تسجيل الدخول
หมู่เกาะน้อยใหญ่ทอประกายระยิบระยับรับแสงสุดท้ายของวัน ท่ามกลางผืนน้ำทะเลสีครามของแหลมพันวา ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของพูลวิลล่าหรูระดับเวิลด์คลาสบนยอดผาอย่างศรีพันวาอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโรแมนติกที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อคู่รักโดยเฉพาะ
ที่นี่... ไม่เพียงแต่เป็นรีสอร์ตในฝันที่ใครต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะมาเยือน แต่ยังเป็นหนึ่งในธุรกิจในเครือของตระกูลใหญ่อย่างอภิมหามนตรี ที่มอบสิทธิพิเศษและเนรมิตห้องพักส่วนตัววิวพาโนรามา 300 องศาให้ทั้งคู่ได้มาดื่มด่ำช่วงเวลาฮันนีมูนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจทัวร์และโรงแรมเครือญาติของฝั่งเจ้าบ่าวอย่างคเชนทร์ เพราะหลังจากการฮันนีมูนที่นี่แล้วเสร็จ ผู้เป็นสามีจะพาภรรยาบินลัดฟ้าไปสัมผัสความโรแมนติกต่อยังต่างประเทศ
เมื่อย้อนเวลากลับไปในอดีต สมัยที่ทั้งคู่ยังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของบัวบุษยาและคเชนทร์ไม่ได้เริ่มต้นจากความบังเอิญ แต่ความรักของทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยผู้ใหญ่ของทั้งสองครอบครัวที่รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี
ในตอนนั้น ทั้งบัวบุษยาและคเชนทร์ต่างก็ยังโสดสนิทและไม่มีใครในใจ ผู้ใหญ่จึงวางแผนให้ทั้งคู่ทำความรู้จักกันอยู่บ่อยครั้ง เริ่มต้นจากการไปมาหาสู่ การแวะเวียนไปรับไปส่ง หรือการให้คเชนทร์ที่โตกว่าคอยดูแลขับรถไปรับไปส่งที่หอพักนักศึกษา จนกลายเป็นเรื่องปกติที่ค่อยๆ หลอมรวมให้ทั้งสองสนิทสนมกันขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งคืนหนึ่ง... ในช่วงกิจกรรมรับน้องปีหนึ่งของมหาวิทยาลัย บรรยากาศความสนุกสนาน เสียงดนตรี และความมึนเมาเล็กๆ จากบรรยากาศรอบตัว เป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่เกินเลย
คเชนทร์ในฐานะรุ่นพี่ปีสองและเป็นหนุ่มฮอตประจำคณะ ได้เข้ามาดูแลเทคแคร์บัวบุษยาอย่างใกล้ชิด สายตาคมกริบที่มองมาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ทำให้หัวใจดวงน้อยของสาวปีหนึ่งเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก และในคืนนั้นเอง... ภายใต้ความเงียบสงบของห้องพักส่วนตัวหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมรับน้อง บัวบุษยาก็สูญเสียความบริสุทธิ์ให้กับคเชนทร์เป็นครั้งแรก
ในเวลานั้น ความรัก ความตื่นเต้น และความหวาดกลัวเรื่องการตั้งครรภ์ยังรบกวนการใช้ชีวิตคู่ในมหาลัย จนทำให้เธอต้องแอบกินยาคุมฉุกเฉินอยู่บ่อย ๆ แต่หลังจากนั้นมาบัวบุษยาก็เริ่มดูแลตัวเองด้วยการกินยาคุมเป็นประจำในช่วงที่คบหากับคเชนทร์ จนกระทั่งเธอเรียนจบและได้แต่งงานกับเขา
