Masuk“ไม่ต้องร้องไห้นะ เธอไม่ได้ผิด”
หลังจากเธอตะคอกกลับใส่ผู้เป็นอา เธอก็ตัดสินใจเดินทางมายังโรงเรียนทันที โดยไม่ฟังเสียงห้ามของเขาเลยแม้แต่น้อย
ต่อหน้าของชายหนุ่มเธอทำเป็นเข้มแข็ง แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเธอมาเจอกับลอร่า ก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจทันที
“ฉันจะทำอย่างไรดีลอร่า ฉันไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้ว ฉันไม่อยากจะกลับไปสู้หน้าคนแบบนั้น”
“ใจเย็นๆ นะ เธอไม่ได้ผิด ทำไมต้องหลบหน้าด้วยล่ะ ดีเสียอีก เธออยู่ที่นั่นแล้วฉีกหน้ากากแม่ดาราสาวคนนั้นออก สะใจกว่าเยอะ”
คำปลอบของลอร่าทำให้เธอฉุกคิดขึ้นได้
‘ทำไมเธอจะต้องยอม ยัยนั่นสิต้องเป็นคนออกไป’
ฉันรักอาเจของฉันมาตั้งนาน
ด้านของเจคอบ..
“กล้องวงจรปิดในห้องโถงที่นายให้ไปดู อยู่นี่ครับ” ลีโอคนสนิทยื่นไอแพดให้กับเจคอบในห้องทำงาน
เจคอบรับมันมา และมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ตะคอกใส่หลานสาว เพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้เขาเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ และไม่ยอมฟังเธอเสียด้วยซ้ำ ไม่แปลกใจเลยที่หลานสาวจะต่อว่าตน
เขาเลี้ยงเธอมากับมือ ทำไมเขาไม่นึกคิดนะ ว่าถึงเธอจะดื้อแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยทำกิริยาแบบนั้นออกมา
“เบลล่าเป็นไงบ้าง” เจคอบถามออกมาด้วยความห่วงใย
“ตอนที่คนขับรถไปส่งเธอ เธอเข้มแข็งมากครับ ใบหน้ายังเรียบนิ่งไม่เสดงอาการโกรธหรือน้อยใจแต่อย่างใด แต่เมื่อไปถึงโรงเรียน คนขับรถเล่าว่า เธอร้องไห้ฟูมฟายกับคุณลอร่อเพื่นสนิทของเธอครับ” ลีโอรายงานไปตามความเป็นจริง
เจคอบใช้นิ้วนวดเข้าไปที่ขมับของตนก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
‘เคธี่จะต้องขอโทษเธอ ที่ใส่ร้ายเธอแบบนั้น’
“เย็นนี้สั่งเชฟจัดเตรียมอาหารจานโปรดให้กับเบลล่าด้วย แล้วช่วยจัดการเชิญเคธี่มาทานข้าวที่บ้านเหมือนกัน”
“รับทราบครับนาย”
“วันนี้มีอะไรที่ฉันต้องอนุมัติอีกไหม” เจคอบยกข้อมือมองดูเวลาบนนาฬิกาเรือนแพง
“ไม่มีแล้วครับนาย”
“งั้นเตรียมรถไปโรงเรียนของเบลล่า วันนี้ฉันจะไปรับเธอ”
รถคันหรูจอดเทียบอยู่หน้าประตูโรงเรียน
โดยมีบอดี้การ์ดสามสี่คนยืนคุมอยู่ข้างตัวรถ
ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนนักเรียนส่วนใหญ่ต่างทยอยพากันกลับบ้าน มีเด็กสาวมากมายยืนกรีดร้องให้เหล่าบอดี้การ์สุดหล่อทั้งหลายที่หน้าประตูรั้วของโรงเรียน
เว้นแต่เคธี่และลอร่าที่ยืนมองด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเธอทั้งสองจึงเดินเข้าไปดูก็พบกับรถยนต์คันหรูที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
ประตูรถถูกเปิดออกมาในขณะที่เธอยืนอยู่ต่อหน้าเหล่าลูกน้องของอาเจ ก่อนจะมีขายาวสวมชุดสูทมีภูมิฐานก้าวลงมาจากรถ ทำให้เหล่านักเรียนพากันกรีดร้องหนักกว่าเดิม ด้วยความหล่อและมีออร่าทะลุแว่นตากันแดดสีดำ อาเจของเธอหล่อไม่แผ่วเลย แม้ว่าจะอายุใกล้เลขสี่แล้วก็ตาม
