Share

บทที่ 8

Penulis: ภุมโม
last update Tanggal publikasi: 2024-11-18 20:15:39

เสร็จจากกิจกรรมรับน้อง ทุกคนก็แยกย้ายกันเดินทางกลับหอพัก บางคนกลับบ้านเช่าใกล้ ๆ มหาลัยฯ บางคนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งอินก็เป็นหนึ่งในนั้น ร่างสูงของเด็กหนุ่มยืนรอโบกรถโดยสารเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้แม่ไม่อยู่และนั่นแปลว่าที่บ้านไม่มีอะไรกิน เขาจึงเดินออกมาจากจุดรอรถและเดินหาร้านค้าที่อยู่ละแวกนั้นแทน

ครืดดด ครืดดด

“ดีขึ้นยัง” ทันทีที่รับสายอินก็ถามไถ่อาการอีกฝ่ายแต่เสียงของกันต์ที่ตอบกลับมานั้นเบาหวิวจนเด็กหนุ่มเกือบไม่ได้ยิน สงสัยอีกฝ่ายน่าจะยังปวดหัวอยู่

“กูหิว”

“จะกินไร เดี๋ยวกูซื้อไปให้” อินถามพลางหันมองรอบข้าง เขาเองก็ไม่เคยใช้ชีวิตแถวนี้ เลยไม่แน่ใจว่ามีร้านอาหารตามสั่งหรือร้านสะดวกซื้อตรงไหนบ้าง คิดว่าวันนี้เขาคงได้รู้เพราะต้องซื้อข้าวไปให้คนในสายนี่แหละ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะสำรวจรอบรั้วมหาลัยฯ

“อะไรก็ได้” คิ้วเข้มของอินย่นขมวดเข้าหากันเพราะเมนูอะไรก็ได้นับเป็นปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่ง ทันใดนั้นเองสายตาคมของเขาก็หันไปเห็นร้านค้าที่น่าสนใจ

“โอเค” อินตัดบทและกดวางสายทันที เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้ออะไรกลับไป มือหนาเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงไว้ตามเดิมและรีบสาวเท้าพุ่งตรงไปยังร้านเป้าหมายด้วยความรวดเร็ว

มองจากสภาพหน้าร้านที่มีลูกค้าแออัดคับแน่นขนาดนี้ก็รู้ได้ทันทีว่า หากเป็นช่วงเวลาปกติเด็กหนุ่มจะไม่เดินเข้าไปซื้ออะไรกินอย่างแน่นอน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาคือเมนูอาหารที่เด่นหราอยู่ในป้ายชื่อ

‘ก๋วยเตี๋ยวเจ๊ฟ้า’

อินเลี้ยวเข้าไปในร้านทันทีเพียงเพราะที่นี่ขายก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่ทันจะได้สั่งเมนูโปรดก็ดันเห็นคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังยืนเลิ่กลั่กหันไปซ้ายทีขวาทีพร้อมยกมือขึ้นปาดเหงื่ออยู่ในร้าน เด็กหนุ่มพยายามละสายตาจากอีกฝ่ายและเดินเลี่ยงไปทางอื่นเพื่อจะหลีกหนีคนตัวเล็ก

“อ๊ะ! ไอ้ยักษ์!” ทว่าเสียงเล็กแหลมแสนคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกเขานั้นทำเอาเขาแทบยกมือขึ้นกุมขมับ ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเขาในเรื่องนี้บ้าง

“กูโชคดีจริง ๆ ที่มาเจอมึงในร้านนี้เนี่ย” ท่าทางดีใจของคนตัวเล็กทำให้อินใจอ่อนยวบลงทันทีและไม่สามารถเมินอีกฝ่ายต่อไปได้

“มีอะไรรึเปล่า” มือหนายกขึ้นเสยผมด้านหน้าขณะถาม พลางมองคนตัวเล็กด้วยสายตาเรียบนิ่ง ในใจก็คิดว่า เอาวะ วันนี้ก็เจอกันทั้งวันแล้ว คุยด้วยอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก

“คือกูมากินก๋วยเตี๋ยวแต่ลืมเอากระเป๋าตังมาอ่ะ แหะ ๆ กูขอยืมตังมึงก่อนได้ป่ะ” คนตัวเล็กกระซิบเสียงเบาพลางหัวเราะแก้เขิน เมื่อได้ยินปัญหาของอีกฝ่ายคิ้วเข้มก็เลิกขึ้นอัตโนมัติ นี่มันปล่อยให้ตัวเองเจอปัญหาอะไรแบบนี้ได้ไงเนี่ย ไร้สาระจริง ๆ

“กูจนอ่ะ ไม่มีให้ยืม” อินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะสัญชาตญาณของเขาบอกว่าอย่าเอาตัวเองเข้าไปรู้จักสนิทสนมกับคนแบบนี้เลย อีกฝ่ายเป็นบุคคลที่สดใสร่าเริงขนาดนั้น...ไม่เหมาะให้เขารู้จักหรอก