ใครจะไปคาดคิดเล่าว่า... จากผู้ชายคนแรกในคืนรับน้องวันนั้น จะกลายมาเป็นสามี แต่ช่วงระยะหลัง ๆ มานี้ เธอกลับกลายเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องร่างกายในวันที่อยากจะมีลูกให้เขามากที่สุด
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นกึ่งคาเฟ่สุดหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบด ทว่าความรู้สึกภายในใจของบัวบุษยากลับตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยความกังวล เธอยกแก้วกาแฟร้อนขึ้นจิบ พลางมองเพื่อนสนิทอย่างพราวพิลาศที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และเล่าถึงปัญหาครอบครัวที่กำลังเผชิญ
“สรุปว่าแกเลิกกินยาคุมมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว”
“อือ”
“แต่อยากรู้ว่าทำไมถึงยังไม่ท้องสักที”
“อือ”
“เป็นไปได้ยังไงวะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน... นี่ฉันกลุ้มใจมากเลย” บัวบุษยาถอนหายใจยาว
“พี่บี๋เขาอยากมีลูกใจจะขาด สั่งให้ฉันเลิกกินยาคุมมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว... หรือเป็นเพราะฉันกินยาคุมติดต่อกันมานานหลายปีจนฮอร์โมนมันรวนไปหมดแล้วว่ะแก”
“อืม... ก็อาจจะเป็นไปได้นะ หรือบางทีไม่แกก็พี่บี๋อาจจะเป็นหมัน” พราวพิลาศตั้งข้อสังเกต
“นั่นสิ ฉันถึงอยากตรวจไง ถ้าฉันเป็นหมันมีลูกให้เค้าไม่ได้ ฉันจะเอาไงดีวะ” บัวบุษยาถอนหายใจ สีหน้าฉายแววความอึดอัดใจยิ่งกว่าเดิม
“แล้วแกไม่คิดบ้างเหรอว่า อาจจะเป็นเพราะพี่บี๋ของแกนั่นแหละที่เป็นหมัน”
“ฉันไม่กล้าบอกให้เค้าไปตรวจหรอก ตรวจเองดีกว่า”
“แต่มันมีอีกอย่างน่ะสิ ที่ฉันก็ยังเป็นกังวล” เสียงของบัวบุษยาแผ่วลงเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้
“อะไรเหรอบัว”
“คือช่วงหลังๆ มานี้ เวลามีอะไรกับพี่บี๋... ฉันรู้สึกเจ็บมากเลยอะแก บางครั้งมันเจ็บจนแทบทนไม่ไหว”
พราวพิลาศชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสวยคมวาววับขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความสนใจในเรื่องบนเตียงของเพื่อน
“เฮ่ย!!..จริงดิ งั้นฉันว่าแกตัดสินใจถูกแล้วล่ะ ที่มาตรวจวันนี้ ขืนปล่อยไว้นานไม่ดีแน่” พราวพิลาศบอกเพื่อน
“แกอย่าบอกใครนะ....ว่าฉันมาตรวจน่ะ ถ้ารู้ถึงหูพี่บี๋เค้าต้องโกรธฉันแน่ ๆ”
“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องโกรธกันด้วยวะ ความจริงแกน่ะ ต้องบอกเค้าด้วยซ้ำ เค้าจะได้ระวังไง”
“ฉันไม่กล้าบอกเค้าหรอก กลัวจะไปทำลายความสุขเรื่องบนเตียงของเขา”
“โธ่เอ๊ย!! บัว เรื่องบนเตียงมันต้องเปิดอกคุยกันสิวะ”
“โอเค ๆ เดี๋ยวฉันไปรอซักประวัติก่อนนะ น่าจะใกล้ถึงคิวแล้ว”
“ก็ไปด้วยกันสิ แกชวนฉันมาเป็นเพื่อนไม่ใช่เหรอ จะไปคนเดียวได้ยังไงหึ!!”
