เข้าสู่ระบบทั้งสองนอนกอดกันจนถึงเช้า แต่ทว่าขอบตาของหญิงสาวมันกลับคล้ำ เธอนอนแน่นิ่งไม่ยอมขยับอยู่บนเตียง จนกระทั่งอาเจของเธอลุกเดินออกจากห้องไป
ในช่วงที่เธอกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราในยามค่ำคืน หัวใจของอาเธอเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากแผงอก และสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดก็คือ อาของเธอโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตเธอ เธอจะไม่ตกใจเลยหากเป็นที่แก้มทั้งสอง ที่เคยหอมกันในตอนแด็ก แต่เขากลับจุมพิตมาตรง ริมฝีปากบางของเธอ
“จูบแบบนี้ หมายความว่ายังไงกันนะ” เธอเอาแต่คิดวกวนไปมา
“อาเจมีใจให้เธอหรือเปล่า หรือแค่เมาแล้วเผลอจูบเธอกัน”
“ยัยเบล ตั้งสติ ตั้งสติสิ” เธอดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงนอน ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ แต่งตัวไปเรียนในช่วงเช้า
“เบลล่า เธอเป็นอะไร เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ” ลอร่า เพื่อนที่รวมเกรดของเธอถามออกมา เมื่อเห็นใบหน้าที่อิดโรย เดินเข้ามาในห้องเรียน
“ฉันมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ”
“แล้ววันนี้เธอจะเรียนไหวไหม จะพักผ่อนก่อนหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไร ฉันโอเค”
“งั้นก็ตามใจ”
“ลอร่า ถ้าสมมติว่ามีผู้ชายมาจูบ มันหมายความว่ายังไงเหรอ” เบลล่าที่คิดวิตกมาทั้งคืน ก็ตัดสินใจถามเพื่อนออกไป
“พระเจ้า เธอโดนจูบเหรอ ใครอ่ะ ฉันรู้จักไหม” ลอร่อถามออกไปด้วยความตื่นเต้น
“ฉันแค่สมมติ”
“ฉันไม่เชื่อ เธอกำลังโกหกฉันนะเบลล่า เพราะหน้าของเธอมันแดงไปหมดแล้ว” ลอร่อแซวออกมาอย่างขำขัน
“ยอมรับมาเถอะ ว่าจูบแรกของเธอโดยผู้ชายจูบไปแล้ว”
เบลล่าพยักหน้าออกมาด้วยความจำยอม ว่าเธอไม่สามารถโกหกเพื่อนที่น่ารักของเธอได้เลย
“กับอาเจ เมื่อคืนเขาแอบจูบฉันที่ตรงนี้” เธอพูดพร้อมชี้นิ้วไปที่ริมฝีปาก
“โอ้ว มายก้อดดด” ลอร่อทำตาลุกวาว งั้นก็แปลว่า เพื่อนรักของเธอที่แอบปลื้มอาของตัวเองอยู่ ก็เหมือนจะประสบความสำเร็จแล้วน่ะสิ
“เบลล่า รู้ไหมว่าผู้หญิงกับผู้ชายจูบกัน ที่ตรงนั้นมันคืออะไร” เบลล่าส่ายหน้าไปมา
“ถ้ารู้ เธอจะถามเพื่อนของเธอไหมล่ะ” เธอกรอกตาไปมา และหันมาจ้องเพื่อนของตนอย่างต้องการรู้คำตอบ
“การจูบตรงนั้นหมายถึง การแสดงความรักระหว่างชายกับหญิงอย่างไรล่ะ”
คำพูดของเพื่อนเธอเข้ามาวนเวียนเพิ่มเติมอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา
“เบล”
“เบลล่า”
“เบลล่า!!” เสียงพูดดังขึ้นที่คล้ายจะดูเหมือนเสียงตะคอกเรียกสติเธอเสียมากกว่า
“คะ มีอะไรหรือเปล่าคะอาเจ”
“นั่งเขี่ยข้าวในจานไปมา ทำไมไม่กินเสียที เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอกลับมาจากโรงเรียนตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่แล้ว แต่ทว่าเหมือนสติของเธอจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย
“ปะ เปล่าค่ะ”
เธอพูดออกไปได้ไหม ที่มีอาการเหม่อลอยอย่างนี้ เป็นเพราะเขานั่นแหละที่มาขโมยจูบแรกของเธอไป
“งั้นก็รีบกินข้าว ถ้าอาหารไม่อร่อยจะได้เปลี่ยนเชฟ”
“อร่อย อร่อยค่ะ หนูจะกินมันให้หมดเดียวนี้” หญิงสาวรีบก้มตักอาหารเข้าไปในปากจนหมดจาน ก่อนจะรีบลุกออกจากโต๊ะอาหารนี้ไป
‘คนบ้าอะไรมาจูบคนอื่นแล้วยังนั่งกินข้าวหน้าตาเฉย ไม่รู้เลยหรือไงว่าอกของเธอจะระเบิดแตกตายอยู่แล้ว’
