Share

9

last update publish date: 2026-03-24 23:12:08

“มีสิ เด็กในห้องเราไง”

“เราจะเริ่มทำงานได้เมื่อไหร่เหรอยา”

“พรุ่งนี้เลย เดี๋ยวให้น้าศักดิ์พาไปหาด็อกเตอร์สายันต์” น้าศักดิ์ที่กัลยาเอ่ยถึงคือด็อกเตอร์ศักดิ์ชายนั่นเอง

“ขอบใจนะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวมันไก่ตอบแทน”

“ไม่เอาหรอก ไม่ต้องเลี้ยงเรา แค่ช่วยเราติวหนังสือก็พอแล้ว ยิ่งโง่ๆ อยู่” คนพูดหัวเราะร่วนตามประสาคนเฮฮาไม่ค่อยซีเรียสกับอะไร

“ว่าตัวเองโง่ทำไม ในโลกนี้ไม่มีใครโง่หรอกนะ มีแต่ไม่รู้เท่านั้น คนเรา

ไม่รู้เรื่องหนึ่งไม่ได้หมายความว่าโง่ เพราะอาจจะรู้เรื่องอื่นที่คนอื่นไม่รู้ก็ได้ หลายคนรู้แค่เรื่องเดียวยังเลี้ยงตัวเองได้ไปจนแก่เลย” อันดาพยักหน้ารับปาก การติวหนังสือให้เพื่อนดีอย่างหนึ่งเพราะเป็นการทบทวนไปด้วยในตัว

ในภาคเรียนที่หนึ่งนั้นมีการแข่งกีฬาสีกันด้วย รุ่นพี่จะเฟ้นหาน้องๆ ปีหนึ่งผู้หญิงหรือกะเทยที่หน้าตาดีและกล้าแสดงออกไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์

ส่วนน้องปีหนึ่งคนไหนที่ไม่เข้าตากรรมการก็ไปเป็นกองเชียร์อยู่บนสแตนเชียร์

บอกได้คำเดียวว่าร้อนตับแตก น้องปีหนึ่งจะต้องขึ้นสแตนเชียร์เพื่อ

ร้องเพลงให้เชียร์ลีดเดอร์เต้น โดยพี่ๆ จะเป็นคนนำร้อง มีการแข่งขันกัน

ทั้งประกวดเชียร์ลีดเดอร์ ประกวดกองเชียร์ และเชียร์กีฬาไปพร้อมๆ กัน

วายุเป็นนักฟุตบอลขวัญใจมหาชน เธอแอบไปเชียร์เขาอยู่ข้างสนาม สาวๆ ก็เชียร์เขากันทั้งนั้น คนขี้หวงแอบหึงเบาๆ อยู่ในใจ

เชอะ! เกลียด

“เกลียดใครเหรอ” เสียงกระซิบที่ริมหูทำให้เธอหันขวับไปมอง คนที่เธอแสนคิดถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เธอกัดปากตัวเอง ส่ายหน้าเร็วๆ ไม่รู้ตัว

ว่าเผลอพูดมันออกไปด้วย

“เปล่า”

“เมื่อกี้ลมได้ยินนะ เกลียดเราเหรอ”

“ไม่ใช่เสียหน่อย” เธอรีบพูด

“แล้วเกลียดใคร”

“เปล่า”

“ปากแข็งจัง น่าจูบเสียให้เข็ด”

“คะ? ลมว่าอะไรนะ” เขาพูดเบามากจนเธอไม่ได้ยิน วายุอมยิ้ม

“หิวน้ำจัง” เขาอ้อน เธอกำลังช่วยพี่ๆ เสิร์ฟน้ำก็เลยรีบหาน้ำเย็นๆ ให้เขา

“เชียร์เราไหม”

