทำเพียงแค่คุยกันเท่านั้นแม้จะเป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปีแล้วก็ตาม เขาคุยกับเธอตั้งแต่เธออยู่ปี 1 จนตอนนี้เธอจะจบปี 4 แล้วความสัมพันธ์ของเขาและเธอยังเป็นแค่คนคุยกันอยู่เลยเพียงแต่ว่าเขาคุยกับเธอทุกวันแบบไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง โยษิตาทำหน้าเศร้าแบบไม่จริงจังนักทั้งที่ในแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกายด้วยความสุข คำตอบนี้ของเขามันต้องทำให้ยัยเด็กนั่นในวัยแค่ 22 ปีคิดได้แน่นอน " อ่าว กูก็นึกว่านั่นคือตัวจริงของมึงเห็นคบมาตั้งนาน ผู้หญิงคนไหนของมึงก็ไม่เกิน 2-3 เดือนสักคน กูเห็นมีแค่คนนี้ที่คุยกันมาได้ถึง 3 ปีกูกำลังจะเรียกพี่สะใภ้เบรกไว้เกือบไม่ทัน " คราวนี้แมนพูดขึ้นมาด้วยความงงเล็กน้อยเขาก็เห็นทั้งวิคเตอร์และมิรินไปไหนมาไหนด้วยกันก็ดูน่ารักดีเขายังแอบคิดว่ามันชอบเธอมากอยู่เลย " กูไม่มีแฟนพวกมึงก็รู้ อายุแค่นี้จะจริงจังไปทำไมคุยได้ก็คุยคบไม่ได้ก็เลิก ดูสิวันนี้กูอยู่กับโยษิตาพรุ่งนี้กูอาจอยู่กับใครก็ได้ " วิคเตอร์บอกเพื่อนออกไปพร้อมกับยกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือกระดกจนหมดแก้วอีกครั้ง " ขนาดนั้นเลยหรอวะ " ไตรภพที่ถามออกไปพร้อมกับมองไปที่ประตูแล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นเงาเล็กๆ นั้นอยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยออกมาวิคเตอร์ก็พูดออกมาเสียก่อน " ขนาดนั้นแหละ กูยังไม่พร้อมที่จะมีใครเป็นตัวเป็นตน นิสัยของกูตอนนี้ดูแลใครไม่ได้หรอก แล้วเด็กนั่นก็เด็กเกินไปสำหรับกู อีกทั้งใสซื่อจนกูไม่กล้าทำอะไรด้วยซ้ำ " วิคเตอร์ถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่อยู่กับเธอแม้ว่าเขาอยากจะทำอะไรไปมากกว่าการจับมือถือแขนแต่ก็ไม่อาจหักหาญน้ำใจของเธอนั่นเพราะเธอดีเกินไปจริงๆ " เอ่อ...มึงดูนั่น " ไตรภพชี้ไปที่เงาหน้าประตูวิคเตอร์จึงมองตามไปเเขาเห็นแค่เงาก็พอรู้แล้วว่าคนนั้นเป็นใคร " มิริน " วิคเตอร์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงคำพูดของตัวเองเธอจะได้ยินมันหรือเปล่านะ ส่วนมิรินเธอเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับเค้กปอนด์เล็กๆ ที่ถือมาด้วย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของเธอแต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครต้องซื้อให้หรือให้ความสำคัญเพียงแต่ว่าวันนี้เธออยากเป่าเค้กร่วมกันกับเขาเธอเห็นเขาส่งข้อความมาบอกให้เธอมาที่นี่ แต่พอมาถึงไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากปากเขาจริงๆ ความรักที่เธอมีให้เขาเต็มร้อยตอนนี้มันลดลงไปเหลือศูนย์แบบอัตโนมัติ ที่ผ่านมาเธอจริงจังกับเขาแค่ฝ่ายเดียวสินะ " จริงๆ ถ้าคุณมีคนสำคัญนั่งด้วยอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องส่งข้อความไปบอกให้มิรินมาที่นี่เลยหนิคะ ทำแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่า " เมื่อมิรินเดินมาเผชิญหน้าวิคเตอร์ขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ เขาไปส่งข้อความหาเธอตอนไหนกัน เขาจึงได้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทแต่ทุกคนก็ส่ายหน้าเหมือนกันหมดเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน " พี่ไม่ได้ส่ง " วิคเตอร์ตอบออกไปเพียงสั้นๆ เป็นการแก้ตัวกับคำพูดที่ดูห่างเหินจากที่เธอเคยเรียกพี่กลายเป็นคุณไปเสียแล้วแต่มิรินเธอกลับคิดว่าเขาทำเพียงแค่ต้องการให้เธอมาเห็นภาพนี้และต้องการไล่เธอออกไปให้พ้นจากชีวิตเขาโดยที่ไม่ต้องพูดสินะ " แหม ช่างไร้เดียงสาจังเลยนะจ๊ะน้องมิริน ไม่เอาสิคะโตแล้วไม่ร้องนะ น้องยังเด็กจะจริงจังอะไรกับความสัมพันธ์แค่ฉาบฉวยแบบนี้ล่ะคะ " โยษิตารีบยุยงให้มิรินคิดแบบนั้นเพราะวิคเตอร์เธอจองเอาไว้แล้วและจะไม่มีใครมาแย่งได้ และตอนนี้นังเด็กนั่นกำลังจะเรียกคะแนนความสงสารด้วยการร้องไห้เธอไม่ยอมหรอกนะ มิรินพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความโง่งมของตัวเองพร้อมกับตัดสินใจขั้นเด็ดขาด " เราเลิกกัน จากนี้ต่อไปเจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องทักนะคะ รังเกียจ! "อยู่ๆ ไฟในงานก็ดับมืดลงพร้อมกันกับที่เสียงเพลงอวยพรวันเกิดได้ดังขึ้น วิคเตอร์หันไปตามแสงเทียนที่เขาคิดว่าคนที่ถือมาอาจจะเป็นคนที่เขาคิดเอาไว้แต่กลับไม่ใช่เลย เมื่อคนที่ถือเค้กมคือพาไล เมื่อเพลงอวยพรวันเกิดจบลงแสงไฟจึงสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง " สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่วิค พาไลขอให้พี่มีความสุขมากๆ นะคะ อธิษฐานแล้วเป่าเค้กนะ " วิคเตอร์ยิ้มรับเพราะคนในงานนั้นมีมากมายหากเขาทำหน้าบูดบึ้งก็ใช่เรื่อง เขาจึงหลับตาลงแล้วอธิษฐานในสิ่งที่อยากได้ซึ่งก็มีอยู่แค่เรื่องเดียวที่ใจของเขาจดจ่ออยู่ในตอนนี้นั่นก็คือเรื่องของมิริน หลังจากนั้นจึงลืมตาแล้วเป่าเทียนจนไฟที่สว่างไสวบนเค้กดับมอดไปหมด " เย้!!!! " เสียงเฮฮาดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างครึกครื้นพร้อมกันกับที่แต่ละคนมอบของขวัญวันเกิดให้กับเขา เขารับของขวัญอย่างไม่หวาดไม่ไหวโดยมีพาไลที่เป็นคนรับหน้าที่เอาของขวัญที่เขาได้จนล้นมือไปวางไว้ให้ มิรินที่ลงมาถึงหน้างานเป็นจังหวะเดียวกันที่ไฟดับลงมืดสนิทพอดีเธอยืนดูอยู่ห่างๆ จึงได้เห็นว่าคนสำคัญของเขาอย่างคุณพาไลกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาจริงๆ และการที่เธอมองอยู่ไกลๆ แบบนี้เลยได้เห็นว่าเขาสองคนเห