“อาเจ มาทำไมคะ”
“มารับเด็กดื้อ”
“ถ้าจะมารับหนูให้ไปขอโทษ ยัยเคธี่ บอกเลยไม่ต้องลำบากมาถึงที่นี่หรอกค่ะ
เพราะหนูไม่มีวันที่จะพูดคำว่าขอโทษออกไป”
“ทำไมล่ะ”
“ก็หนูไม่ได้เป็นคนผิด ยัยบ้านั่นเอานมราดตัวเองต่างหาก แล้วมาใส่ร้ายคนอื่น”
“ขึ้นรถสิ แล้วเราค่อยไปคุยกันที่บ้าน” เจคอบที่เห็นว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดในที่สาธารณะจึงตัดบทให้หลานของตนขึ้นรถกลับไปกับเขา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ วันนี้เบลจะไปเล่นที่ห้องของลอร่าก่อนแล้วค่อยกลับ เชิญอาเจกับดาราสุดสวยไปพลอดรักกันเลยค่ะ”
เบลล่าพูดพร้อมจูงมือลอร่าจะเดินจากไป แต่ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือของหญิงสาวและดันตัวเธอเข้าไปในรถทันที
“ว๊ายย อาเจจะทำอะไร อย่ามาทำแบบนี้กับหนูนะ” เธอโวยวายเสียงดังลั่นท่ามกลางสายตางุนงงของนักเรียนหลายๆ คน
“เธอจะกลับยังไง ให้คนของฉันไปส่งไหม” เจคอบหันไปพูดกับเพื่อนสนิทของเบลล่าที่กำลังยืนอึ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“มะ ไม่ต้องค่ะ ลอร่ากลับเองได้”
“อืม วันหน้าฉันจะเลี้ยงข้าวเธอที่บ้าน ขอโทษวันนี้ที่ให้เบลล่าไปเล่นกับเธอไม่ได้” เจคอบพูดพร้อมก้าวเข้าไปนั่งในรถก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“มะ มองอะไรกัน ไม่เคยเห็นอามารับหลานที่โรงเรียนหรือยังไง” ลอร่าตะโกนออกไปใส่นักเรียนพวกนั้น ก่อนที่วงล้อมจะค่อยๆ สลายตัวจากไป
ลอร่อรู้แต่ว่าอาเจของเพื่อน มีนิสัยดุและเย็นชา แต่ไม่คิดว่าจะทำกับเพื่อนของเธอโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวขนาดนี้
“น่ากลัวชะมัด”
ภายในรถ..
“อาเจ สั่งให้พี่ลีโอหยุดรถเดี๋ยวนี้นะ เบลจะลง”
“อย่าดื้อ กลับไปกินข้าวที่บ้าน แล้วค่อยคุยกัน”
“ไม่กิน และไม่คุย อาเจไม่เคยฟังหนูอยู่แล้ว พูดอะไรไปก็ไม่เชื่อ อาเจจะมาคุยกับหนูทำไม”
“วันนี้เคธี่จะมาทานข้าวเย็นด้วย”
“ก็เรื่องของอาเจสิคะ จะมาบอกหนูทำไม หนูไม่อยากรู้เรื่อง”
“หนูจะต้องกินด้วย”
“ไม่กิน หนูจะไม่มีวันร่วมโต๊ะกับยัยนั่นเด็ดขาด”
“ถ้าดื้อแล้วไม่เชื่อฟัง อาจะโทรหาแม่ของเบลให้มารับกลับไป”
“อาเจ!!!” หญิงสาวตะคอกใส่หน้าเขาเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
หญิงสาวใช้มือจิกเข้าไปที่ฝ่ามือของตัวเองอย่างแรงด้วยความโกรธ ‘ทำไมเขาต้องเอาเรื่องนี้มาขู่อยู่เรื่อย’
“ถ้าโกรธก็มาลงที่อา อย่าทำร้ายตัวเอง” เจคอบเหลือบมองหญิงสาวที่กำลังโกรธเคืองเขา กำลังทำร้ายตัวเองอยู่ จึงพูดออกมา
เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็ใช้มือบางทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายความโกรธออกมาทันที โดยไม่สนว่าเขาจะเป็นเช่นไร
“คนบ้า!”