“โห มึงโกหกได้หน้าตายมาก มึงช่วยกูหน่อยเหอะ นะ!” คนตัวเล็กโผเข้าเกาะต้นแขนแกร่งของอินและออกแรงเขย่าไปมา ก่อนจะส่งสายตาปริบปริบเรียกร้องความเห็นใจ

“สรุปว่าไงคะคุณน้องทั้งสอง เจ๊ต้องไปลวกก๋วยเตี๋ยวต่อแล้วค่ะ” เสียงเจ๊เจ้าของร้านดังขึ้นเรียกสติเด็กหนุ่มทั้งสองคน อินจึงรีบตอบออกไปตามความคิดแรกที่แว๊บเข้ามาในสมอง

“หมี่พิเศษครับ” เสียงเรียบนิ่งของอินพูดออกไปตามปกติ

“หะ?” เสียงตกใจแรกเป็นของคนตัวเล็กที่ยืนเบิกตากว้างอยู่ข้าง ๆ เพราะงงงวยในสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด

“หะ?” เสียงตกใจที่สองเป็นของเจ๊เจ้าของร้านที่กำลังยืนเท้าสะเอวรอคำอธิบายจากเขาอยู่

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า คนที่ตกใจมากที่สุดในสถานการณ์นี้คือเจ้าตัว เด็กหนุ่มคิดทบทวนว่าเมื่อครู่เขาเผลอพูดอะไรผิดไปรึเปล่า เขาก็แค่สั่งก๋วยเตี๋ยวไปตามปกติเหมือนทุกทีนี่ แล้วทำไมคนตัวเล็กกับเจ้าของร้านถึงได้ทำหน้างงขนาดนั้น

“เอ่อ...ผมสั่งหมี่พิเศษสองถุงครับ ส่วนของคนนี้คิดเงินรวมเลยครับ เดี๋ยวผมจ่ายให้เอง”

“จ้ะ หมี่พิเศษสอง! กลับบ้าน!” สิ้นสุดคำอธิบายจากอิน เจ๊ก็ตะโกนบอกลูกน้องในร้าน ขณะที่คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาราวกับโล่งอกและหันมายิ้มกว้างให้เขา

“ขอบใจมากเว้ย มึงนี่ใจดีขัดกับเบ้าหน้ามากเลยว่ะ” นี่ถือเป็นคำชมใช่มั้ย ยิ่งคุยกับอีกฝ่าย อินก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยสมอง

เด็กหนุ่มเดินไปนั่งเก้าอี้ที่วางอยู่หน้าร้านเพื่อรอรับก๋วยเตี๋ยวที่สั่งไป ในใจนึกอยากให้คนตัวเล็กแยกย้ายกลับไปเลยเพราะเขาบอกแล้วว่าจะจ่ายเงินให้ ฉะนั้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ร้านอีกต่อไป แต่ดูเหมือนหมี่จะไม่ได้คิดแบบนั้น หมี่นั่งลงและเริ่มชวนคุยตามประสาคนอัธยาศัยดี

“สั่งก๋วยเตี๋ยวไปตั้งสองถุง มึงกินเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” มือเล็กของหมี่ค้ำบนพื้นที่ว่างของเก้าอี้ตรงระหว่างขาที่อ้าออกและแกว่งขาไปมาราวกับเด็กวัยห้าขวบกำลังนั่งรอผู้ปกครอง

“อีกถุงนึงกูซื้อไปฝากเพื่อนน่ะ” อินตอบตามปกติแต่จู่ ๆ คนตัวเล็กก็ชะโงกหน้าและเอียงตัวมาทางเขา ทำเอาเด็กหนุ่มเอนตัวจนชิดพนักพิงเพื่อหลบอีกฝ่าย

“หืม? เพื่อนหรือแฟนครับผมมม ซื้อของกินไปให้ขนาดนี้ไม่น่าจะใช่เพื่อนธรรมดาแล้วม้างงง” ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของหมี่จะฟังดูติดเล่นติดตลกแต่ดวงตากลมโตแสนแป๋วแหว๋วที่มองตรงมาทางเขาพร้อมแสดงท่าทีสงสัยนั้นทำให้อินเผลออธิบายออกไป

“อืม เราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ตอนนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวกูไปแล้ว” เด็กหนุ่มตอบไปตามตรงพลางคิดในใจว่าไอ้กันต์ก็ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาจริง ๆ แหละ ก่อนจะเดินไปรับก๋วยเตี๋ยวที่สั่งไว้และจ่ายเงิน

“อะไรวะ อยู่ดี ๆ ก็ดึงดราม่า” คนตัวเล็กเกาหัวแกรก ๆ และบ่นอุบอิบเสียงเบา ก่อนจะเห็นอินมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์และด้วยความอยากรู้จึงอดไม่ได้ที่จะเดินตามพร้อมถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย

“นี่ ไม่กลับหอเหรอหรือเช่าห้องอยู่นอกมอ หรือบ้านมึงอยู่แถวนี้!”

