INICIAR SESIÓN“น้องแดน หนูอยู่นิ่งๆ ได้บ้างไหมครับ แม่เหนื่อยแล้วนะครับ” อารดาบอกลูกชายตัวน้อย ขณะแ
“น้องแดนยังไม่โตเลย รอน้องแดนโตอีกหน่อยไม่ได้เหรอ อีกอย่างฉันกลัวอ้วน”อันแรกน่ะใช่ น้องแดนพึ่งขวบกว่าๆ แต่อันหลังนี้คือข้ออ้าง หลังจากคลอดน้องแดน อารดาสวยงามยิ่งกว่าตอนมีลูก สะโพกผายขึ้นแต่เอวคอด หน้าอกอวบใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพ่อเลี้ยงดินมักตำหนิการใส่เสื้อผ้าของเธอประจำ เพราะเขาหึงหวงไม่อยากให้ใครมอง“ดีออกเลี้ยงทีเดียว” จริงๆ ชายหนุ่มคิดว่า เขาอายุเยอะขึ้นเมื่อเทียบกับอารดา เขากลัวจะไม่สามารถมีลูกได้อีก“แต่อาย”อารดายังพูดไม่จบ ก็ถูกปากหนาประกบจูบอย่างนุ่มนวล เธอรับจูบแต่โดยดีแม้ไม่ได้เต็มใจพ่อเลี้ยงดินเป็นฝ่ายก่อไฟสวาท จนห้องทั้งห้องอบอวลด้วยความเร่าร้อน ชายหนุ่มผู้มีกำลังวังชา ไม่ยอมปล่อยให้อารดาได้พักง่ายๆ ความร้อนแรงถูกจุดขึ้นทุกครั้งยามที่หญิงสาวหมดเรี่ยวแรง เสียงครวญครางหวีดร้อง โดยไม่ห่วงว่าลูกชายตัวน้อยจะตื่นขึ้นมาขัดจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น พอๆ กับเม็ดหยาดเหงื่อเกาะพราวตามเนื้อตัวของคนทั้งคู่ไฟปรารถนาเมื่อคุกรุ่น ย่อมใช้เวลาในการมอดไหม้หลายชั่วโมง ทำเอาเมียสาวถึงกับ
“น้องแดน หนูอยู่นิ่งๆ ได้บ้างไหมครับ แม่เหนื่อยแล้วนะครับ” อารดาบอกลูกชายตัวน้อย ขณะแม่วิ่งไปอุ้ม พร้อมใช้มือปัดมือป้อมๆ ที่กำดินไว้แน่นไม่คลาย เด็กน้อยหันมายิ้มให้แม่ด้วยความไร้เดียงสาตั้งแต่คลอดลูกมา อารดาก็ถูกสั่งห้ามไปทำงานในไร่ พ่อเลี้ยงดินให้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน จะมีบ้างที่เธอแอบขับรถพาลูกน้อย ไปดูผลผลิตในไร่หากวันไหนถูกจับได้ก็จะถูกชายหนุ่มบ่นจนหูชา แต่เธอไม่เคยจำและยังไปเรื่อยๆ หากมีโอกาส อย่างเช่นวันนี้“ อาย… แอบพาลูกมาอีกแล้วนะ” พ่อเลี้ยงดินเดินมาหาสองแม่ลูกด้วยความหงุดหงิด สีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาได้ยินเสียงหญิงสาวคุยกับลูก จึงเดินตามเสียง“แค่นี้เอง นายจะหงุดหงิดไปเพื่อ” เธอย้อนถาม“ลูกยังเล็กอยู่ เดี๋ยวก็ถูกแมลงกัดหรอก” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงดิน ก็เดินมาอุ้มลูกจากหญิงสาวเด็กน้อยเป็นใจ ยกมือให้ผู้เป็นพ่ออุ้ม อย่างดีใจ“โอ๊ย… ฉันจะบ้าตาย ลูกนายเป็นผู้ชายนะ” อารดาถึงกับส่ายหัว ถึงเธอจะบ่นกรอกหูชายหนุ่ม เขาไม่สนใจมัวแต่เล่นกับลูก ทำให้อารดาหยุดบ่นไปเอง&
