เข้าสู่ระบบดวงตะวันคล้อยลงในยามเย็น อุณหภูมิเริ่มลดระดับลงต่ำเรื่อยๆ เบลล่าที่เพิ่งจัดของต่างๆ ในห้องเสร็จก็หยิบเสื้อโค้ทตัวโตส่วมทับเอาไว้ แล้วเดินออกมาดูแสงพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบตาไป
เธอยืนอยู่ท่ามกลางแปลงดอกทิวลิปบริเวณหน้าบ้าน
“ผ่อนคลายจัง”
เธอยืนยิ้มและสูดอากาศเข้าสู่ปอดก่อนจะหลับตาลง
สายลมอ่อนๆ ปะทะกับใบหน้าขาวใสของเธอ ทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา
ตอนนี้เธอใกล้จะอายุสิบแปดแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ความรักของเธอมันเริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะความเป็นเด็กเธอจึงไม่กล้าที่จะบอกอาของเธอไปตรงๆ อาเจของเธอทำให้ความรู้สึกของเธอสับสนเป็นอย่างมาก บางครั้งเขาก็ดูจะชอบเธอ แบบชายหญิง แต่บางครั้งเขาก็ดูเหมือนแค่เอ็นดูเธอเพียงเท่านั้น
เขาคิดอย่างไรกับเธอกันนะ แล้วถ้าหากเธอกับคุณอาชอบกัน พ่อกับแม่ของเธอจะยอมไหมนะ
แล้วถ้าหากไม่รักกัน เธอกับเขาก็ต้องพบกับเส้นทางชีวิตใหม่
หรือจะลองเสี่ยงดีนะ แล้วถ้าคุณอาปฏิเสธเธอจะต้องทำตัวอย่างไร
จะมองหน้ากันติดหรือเปล่านะ?
“เบลล่าใช่ไหม” ในขณะที่เธอตกในห้วงภวังค์แห่งความคิด ก็มีเสียงหนุ่มปริศนาดังขึ้น เธอจึงหันไปยังต้นเสียง
“อ้าว รอน ไม่เจอกันนานเลย” เธอทักเด็กหนุ่มกลับไปเช่นเดียวกัน
รอนเป็นเพื่อนเล่นข้างบ้านของเธอตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นครอบครัวของเธอต้องย้ายกลับประเทศไทย จึงทำให้รอนและเธอห่างกันมากขึ้น
“ดีใจจังเลย ไม่คิดว่าเบลจะกลับมาที่นี่ด้วย สบายดีไหม”
“สบายดี ช่วงนี้ปิดเทอม เลยมาพักผ่อนนะแล้วรอนล่ะ เป็นไงบ้าง”
“เราก็ปิดเทอมเหมือนกัน พ่อกับแม่เลยพามาพักผ่อนที่นี่”
“ดีเลย งั้นวันนี้ทำอาหารทานกันดีไหม ปิ้งย่างกับอากาศหนาวๆ เป็นไง” หญิงสาวเสนอไอเดีย
ทั้งสองตกลงแคมป์ปิ้งเล็กๆ หน้าบ้านในยามเย็น รอนเป็นคนจัดสถานที่ ส่วนเบลล่าเป็นคนทำอาหาร
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนเวลาผ่านไปเกือบสองทุ่ม เจคอบก็เดินเข้ามา
“อ้าว อาเจคอบสวัสดีครับ” รอนยกมือไหว้ผู้ใหญ่กว่า เขาจำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นอาของเพื่อนเธอ และเขาคอยดูแลเบลล่าตั้งแต่ยังเล็กๆ
เจคอบพยักหน้าตอบรับ แต่ทว่าใบหน้ากลับเรียบขรึมและบึ้งตึง
“อ้าว อาเจ ดึกแล้วมาทำอะไรคะ”
“อาโทรมา ทำไมไม่รับสาย”
“ขอโทษค่ะ พอดีหนูวุ่นกับการเตรียมอาหารกันอยู่ เลยไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย ว่าแต่อาเจมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“อามาดูว่าทำอะไรอยู่”
“หนูกับรอนกำลังแคมป์ปิ้งกันค่ะ อาเจมานั่งก่อนสิคะ
เดี๋ยวหนูย่างเนื้อให้”