วิคเตอร์พลิกให้เธอลงไปอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้งพร้อมกับจับเธอให้อยู่ในท่าคลานเข่าแล้วยกสะโพกเธอขึ้นเล็กน้อยจับใบหน้าของเธอนอนแนบไปกลับหมอนใบใหญ่แล้วเสือกไสท่อนเนื้อขนาดมหึมาเข้าไปในร่องรักของเธออีกครั้งจากทางด้านหลังโดยที่ยังมีน้ำรักของเขาไหลเปรอะเปื้อนอยู่ที่สะโพกของเธอมากมาย ปึก! ปึก! ปีก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! มิรินยกมือขึ้นจับหัวเตียงเอาไว้อัตโนมัติเพราะเธอถูกกระแทกมาจากทางด้านหลังทำเอาแทบล้ม ตอนนี้เสียงหัวเตียงกระแทกผนังดังมากจนกลัวว่าห้องข้างๆ จะได้ยิน" พี่วิคเบาหน่อยสิคะเดี๋ยวห้องข้างๆ ก็ได้ยินหรอก อื้อ.... " มิรินบอกออกไปเมื่อตอนนี้เสียงมันดังเกินไปมากจริงๆ ใครไม่รู้คงนึกว่าในนี้กำลังมีเรื่องกันแน่ " ใครจะเบาแรงไหวก็ร่องของเธอมันหนึบหนับขนาดนี้ เธอตอดพี่ไม่หยุดเลยนะรู้ตัวหรือเปล่าแล้วพี่จะเอาปัญญาที่ไหนหยุดมันได้ล่ะ " เขาถอดถอนท่อนเนื้อออกมาเพียงแป๊บเดียวพร้อมกลับลากตัวเธออย่างรวดเร็วลงมาที่ปลายเตียงอีกครั้งแล้วจับเธอให้ยืนขึ้นโก่งโค้งให้สะโพกรับท่อนเนื้อของเขาที่เสือกไสมาจากทางด้านหลังอีกครั้ง เป็นโอกาสให้เขาถอดชุดเดรสที่ยังอยู่ในตัวเธอออกไปให้พ้นกายทำให้ตอน
มิรินสบตาวิคเตอร์อย่างไม่ยอมแพ้ไม่รู้ว่าเธอเอาความกล้ามาจากไหนรู้แค่ว่าในตอนนี้เธอสวมวิญญาณแม่เสือสาวไปแล้ว มือเล็กลูบไล้แผงอกแน่นของเขาผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำแล้วจึงค่อยๆ ปลดกระดุมออกมาทีละเม็ดและเมื่อเธอถอดเสื้อเชิ้ตของเขาออกไปจนพ้นตัวจึงทันได้เห็นรอยสักรูปนกที่กำลังบินขึ้นสูงเธอแปลกใจเล็กน้อยจึงใช้มือของตัวเองลูบไล้มันเบาๆ พร้อมกับถามออกไป " ทำไมมีรอยสักได้ล่ะคะรูปนี้หมายความว่ายังไงหรอ " มิรินเอาแต่จ้องมองอยู่แบบนั้นจนวิคเตอร์เอื้อมมือขึ้นมาจับมือเธอเบาๆ ที่แผงอกตำแหน่งหัวใจข้างซ้ายที่มีรูปนกนางแอ่นสีดำสนิทกำลังบินทะยานขึ้นสูง" นี่คือรูปนกนางแอ่น มันเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความหวัง และความผูกพัน และนกนางแอ่นยังได้ชื่อว่าเป็นนกที่รักเดียวใจเดียวสื่อถึงความรักที่มั่นคง " เมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้นก็ทำเอามิรินถึงกับพูดไม่ออก หากเธอไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไปรอยสักนี่มีความหมายถึงเธอใช่ไหม เธอไม่ได้ถามเขาต่อแต่บรรจงใช้ริมฝีปากจูบซับเบาๆ ที่รอยสักนั่น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขาอย่างน่ารัก เธอที่กำลังจะปลดเข็มขัดเขาออกแต่วิคเตอร์กลับผลักตัวเธอให้นอนลงราบไปบนที่นอนแทน มือหนาล