ถึงเธอจะชอบกอดชอบหอมอาของเธอ แต่เขาก็ชอบทำใบหน้านิ่งและเรียบบขรึมทุกครั้ง
“คงเมาละมั้ง อาเจไม่ได้ชอบหนูหรอก” เธอพึมพำกับตัวเอง
“สติ สติ ยัยเบล”
กว่าเธอจะเรียกสติกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้ก็ผ่านไปเกือบสัปดาห์
‘แค่จูบยังขนาดนี้ ถ้าอาเจหลงรักเธอ เหมือนที่เธอกำลังตกหลุมรักเขา เธอไม่เป็นบ้าเลยเหรอ’ เธอหัวเราะขบขันให้กับตัวเอง
หลังจากเธอเลิกเรียนอีกวัน ก็ได้เวลากลับบ้าน
เธอเดินเข้าไปทักทายอาเจที่นั่งอยู่ในห้องทำงาน เพราะพี่ลีโอบอกว่า เจคอบกลับมาตั้งแต่บ่ายแล้ว
“อาเจ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้เขา แต่ใบหน้าของอาที่เงยขึ้นมามันเต็มไปด้วยคำถามที่ถูกคิ้วผูกเป็นปมอยู่ต่อหน้าเธอ
“ทำไม”
“คะ” เธอเอียงคอถามด้วยความสงสัย ‘วันนี้เธอทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ ทำไมถึงตั้งประโยคคำถามนี้ออกมา’
“ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นกอดกับหอมแก้มอาเลย” พระเจ้าคนหน้านิ่งอย่างเขา ถามออกมาตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ
จะให้เธอบอกยังไง ว่าตอนนี้เธอแอบประหม่าไปหมดแล้ว อยากจะเข้าไปกอดจนตัวสั่น แต่ตอนนี้ใจของเธอกลับไม่กล้า
“ก็อาเจบอกให้หนูเว้นระยะห่างนี่คะ” เธอพูดปดคำโต จริงๆ แล้วเธอไม่กล้าเข้าใกล้เพราะหัวใจของเธอมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เวลาที่อยู่ใกล้กับเขา
“บอกกี่ครั้งแล้ว อาคือข้อยกเว้น”
เธอพยักหน้าตอบรับเขา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อาของเธอ และสวมกอดบนเก้าอี้ทันที
หน้าของเธอทันร้อนผ่าว ใจของเธอเต้นโครมครามจนกลัวว่าอาของเธอจะได้ยิน
จุ๊บ!
ริมฝีปากบางๆ ของเธอสัมผัสกับแก้มสาก ทำให้ใบหูของเขาแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“หึ” เขากระตุกยิ้มออกมาอย่างพอใจ แต่เธอกลับดีดตัวลุกขึ้นและวิ่งออกจากห้องทำงานไปทันที
“ยัยเด็กแสบ!!” เธอคงรู้เป็นแน่ว่าเขาแอบจูบเธอในคืนวันนั้น ถึงได้ทำตัวผิดปกติอย่างนี้
‘นึกว่าจะแน่ โดนไปแค่นี้ ยังตื่นตระหนกขนาดนี้ ถ้าโดนมากกว่านี้จะเป็นขนาดไหนกัน’
เขาพยายามสลัดความคิดนี้ทิ้งก่อนจะกลับมาเข้าโหมดทำงานปกติ
ก๊อกๆๆ
“เสร็จแล้วยัง”
“เสร็จแล้วค่ะ อาเจ” หญิงสาวรีบเปิดประตูห้องนอนออกมา พร้อมกับกระเป่าใบโต
นี่เป็นช่วงปิดเทอม เพื่อเตรียมขึ้นเกรด 11 แต่พ่อกับแม่ของเธอเพิ่งมาเยี่ยม เธอจึงไม่ได้กลับไปเที่ยวที่ประเทศไทย แต่กลับตัดสินใจไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศกับอาเจแทน
หมู่บ้านแห่งนี้เธอเคยอาศัยอยู่ในช่วงวัยเด็ก และเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่ดีและอบอุ่น เธอตัดสินใจมาพักบ้านตากอากาศที่คุณตาซื้อเอาไว้ นี่ก็ผ่านมาหลายปีจนเธอย่างเข้าอายุ 18 แล้ว คุณตาของเธอก็ได้จากไปอย่างสงบในพื้นที่แห่งนี้ แต่ร่างของคุณตากลับไปอยู่ที่เมืองไทยพร้อมกับคุณยายบนภูเขาที่เงียบสงบ นี่เป็นความปรารถนาของคุณตาที่อยากอยู่ใกล้คุณยาย แต่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้คุณแม่ของเธอเคยเล่าให้ฟังว่า ที่แห่งนี้คุณตาและคุณแม่ของเธอตัดสินย้ายมาเหตุเพราะตอนนั้น คุณแม่ไม่รู้ว่าพ่อคลาสรักพวกเรา ในท้องของแม่กำลังมีเธออยู่ ทำให้แม่ของเธอกลัวว่าพ่อจะพรากเธอไป จึงได้ตัดสินใจขายทรัพย์สินทุกอย่างที่เมืองไทย มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่นานหลายปี และคุณแม่ของเธอก็ได้พบกับอาเจที่เป็นเพื่อนแสนดีเสมอมาแถมยังเลี้ยงดูเธอตั้งแต่ยังไม่ลืมตา หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อก็มาตามง้อคุณแม่ และย้ายกลับไปยังประเทศไทย เว้นแต่คุณตาที่ขอใช้ชีวิตบั้นปลายในที่สงบแห่งนี้ก่อนสิ้นลมหายใจ
