Share

บทที่ 10

last update publish date: 2024-11-19 20:15:12

“ดีนะที่เริ่มเรียนพรุ่งนี้ วันนี้มึงนอนพักเยอะ ๆ ล่ะ” อินพูดพร้อมเดินเข้าไปในตัวอาคารเพราะหลังจากนี้ทั้งคู่จะแยกย้ายกลับห้องพักตัวเอง

“โอเค” กันต์พยักหน้างึกงักตามประสา

“มีอะไ-” อินพูดไม่ทันจบก็มีเสียงอีกฝ่ายแทรกขึ้นมา

“จะโทรไป” ซึ่งคำพูดนั้นคือประโยคที่เขาจะบอก กันต์ชูมือถือและเดินขึ้นบันไดไปชั้นสาม ขณะเดียวกันอินก็เดินมาหยุดนิ่งอยู่หน้าห้องตัวเอง ไม่ยอมเปิดเข้าไปสักที คงเป็นเพราะเสียงที่ดังโครมครามมาจากด้านใน...

กึกกัก! ตึง! เคร้งงง!!

“เสียงอะไรวะ” รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีแต่สถานการณ์ที่ทำให้คิ้วของเขาต้องขมวดเข้าหากันจนรู้สึกปวดหัวไปหมด แล้วครั้งนี้เขาต้องเจอกับเรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย

‘ห้องสองศูนย์ห้า...เพื่อนร่วมห้องติดต่อมาว่าจะขอย้ายของเข้าหลังจากเสร็จกิจกรรมรับน้องนะครับ’

“หรือจะย้ายเข้ามาแล้ว” เสียงของอาจารย์หอที่ดังขึ้นในหัวทำให้อินนึกถึงเรื่องของเพื่อนร่วมห้องคนนี้ได้ทันที นายภูริวัฒน์คนนั้นมาแล้วสินะ

มือหนาของอินหมุนลูกบิดประตูและชะเง้อมองสำรวจในห้องพัก เตียงฝั่งตรงข้ามที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสื้อผ้ามากมายวางกระจัดกระจายไปทั่ว ไหนจะบรรดาตุ๊กตาตัวน้อยใหญ่ที่วางเรียงรายกันอยู่ตรงหัวเตียงนั่นอีก

สองขายาวก้าวเข้าห้องและปิดประตูลงอย่างเบามือเพราะไม่อยากรบกวนอีกฝ่ายที่น่าจะกำลังจัดของอยู่ตรงโต๊ะไม้ด้านหลังเตียง ทว่าข้าวของที่เพ่นพ่านอยู่บนพื้นหน้าประตูทำให้เดินผ่านไปได้ยาก และแล้วอินก็เผลอเหยียบตุ๊กตายางลูกเป็ดเข้าเต็มแรง

แกว๊กกกก!!! กว่อยยยย~~~

อินหน้าเหยเกทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองทำเสียงดังซะแล้ว ก่อนจะมีเสียงทักทายดังมาจากหลังห้อง...ว่าแต่ทำไมเสียงคุ้นจังเหมือนเคยได้ยินที่ไหน

“อ้าวมาละเหรอ! ยินดีที่ไ- อะ...ไอ้ยักษ์!”

“เธอ!” อินไม่ต้องคิดหาคำตอบให้เสียเวลาเพราะอีกฝ่ายชะโงกหน้าออกมาพร้อมกับตะโกนเรียกเขาดังลั่น ทางด้านอินก็ตกใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องที่เด็กหนุ่มจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยตลอดระยะเวลาสี่ปีหลังจากนี้เป็นใคร...

“โห! ตอนแรกกะว่าจะทักทายกันดี ๆ แล้วนะ ยังจะมาเรียกเธออีก เดี๋ยวพ่อก็เขกหัวซะหรอก!” ท่าทางเอะอะโวยวาย ชอบพูดเสียงดังเหมือนตะโกนอยู่ตลอดเวลา ไหนจะเบ้าหน้าที่หงุดหงิดหงิกงอนั่นอีก...ทำไมกันนะ ทั้งที่คิดไว้ว่าจะไม่พาตัวเองเข้าไปยุ่งกับคนแบบนี้ แต่...

“...ดีแล้วที่เป็นมึง...” เสียงพูดแสนเบาหวิวของอินทำให้คนตัวเล็กชักจะโมโหขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะยกมือกอดอกและตะเบ็งเสียงบ่น

“พูดว่าอะไรนะ! ตัวก็ตั้งใหญ่ทำไมชอบพูดเสียงเบาจังวะ อ้าปากพูดแล้วดอกพิกุลมันจะร่วงลงมารึไง” บ่นไปพลางมือเล็กก็หยิบจัดของไปพลาง ก่อนจะขยับมาเก็บของที่เพ่นพ่านอยู่ตรงพื้นหน้าประตูห้องใส่ลัง