“ขอบใจมากนะพราว ที่วันนี้แกหยุดงานมาเป็นเพื่อนฉัน”
“คิดมากน่า เราเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัย เรื่องแค่นี้ฉันช่วยแกได้สบายอยู่แล้ว”
บัวบุษยาเดินก้าวออกมาจากร้านกาแฟด้วยความรู้สึกประหม่าและกระอักกระอ่วนใจอย่างที่สุด การมาปรึกษาแพทย์เรื่องอาการเจ็บปวดจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับสามีได้อย่างปกติ เป็นเรื่องที่เธออยากเก็บเอาไว้เป็นความลับ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากบอกให้คเชนทร์สามีสุดที่รักรับรู้ เพราะกลัวเขาจะคิดมากเรื่องความสุขบนเตียง
หลังแต่งงานมาได้เดือนกว่า ๆ เธอพยายามปล่อยตัวปล่อยใจให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์และตั้งใจปั๊มทายาทตามที่สามีต้องการ แต่ความเจ็บปวดทางร่างกายกลับเป็นอุปสรรคขัดขวางทุกอย่างเอาไว้จนเธอเริ่มเคว้งคว้าง
แผนกสูตินารีเวช
บัวบุษยานั่งรออยู่หน้าห้องตรวจด้วยหัวใจที่เต้นรัว มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระบายความตื่นเต้น
“แกจะไปฮันนีมูนกับพี่บี๋วันไหนเหรอ...” พราวพิลาศเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเบา ๆ ระหว่างนั่งรอ
“ก็รอพี่บี๋เคลียร์งานที่โรงแรมอยู่น่ะ เพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งด้วย งานก็เลยเยอะเป็นเท่าตัวเลย” บัวบุษยาหันมาตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“เคลียร์เสร็จคงได้บินแหละ แต่แพลนเอาไว้ว่าจะไปแถว ๆ ภูเก็ตก่อน... แล้วค่อยบินไปเที่ยวยุโรปกันยาว ๆ”
“ไปภูเก็ตด้วยเหรอ แล้วไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“ที่คุยกับพี่บี๋เอาไว้ ก็คงอาทิตย์หน้านี่มั่ง... เห็นเค้าว่างั้นนะ ฉันก็แล้วแต่พี่บี๋เค้าแหละ”
“ถึงคิวซักประวัติแล้ว ไปสิ” พราวพิลาศบอกเพื่อนเมื่อได้ยินพยาบาลหน้าห้องเรียกชื่อบัวบุษยา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ แต่ก็ต้องใจหายแวบเมื่อเดินไปเห็นป้ายชื่อของหมอประจำห้องตรวจ นายแพทย์ราเมศวร์ อัศวเมธี
พราวพิลาศทนความจุกแน่นไม่ไหวพยายามขยับสะโพกหนีจนทำให้แท่งเนื้อร้อนผ่าวหลุดถอนออกไป คเชนทร์ตวัดแขนกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอหนีห่างเขาขยับไปนั่งลงบนฝาชักโครกที่ปิดสนิท ก่อนจะจับร่างของพราวพิลาศให้หันหน้าเข้าหาแล้วอุ้มมานั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง มือหนาแหวกกระโปรงทรงเอของเธอให้ร่นขึ้นไปกองที่เอว ก่อนจะประคองสะโพกอวบกลมกลึงให้กดแทรกทับลงมากลืนกินความใหญ่โตดุดันอีกครั้งคเชนทร์ไม่รอช้า เขาดึงมือเรียวทั้งสองข้างของผู้ช่วยสาวให้โอบรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงบังคับ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ ราวกับจะสะกดให้ผู้ช่วยสาวตกอยู่ในภวังค์ที่มีเพียงเขาเท่านั้น ก่อนจะพยายามประคองบั้นท้ายงอนงามของเธอให้ยกขึ้น เพื่อขับเคลื่อนจังหวะรักให้แนบชิดลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมคเชนทร์จะอุ้มเธอลุกขึ้นในท่าลิงอุ้มแตงแต่พราวพิลาศยังคงขัดขืน หญิงสาวไม่ยอมให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย ร่างกายของเธอเกร็งไปทั้งตัว พยายามเบี่ยงเบนหลบหนีจากสัมผัสรุกรานในท่วงท่าอันแสนดิบเถื่อน เป็นผลให้คเชนทร์ทำได้เพียงยกขาข้างหนึ่งของเธอได้ข้างเดียวเท่านั้น ร่างกายของเธอเลี่ยงหลบ จีสตริงตั