“ก็เชียร์จ้ะ ลมเก่ง” เขายิงประตูนำคณะครุศาสตร์ไป 2-0 แล้ว

จริงๆ วายุมีความสามารถด้านกีฬาหลายอย่าง เขาเป็นนักวิ่งด้วย

ในแต่ละปีนอกจากแข่งกีฬาที่สถาบันแล้ว ยังต้องแข่งกีฬาต่างสถาบันด้วย

เขาเป็นตัวแทนของสถาบันที่โดดเด่นจนสาวๆ กรี๊ด ผู้ชายอะไร เรียนดี กีฬาเก่ง ยิ้มหวาน ขี้เล่น แต่... เกลียด

“เกลียดอะไร” เขาถามอีก ใบหน้าของเธอเหลอหลา ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ไม่รู้ตัวว่าเผลอพูดออกไปทุกทีสิน่า จะบอกได้ยังไงว่าเกลียดผู้หญิง

ทุกคนที่เข้าใกล้เขา

“เชียร์เราด้วยนะ ถ้าอันดายิ้มหวานให้เรา เราจะยิงประตูอีก” เขาใช้นิ้วดึงปากด้านบนทั้งสองด้านของตัวเองขึ้น

เธอหัวเราะคิกๆ กับความขี้เล่นของเขา ก่อนจะรีบพยักหน้า พอดีกับเสียงนกหวีดที่ดังขึ้นเรียกให้นักกีฬาไปรวมตัว แล้ววายุก็ทำดังที่พูดจริงๆ

เขายิงประตูได้อีกครั้ง เสียงโห่และเสียงปรบมือดังไปทั่วสนาม

ต้องเข้าหอนอนก่อนหนึ่งทุ่ม

เธอพักอยู่ในหอของสถาบัน จะเดินเตร็ดเตร่เหมือนเด็กที่พักอยู่

ในหอข้างนอกไม่ได้

การรับน้อง (สยองขวัญ) ยังไม่จบ มันต้องรอให้สิ้นเทอมถึงจะหายใจหายคอได้ แต่ถ้ายังเป็นน้องปีหนึ่งก็ยังหืออืออะไรไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นน้องปีสอง

ยิ่งหือไม่ได้ใหญ่

เธอได้ยินรุ่นพี่แดกดันน้องปีสองว่า แหม... ตอนอยู่ปีหนึ่งไม่ชอบรับน้อง พอขึ้นปีสองว้ากน้องใหญ่เชียวนะ

เธอก็เห็นด้วยกับรุ่นพี่และก็ไม่เห็นด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะว่ามันต้องสืบทอดตำแหน่งว้ากไม่ใช่เหรอ

ไม่ว้ากก็โดนรุ่นพี่ว้ากกลับน่ะสิ มันก็เหมือนวัฏจักรนั่นแหละ จะบอกว่าใครดีกว่าใครไม่ได้

อันดาขึ้นหอนอน เปิดบานเกล็ดแอบส่องไปด้านหลังหอ จะเรียกว่าส่องก็ได้นะ เพราะหลังหอของเธอเป็นอาคารเรียนที่วายุเรียนอยู่

เธอหน้างอเล็กน้อย ไม่เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ในตอนเย็น เธอมักเห็นเขาช่วยอาจารย์รดน้ำต้นไม้ ถอดเสื้อโชว์กล้ามทำท่าอยากให้สาวๆ ขย้ำ

ก่อนทุ่มหนึ่งต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน กินข้าวกินปลาอะไรให้เรียบร้อย ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามเดินลงส้น ห้ามแต่งตัวโป๊ ห้ามหัวเราะน่าเกลียด

นักศึกษาที่อยู่หอนอกสถาบันบอกว่าหอนอนในสถาบันโคตรน่าเบื่อ กฎระเบียบเยอะมาก แต่เธอกลับคิดว่ากฎระเบียบเยอะเช่นนี้เป็นการป้องกันอันตรายจากสิ่งไม่ดีไม่ให้มาแผ้วพาน ทั้งประหยัดทั้งปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง

กิจกรรมรับน้องในค่ำคืนนี้มีน้องๆ บางคนผ่านการแสดงความสามารถพิเศษ ยิ่งนานวันเข้าทุกคนยิ่งผ่าน แต่เธอยังไม่ผ่าน

กดดันสิคะ!