“เปล่า...ทำไมเพิ่งย้ายของเข้าหอล่ะ” อินย่อตัวลงและช่วยเก็บของที่อยู่รอบตัวขณะเอ่ยถามอีกฝ่าย นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าคนแบบเขาอยากรู้เรื่องของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่

“พอดีพี่ชายไม่สบายอ่ะเลยไม่อยากให้ฝืนตัวเองมาช่วยกู เมื่อวานกูนั่งแท็กซี่และขนของมาเอง แล้วมึงล่ะเมื่อคืนนอนบ้านเพื่อนเหรอ มึงไม่ได้กลับมานอนที่หอนี่” คนตัวเล็กหยุดมือและหันมานั่งขัดสมาธิมองตรงไปหาอินราวกับว่ากำลังทำการสอบสวนอยู่

“กูไปนอนบ้าน” ตอนนี้มีเพียงอินเท่านั้นที่ก้มหน้าก้มตาเก็บของเพราะอีกฝ่ายดูท่าจะไม่สนใจการเก็บของแล้ว คนตัวเล็กคิดว่าเรื่องของอินน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ

“เอ๋~ บ้านอยู่ใกล้กันเหรอ”

“บ้านอยู่ติดกัน” อินตอบเสียงนิ่งพลางเอื้อมมือไปดึงลังเก็บของให้เข้ามาอยู่ใกล้ตัวเองมากขึ้น

“แล้วเพื่อนมึงป่วยหนักมั้ยวะ ต้องพาไปหาหมอรึเปล่า” คำถามนี้ของคนตัวเล็กทำให้เด็กหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย

‘ไอ้กันต์ลุกไปหาหมอ! มึงป่วยหนักขนาดนี้จะไม่ไปโรงบาลไม่ได้นะ ถ้ามึงกลัวเข็มเดี๋ยวกูยืนรอข้าง ๆ เอง ลุกเลย!’

เสียงดุของใครบางคนดังขึ้นในความทรงจำและเขาก็จำเสียงนั้นได้ดี อินเลื่อนลังเก็บของที่ตอนนี้เต็มไปด้วยตุ๊กตายางลูกเป็ด ช้อนตวง ผ้าผืนบางหลายผืนและของอื่นอีกมากมายไปให้คนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้น

“คิดว่าครั้งนี้ไม่หนักนะ”

“ดีแล้ว ชีวิตวัยรุ่นอ่ะนะ ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเข้าไว้จะได้ทำสิ่งที่อยากทำต่อไป~” คนตัวเล็กพูดจบก็ลุกขึ้นตาม

“...” เมื่อไร้เสียงตอบกลับจากคนร่างยักษ์ หมี่ก็เอาลังไปวางไว้ข้างโต๊ะไม้ปลายเตียงและเก็บของที่ยังจัดค้างไว้ก่อนหน้านี้ให้เข้าที่เข้าทาง

อินนั่งลงบนเตียง มือหนาไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่จนเหลือเพียงครึ่งเดียว สายตาคมจ้องมองการกระทำของรูมเมทอย่างเงียบเชียบพลางสำรวจข้าวของเครื่องใช้ที่อีกฝ่ายขนมา ส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้า ตุ๊กตาแล้วก็พวกเครื่องครัว?

“นี่! ปกติมึงพูดน้อยเหรอหรือมึงแค่ทำตัวขี้เก๊กเพราะมีกูเป็นรูมเมท กูรู้นะว่าตัวเองเป็นคนที่มีออร่าความหล่อล้นเหลือแต่มึงไม่ต้องเกร็งขนาดนี้ก็ได้ ทุกวันนี้กูก็พยายามหล่อให้เท่ากับคนทั่วไปอยู่” จู่ ๆ เสียงเล็กแหลมของหมี่ก็โพล่งขึ้นมาและจิ๊ปาก

“...” คิ้วเข้มของอินผูกกันเป็นโบว์พร้อมมีคำว่า อะไรของมันอีกวะ ผุดขึ้นมาให้หัว

“หรือมึงกลัวว่าออร่าของกูจะไปบดบังเบ้าหน้าแสนตึงเครียดของมึงจนทำให้ไม่มีสาวคนไหนมาเหลียวแล ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแย่ว่ะ จะทำยังไงให้กูหล่อน้อยลงดีวะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่าแต่ยกมือขึ้นกอดอกพลางทำท่าทางครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจัง ตอนนี้ไม่มีคำไหนจะอธิบายคนตรงหน้าได้ดีเท่าคำว่า ‘บ้า’ อีกแล้ว

“กูแค่พูดไม่เก่ง”

“แต่กูพูดเก่ง! แถมชอบพูดไปเรื่อยด้วย ความจริงกูก็เริ่มคิดนะว่ามึงจะรำคาญกูรึเปล่า ถ้าวันไหนมึงทนไม่ไหวก็บอกนะเว้ยเพราะตอนนี้กูยังแก้นิสัยพูดมากไม่ได้” เด็กหนุ่มอดรู้สึกผิดเมื่อรับรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนตัวเล็กคิดมาก เขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มกว่าปกติ