“ไม่ล่ะ อาทานมาแล้ว อย่าสังสรรค์กันดึกมากล่ะ อาจะเข้าไปดูความเรียบร้อยภายในบ้านสักหน่อย”
“ครับผม/ค่ะ อาเจ”
ผ่านไปเกือบสามทุ่ม อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ และก็ค่อนข้างดึกสำหรับที่นี่ ทั้งสองจึงพากันเก็บของแล้วแยกย้ายกัน
“รอนกลับวันไหนเหรอ”
“กลับพรุ่งนี้แล้ว ต้องบินไปบ้านคุณปู่ต่อน่ะ”
“ว้า เสียดายจัง ไม่ได้เที่ยวด้วยกันเลย แต่ไม่เป็นไรวันนี้ได้ทานอาหารด้วยกันก็มีความสุขแล้ว” เบลล่าฉีกยิ้มออกมา ทำให้รอนมองตาค้างไม่กะพริบตาเลย
“มองอะไรเหรอ” เบลล่าถามด้วยความสงสัย
“เคยได้ยินว่าสาวเอเชียยิ้มสวย รอนไม่เคยได้สังเกตุสักที พอวันนี้เราสองคนต่างโตมากขึ้น รู้ไหมว่าเบลยิ้มสวยขึ้นทุกวันเลย” รอนพูดออกมา
“ฮ่าๆ ขอบคุณนะที่เพิ่งเห็นความสวยของเรา แต่เวลารอนยิ้ม ก็หล่อเหมือนกัน”
“จริงเหรอ”
“จริงสิ ยิ้มบ่อยๆ นะ”
“อืม สัญญาจะยิ้มบ่อยๆ ให้สาวแถวนี้ละลายไปเลย”
“พูดมากนา กลับได้แล้ว ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก” ทั้งสองโผล่เข้ากอดกันเพื่ออำลา ก่อนจะพากันแยกย้าย
เธอเดินกลับเข้าบ้านและยิ้มอย่างมีความสุข และฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
“เบลล่า”
“ว้าย!!” เธอลืมไปได้ยังไงว่าอาเจมาหา แต่ว่าเขาบอกแค่มาดูความเรียบร้อยไม่ใช่หรือ
“อ้าวอาเจ ยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ ตกใจหมดเลย” เธอเอามือทาบอกของตัวเอง
“บอกแล้วทำไมไม่ฟังกันเลย”
“อะไรเหรอคะ เบลทำอะไรผิด”
“ไปยืนกอดกับรอนทำไม”
“อ๋อ รอนจะกลับพรุ่งนี้แล้ว เลยกอดลากันค่ะ”
“ลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นคนไทย ไปกอดกับผู้ชายทำไม”
“แต่มันก็เป็นปกติของโซนนี้นี่คะ เรากอดกันตั้งแต่เด็กแล้ว อาเจหนูก็กอดไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
“ไม่ได้ ห้ามทำแบบนี้กับใครอีก”
“ทำไมคะ อาเจหึงหนูเหรอ” หญิงสาวหรี่ตาและถามกลับไป แต่ทว่าใจของเธอมันเต้นแรงขึ้น
“อยู่ที่นี่อาเป็นผู้ปกครอง อาสั่งอะไรก็ต้องทำตาม”
“นึกว่าอยากเป็นแฟนกับเบลเสียอีก”
“เพ้อเจ้อ”
เธอยิ้มออกมาอย่าชอบใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาแล้วนั่งตักลง
“แต่หนูอยากเป็นแฟนกับอาเจมากๆ เลยค่ะ” เธอใช้มือเรียวช้อนคางของชายหนุ่มเงยขึ้น ริมฝีปากกระจับที่เพิ่งยกดื่มไวน์ไปทันน่าชวนลิ้มลองเสียจริง
วันนี้แหละเธอจะเริ่มรุกเขาแล้ว เธอชอบเขาเอามากๆ เลยล่ะ เธอไม่สนใจแล้วว่าต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้ได้ทำตามใจตัวเองก็พอ
“จะทำอะไร” เจคอบถามด้วยเสียงราบเรียบขึ้นมา
“ก็ทำแบบวันนั้น วันที่อาเจทำกับหนูในห้องนอนวันที่ฮีทเตอร์ห้องอาเจพังยังไงละคะ”
ริมฝีปากบางเลื่อนไปสัมผัสที่ริมฝีปากหนาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงหน้าออกมา
จุ๊บ!
