Share

บทที่ 11

Penulis: ภุมโม
last update Tanggal publikasi: 2024-11-20 10:15:03

“อะ...อื้ออ~...เฮ้ย! เริ่มมืดแล้วนี่! กี่โมงแล้ว!” เสียงบิดขี้เกียจดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายตามเอกลักษณ์ของเจ้าตัว

“สองทุ่มสิบสามนาที” อินที่กำลังวิดพื้นอยู่ข้างเตียงตอบกลับทันทีเพราะตอนนี้เขาจับเวลาในออกกำลังกายอยู่

“...สะ...สองทุ่ม!!!” ตะโกนอีกแล้ว ตอนเด็กกินโทรโข่งเข้าไปรึไงนะถึงได้ตะเบ็งเสียงเก่งขนาดนี้ อยากถามจริง ๆ ว่าไม่รู้สึกเจ็บคอบ้างเลยเหรอ

“มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย มันรบกวนข้างห้อง” หมี่ลุกขึ้นจากเตียงและเดินตรงมาหาเด็กหนุ่ม

“ก็คุยกันแล้วนี่! ว่าจะไปซื้อเห-” อินรีบพุ่งตรงไปปิดปากคนตัวเล็กในเสี้ยววินาทีก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดคำว่าเหล้าออกมาเพราะกลัวว่าข้างห้องอาจได้ยินเสียงของพวกเขา ด้วยแรงที่อินพุ่งหาหมี่บวกกับน้ำหนักตัวของอินทำให้คนตัวเล็กไม่อาจต้านทานไว้อยู่จนทั้งคู่เซล้มไปบนเตียง

“ชู่ว! อย่าพูดคำนั้นออกมานะ” โชคดีที่อินพลิกตัวทันเลยใช้ร่างกายของตัวเองรองรับแรงกระแทกแทนหมี่ มือขวาก็เผลอคว้าเอวอีกฝ้ายไว้แน่น

“อื้ออ อื้ออ” หมี่เบิกตากว้างเพราะตกใจและเริ่มดิ้นไปมาภายใต้ท่อนแขนที่โอบรัดรอบเอวบางของตัวเอง

“ไปซื้อตอนนี้ก็ยังทันน่า จะโวยวายทำไม” อาจเป็นเพราะตอนนี้ร่างกายของเด็กหนุ่มทั้งสองคนแนบชิดกันมากกว่าปกติทำให้หมี่ได้ยินเสียงทุ้มเข้มของอินดังใกล้หูมาก...มากจนคนตัวเล็กต้องยอมรับว่านอกจากจะหน้าตาหล่อแล้ว เสียงไอ้ยักษ์ก็ยังหล่อมากอีกด้วย

“อื้ออ! อื้อออ!” ทว่าสิ่งที่แย่ที่สุดในตอนนี้คือหมี่กำลังจะหมดอากาศหายใจ มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างจิกดึงมือหนาที่ปิดหน้าตัวเองออกอย่างสุดแรง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้กำปั้นทุบแขนของอีกฝ่าย อินที่รับรู้แล้วว่าคนตัวเล็กอยากให้ปล่อยมือก็ยื่นข้อเสนอเพื่อขอสงบศึก

“จะปล่อยมือแล้วนะ อย่าเสียงดังล่ะ”

“เฮือก! แฮ่กก แฮ่กก” หมี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้เป็นอิสระและดีดตัวขึ้นมานั่งเพื่อให้ตัวเองกลับมาหายใจอย่างปกติ อินที่เห็นอีกฝ่ายนั่งหอบจนหน้าแดงก็อดรู้สึกผิดไม่ได้และตั้งใจว่าครั้งถัดไปเขาจะเบามือกับอีกฝ่ายให้มากกว่านี้ (?)

“กูกะว่าจะปิดแค่ปากแต่มือกูใหญ่เลยดันปิดจมูกไปด้วย โทษที” อินก้มหัวเล็กน้อยพลางยกมือเกาท้ายทอยขณะพูดขอโทษอีกฝ่าย

“ไม่ใช่แค่ปากกับจมูก...แต่มือมึงปิดทั้งหน้ากูเลย!” หมี่หันกลับไปมองอินหมายจะด่าทอต่ออีกสักหน่อยให้สาแก่ใจแต่กลับต้องหยุดชะงักทันทีเพราะตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ก่อนหน้านี้อินออกกำลังกายโดยไม่ใส่เสื้อทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ตามเนื้อตัวก็มีเหงื่อหลงเหลืออยู่ กล้ามเนื้อแขนและช่วงอกที่สมกับเป็นนักกีฬานั้นเผยให้คนตัวเล็กได้เห็นอย่างเต็มตา ไหนจะมัดกล้ามเนื้อตรงช่วงท้องที่เป็นลอนราวกับก้อนขนมปังนั่นอีก หมี่ที่นั่งอยู่ตรงหว่างขาของอินพอดิบพอดีก็เป็นอะไรที่ล่อแหลมเกินจะรับไหว