“อาเจบ้าที่สุด”
“เชื่อแต่ยัยนั่น แต่ไม่เคยฟังเบลเลย”
“วันนี้หนุจะตีอาให้ตายไปเลย” เจคอบที่โดนหญิงสาวทุบตี ก็หัวเราะออกมา
ตัวแค่นี้ แรงแค่นี้นะหรือ จะตีเขาให้ตาย
หญิงสาวทั้งทุบทั้งตี และกัดเขาจนเป็นรอยตลอดระยะเวลาที่เดินทางมา
เมื่อรถมาถึงคฤหาสน์ เขาก็จัดการอุ้มเบลล่าไปยังห้องนอนของเธอทันที และนั่งเฝ้าเธออาบน้ำแต่งตัวลงไปทานอาหารเย็นด้วยกัน
เธอเดินกระทึบเท้าด้วยความไม่พอใจ ต่างจากดาราสาวส่วมชุดเดรสสีแดงเพลิงนั่งกรีดยิ้มอยู่บนโต๊ะอาหาร
“ขอโทษที่ทำให้คุณรอนานนะครับคุณเคธี่ หลานสาวผมดื้อนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ เคธี่ก็เพิ่งมาถึง”
“ครับ งั้นเรามาเริ่มทานอาหารกันเลยดีไหมครับ ถ้านานไปอาหารจะจืดชืดหมด”
“ค่ะ วันนี้ไม่มีอาหารอิตาเลียนหรือคะ” เธอกวาดสายตามองบนโต๊ะก็พบว่ามีแค่อาหารไทย
“ไม่ชอบหรือครับ”
“เปล่าค่ะ แค่เคธี่ไม่ค่อยถนัดทานนิดหน่อย”
“ครับ พอดีว่าผมสั่งให้เชฟทำอาหารจานโปรดให้หลานสาวของผม” เขาพูดพร้อมตักอาหารใส่จานของหลานสาวที่ตอนนี้โกรธ แต่ไม่ยอมพูดอะไร
เพราะกลัวว่าเขาจะส่งเธอกลับบ้าน
“ดีจังเลยนะคะ เคธี่แอบอิจฉาน้องเบลล่าเลยที่มีคุณอาใส่ใจเธอขนาดนี้”
“หลานของผม ผมเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก ก็ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะใครที่กล้ามาใส่ร้ายเธอหรือทำให้เธอเสียใจ ผมไม่มีวันปล่อยไปแน่”
เคธี่ที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ทันที เพราะปกติชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ค่อยพูดอะไร แต่วันนี้กลับพูดออกมายาวเยียดและยังเป็นประโยคที่ดูน่ากลัวอีกด้วย
เจคอบพูดจบก็ชูมือเรียกบอดี้การ์ดเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาต้องการอะไร
ลีโอเห็นดังนั้นก็ยื่นไอแพดให้เจ้านายทันที
เคธี่เห็นก็หน้าซีดเผือก ต่างจากเบลล่าที่โกรธและยังก้มหน้าก้มตาทานอาหารให้เสร็จจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วๆ
“คุณเคธี่ครับ รบกวนอธิบายเหตุการณ์เมื่อเช้าหน่อยได้ไหมครับ ว่าทำไมถึงเอานมราดตัวเอง แล้วมาใส่ร้ายหลานผม”
เบลล่าที่กำลังเคี้ยวข้าวก็วางช้อนและเบิกตากว้างมองดูอาของเธอ
ตอนนี้แววตาและรอยยิ้มของอาน่ากลัวยิ่งนัก เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของอาเธอเลย
“คะ คือว่า” เคธี่พยายามจะอธิบาย แต่เหมือนว่าอธิบายไปก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะคนตรงหน้าเธอทั้งเก่งและฉลาด
“อธิบายให้ผมพอใจ แล้วผมจะปล่อยคุณไป”
“เคธี่ขอโทษค่ะ เคธี่แค่รักคุณมากเกินไป ไม่อยากให้หลานสาวของคุณมาอยู่ใกล้คุณ เพราะเคธี่กลัว กลัวว่าคุณจะตกหลุมรักหลานที่ไม่แท้”
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของผม หลานของผม ผมเลี้ยงดูมาอย่างดี คุณกล้ามาใส่ร้ายหลานของผมได้ยังไง”
“ก็เพราะหลานของคุณเธอกำลังคิดไม่ซื่อน่ะสิคะ”
“อย่ามาพูดจาแบบนี้ ระหว่างผมกับหลาน ไม่มีทางเปลี่ยนสถานะเป็นอย่างอื่น”
ฉึก!!