“กูอยู่หอในแต่วันนี้เพื่อนป่วย เลยจะเอาก๋วยเตี๋ยวไปให้มันที่บ้าน” ตอนนี้อินเริ่มตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่าทำไมเขาถึงต้องตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยนะ การกระทำพวกนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เขาจะทำกับคนแปลกหน้าเลย

“อ่าา งั้นรอกูแป๊บนึงได้มั้ย เดี๋ยวกูขึ้นหอไปเอาเงินมาให้” และแล้วคนตัวเล็กก็นึกขึ้นได้ว่าต้องคืนเงินค่าก๋วยเตี๋ยวให้เด็กหนุ่ม ก่อนที่จะแยกย้ายกันแต่อินกลับรู้สึกว่าเรื่องเงินแค่นั้นมันไม่จำเป็น

“ค่อยคืนก็ได้”

“โห พูดอย่างกับว่าจะได้เจอกันง่าย ๆ” เออก็จริง อินคิดตามคำพูดของอีกฝ่ายและเลือกที่จะตัดปัญหาด้วยสิ่งนี้

“กูเลี้ยง” ได้ยินแบบนี้ คนตัวเล็กถึงกับตกใจและเผลออุทานออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“หึ้ย! จะดีเหรอ” ถึงจะถามแบบนั้นแต่หมี่กำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่

“อืม กูไปก่อนนะ เพื่อนรออยู่” อินพยักหน้าตอบอีกฝ่าย ก่อนจะบอกลาและรีบก้างขึ้นรถโดยสารไป

“ขอบใจมากนะเว้ย!” รถไม่ทันจะได้ออกจากจุดจอดก็มีเสียงตะโกนของคนตัวเล็กดังไล่หลังมาให้ได้ยิน เด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพลางมองถุงก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในมือ...ชีวิตมหาลัยฯ เป็นแบบนี้เองสินะ

อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันรับน้องทำให้รถบนท้องถนนค่อนข้างแน่นและส่งผลให้การจราจรติดขัด อินนั่งอยู่บนรถโดยสารเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่หมาย ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยวที่เขาซื้อมาหายร้อนเป็นที่เรียบร้อย

อินเปิดประตูรั้วบ้านของกันต์และเดินเข้าไป ก่อนจะยกกระถางต้นไม้ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่หน้าบ้านเพื่อหยิบกุญแจสำรองที่แอบไว้ด้านล่างและไขเปิดประตู...บ้านเงียบมากแถมยังมืดมากอีกด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

  • อินกินหมี่   บทที่ 34

    “มีคนหวงว่ะ~ ไปดีกว่าาา ไปก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับแซนวิช” ไอ้หนามยังไม่หยุดพูดจากวนประสาททิ้งท้ายไว้ ก่อนจะหันมาโบกมือลาคนตัวเล็ก หมี่ดีใจที่ตัวเองมีเพื่อนเยอะขึ้นก็ฉีกยิ้มกว้าง“ปกติมาว่ายน้ำแค่ตอนเย็นก็ดีอยู่แล้ว ไม่น่ามาตอนเช้าเลย” เมื่อเพื่อนหายลับตาไป เสียงบ่นของอินก็ดังขึ้นทันทีเลย“ทำไมอ่ะ มาตอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 30

    เด็กหนุ่มนั่งมองเพื่อนคุยกับพยาบาลอย่างใจจดใจจ่อ เขายืนอยู่ไกลพอประมาณและไม่ได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ เห็นเพียงกันต์พยักหน้าเป็นบางครั้งและตอบกลับเป็นบางคราว ก่อนที่จะลุกขึ้นไปนั่งรอหน้าห้องตรวจและถูกเรียกให้เข้าพบหมอ“คุณกันต์ เชิญพบแพทย์ห้องตรวจหมายเลขหนึ่งค่ะ” ได้ยินแบบนั้นอินก็รีบพุ่งตัวไปพยุงเพื

  • อินกินหมี่   บทที่ 26

    “พอแล้ว! ทั้งคู่เลย” อินส่งเสียงปรามเพื่อนทั้งสองคน หลังจากรอแทรกจังหวะอยู่นาน เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนสนิทค่อนข้างปากเสียแต่ทุกครั้งที่พูด กันต์ไม่เคยมีเจตนาร้ายแอบแฝง ซึ่งเรื่องนี้คนตัวเล็กยังไม่รับรู้“ไอ้ยักษ์! กูไม่ให้เพื่อนมึงกินขนมจีนน้ำเงี้ยวแสนอร่อยของกูแล้ว เอากลับเลย” หมี่ที่โดนอินดุก็ยอมอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 15

    การเรียนและการสอบย่อยในรายวิชาต่าง ๆ ค่อนข้างถาโถมรุมเร้าแต่อินและกันต์ก็ผ่านมาได้ จนกระทั่งมาถึงวันเสาร์ที่พวกรุ่นพี่ตั้งตารอคอยเพราะวันนี้เป็นวันรับน้องสายรหัสของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา งานนี้เป็นงานเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในห้องวีไอพีของร้านเหล้า YY ซึ่งเป็นห้องคาราโอเกะที่อยู่ลึกเข้าไปในร้าน หลบเลี่ยงเสี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status