อารดาแหงนหน้าร้องเรียกชื่อชายหนุ่ม มวลสมองขาวโพลน มันว่างเปล่าเสียจนนึกอะไรไม่ออก ลมหายใจคนตัวโตเริ่มขาดช่วง เขาต้องการปลดปล่อยเต็มที พ่อเลี้ยงดินพยุงอารดาลุกขึ้น ก่อนพาเธอนอนลงที่โต๊ะทำงาน โดยมีหมอนหนุนซ้อนที่เอวและสะโพกผายชายหนุ่มปลดกางเกงยีนตัวเองลง มือหนาถลกชุดเดรสคลุมท้องไปกองที่เอว เขายืนในท่ายืน การร่วมรักกับคนท้องเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องไม่รุนแรง เพราะหมออธิบายให้เขาฟังและอุปกรณ์ในการช่วยคนท้องเขาทำตามหมอทุกอย่าง ยิ่งตอนนี้อารดาท้องโตเธอก็มีความต้องการเรื่องอย่างว่ามากขึ้น อาจเพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปอารดาประคองท้องอย่างระวัง เธอเห็นพ่อเลี้ยงดินไม่ได้เลย ความต้องการก็เกิดอย่างหักห้ามใจไม่ได้ เนื้อตัวแดงก่ำ สองเต้าอวบใหญ่โตกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ พ่อเลี้ยงดินส่งตัวตนเข้าภายในตัวหญิงสาว ก่อนโน้มตัวถามอารดา เขาค่อยๆ ขยับช้าๆ“เจ็บไหมอาย” “ไม่… ไม่เจ็บค่ะ” เธอมองหน้าชายหนุ่ม“พี่ขยับนะ… เจ็บก็บอกพี่นะ” สีหน้าชายหนุ่มแดงก่ำ เหมือนเขาอดกลั้นการลงน้ำหนักใส่หญิงสาว
ครูน้ำมัวแต่ยืนเหม่อ คำถามมากมายในหัว ไอ้เพื่อนตัวดีก็เลี่ยงที่จะตอบ แต่ก็อดดีใจกับเพื่อนไม่ได้ พ่อเลี้ยงดินก็ไม่ใช่คนไม่ดี หวังว่าคงจะเปลี่ยนนิสัยใจร้อนขี้โวยวาย เจ้าอารมณ์ ความเอาแต่ใจของหญิงสาวลดน้อยลงได้บ้างสองสาวเดินดูของจนเหนื่อย ความหิวมาเยือน ก่อนที่อารดาจะชวนครูน้ำไปกินอาหารที่ร้านของพ่อเลี้ยงดินไหนๆ มาแล้วก็แวะไปกินที่นั่น พ่อเลี้ยงดินคงไม่บ่นไม่ว่าหรอก จากนั้นทั้งคู่ต่างขับรถมุ่งหน้า ไปยังร้านอาหารของชายหนุ่ม“แกทำไมไม่กินที่นี่” ครูน้ำสงสัย ทำไมต้องหอบสังขารไปถึงที่นู่น“ประหยัด…” อารดาบอกเพื่อน“เหอะ… เกิดงกขึ้นมาล่ะทีนี้” ครูน้ำพูดประชด“ร้านอีตานั่นอยู่ใกล้ๆ จะไปเสียตังค์ทำไมล่ะน้ำ” จริงๆ อารดาอยากกินสลัดผักที่ร้านนั่นมากกว่า เธอถึงยอมทนหิว“ขับรถไปเถอะน่า หลานแกหิวจนจะกินหัวแกได้แล้วยัยน้ำ”“อือๆ เห็นแก่หลานฉัน” หญิงสาวส่ายหัวอย่างเอือมระอา ครูน้ำหัวเราะในคำพูดของเพื่อน อย่างน้อยอารดาก็ไม่มีพิษมีภัยกับใคร