‘เจ็บจัง’ เหมือนอาของเธอจะปกป้องเธอ แต่เหมือนว่าเขาก็ทำร้ายเธอเช่นเดียวกัน บอกให้ยัยนั่นตบหน้าเธอยังจะดีกว่า
“ขอโทษค่ะ เคธี่จะไม่ทำอีกแล้ว ให้อภัยเคธี่นะคะ”
“คนที่คุณต้องขอโทษคือ หลานสาวของผม” เจคอบตะคอกใส่ดาราสาว เธอได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกจากเก้าอี้และวิ่งไปคุกเข่าต่อหน้าเบลล่าทันที
“ฉันขอโทษนะเบลล่า ขอโทษที่ใส่ร้ายเธอ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ให้อภัยฉันเถอะนะ”
เบลล่ามองดูดาราสาวที่กำลังสติแตก เพราะยัยนี่กำลังกลัวอาเจของเธอ
หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นและคิดว่าเรื่องไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก และเธอก็ไม่ได้เจ็บตัว มีแต่ยัยนี่ที่หาเรื่องใส่ตัวเอง จึงพยักหน้าและบอกให้เธอกลับไปนั่งที่
แต่ทว่าชายหนุ่มกลับสั่งให้เธอออกจากบ้านไปโดยเร็วที่สุด จนหญิงสาวคนนั้นปลีกตัวออกไปแทบไม่ทัน
“ต่อไปนี้อย่ามายุ่งและพัวพันธุ์กับครอบครัวของผม ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ห้องรับรองโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานครเบลล่าอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวกระโปรงบานดุจราวกับเจ้าหญิงในนิยาย กำลังเดินควงแขนพ่อคาลอสของเธอเข้ามาในงาน ที่มีเจคอบอยู่ในชุดสูทเจ้าบ่าวทักซิโด้สีดำยืนรอเธออยู่หน้าเวทีที่ถูกเนรมิตด้วยดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพูสลับกันไป บรรยากาศงานแต่งของทั้งสองดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นอย่างมาก มีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมชื่นชมและแสดงความยินดีให้กับทั้งสองคนคาลอสเดินมาส่งลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือลูกสาวให้กับเจคอบ น้องชายที่เขารักมากที่สุด“ฉันคงต้องมอบลูกสาวของฉันให้นายจริงๆ แล้วสินะ อย่าทำให้ลูกฉันต้องเสียใจ หากมีครั้งต่อไป นายจะไม่มีวันได้ลูกสาวของฉันไปเคียงข้างกายอีกเป็นแน่”“มันจะไม่มีครั้งต่อ เบลล่าจะไม่มีวันต้องเสียใจ ต่อจากนี้ไป ผมขอสัญญาจะดูแลลูกสาวของพี่ให้ดีที่สุด”“ฝากดูแลลูกสาวที่น่ารักของฉันคนนี้ด้วย” คาลอสพูดออกไปพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเขาไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องยกลูกสาวให้กับน้องชายที่เขารักมากๆ แถมยังมีศักดิ์เป็นอาของลูกสาวของตัวเองอีกด้วย เจ้าบ่าวที่เห็นเจ้าสาวตั้งแต่แรกเกิด และยังดูแลมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องของภรรย
ตัวของเธอนอนแผ่ราบอยู่บนเก้าอี้เอนนอนด้วยท่าทีที่หมดสภาพ ‘เขามันคนเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งเธออยู่ร่ำไป’เธอนอนทอดสายตามองดูเจคอบกำลังยิ้มหวานให้กับเธอ มือของเขาปลดกางเกงนอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาเธอ และใช้มือทั้งสองจับขาของเธอแยกออกจากกัน“จะทำตรงนี้จริงๆ เหรอคะ” เธอถามออกมาเพื่อความแน่ใจ บนดาดฟ้าที่อากาศเย็นลง และโล่งแจ้ง มันทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงเหลือเกิน“เฮีย อยากลอง ได้ไหมครับ” เขาพูดเสียงหวานและออดอ้อนเธอ“แต่เก้าอี้มันไม่ถนัดนะคะ”“งั้นก็..”พรึ่บ!!