“หึ” เขาหัวเราะออกมาในลำคอ แต่เธอกลับใจเต้นโครมครามและใบหน้าแดงกล่ำ ก่อนจะขยับตัวลุกหนี
แต่ทว่ามือหนากลับรั้งเอวบางเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน
“แก่แดด ทำไม่เป็นแต่ยังจะอยากทำอีก เดี๋ยวอาจะสอนว่าต้องทำยังไง”
เมื่อเริ่มเห็นว่าอาของเธอเริ่มเอาจริง เธอก็รีบดินสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวหนีออกจากอาของเธอได้เลย
มือหนาจับใบหน้าของเธอเชิดขึ้นมาก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง หญิงสาวตกใจจนตาโต เมื่อเขาจูบเธอ ไม่คิดว่าอาของเธอจะรุกกลับเช่นนี้ มือหนาเลื่อนเข้าไปในเสื้อโค้ทตัวใหญ่ของเธอ สัมผัสกับผิวเรียบเนียนภายใต้ร่มผ้า ก่อนจะสัมผัสที่เอวบางแล้วเลื่อนขึ้นมาตรงหน้าอกของเธอ
“ยะ (อย่า) อื้ออออ” เมื่อเธอเปิดปากอ้าก็เป็นช่วงจังหวะที่เขาใช้ลิ้นสอดเข้าไปสำรวจในโพรงปากหวาน จูบอันดูดดื่มของเขา มันทำให้เธอเคลิ้มจนตัวแทบละลาย ลิ้นร้อนชอนไชกวาดชิมน้ำหวานจากโพรงปากของเธอไม่หยุดหย่อน จนเธอเริ่มหายใจฮึดฮัดและทุบหน้าอกเขาเป็นสัญญาณว่าเธอนั้นจะขาดอากาศหายใจ
ชายหนุ่มที่สังเกตุมาเด็กสาวในอ้อมกอดกำลังดิ้นไปมาจึงผละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
“อาเจ คนบ้า ทำอะไรของอา”
เธอใช้มือเช็ดปากของตัวเองก่อนวิ่งเข้าห้องนอนไป เขามองดูเธออย่างเงียบก่อนจะยกไวน์ขึ้นมาดื่มอีกครั้ง
“นายกำลังทำอะไรของนายอยู่เจคอบ นั่นมันหลานรักของมึงนะเว้ย”
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ห้องรับรองโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานครเบลล่าอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวกระโปรงบานดุจราวกับเจ้าหญิงในนิยาย กำลังเดินควงแขนพ่อคาลอสของเธอเข้ามาในงาน ที่มีเจคอบอยู่ในชุดสูทเจ้าบ่าวทักซิโด้สีดำยืนรอเธออยู่หน้าเวทีที่ถูกเนรมิตด้วยดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพูสลับกันไป บรรยากาศงานแต่งของทั้งสองดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นอย่างมาก มีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมชื่นชมและแสดงความยินดีให้กับทั้งสองคนคาลอสเดินมาส่งลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือลูกสาวให้กับเจคอบ น้องชายที่เขารักมากที่สุด“ฉันคงต้องมอบลูกสาวของฉันให้นายจริงๆ แล้วสินะ อย่าทำให้ลูกฉันต้องเสียใจ หากมีครั้งต่อไป นายจะไม่มีวันได้ลูกสาวของฉันไปเคียงข้างกายอีกเป็นแน่”“มันจะไม่มีครั้งต่อ เบลล่าจะไม่มีวันต้องเสียใจ ต่อจากนี้ไป ผมขอสัญญาจะดูแลลูกสาวของพี่ให้ดีที่สุด”“ฝากดูแลลูกสาวที่น่ารักของฉันคนนี้ด้วย” คาลอสพูดออกไปพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเขาไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องยกลูกสาวให้กับน้องชายที่เขารักมากๆ แถมยังมีศักดิ์เป็นอาของลูกสาวของตัวเองอีกด้วย เจ้าบ่าวที่เห็นเจ้าสาวตั้งแต่แรกเกิด และยังดูแลมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องของภรรย