“ขอโทษ” อีกครั้งแล้วที่อินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มพร้อมโน้มตัวลงมาหาคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน จนจมูกของทั้งสองคนเกือบจะชนกันอยู่แล้ว ซึ่งอินไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจของคนตรงหน้าเริ่มใจสั่น

ตึกตัก~ ตึกตัก~

เสียงอะไรน่ะ

อินที่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นก็อดนึกสงสัยไม่ได้ ทว่าเขาไม่ทันจะได้เงียบฟังหรือมองหาต้นตอของเสียงก็พบว่าคนตัวเล็กเริ่มหน้าแดงอีกครั้งและขยับตัวยุกยิกไปมา จนอินเผลอเอื้อมมือออกไปเพื่อจะแตะตัวอีกฝ่าย

“คะ...คือ รีบไปซื้อเห- เอ่ออ รีบไปร้านค้ากันดีกว่า!” เสียงเล็กแหลมของหมี่ที่เอ่ยชวนไปซื้อของทำให้ทั้งคู่หลุดออกจากสถานการณ์อันตรายครั้งนี้ไปได้และเรียกสติของอินให้กลับมาด้วย

เด็กหนุ่มรีบลงจากเตียงของคนตัวเล็กทันทีพลางคิดทบทวนว่าเมื่อกี้เขาตั้งใจจะทำอะไรกับอีกฝ่ายกันแน่ วินาทีนั้นเขามองว่าใบหน้าขาวอมชมพูของอีกฝ่ายกลายเป็นสีแดงระเรื่อดูน่ารักดีเลยเผลอยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว บ้าแล้ว นี่เขาเป็นอะไรไป!

ทางด้านหมี่ที่รู้ตัวว่าเผลอหวั่นไหวให้กับการกระทำของอินก็สับสนและลนลานไปหมดจนต้องรีบยกเรื่องซื้อเหล้าขึ้นมาอ้าง ในใจก็ได้แต่หวังว่าไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเขาเมื่อกี้นี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ทำไมไอ้ยักษ์ถึงทำให้เขาใจเต้นแรงได้ขนาดนี้!

.

.

.

กว่าที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะเดินจากห้องพักไปถึงร้านค้าก็เสียเวลาไปหลายนาที แถมยังมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกด้วย เรื่องแรกคือแม่ค้าขอดูบัตรประชาชนของหมี่เพราะไม่เชื่อว่าเขาอายุถึงเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อแอลกอฮอล์แล้ว นั่นทำให้หมี่หัวเสียเล็กน้อยเพราะเกือบไม่ได้ซื้อเหล้าเบียร์แต่ก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่แม่ค้ามองว่าเขาหน้าเด็ก

อินกลัวว่าจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ก็เดินมาเจรจาจนสำเร็จและนี่คือเรื่องไม่คาดฝันที่สอง แม่ค้ารีบหยิบเบียร์ทั้งหมดใส่ถุงพร้อมแถมกับแกล้มให้ ก่อนจะพูดตบท้ายว่า ‘ไอ้หนู เอ็งโดนพี่ชายบังคับให้มาซื้อก็ไม่บอก ส่วนเอ็งโตเป็นพี่คนแล้วทีหลังก็มาซื้อเองสิ’ ทำเอาทั้งคู่หน้าเหวอไปตาม ๆ กัน

การเดินมาซื้อเบียร์ไม่ยากเท่าการเอาเบียร์กลับห้อง อินรู้สึกขนลุกและเสียวสันหลังกับการทำผิดครั้งแรกในชีวิตจนเผลอสะดุดขาตัวเองไปบ้าง เดินชนขอบประตูทางเข้ามหาลัยฯ ไปบ้างแต่ก็ยังเก๊กขรึมไว้ได้อยู่ ต่างจากคนตัวเล็กที่เดินตัวปลิวและตอนนี้กำลังกลั้นขำจนไหล่สั่น

ถึงห้องแล้ว หมี่ไม่ลังเลที่จะล็อกประตูและรีบเดินไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางห้อง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างพร้อมโยกตัวไปมาอย่างกับเด็กที่มีความสุข อินทำได้แค่นั่งตามและเปิดกระป๋องเบียร์ยื่นให้อีกฝ่าย