ไม่ผ่านก็ต้องออกไปแสดงทุกคืน ตอนนี้เครียดจัด จะแสดงอะไรดีนะ

ให้มันตลก ดูเหมือนเธอแสดงอะไรก็ไม่ตลกถูกใจรุ่นพี่ในหอเลย

“เป็นอะไรอันดา” เพื่อนๆ ในหอเอ่ยถามเมื่อเธอนั่งอยู่ในห้องอ่านหนังสือ ถอนใจเฮือกๆ

“เครียด... ความสามารถพิเศษยังไม่ผ่านเลย” อันดาตอบแล้วหน้างอหน่อยๆ ทำปากยื่นนิดๆ ถอนใจเฮือกๆ

“อย่าคิดมากเลยจ้ะ เดี๋ยวรุ่นพี่ก็ให้ผ่านเองนั่นแหละ”

“ถ้าเกิดไม่ผ่านจะทำยังไงล่ะ ไม่โดนไล่ออกจากหอเหรอ”

“รุ่นพี่จะกล้าไล่เราเหรอ ไม่ใช่เจ้าของหอเสียหน่อย”

“ไม่ใช่เจ้าของแต่ใหญ่สุด เขาหาทางบีบให้เราออกไปเองนั่นแหละ”

“ด้านได้อายอด ทนอยู่ไปเถอะ ทำตัวดีๆ เดี๋ยวรุ่นพี่เอ็นดูก็ให้ผ่านเอง

นั่นแหละ” มันเป็นคำปลอบใจที่ดีอยู่เหมือนกันนะ อันดาพยายามมองโลก

ในแง่ดี

กิจกรรมที่แสนเบื่อหน่ายคือการขอลายเซ็นรุ่นพี่มันไม่จบไม่สิ้นกันสักที เธอจัดตารางเวลาให้ตัวเอง เพราะต้องทำรายงานให้ลูกค้าอีกหลายคน อาศัยว่าลายมือสวยอ่านง่ายจึงมีคนจ้างเธอเยอะขึ้น แต่หลังๆ ต้องรอคิวเพราะเธอทำไม่ทัน ไหนจะงานของตัวเองอีกล่ะ นึกๆ แล้วอยากให้อาจารย์รับรายงานแบบพิมพ์ เธอจะไปนั่งพิมพ์ให้เสร็จเร็วๆ เพราะตอนมัธยมเคยเรียนพิมพ์ดีดมา เธอพิมพ์เร็วมาก มันก็โอเคกว่าการนั่งเขียนเป็นไหนๆ

อันดาตื่นเช้ามาขัดห้องน้ำและออกไปวิ่ง เธอคุ้นชินกับการตื่นเช้า

มาออกกำลังกายเพราะต้องทำทุกวัน

ตอนเช้าอากาศดี สูดอากาศได้เต็มปอด ที่สำคัญสุดคือรู้สึกว่าหุ่นดีขึ้นมากด้วย สายตาหันไปเห็นนักศึกษาในสถาบันซึ่งเป็นเด็กหอปั่นจักรยาน

ผ่านหน้า

กิเลสมาละ... เธออยากได้จักรยาน เพราะมันประหยัดน้ำมัน ได้ออกกำลังกาย ที่สำคัญคือมันได้ปั่นไปเที่ยวทั่วเมืองน่ะสิ

ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีของขายหลายอย่าง ถ้ามีจักรยานก็สามารถออกไปเที่ยวชมนอกสถาบันได้ เธอเป็นเด็กบ้านนอกคอกนาที่ไม่เคยเข้าเมือง ไหนๆ ก็ได้มาอยู่ที่นี่แล้วก็ต้องเที่ยวชมให้ทั่วเสียหน่อย

ทำงานเก็บเงิน หาเงินซื้อจักรยานดีกว่า มีคนเคยบอกว่าถ้าเรามุ่งมั่น

ที่จะทำอะไรแล้ว

มันจะต้องสำเร็จแน่ๆ เธอไม่ใช่ลูกหลานคนมีเงิน ที่อยากได้จักรยาน

ก็จะโทร. ไปบอกบิดามารดาให้ซื้อให้ได้ในทันที

อันดาจำได้ว่าของทุกชิ้นที่เธอมีอยู่ ณ ปัจจุบัน เธอเก็บเงินซื้อเองทั้งหมด แม้แต่โทรศัพท์มือถือ