ตัวของเธอนอนแผ่ราบอยู่บนเก้าอี้เอนนอนด้วยท่าทีที่หมดสภาพ ‘เขามันคนเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งเธออยู่ร่ำไป’เธอนอนทอดสายตามองดูเจคอบกำลังยิ้มหวานให้กับเธอ มือของเขาปลดกางเกงนอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาเธอ และใช้มือทั้งสองจับขาของเธอแยกออกจากกัน“จะทำตรงนี้จริงๆ เหรอคะ” เธอถามออกมาเพื่อความแน่ใจ บนดาดฟ้าที่อากาศเย็นลง และโล่งแจ้ง มันทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงเหลือเกิน“เฮีย อยากลอง ได้ไหมครับ” เขาพูดเสียงหวานและออดอ้อนเธอ“แต่เก้าอี้มันไม่ถนัดนะคะ”“งั้นก็..”พรึ่บ!!“อ๊ะ” เขาจับตัวเธอดึงขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่ตัวเองจะสลับลงไปนั่งแทน และมีเธอนั่งอยู่บนตัวของเขา“เฮียเจ!” เธอที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ตกใจคล้องคอเขาเอาไว้แน่น สะโพกของเธอในตอนนี้มันกำลังเบียดกับแก่นกายนูนๆ ของเขา ทำให้ใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย“ขึ้นให้เฮียหน่อยสิครับ”“แต่ว่า หนูทำไมเก่ง”“ก็ฝึกสิครับ เดี๋ยวเฮียคอยสอน”“สัญญาก่อนว่าทำที่ตรงนี้แค่ครั้งเดียวนะ”“สัญญา ดาดฟ้าแค่ครั้งเดียว หึหึ”หญิงสาวที่ได้คำมั่นสัญญาจากเขา ก็ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้น และใช้มือของเธอประคองแก่นกายของเขา ก่อนจะค่อยนั่งทับมันลงไป“ซี๊ดดดด ฮืมมมม
“ทำไมขี้แยจังเลยนะเรา” เจคอบที่ถูกสัมผัสสวมกอดจากทางด้านหลังก็หันหน้ามาหาเธอเขาเช็ดคราบน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน และประกบจูบทันทีไม่มีใครเอื้อนเอ่ยใดๆ ออกมา ทั้งสองจูบกันด้วยความคิดถึงนานหลายนาทีน้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มด้วยความสุขใจ ในที่สุดอาเจก็มาหาเธอ และยังมาหาถึงที่นี่อีกด้วย มันทำให้หัวใจของเธอพองโตและสุขเต็มเปี่ยมเลยล่ะผ่านไปนานหลายนาทีทั้งสองก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน จนเจคอบนั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนจะรีบผละริมฝีปากออกจากเธอ เพราะได้กลิ่นไหม้ของอาหาร‘ปลาที่เขากำลังทอดอยู่มันไหม้เกรียมเสียแล้ว’ ก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันและหัวเราะออกมา“จนได้ ครั้งหน้าห้ามจูบกันตอนทำอาหารรู้ไหม เดี๋ยวได้พากันอดกินข้าวพอดี ฮ่าๆ” เจคอบหัวเราะออกมา และยืนเกาศีรษะแก้เขิน ที่มัวแต่จูบเธอจนลืมปลาที่อยู่ในกระทะ“ทำไมละคะ จูบกันตรงนี้ก็ดีออก”“มันห้ามใจไม่อยู่ไง ปากหวานขนาดนี้ เฮียหยุดจูบเบลไม่ได้หรอก”“ฮืมมม ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอาแล้วล่ะคะ”“อยากเป็นผัว ไม่ได้อยากเป็นอา ต่อไปนี้เรียกว่าเฮียเจได้ไหมครับ” เจคอบฉีกยิ้มออกมาเขาดูหล่อมากๆ เลยล่ะ เวลาเขายิ้มออกมา จนสายตาของเธอมองเขาราวก
[อาเจขา ฮึก อาเจเป็นยังไงบ้าง โดนคุณพ่อต่อย เจ็บมากไหมคะ] หญิงสาวที่อยู่ในห้องนอนกดวิดีโอคอลหาอาของเธอหลังจากที่ได้ยินเสียงรถของอาเจขับออกไปจากบ้าน[อาไม่เป็นไร อย่าร้องไห้เลยนะ] [ฮึก อาเจอย่าลืมทายานะคะ หน้าหล่อของอาเจช้ำหมดเลย หนูโกรธคุณพ่อ][อย่าโกรธคุณพ่อเลย อาโดนพ่อของเบลต่อยก็สมควรแล้วล่ะ] เขาพูดและยิ้มมุมปากออกมา เด็กสาวคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยน และน่ารักเหลือเกินจริงๆ เขาควรจะโดนมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ทั้งปิดบังเรื่องราวต่างๆ แถมยังเจาะไข่แดงหลานสาวอีก คาลอสพ่อของเธอควรจะเอาปืนมาจ่อหัวเขาเสียด้วยซ้ำ ที่ทำให้ลูกสาวของเขาทุกข์ใจมาหลายปี [อยู่บ้านอย่าดื้อ เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่นะครับ][อาเจจะไปไหนคะ][อาขอไปจัดการธุระที่บ้านสวีเดนก่อน แล้วอาจะกลับมา][แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ][เรื่องนี้อาก็ไม่ค่อยแน่ใจ เบลต้องไปถามคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ][ฮึก อาเจอย่าไปนานนะคะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ] [อาจะรีบกลับมา อารักเบลนะ][หนูก็รักอาเจค่ะ]หลังจากที่เธอกดวางสายจากอาเจ ก็ปาดน้ำตาและเดินลงไปยังด้านล่าง“พ่อคะแม่คะ หนูรักอาเจ” เธอสารภาพความในใจออกไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งมองและคลี่ยิ้มออกมา“พ่อกั