“อ๊ะ” เขาจับตัวเธอดึงขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่ตัวเองจะสลับลงไปนั่งแทน และมีเธอนั่งอยู่บนตัวของเขา“เฮียเจ!” เธอที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ตกใจคล้องคอเขาเอาไว้แน่น สะโพกของเธอในตอนนี้มันกำลังเบียดกับแก่นกายนูนๆ ของเขา ทำให้ใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย“ขึ้นให้เฮียหน่อยสิครับ”“แต่ว่า หนูทำไมเก่ง”“ก็ฝึกสิครับ เดี๋ยวเฮียคอยสอน”“สัญญาก่อนว่าทำที่ตรงนี้แค่ครั้งเดียวนะ”“สัญญา ดาดฟ้าแค่ครั้งเดียว หึหึ”หญิงสาวที่ได้คำมั่นสัญญาจากเขา ก็ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้น และใช้มือของเธอประคองแก่นกายของเขา ก่อนจะค่อยนั่งทับมันลงไป“ซี๊ดดดด ฮืมมมม
“ทำไมขี้แยจังเลยนะเรา” เจคอบที่ถูกสัมผัสสวมกอดจากทางด้านหลังก็หันหน้ามาหาเธอเขาเช็ดคราบน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน และประกบจูบทันทีไม่มีใครเอื้อนเอ่ยใดๆ ออกมา ทั้งสองจูบกันด้วยความคิดถึงนานหลายนาทีน้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มด้วยความสุขใจ ในที่สุดอาเจก็มาหาเธอ และยังมาหาถึงที่นี่อีกด้วย มันทำให้หัวใจของเธอพองโตและสุขเต็มเปี่ยมเลยล่ะผ่านไปนานหลายนาทีทั้งสองก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน จนเจคอบนั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนจะรีบผละริมฝีปากออกจากเธอ เพราะได้กลิ่นไหม้ของอาหาร‘ปลาที่เขากำลังทอดอยู่มันไหม้เกรียมเสียแล้ว’ ก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันและหัวเราะออกมา“จนได้ ครั้งหน้าห้ามจูบกันตอนทำอาหารรู้ไหม เดี๋ยวได้พากันอดกินข้าวพอดี ฮ่าๆ” เจคอบหัวเราะออกมา และยืนเกาศีรษะแก้เขิน ที่มัวแต่จูบเธอจนลืมปลาที่อยู่ในกระทะ“ทำไมละคะ จูบกันตรงนี้ก็ดีออก”“มันห้ามใจไม่อยู่ไง ปากหวานขนาดนี้ เฮียหยุดจูบเบลไม่ได้หรอก”“ฮืมมม ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอาแล้วล่ะคะ”“อยากเป็นผัว ไม่ได้อยากเป็นอา ต่อไปนี้เรียกว่าเฮียเจได้ไหมครับ” เจคอบฉีกยิ้มออกมาเขาดูหล่อมากๆ เลยล่ะ เวลาเขายิ้มออกมา จนสายตาของเธอมองเขาราวก
[อาเจขา ฮึก อาเจเป็นยังไงบ้าง โดนคุณพ่อต่อย เจ็บมากไหมคะ] หญิงสาวที่อยู่ในห้องนอนกดวิดีโอคอลหาอาของเธอหลังจากที่ได้ยินเสียงรถของอาเจขับออกไปจากบ้าน[อาไม่เป็นไร อย่าร้องไห้เลยนะ] [ฮึก อาเจอย่าลืมทายานะคะ หน้าหล่อของอาเจช้ำหมดเลย หนูโกรธคุณพ่อ][อย่าโกรธคุณพ่อเลย อาโดนพ่อของเบลต่อยก็สมควรแล้วล่ะ] เขาพูดและยิ้มมุมปากออกมา เด็กสาวคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยน และน่ารักเหลือเกินจริงๆ เขาควรจะโดนมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ทั้งปิดบังเรื่องราวต่างๆ แถมยังเจาะไข่แดงหลานสาวอีก คาลอสพ่อของเธอควรจะเอาปืนมาจ่อหัวเขาเสียด้วยซ้ำ ที่ทำให้ลูกสาวของเขาทุกข์ใจมาหลายปี [อยู่บ้านอย่าดื้อ เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่นะครับ][อาเจจะไปไหนคะ][อาขอไปจัดการธุระที่บ้านสวีเดนก่อน แล้วอาจะกลับมา][แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ][เรื่องนี้อาก็ไม่ค่อยแน่ใจ เบลต้องไปถามคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ][ฮึก อาเจอย่าไปนานนะคะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ] [อาจะรีบกลับมา อารักเบลนะ][หนูก็รักอาเจค่ะ]หลังจากที่เธอกดวางสายจากอาเจ ก็ปาดน้ำตาและเดินลงไปยังด้านล่าง“พ่อคะแม่คะ หนูรักอาเจ” เธอสารภาพความในใจออกไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งมองและคลี่ยิ้มออกมา“พ่อกั