เธอคิดว่าโทรศัพท์ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยอะไร แต่มันสะดวกเวลาติดต่อกัน ขนาดโทรศัพท์มือถือที่บ้าน เธอยังซื้อให้มารดาด้วยตัวเอง เป็นโทรศัพท์มือสองที่เธอเก็บเงินซื้อหลังจากทำงานพิเศษในแต่ละวัน เธอเลือกปุ่มกดง่ายๆ

มารดาจะได้ใช้สะดวก มีอะไรก็โทร. หากันได้ ไม่ต้องนั่งรถกลับบ้านให้เหนื่อย

มีธุระสำคัญก็ติดต่อกันได้เลย

บิดาชอบเล่านิทานและเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง ท่านบอกว่าเมื่อก่อน

จะไปไหนก็อาศัยการเดินเท้า

เดินกันสามสี่วันหรือเป็นสัปดาห์ บางครั้งเป็นเดือนกว่าจะถึงที่หมาย เดี๋ยวนี้สะดวกมาก มีรถรา มีโทรศัพท์ คุยกันไม่กี่คำก็เข้าใจ

การเรียนของเธอผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในทุกวิชาเมื่อสอบมิดเทอม

เธอชอบเปิดบานเกล็ดแอบมองวายุที่หน้าอาคารเรียนทุกวัน

แค่เห็นหน้าเขาอยู่ไกลๆ ก็มีความสุขแล้ว สุขที่สุดจนบรรยายไม่ออกเลยล่ะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อันดาวายุ   55

    “หยิกตัวเองทำไม เจ็บแย่ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูว่าไม่ได้ฝัน” วายุพูดจบก็รวบร่างอวบเข้าไปกอดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจับท้ายทอยของเธออย่างมั่นคง บดจูบลงไปยังกลีบปากอวบอิ่ม เธอตาโต จิกมือกับคอเสื้อของเขาแล้วหลับตาพริ้มเขาผละออกห่างแล้วเธอจึงเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ วายุยิ้มใส่ตา ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินไปหยุดที่โต๊ะรับประทานอาหารที่ปูด้วยผ้าสีขาว มีแจกันดอกไม้สีชมพูหวานแหวว“นั่งสิอันดา”“นี่มันอะไรคะ” เธองงเป็นไก่ตาแตก“ลมเป็น บ.ก. ของสำนักพิมพ์ที่อันดาส่งงานมาพิมพ์นั่นแหละ”“ลมเป็น บ.ก.” เธอทวนคำ“ครับ”“แสดงว่าที่งานอันดาผ่านเพราะลมช่วยเหรอ”“ไม่ใช่ครับ เพราะงานของอันดามันดีจริงๆ ครับ”“เอ่อ... แล้วเรื่องเงินล่ะค่ะ”“มันเป็นค่าตอบแทนที่อันดาจะได้รับอยู่แล้วครับ”“ลมช่วยอันดา” เธอซาบซึ้งใจ ถึงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่เธอคิดว่าเขาช่วย เธอรู้สึกว่าก้อนอะไรมันแล่นขึ้นมาจุกที่อก มันคือก้อนแห่งความตื้นตันจนแทบจะร้องไห้ เขาไม่ได้ไปไหน หลายปีแล้วที่เธอเฝ้าคิดถึง แต่เขาก็ยังอยู่ ยังอยู่ข้างๆ เธอ“ได้คำตอบหรือยังครับเด็กขี้แย อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ถ้าจะสละโสดก็ต้องรีบๆ เข้านะ เดี๋ยวไม