มิรินหันหน้าไปมองผู้มาใหม่ก็ต้องแปลกใจที่คนนั้นคือพี่ชายของเขาเธอจำใบหน้าของเขาได้" คุณ... "" เรียกพี่เวียร์ก็ได้ครับเราเคยเจอกันในบ้านรอบนึงแล้ว พี่เป็นพี่ชายคนที่สองของเจ้าวิคมันน่ะ " มิรินส่งยิ้มไปให้กับเขาเขาไม่เหมือนกับพี่ชายคนแรกของวิคเตอร์เลยสักนิดคนนั้นดูน่ากลัวแต่คนนี้กลับดูอบอุ่นบอกไม่ถูก เวียร์นั่งลงที่ม้านั่งข้างเธอพร้อมกับมองดูดาวเป็นเพื่อนเธอ เขาเห็นเธอปลีกตัวเดินออกมาคนเดียวจึงอยากออกมาคุยกับเธอสักหน่อยและพี่ชายทุกคนที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ พวกเธอก็เห็นด้วยที่จะส่งเขามาเรื่องเจรจาต้องเขาเลยไม่เคยพลาด " ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะงานวันนี้ไม่สนุกหรอ "" เอาตรงๆ ไหมคะ มิรินรู้สึกอึดอัดจะแย่อยากกลับบ้านแล้วค่ะแต่เกรงใจเจ้าภาพเพราะว่าเพิ่งมาถึงและที่สำคัญเขาไม่ได้ชวนสักนิดคิดจะไปก็ไปจะมาก็มาคงไม่เหมาะ " มิรินบอกออกไปตามตรงไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงเลือกที่จะพูดแบบนี้อาจเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเพราะเธอไว้ใจคนตรงหน้าก็ไม่รู้ เวียร์ถึงกับยิ้มออกมาเมื่อเธอคนนี้ตอบหมดแบบไม่มีกั๊กทั้งที่พวกเรายังไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้นด้วยซ้ำ " ใครทำให้อึดอัดล่ะครับ "" เฮ้อ! จริงๆ วันนี้
" บอกให้พี่ชายเธอนั่งห่างๆ จากมาลิตาดิ๊ ไม่งั้นคืนนี้อาจไม่พ้นต้องมีเลือดตกยางออกกันแน่ " ไตรภพส่งข้อความหาดาวรุ่งแล้วเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาอ่านทันที พอเธออ่านข้อความนั้นก็มองซ้ายขวาเพราะแปลกใจว่าเขารู้ได้ยังไงว่าพวกเธอนั่งอยู่ตรงไหนและอยู่กันกี่คนแต่แล้วเธอก็เจอเข้ากับสายตาที่กำลังจะจ้องเธออยู่
ทั้งวิคเตอร์และมิรินต่างนอนกันคนละมุมทั้งที่มีหมอนอีกใบกั้นเอาไว้ตรงกลาง มิรินหันหลังให้เขาในขณะที่เขาเอาแต่จ้องแผ่นหลังของเธอแต่ดูเหมือนว่าต่างคนต่างข่มตานอนไม่หลับเหมือนกันทั้งคู่ " มิรินหลับหรือยัง " วิคเตอร์ถามออกไปเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอน เขาอยู่ในสภาพผ้าขนหนูพันกายเพียง
" ยัยมิรินแกพาฉันไปถ่ายรูปหน่อยสิมุมท้ายเรือก็ได้ " ดาวรุ่งเอ่ยชวนมิรินทันทีความจริงเธอไม่ได้อยากไปถ่ายรูปอะไรมากนักหรอกแต่เธออยากตีตัวออกห่างจากระยะสายตาของไตรภพต่างหาก ดูสิเอาแต่จ้องมองเธออยู่อย่างนั้นทั้งที่เขาใส่แว่นดำและนอนบนเปลแต่ทว่าเธอรู้ว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่ มิรินแปลกใจในความร้อนรน
วิคเตอร์และมิรินเดินจับมือกันไปเดินเล่นที่ริมหาดในตอนกลางคืนได้ยินเสียงคลื่นซัดสาด ต่างคนต่างยังไม่พูดอะไรออกมายังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง วิคเตอร์เองหลังจากที่วันนั้นที่เขาพูดประโยคนั้นให้เธอได้ยินเขาก็ไม่เคยสบายใจเลยสักครั้งแต่เพราะตอนนั้นเขาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะต้องดูแลใครจริงจัง ไม่เหมือนก
reviews