เธอสูดน้ำมูกพร้อมยกมือขึ้นเช็ด ปากบางพ่นบ่นพ่อเลี้ยงดินสารพัด“หยุดเดี๋ยวนี้นะอาย ไปด่าพ่อเลี้ยงเขาแบบนี้ได้ยังไง ในเมื่อหนูเองก็ร่วมกันทำ” แม่ชบากลั้นขำแต่ก็ปรามที่พูดแบบนี้เพราะหญิงสาวเอาแต่โทษชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นคนก่อเรื่องเช่นกันอารดาหน้าบึ้งหน้างอ หน้าแดงก่ำ เสียงสะอื้นขาดๆ หายๆ จ้องหน้าชายหนุ่มที่ยืนยิ้มหน้าบาน เขาทำเหมือนไม่สะทกสะท้าน ในสิ่งที่เธอต่อว่าเขา แถมแม่ยังดูเหมือนจะเข้าข้างอีกด้วย“หนูลูกแม่นะ แทนที่จะเข้าข้างลูกตัวเอง ที่มันทำให้ลูกตัวเองเสียหาย ดันไปเข้าข้างคนอื่นอีก ฮือๆ” เธอว่าให้แม่พร้อมสะอื้นไห้แม่ชบามองหน้าพ่อเลี้ยงดิน อดขำให้ลูกสาวไม่ได้ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องคอยดูแลและคอยให้กำลังใจกันไป แต่คงจะยากหน่อยสำหรับลูกสาวพยศคนนี้ เห็นทีคนที่จะเหนื่อยคงไม่พ้นพ่อเลี้ยงดิน เขาจะรับมือหญิงสาวได้ไหมเท่านั้นเมื่ออารมณ์ขุ่นมัวทำให้อารดาเดินหนีขึ้นห้องนอน เธอไม่อยากเห็นหน้าชายหนุ่ม แม้อยากอยู่ใกล้ๆ กายเขา เพื่อจะได้สูดดมกลิ่นกายเขา แต่ความถือตัวอวดดีมันมีมากเกิน จึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
เมื่อเจอจึงหยิบใส่ปาก และหอบของเหล่านั้นไปวางที่อ่างล้างจาน ทำการล้างน้ำ ทั้งล้างทั้งหยิบใส่ปากไปด้วย เธอน้ำลายสอ จับทุกอย่างมาคลุกรวมกันใส่ถ้วย ถือมานั่งกินบนโต๊ะเงียบๆ คนเดียวแสงไฟตามทางเดินส่องสลัวไปทั่วรีสอร์ต จึงไม่เป็นที่น่ากลัว ยังมีเสียงคนมาพักนั่งคุยกันกินเลี้ยงสังสรรค์ อารดาออกมายืนมองหลังจากเธอกินอิ่ม มือน้อยกอดอกถอนหายใจคิดถึงเรื่องเมื่อหัวค่ำ พ่อเลี้ยงดินจะแต่งงานกับเธอ เขาพูดจริงหรือแค่พูดเล่นกัน ลึกๆ ในก้นบึ้งเธอดีใจที่สุด เพราะในชีวิตเธอไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเลย จนมาเจอพ่อเลี้ยงดินถึงจะปากร้ายบ้างสำหรับเธอ แต่ใจดีกับเหล่าคนงาน หากเธอไม่กวนประสาทเขา เขาก็ไม่ต่อว่า หลักๆ แล้วชายหนุ่มก็ดีหมดแหละ ด้วยวุฒิภาวะ ความเป็นผู้นำ ขยันขันแข็ง มีเหตุผลแต่บางครั้งก็งี่เง่า อารดาคลี่ยิ้มมุมปากโดยลืมตัว“ยิ้มอะไร อาย” เสียงเข้มดังขึ้น ขัดความคิดเพลินๆ จนต้องหันหาเจ้าของเสียง“นายมาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่กลับไร่” อารดาถามชายหนุ่ม“แล้วทำไมเธอมายืนตรงนี้ ไม่หลับไม่นอน” เท้าหนาเดินมายืนต่อหน้า“อี๋&