“กูไม่ได้รำคาญ”

“แต่ดูจากท่าทางมึงตอนนี้ กูว่าไม่น่าใช่นะ”

“...” อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้หน้าตาของเขาเป็นแบบไหนกันนะถึงได้ทำให้อีกฝ่ายไม่เชื่อคำพูดของเขา แต่แล้วดวงตาคมของอินก็ต้องเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดไปจากรูมเมท

“เอางี้ดีกว่า คืนนี้กินเบียร์ฉลองกัน”

“ไม่ได้! หอในมีกฎห้ามกินแอลกอฮอล์นะ!” อินเผลอลุกขึ้นยืนพร้อมปฏิเสธเสียงแข็ง ปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มทำให้คนตัวเล็กตกใจจนแทบสะดุ้งแต่คิดว่าเรื่องแค่นี้จะมาหยุดความต้องการของหมี่ได้เหรอ ไม่มีทางซะหรอก

“โอ๊ย! ใครมันจะมาตรวจกันล่ะ! มึงอ่ะใช้ชีวิตเครียดเกิน ระวังจะหน้าแก่เกินวัยอันควรนะ!” คราวนี้คนตัวเล็กลุกขึ้นและยกมือขึ้นเท้าสะเอว ก่อนจะตะเบ็งเสียงเถียงคอขึ้นเอ็น

“กฎระเบียบมีไว้เพื่อคอยควบคุมความประพฤติของผู้คน ถ้าคิดแต่จะทำอะไรตามอำเภอใจมีหวังได้แย่กันหมดสิ” อินยังคงยืนยันว่าไม่เห็นด้วยในการกระทำครั้งนี้พร้อมอธิบายเหตุผลให้อีกฝ่ายเข้าใจ

“โอโห อ้าปากทีก็จัดมาเป็นชุดเลยนะแต่กูไม่ยอมหรอก! กูจะกิน!” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย อินจึงคิดหาวิธีโน้มน้าวอีกฝ่าย

“หมี่อย่าดื้อ” เด็กหนุ่มใช้น้ำเสียงนุ่มกว่าปกติเพื่อให้อีกฝ่ายล้มเลิกความคิดนี้ ในเมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้อ่อนสินะ ทว่าคนตัวเล็กกลับพุ่งตรงมาเกาะแขนเขาไว้พร้อมส่งเสียงอ้อน...สถานการณ์คุ้น ๆ ยังไงไม่รู้

“นะ นะ นะ แค่ครั้งเดียวเอง ฉลองที่ได้เป็นรูมเมทกันไง หลังจากนี้เราสองคนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในห้องนี้แล้วไม่ใช่เหรอ ถือว่าเป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมไง!” ก็เป็นซะอย่างนี้แล้วจะไม่ให้อินใจอ่อนได้ยังไง

“สัญญานะว่าจะทำผิดกฎแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว” หมี่พยักหน้างึกงักเป็นการตกลง อินหลับตาและถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางคิดว่าในเมื่อต่อต้านอีกฝ่ายไม่ได้ก็มีแต่จะต้องเข้าร่วมสินะ

“แต่กูให้แค่คนละกระป๋องพอ” สิ้นเสียงอิน คนตัวเล็ดก็ดีใจยกใหญ่ ต่างจากเด็กหนุ่มที่เริ่มกังวลเพราะต้องคอยดูแลไม่ให้อีกฝ่ายก่อความวุ่นวาย

ทั้งสองคนตกลงกันว่าจะออกไปซื้อแอลกอฮอล์จากร้านค้าใกล้ ๆ ช่วงหกโมงเย็นเพราะช่วงนั้นมีนักศึกษาเข้าออกมหาลัยฯ ค่อนข้างมากทำให้ยากต่อการตรวจสอบ อินรู้สึกไม่สบายใจเลยที่ต้องทำอะไรแบบนี้แต่เขาตัดสินใจไปแล้ว...มีแต่จะต้องยอมรับผลของการกระทำนั้น

เมื่อคุยกันลงตัวแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำเรื่องของตัวเองต่อ คนตัวเล็กรีบจัดของและตรงไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันอินก็นั่งเขียนตารางออกกำลังกายและตารางอาหารเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาว่ายน้ำ

และแล้วเข็มนาฬิกาก็วนมาถึงเวลาหกโมงเย็นที่รอคอย เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นระยะ อินวางปากกาลง ปิดสมุดและเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนาฬิกา ก่อนจะหันมองคนต้นคิดเรื่องการฉลองในค่ำคืนนี้แต่สิ่งที่เขาเห็นคือร่างกายผอมบางกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง

“ต้องปลุกมั้ยเนี่ย” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเสียงเบา ก่อนจะตัดสินใจว่าควรปล่อยให้อีกฝ่ายนอนพักอีกสักหน่อยเพราะคิดว่าคนตัวเล็กคงเหนื่อยจากการจัดของ...จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไป

.

.

.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status