“เบลล่า ไม่นอนบ้านพักกับอาหรือ” เจคอบถามออกมาเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึง
“เบลขอนอนที่บ้านคุณตานะคะ”
“นอนคนเดียวมันอันตราย”
“เบลอายุจะ 18 แล้วนะคะ ดูแลตัวเองได้แล้ว”
“ถ้าดูแลได้ พ่อกับแม่ของหนูคงไม่ต้องให้อาตามดูขนาดนี้หรอก”
“เชื่อหนูสิ บ้านอาเจก็อยู่ใกล้ๆ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวเบลค่อยเรียกก็ได้ “
“แต่ว่า..”
“นะคะอาเจ” มือบางเอื้อมไปเกาะแขนร่างหนาและทำหน้าตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ ก็เธอรู้สึกคิดถึงบ้านหลังนี้จริงๆ นี่นา บ้านของอาเจหลังใหญ่ก็จริง สะดวกสบายกว่า แต่นานๆ มาที่นี่สักครั้ง เธอก็ยังอยากนอนที่บ้านของครอบครัวตนเอง
“งั้นก็ตามใจ ถ้ามีอะไรก็เรียกอา”
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ห้องรับรองโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานครเบลล่าอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวกระโปรงบานดุจราวกับเจ้าหญิงในนิยาย กำลังเดินควงแขนพ่อคาลอสของเธอเข้ามาในงาน ที่มีเจคอบอยู่ในชุดสูทเจ้าบ่าวทักซิโด้สีดำยืนรอเธออยู่หน้าเวทีที่ถูกเนรมิตด้วยดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพูสลับกันไป บรรยากาศงานแต่งของทั้งสองดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นอย่างมาก มีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมชื่นชมและแสดงความยินดีให้กับทั้งสองคนคาลอสเดินมาส่งลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือลูกสาวให้กับเจคอบ น้องชายที่เขารักมากที่สุด“ฉันคงต้องมอบลูกสาวของฉันให้นายจริงๆ แล้วสินะ อย่าทำให้ลูกฉันต้องเสียใจ หากมีครั้งต่อไป นายจะไม่มีวันได้ลูกสาวของฉันไปเคียงข้างกายอีกเป็นแน่”“มันจะไม่มีครั้งต่อ เบลล่าจะไม่มีวันต้องเสียใจ ต่อจากนี้ไป ผมขอสัญญาจะดูแลลูกสาวของพี่ให้ดีที่สุด”“ฝากดูแลลูกสาวที่น่ารักของฉันคนนี้ด้วย” คาลอสพูดออกไปพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเขาไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องยกลูกสาวให้กับน้องชายที่เขารักมากๆ แถมยังมีศักดิ์เป็นอาของลูกสาวของตัวเองอีกด้วย เจ้าบ่าวที่เห็นเจ้าสาวตั้งแต่แรกเกิด และยังดูแลมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องของภรรย
ตัวของเธอนอนแผ่ราบอยู่บนเก้าอี้เอนนอนด้วยท่าทีที่หมดสภาพ ‘เขามันคนเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งเธออยู่ร่ำไป’เธอนอนทอดสายตามองดูเจคอบกำลังยิ้มหวานให้กับเธอ มือของเขาปลดกางเกงนอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาเธอ และใช้มือทั้งสองจับขาของเธอแยกออกจากกัน“จะทำตรงนี้จริงๆ เหรอคะ” เธอถามออกมาเพื่อความแน่ใจ บนดาดฟ้าที่อากาศเย็นลง และโล่งแจ้ง มันทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงเหลือเกิน“เฮีย อยากลอง ได้ไหมครับ” เขาพูดเสียงหวานและออดอ้อนเธอ“แต่เก้าอี้มันไม่ถนัดนะคะ”“งั้นก็..”