ผลั๊วะ!ตุบ!“คุณพ่อคะ อย่าทำอาเจ แบบนี้สิคะ ฮึก” เบลล่าร้องไห้ออกมา เมื่อคาลอสพ่อของเธอปล่อยหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าของเจคอบหญิงสาวร้องไห้และสวมกอดเขาไว้แน่น เพราะกลัวว่าพ่อของเธอจะทำร้ายอาเจของเธออีก“อาไม่เป็นไร เบลล่า” เจคอบประคองใบหน้าเธอเอาไว้และเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าของเธอ“อาของหนูสมควรโดน มาหลอกดวงใจของพ่อนานหลายปี” “ขอโทษครับพี่คลาส ขอโทษที่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว พร้อมจะดูแลเบลล่าไปตลอดชีวิตแล้วครับ” “นายรักลูกสาวฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ”“ถ้าไม่รัก คงไม่ปล่อยให้พี่มาต่อยหน้าของผมแบบนี้หรอก”เจคอบคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงในบ้านของเธอเขากับเธอตัดสินใจบินกลับมาหลังจากเคลียร์ใจกัน และเจคอบมาที่นี่ในวันนี้เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดให้กับพ่อของแม่เบลล่าได้รู้ความจริง ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็นความจำเป็น“เบลล่า ลุกออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้” เสียงของน้ำค้างดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเจคอบทำให้เธอเห็นใจเพื่อนของตน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ เพราะเจคอบปล่อยให้ดวงใจสุดที่รักของเธอต้องร้องไห้และโศกเศร้าม
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนอันสดใส มันควรเป็นวันที่ดีสำหรับเธอ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สภาพร่างกายของเธอในตอนนี้มันมีแต่รอยรักที่อาของเธอทำเอาไว้ เอวอันคอดกิ่วของเธอก็ราวระบมไปเสียหมด เธอก้าวเท้าลงจากเตียงที่ไร้ร่างของอาที่เคยกอดเธอเอาไว้เมื่อคืนทั้งคืนเขาทำให้เธอลืมเรื่องฟ้าร้องได้ แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอบอบช้ำ‘เธอทำผิดต่อภรรยาและลูกของเขา’ “ฮึก!!”น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลออกมาช่างเป็นผู้หญิงไร้ค่าสิ้นดี เธอปาดน้ำตาและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ท้องน้อยๆ ของเธอในตอนนี้กำลังร้องคำรามออกมา เพราะเจอบทรักของอาเมื่อคืน ทำให้ร่างกายของเธอต้องการอาหารเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายตื่นลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจอหน้าของเขาแล้ว“เบล แกกำลังคาดหวังอะไร จะไปรักคนมีครอบครัวแล้วไม่ได้นะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว”เธอเตือนสติตัวเองเท้าของเธอก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็ได้แต่ยืนตะลึงชายหนุ่ม สามีของคนอื่นกำลังยืนทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ด้วยใบหน้าที่สดใส“ตื่นแล้วหรือ เด็กน้อย มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” เจคอบยิ้มหวานออกมา ก่อนจะจูงมือของเธอมานั่งลงบนเก้าอี้และนำจานแพนเค้กที่หอมกรุ่นพร้อมกับนมมาวางต