  • อันดาวายุ   54

    “อันดา ขอนอนด้วยสิ”“คะ?” เธออุทานมองหน้าเขา บิดามารดาเข้านอนหมดแล้ว วายุแค่ไปไหว้และพวกท่านก็หลับไปอีกครั้ง หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเธอรถขับเข้ามาจอดในบ้าน สุขภาพของพวกท่านไม่ค่อยดี จึงนั่งสนทนานานๆ ไม่ได้“ลุงเริญกับป้าปริกไม่อยู่ ลมไม่มีกุญแจเข้าบ้าน ถ้าอันดาไม่ให้นอน ลมคงไปนอนหน้าบ้านลุงกับป้าให้ยุงกัดจนเป็นไข้เลือดออก” เขาทำเสียงน่าสงสาร“จ้ะ ลมอาบน้ำก่อนไหม” เขาพูดแบบนั้นเธอเลยปฏิเสธไม่ได้ จะไล่เขาไปก็ดูจะใจดำจนเกินไป“อาบหน่อยก็ดี จะได้ไม่เหนียวตัว อันดาขยันนะ ต่อเติมบ้านใหม่ให้พ่อแม่ด้วย”“รู้ได้ไงว่าอันดาทำ” เธอมองเขาอย่างสงสัย“เดาเอาน่ะ อันดาเป็นคนกตัญญู” เขารับผ้าขนหนูมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงไปหาเสื้อผ้าของบิดามาให้เขาเปลี่ยนเดินมาอีกรอบเขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำที่เกาะพราวไปทั่วตัวและร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเป็นมัดๆ ทำเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกขัดเขินจนต้องเบือนหน้าหนี แก้มร้อนผ่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน“เสื้อผ้าของพ่อน่ะ พอจะใส่ได้ไหม”“ได้ครับ” เขายื่นมือมารับ ก่อนรวบมือเธอเอาไว้ด้วย“อุ๊ย!” อันดาอุทาน เงยหน้าขึ้นมอง หน้าแดงก่ำ เขาขยับใบ

  • อันดาวายุ   53

    “วันเกิดเดือนหน้าอยากได้ของขวัญอะไรครับ” วายุเอ่ยถามน้องสาวคนสวย คนฟังตาโตทันที เอ่ยถามอย่างรู้ทัน“มาแนวสายเปย์แบบนี้จะให้น้องช่วยอะไรคะ”“ช่วยนัดว่าที่พี่สะใภ้มารับประทานอาหารหน่อย”“พี่อันดาน่ะเหรอคะ”“ครับ”“ทำไมคุณ บ.ก. อมยิ้มไม่นัดเองล่ะคะ”“ให้เลขาฯ คนสวยนัดให้ดีกว่า”“เห็นแต่รูปในบัตรประชาชน ไม่เคยเห็นตัวจริง พี่อันดาจริงๆ เป็นคนยังไงคะ”“เป็นคนสวย”“แน่ะ! ชมว่าสวย ถ้าเขาไม่สวยไม่ชอบเหรอ”“เป็นคนน่ารัก” คนพูดอมยิ้ม“นิสัยน่ารักหรือหน้าตาน่ารักคะ”“ทั้งสองอย่าง”“เชื่อเลยค่ะว่าเวลาคนเรามีความรัก หรือชอบใครสักคน คนที่เราชอบจะหน้าตาดี” นลินอมยิ้ม“เป็นคนกตัญญู” วายุชื่นชมผู้หญิงที่เขารักจากใจ อันดาในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น เธอไม่เคยเปลี่ยน และสำหรับเขา เธอน่ารักเช่นไร ก็ยังน่ารักเช่นนั้น“อันนี้เชื่อค่ะ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ผู้หญิงดีๆ แบบนี้หายากนะคะ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อพ่อแม่ ถ้าเป็นคนอื่นหนีไปมีความสุขคนเดียวดีกว่า ที่บ้านก็เต็มไปด้วยหนี้”“แล้วที่สำคัญสุด ทำกับข้าวอร่อย”“อันนี้คงต้องลองชิมกันแล้วล่ะค่ะว่าจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า”“เดี๋ยวก็ได้ชิม