กินหมดไปเพียงแค่กระป๋องเดียวเท่านั้น คนตัวเล็กก็เริ่มแปรสภาพจากคนกลายเป็นงู นอนเลื้อยไปเลื้อยมา พูดจาไม่ได้สติ อินถึงกับกุมขมับและส่ายหัวให้ความดันทุรังของอีกฝ่าย

“มึงเคยกินแอลกอฮอล์มั้ยเนี่ย” อินที่เห็นสภาพของหมี่ก็ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเพราะตอนนี้คนตัวเล็กกินเบียร์หมดไปสองกระป๋องแล้วจากทั้งหมดสี่กระป๋อง

“กูเพิ่ง...อึก...เคยกินเบียร์...เอิ้ก...ครั้งแรกก...” น้ำเสียงปนสะอึกของคนตัวเล็กที่ตอบกลับมายิ่งทำให้เด็กหนุ่มปวดหัวเข้าไปใหญ่

“เวรละ” ก่อนจะเผลอสบถออกมาเมื่อเห็นมือเล็กเอื้อมมาหยิบเบียร์ของเขาไปและยกขึ้นดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย

“มึงอ่ะ...อึก...กระดกเข้...อึก...เข้าไปเซ้!” ทว่าคนตัวเล็กดูเหมือนจะไม่กังวลเลยว่าตอนนี้ตัวเองตกอยู่ในสภาพไหนแถมยังมีการเชิญชวนให้อินดื่มต่ออีกต่างหาก

“อย่าเสียงดังสิ...มึงเมาแล้วนะ” อินห้ามปรามคนตัวเล็กเสียงเบา ก่อนจะเตือนอกฝ่ายให้กลับมามีสติ

“ไม่มาวว ยังด้ายอยู่วว” คนเมาย่อมบอกว่าตัวเองไม่เมา อินเพิ่งได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของประโยคนี้ก็วันนี้แหละ

“พอเถอะ นี่กระป๋องที่สามแล้วนะ” พูดจบอินก็คว้าเบียร์ที่อยู่ในมืออีกฝ่ายออก เด็กหนุ่มไม่อยากให้สถานการณ์เกินความควบคุมไปมากกว่านี้

“มึง...อึก...มะ...มีน้องใช่ม้ายยย...อึก!” จู่ ๆ คนตัวเล็กก็พูดโพล่งขึ้นมา ประโยคนั้นทำให้อินหยุดชะงักไป นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มแสนดุดันเริ่มวูบไหวและหม่นหมองลง

“เงียบทำมายยย~” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปหมี่ก็เริ่มเลื้อยไปหา ก่อนจะคืบคลานขึ้นไปบนตักแกร่ง แต่ด้วยความมึนเมาจึงทำได้เพียงไถหัวตัวเองไปต้นขาของอีกฝ่ายเท่านั้น

อินเผลอสะดุ้งเล็กน้อยที่คนตัวเล็กเลื้อยมานอนหนุนตักเขาทำเอาไม่กล้าขยับตัวเลย เด็กหนุ่มทำได้แค่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นแข็งทื่ออยู่ตรงนี้ จังหวะที่อินกำลังจะก้มลงไปบอกให้อีกฝ่ายลุกขึ้น คนตัวเล็กก็เงยหน้ามามองเขาพอดีพร้อมส่งสายตาหยาดเยิ้มแถมยังยิ้มกว้างพลางหัวเราะชอบใจ

ในเมื่ออีกฝ่ายชอบทำตัวแบบนี้เป็นใครมาเห็นก็คงปฏิเสธไม่ลงหรอก เด็กหนุ่มเก็บความคิดนี้ที่ผุดขึ้นมาในสมองไว้ในใจ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นคำถามหรือการนอนหนุนตัก เขาก็คงคัดค้านอะไรอีกฝ่ายไม่ได้...

“อืม กูมีน้องชาย”

“ว่าแล้ว! อึก...มึงอ่ะ...อึก!...ชอบทำตัวเหมือนพี่ชาย” คนตัวเล็กพูดเสียงดัง ก่อนจะชี้นิ้วใส่อินและจิ้มไปที่ต้นแขนแกร่งของเขาราวกับเด็กน้อยที่ดีใจเมื่อคาดเดาอะไรบางอย่างถูกต้อง

“เดี๋ยวกูพาไปล้างหน้าดีกว่าจะได้สร่างเมา” อินที่เริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่มีสติและอาจจะเผลอพูดอะไรที่ตัวเองไม่อยากพูดออกมาจึงเสนอวิธีช่วยให้อีกฝ่ายสร่างเมาเพื่อควบคุมสติไว้