ผลั๊วะ!ตุบ!“คุณพ่อคะ อย่าทำอาเจ แบบนี้สิคะ ฮึก” เบลล่าร้องไห้ออกมา เมื่อคาลอสพ่อของเธอปล่อยหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าของเจคอบหญิงสาวร้องไห้และสวมกอดเขาไว้แน่น เพราะกลัวว่าพ่อของเธอจะทำร้ายอาเจของเธออีก“อาไม่เป็นไร เบลล่า” เจคอบประคองใบหน้าเธอเอาไว้และเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าของเธอ“อาของหนูสมควรโดน มาหลอกดวงใจของพ่อนานหลายปี” “ขอโทษครับพี่คลาส ขอโทษที่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว พร้อมจะดูแลเบลล่าไปตลอดชีวิตแล้วครับ” “นายรักลูกสาวฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ”“ถ้าไม่รัก คงไม่ปล่อยให้พี่มาต่อยหน้าของผมแบบนี้หรอก”เจคอบคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงในบ้านของเธอเขากับเธอตัดสินใจบินกลับมาหลังจากเคลียร์ใจกัน และเจคอบมาที่นี่ในวันนี้เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดให้กับพ่อของแม่เบลล่าได้รู้ความจริง ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็นความจำเป็น“เบลล่า ลุกออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้” เสียงของน้ำค้างดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเจคอบทำให้เธอเห็นใจเพื่อนของตน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ เพราะเจคอบปล่อยให้ดวงใจสุดที่รักของเธอต้องร้องไห้และโศกเศร้าม
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนอันสดใส มันควรเป็นวันที่ดีสำหรับเธอ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สภาพร่างกายของเธอในตอนนี้มันมีแต่รอยรักที่อาของเธอทำเอาไว้ เอวอันคอดกิ่วของเธอก็ราวระบมไปเสียหมด เธอก้าวเท้าลงจากเตียงที่ไร้ร่างของอาที่เคยกอดเธอเอาไว้เมื่อคืนทั้งคืนเขาทำให้เธอลืมเรื่องฟ้าร้องได้ แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอบอบช้ำ‘เธอทำผิดต่อภรรยาและลูกของเขา’ “ฮึก!!”น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลออกมาช่างเป็นผู้หญิงไร้ค่าสิ้นดี เธอปาดน้ำตาและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ท้องน้อยๆ ของเธอในตอนนี้กำลังร้องคำรามออกมา เพราะเจอบทรักของอาเมื่อคืน ทำให้ร่างกายของเธอต้องการอาหารเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายตื่นลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจอหน้าของเขาแล้ว“เบล แกกำลังคาดหวังอะไร จะไปรักคนมีครอบครัวแล้วไม่ได้นะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว”เธอเตือนสติตัวเองเท้าของเธอก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็ได้แต่ยืนตะลึงชายหนุ่ม สามีของคนอื่นกำลังยืนทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ด้วยใบหน้าที่สดใส“ตื่นแล้วหรือ เด็กน้อย มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” เจคอบยิ้มหวานออกมา ก่อนจะจูงมือของเธอมานั่งลงบนเก้าอี้และนำจานแพนเค้กที่หอมกรุ่นพร้อมกับนมมาวางต