  • อันดาวายุ   52

    เขาว่าในชีวิตมีเรื่องดีก็ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสลับกันไป เหมือนความทุกข์และความสุขไหลวนเข้ามาประดุจดั่งเพื่อนที่ไปมาหาสู่ แต่ไม่ได้อยู่กับเรานานมารดาต้องผ่าตัดอีกหลายครั้งเพราะก้อนเนื้อที่แม้จะไม่ใช่เนื้อร้ายแต่พอตัดเนื้องอกส่วนนั้นออกไป มันก็งอกกลับขึ้นมาใหม่การเดินทางที่ไกลเพราะต้องไปหาหมออีกจังหวัดหนึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทำให้อันดาต้องขยันเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ และทำหน้าที่การเป็นครูอย่างเต็มที่วันเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี คนเดียวที่เธอรู้สึกว่าพึ่งพิงได้ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุขคือ บ.ก. อมยิ้ม เขาคอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ และคอยทำให้เธอหัวเราะได้ แล้ววันที่ต้องตัดสินใจก็มาถึง เมื่อบิดาล้มป่วยลงอีกคน และมารดาก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันดาเลยตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำมาดูแลพวกท่านทั้งสองคนเธอยอมรับว่าใจหายและร้องไห้เมื่อเห็นลูกศิษย์หลายคนวิ่งมากอด ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุมัติใบลาออกให้เธอพร้อมด้วยการที่เธอหาครูคนใหม่มาสอนแทน นั่นคือรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่กำลังหางานทำอยู่นั่นเองการออกจากงานประจำนั้นมันทำให้รู้สึกโหวงแปลกๆ เพราะจากที่เคยต้องตื่นตั้งแต่เช้ารีบร้อนไปโ

  • อันดาวายุ   51

    “เราเหรอ มาเป็นครูแล้วก็กำลังจะเป็นนักเขียนมือสมัครเล่นด้วย” อันดาเล่าเรื่องงานเขียนให้เพื่อนรักฟัง กัลยาฟังแล้วอมยิ้ม เธอจดจำเรื่องราวของเพื่อนทุกอย่างเอาไว้ในสมอง สนับสนุนเพื่อนหากว่าเพื่อนทำอะไรแล้วมีความสุขกัลยาคุยกับอันดาอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสาย อันดามองสมุดบันทึกของตัวเองแล้วอมยิ้ม เธอจะเขียนให้ได้ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย สักวันมันก็ต้องจบเรื่องจนได้“ครูคะ มีคนฝากซาลาเปามาให้ค่ะ” อันดาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง เธอนั่งอยู่ในห้องพักครู หลังจากตรวจการบ้านเสร็จก็คิดเรื่องพลอตนิยายว่าวันนี้จะเขียนอะไรต่อดี“ใครกันจ๊ะ” อันดาเอ่ยถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองที่กำลังยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเธอนัก“หนูไม่รู้ค่ะ มีคนฝากมาอีกที นี่โน้ตค่ะคุณครู”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนจะอ่านโน้ตเล็กๆ ใบนั้นแล้วอมยิ้ม“กินให้อร่อยนะครับคุณครู”“ใครกันนะ” เธอมองซาลาเปาลูกโตน่ากินแล้วค่อยๆ บิดูไส้ด้านใน เห็นว่าเป็นไส้หมูสับหอมกรุ่น มีเห็ดมีไข่เค็ม รสชาติหอมหวนทำเธอน้ำลายสอ พอชิมเข้าไปคำแรก แป้งนิ่ม ไส้กลมกล่อมอร่อยจนต้องกัดคำต่อๆ ไปเธอชอบกินซาลาเปาไส้หมูมากๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่