“กูก็...อึก...มีพี่ชาย” แต่คงไม่ทันแล้วเพราะต่อให้พาไปคนตัวเล็กล้างหน้า อีกฝ่ายก็คงพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากพูดออกมาอยู่ดี

“...” อินเลือกที่จะไม่ตอบอะไรเพราะเขาจะถือว่าตัวเองไม่ได้ยินและไม่ได้รับรู้เรื่องอะไรจากอีกฝ่ายทั้งนั้น แขนแกร่งของเขาพยุงร่างกายของคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นและตรงไปห้องน้ำ

“พี่อ่ะ...ชอบทำหน้าเครียด! อึก...เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว!...เหมือนมึง...เลย...” คนตัวเล็กที่อยู่ภายในวงแขนยังคงระบายเรื่องราวในใจออกมา ขณะเดียวกันก็เดินเซจนเกือบจะล้ม

“ยืนดี ๆ ใกล้ถึงห้องน้ำแล้ว” อินอดไม่ได้ที่จะเอ็ดใส่คนตัวเล็กและกระชับวงแขนที่โอบรอบเอวบางให้แน่นขึ้น พลางคิดว่าถ้าทำลูกเค้าล้มลงหัวแตกตอนนี้ตัวเองอาจจะลำบากในภายภาคหน้า

“มีอะไรในใจ...อึก...ก็ไม่เคยพูด...ใครมันจะไปเข้าใจวะ!”

“...” อินไม่รู้แล้วว่าประโยคที่คนตัวเล็กพูดออกมานั้นหมายถึงพี่ชายหรือหมายถึงเขากันแน่ ก่อนจะได้ยินเสียงพูดพึมพำจากอีกฝ่าย

“กูจะ...อุบ!...”

“อะไรนะ” อินได้ยินไม่ชัดเลยย่อตัวลงและยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ ๆ

อุก อ้วกกกกก!!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

  • อินกินหมี่   บทที่ 41

    **คำเตือน**อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น การบรรยายถึงเลือด น้ำหนอง อวัยวะของมนุษย์รวมไปถึงพฤติกรรมหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม นักเขียนไม่มีเจตนาส่งเสริมการกระทำใดก็ตามที่เกิดขึ้นในเรื่องฉะนั้นโปรดใช้วิจารญาณในการอ่านนะคะตึง!! ตึง!! โครม!!“ไอ้กันต์!” อินตะโกนเรียกเพื่อนสนิทหลังจากพังปร

  • อินกินหมี่   บทที่ 34

    “มีคนหวงว่ะ~ ไปดีกว่าาา ไปก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับแซนวิช” ไอ้หนามยังไม่หยุดพูดจากวนประสาททิ้งท้ายไว้ ก่อนจะหันมาโบกมือลาคนตัวเล็ก หมี่ดีใจที่ตัวเองมีเพื่อนเยอะขึ้นก็ฉีกยิ้มกว้าง“ปกติมาว่ายน้ำแค่ตอนเย็นก็ดีอยู่แล้ว ไม่น่ามาตอนเช้าเลย” เมื่อเพื่อนหายลับตาไป เสียงบ่นของอินก็ดังขึ้นทันทีเลย“ทำไมอ่ะ มาตอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 30

    เด็กหนุ่มนั่งมองเพื่อนคุยกับพยาบาลอย่างใจจดใจจ่อ เขายืนอยู่ไกลพอประมาณและไม่ได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ เห็นเพียงกันต์พยักหน้าเป็นบางครั้งและตอบกลับเป็นบางคราว ก่อนที่จะลุกขึ้นไปนั่งรอหน้าห้องตรวจและถูกเรียกให้เข้าพบหมอ“คุณกันต์ เชิญพบแพทย์ห้องตรวจหมายเลขหนึ่งค่ะ” ได้ยินแบบนั้นอินก็รีบพุ่งตัวไปพยุงเพื

  • อินกินหมี่   บทที่ 26

    “พอแล้ว! ทั้งคู่เลย” อินส่งเสียงปรามเพื่อนทั้งสองคน หลังจากรอแทรกจังหวะอยู่นาน เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนสนิทค่อนข้างปากเสียแต่ทุกครั้งที่พูด กันต์ไม่เคยมีเจตนาร้ายแอบแฝง ซึ่งเรื่องนี้คนตัวเล็กยังไม่รับรู้“ไอ้ยักษ์! กูไม่ให้เพื่อนมึงกินขนมจีนน้ำเงี้ยวแสนอร่อยของกูแล้ว เอากลับเลย” หมี่ที่โดนอินดุก็ยอมอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status