พรึ่บ!!“อ๊ะ” เขาจับตัวเธอดึงขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่ตัวเองจะสลับลงไปนั่งแทน และมีเธอนั่งอยู่บนตัวของเขา“เฮียเจ!” เธอที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ตกใจคล้องคอเขาเอาไว้แน่น สะโพกของเธอในตอนนี้มันกำลังเบียดกับแก่นกายนูนๆ ของเขา ทำให้ใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย“ขึ้นให้เฮียหน่อยสิครับ”“แต่ว่า หนูทำไมเก่ง”“ก็ฝึกสิครับ เดี๋ยวเฮียคอยสอน”“สัญญาก่อนว่าทำที่ตรงนี้แค่ครั้งเดียวนะ”“สัญญา ดาดฟ้าแค่ครั้งเดียว หึหึ”หญิงสาวที่ได้คำมั่นสัญญาจากเขา ก็ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้น และใช้มือของเธอประคองแก่นกายของเขา ก่อนจะค่อยนั่งทับมันลงไป“ซี๊ดดดด ฮืมมมม
“ทำไมขี้แยจังเลยนะเรา” เจคอบที่ถูกสัมผัสสวมกอดจากทางด้านหลังก็หันหน้ามาหาเธอเขาเช็ดคราบน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน และประกบจูบทันทีไม่มีใครเอื้อนเอ่ยใดๆ ออกมา ทั้งสองจูบกันด้วยความคิดถึงนานหลายนาทีน้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มด้วยความสุขใจ ในที่สุดอาเจก็มาหาเธอ และยังมาหาถึงที่นี่อีกด้วย มันทำให้หัวใจของเธอพองโตและสุขเต็มเปี่ยมเลยล่ะผ่านไปนานหลายนาทีทั้งสองก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน จนเจคอบนั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนจะรีบผละริมฝีปากออกจากเธอ เพราะได้กลิ่นไหม้ของอาหาร‘ปลาที่เขากำลังทอดอยู่มันไหม้เกรียมเสียแล้ว’ ก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันและหัวเราะออกมา“จนได้ ครั้งหน้าห้ามจูบกันตอนทำอาหารรู้ไหม เดี๋ยวได้พากันอดกินข้าวพอดี ฮ่าๆ” เจคอบหัวเราะออกมา และยืนเกาศีรษะแก้เขิน ที่มัวแต่จูบเธอจนลืมปลาที่อยู่ในกระทะ“ทำไมละคะ จูบกันตรงนี้ก็ดีออก”“มันห้ามใจไม่อยู่ไง ปากหวานขนาดนี้ เฮียหยุดจูบเบลไม่ได้หรอก”“ฮืมมม ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอาแล้วล่ะคะ”“อยากเป็นผัว ไม่ได้อยากเป็นอา ต่อไปนี้เรียกว่าเฮียเจได้ไหมครับ” เจคอบฉีกยิ้มออกมาเขาดูหล่อมากๆ เลยล่ะ เวลาเขายิ้มออกมา จนสายตาของเธอมองเขาราวก
[อาเจขา ฮึก อาเจเป็นยังไงบ้าง โดนคุณพ่อต่อย เจ็บมากไหมคะ] หญิงสาวที่อยู่ในห้องนอนกดวิดีโอคอลหาอาของเธอหลังจากที่ได้ยินเสียงรถของอาเจขับออกไปจากบ้าน[อาไม่เป็นไร อย่าร้องไห้เลยนะ] [ฮึก อาเจอย่าลืมทายานะคะ หน้าหล่อของอาเจช้ำหมดเลย หนูโกรธคุณพ่อ][อย่าโกรธคุณพ่อเลย อาโดนพ่อของเบลต่อยก็สมควรแล้วล่ะ] เขาพูดและยิ้มมุมปากออกมา เด็กสาวคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยน และน่ารักเหลือเกินจริงๆ เขาควรจะโดนมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ทั้งปิดบังเรื่องราวต่างๆ แถมยังเจาะไข่แดงหลานสาวอีก คาลอสพ่อของเธอควรจะเอาปืนมาจ่อหัวเขาเสียด้วยซ้ำ ที่ทำให้ลูกสาวของเขาทุกข์ใจมาหลายปี [อยู่บ้านอย่าดื้อ เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่นะครับ][อาเจจะไปไหนคะ][อาขอไปจัดการธุระที่บ้านสวีเดนก่อน แล้วอาจะกลับมา][แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ][เรื่องนี้อาก็ไม่ค่อยแน่ใจ เบลต้องไปถามคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ][ฮึก อาเจอย่าไปนานนะคะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ] [อาจะรีบกลับมา อารักเบลนะ][หนูก็รักอาเจค่ะ]หลังจากที่เธอกดวางสายจากอาเจ ก็ปาดน้ำตาและเดินลงไปยังด้านล่าง“พ่อคะแม่คะ หนูรักอาเจ” เธอสารภาพความในใจออกไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งมองและคลี่ยิ้มออกมา“พ่อกั