  • อันดาวายุ   50

    “หนูจะจำคำของพ่อเอาไว้จ้ะ”“นอนได้แล้ว ฝันดีนะลูกรัก”พลห่มผ้าให้บุตรสาวอย่างเบามือ“พ่อคะ”“ว่าไง”“หนูว่าจะไปสอนหนังสือ”“ก็เอาสิ”“จะลองไปสอบดู หนูไม่ได้เรียนครูมานะจ๊ะ แต่หนูจบวิทยาศาสตร์ ทางโรงเรียนต้องการครูสอนวิทยาศาสตร์ น่าจะไม่มีปัญหานะจ๊ะ”“ลองดูนะ อยากทำอะไรก็ทำเลย หนูเป็นคนเก่ง เรียนจบมาได้เพราะตัวหนู พ่อเองก็ละอายใจที่ไม่เก่งเหมือนพ่อคนอื่นเขา แถมยังเป็นหนี้เป็นสินมากมายขนาดนี้”“พ่ออย่าว่าตัวเองเลยจ้ะ ทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้ หนูจะใช้หนี้ให้พ่อกับแม่เอง” อันดาขยับศีรษะไปนอนหนุนตักอุ่นๆ ของบิดา หลับตาพริ้มให้ท่านลูบศีรษะไปมาเบาๆคนแถวบ้านเริ่มถามกันว่าเรียนจบมาจะทำงานอะไร อันดาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่คนหนึ่งที่เคยเล่าให้เธอฟัง สเต็ปการถามของคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านคือ เรียนอะไร เรียนจบจะทำอะไร คงไม่ใช่เอาใบปริญญามาแขวนไว้ตรงฝาบ้านหรอกนะ พอทำงานก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน เมื่อไหร่จะแต่งงาน พอแต่งงานก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก พอมีลูกคนแรกก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง พี่คนนั้นพูดถูก ชีวิตเป็นของเราทำไมต้องไปแคร์ลมปากคนอื่นด้วยรุ่งเช้าของวันใหม่ อันดาไปสมัครงา

  • อันดาวายุ   49

    “อันดาอยากไปทำงานกับเพื่อนที่โรงงานเหรอลูก” น้ำเสียงของมารดาเหมือนไม่ชอบงานโรงงาน เธอดูออกทั้งสีหน้าและท่าทาง“รายได้ดีนะจ๊ะแม่”“แม่จะสอนอันดาอย่างหนึ่งนะลูก”“อะไรเหรอจ๊ะแม่” “สิบเงินไกล ห้าเงินใกล้ อยู่ใกล้ๆ ดีกว่า อยู่ที่โน่นเงินเดือนเยอะ แต่ค่าใช้จ่ายสูงเงินก็ไม

  • อันดาวายุ   48

    ความหงอยเหงาจากความคิดถึงทำให้เธอรู้สึกว่าโลกนี้น่าเบื่อ แต่เพราะเรียนจบแล้วมันยังมีภาระอีกหลายอย่างในชีวิต หาใช่จะจมอยู่กับความคิดถึงใครสักคนจนลืมความตั้งใจเดิมที่จะดูแลบิดามารดาให้ดีสมกับที่ท่านส่งเสียให้เล่าเรียน เธออยากมีงานดีๆ ทำ ให้สมกับความลำบากระหว่างเรียนสิ่งที่คิดเอาไว้กับความเป็นจริง

  • อันดาวายุ   47

    ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เธอบอกตัวเองแบบนี้เสมอๆ การไปฝึกงานตลอดระยะเวลาหลายเดือน เธอได้พูดคุยกับวายุมาโดยตลอด แต่ก่อนเธอกลับมาไม่กี่วันเขาก็ติดต่อไม่ได้เธอแอบมองหน้าอาคารเรียนที่เขาเรียนอยู่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา มีนักศึกษาหลายคนยื่นเรื่องจบการศึกษาเพราะไม่มีอะไรค้างอีก ส่วนนักศึกษ

  • อันดาวายุ   46

    หลังจากที่เขาประกาศตัวเป็นแฟนกับเธอ ผู้หญิงในมหาวิทยาลัยก็เลิกแกล้งเธอไปโดยปริยาย เธอก็ไม่อยากหาคำตอบว่าทำไมพวกนั้นถึงเลิกยุ่งกับเธอ แต่ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายมันก็ดีแล้วน้ำทิ้งจากโรงงานปลากระป๋องที่ได้มา ต้องมาจัดการแยกเชื้อแบคทีเรียออกมาและเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อซึ่งอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรียนั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status