ผลั๊วะ!ตุบ!“คุณพ่อคะ อย่าทำอาเจ แบบนี้สิคะ ฮึก” เบลล่าร้องไห้ออกมา เมื่อคาลอสพ่อของเธอปล่อยหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าของเจคอบหญิงสาวร้องไห้และสวมกอดเขาไว้แน่น เพราะกลัวว่าพ่อของเธอจะทำร้ายอาเจของเธออีก“อาไม่เป็นไร เบลล่า” เจคอบประคองใบหน้าเธอเอาไว้และเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าของเธอ“อาของหนูสมควรโดน มาหลอกดวงใจของพ่อนานหลายปี” “ขอโทษครับพี่คลาส ขอโทษที่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว พร้อมจะดูแลเบลล่าไปตลอดชีวิตแล้วครับ” “นายรักลูกสาวฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ”“ถ้าไม่รัก คงไม่ปล่อยให้พี่มาต่อยหน้าของผมแบบนี้หรอก”เจคอบคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงในบ้านของเธอเขากับเธอตัดสินใจบินกลับมาหลังจากเคลียร์ใจกัน และเจคอบมาที่นี่ในวันนี้เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดให้กับพ่อของแม่เบลล่าได้รู้ความจริง ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็นความจำเป็น“เบลล่า ลุกออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้” เสียงของน้ำค้างดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเจคอบทำให้เธอเห็นใจเพื่อนของตน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ เพราะเจคอบปล่อยให้ดวงใจสุดที่รักของเธอต้องร้องไห้และโศกเศร้าม
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนอันสดใส มันควรเป็นวันที่ดีสำหรับเธอ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สภาพร่างกายของเธอในตอนนี้มันมีแต่รอยรักที่อาของเธอทำเอาไว้ เอวอันคอดกิ่วของเธอก็ราวระบมไปเสียหมด เธอก้าวเท้าลงจากเตียงที่ไร้ร่างของอาที่เคยกอดเธอเอาไว้เมื่อคืนทั้งคืนเขาทำให้เธอลืมเรื่องฟ้าร้องได้ แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอบอบช้ำ‘เธอทำผิดต่อภรรยาและลูกของเขา’ “ฮึก!!”น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลออกมาช่างเป็นผู้หญิงไร้ค่าสิ้นดี เธอปาดน้ำตาและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ท้องน้อยๆ ของเธอในตอนนี้กำลังร้องคำรามออกมา เพราะเจอบทรักของอาเมื่อคืน ทำให้ร่างกายของเธอต้องการอาหารเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายตื่นลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจอหน้าของเขาแล้ว“เบล แกกำลังคาดหวังอะไร จะไปรักคนมีครอบครัวแล้วไม่ได้นะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว”เธอเตือนสติตัวเองเท้าของเธอก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็ได้แต่ยืนตะลึงชายหนุ่ม สามีของคนอื่นกำลังยืนทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ด้วยใบหน้าที่สดใส“ตื่นแล้วหรือ เด็กน้อย มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” เจคอบยิ้มหวานออกมา ก่อนจะจูงมือของเธอมานั่งลงบนเก้าอี้และนำจานแพนเค้กที่หอมกรุ่นพร้อมกับนมมาวางต