“น้ำออกมาเต็มเลยพราวจ๋า พี่ขอเอาเข้าไปเลยนะ ที่รัก”“อร๊ายยยย! พี่บี๋ อื้อ!! ทำไมทำกับพราวอย่างนี้ อร๊ายยย!!!” หญิงสาวกรีดร้องแผ่วเบา ใบหน้าเหยเกเมื่อความใหญ่โตคืบคลานเข้าสู่ช่องทางที่ปิดสนิท“เจ็บเหรอ...ที่รัก” เขาถามพลางจูบซับหน้าผากมนมน“ค่ะ... มันเจ็บมากเลย เอาออกเถอะค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงเหนื่อยหอบปนกระเส่า“ใจเย็น ๆ ก่อนะ เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆ ขยับนะ... อีกแป๊บเดียวพราวก็จะไม่เจ็บแล้ว” เขาหว่านล้อมในขณะที่สะโพกสอบเริ่มขยับขับเคลื่อนเนิบนาบ ยิ่งกระตุ้นให้ส่วนนั้นคับแน่นจนแทบหายใจไม่ทัน“พี่ทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง... พราวไม่ใช่เมียพี่นะคะ อร๊ายย!!!” เธอประท้วงทั้งที่อารมณ์รักถูกจุดจนติดไฟ“นิดเดียวน่า พราวจ๋า... พี่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ อดทนอีกนิดนะ”“พี่ขอปลดกระดุมหน่อยนะ... เพิ่มอารมณ์ให้พี่หน่อย มันใกล้แล้ว พราวจ๋า” สิ้นคำขอมือหนาก็พยายามจะปลดกระดุมเสื้อของเธอ“พี่บี๋จะทำอะไรคะ” พราวพิลาศอุทานเสียงสั่นเครือด้วยความตระหนกในขณะที่สายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย เธอพยายามจะเอื้อมมือไปปิดสาบเสื้อเพื่อไม่ให้เขาถอดมันออก“พอแล้วค่ะ... แค่นี้พราวก็ยอมพี่มากแล้ว นะคะพี่บี๋ ขอร้องเถอะค่ะ อ
พราวพิลาศยืนอึ้งอยู่กับที่ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตไหววูบ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วใบหน้าที่ตอนนี้กำลังแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอรีบเบือนสายตาหนีด้วยความประหม่า แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของสามีเพื่อนรักด้วยความรู้สึกหวิววาบในอกภาพของชายหนุ่มตรงหน้า จากสามีของเพื่อนสนิทที่เคยเคารพนับถือ กลายมาเป็นเจ้านาย และในยามนี้ ภาพแผ่นอกเปลือยเปล่าใต้แสงไฟเกิดทำให้พราวพิลาศรู้สึกวูบหวาบในกายสาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมล็ดพันธุ์แห่งเสน่หาที่ซ่อนเร้นเริ่มหยั่งรากลึกลงในใจโดยไม่รู้ตัว“เดี๋ยวพี่เอาร่มของพราวติดไปนะคะ” พราวพิลาศยื่นร่มให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน“ส่วนเสื้อเชิ้ตของพี่ทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพราวซักแล้วเอาไปคืนให้”“ขอบใจมากนะพราว” คเชนทร์รับร่มไปถือไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“งั้นพี่กลับก่อนนะ พราวเองก็รีบไปอาบน้ำสระผมล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”พราวพิลาศเดินลงมาส่งชายหนุ่มถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ สายฝนเริ่มซาเม็ดลงแล้ว คเชนทร์เลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อย“พรุ่งนี้เช้าพี่ขอมารับพราวไปทำงานนะครับ”“จ
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกจากห้องตรวจ บัวบุษยาก็หันมามองเพื่อนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ“ขอบใจแกมากนะพราว ที่ทำเพื่อฉันได้ขนาดนี้”“เฮ่ย!.. ไม่เป็นไรหรอก” พราวพิลาศยิ้มรับบางๆ กลบร่องรอยความรู้สึกแปลกๆ ในใจ“เอ่อ... ว่าแต่เมื่อกี้เป็นไงบ้าง ตื่นเต้นมั้ย” บัวบุษยาถามหยอกล้อตามประสาเพื่อนสนิท“ไม่บอก”“แน่ะ! ที่เรื่องของฉัน แกยังซักซะละเอียดยิบเลยนะ”“อยากรู้เหรอ งั้นไปเลี้ยงกาแฟฉันก่อนสิ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”“ไปดิ!”เมื่อมาถึงร้านกาแฟ บัวบุษยาก็รีบเปิดบทสนทนาต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ไหนเล่ามา ความรู้สึกแรกเป็นไง”“เสียว” พราวพิลาศตอบสั้นๆ แต่ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับตาโต“แล้วเจ็บป่ะ”“นิดหน่อย... แต่เครื่องมือของหมอเล็กมากนะ ฉันแอบสารภาพกับคุณหมอด้วยว่าฉันยังซิง...” พราวพิลาศชะงักไปนิดก่อนจะเปลี่ยนคำพูด“แกจีบคุณหมอเลยซิ แว่ว ๆ มาว่าเค้าโสดนะ”“บ้า! แกก็พูดเกินไป หล่อ ๆ อย่างหมอราเมศวร์เนี่ยนะโสด ฉันไม่เชื่อหรอก” พราวพิลาศหัวเราะแก้เขิน“แล้วคุณหมอนัดแกเก็บไข่เมื่อไหร่ล่ะ” พราวพิลาศเปลี่ยนเรื่องกลับมาเข้าประเด็นสำคัญเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในอก“หมอให้ฉันกินยาเพื่อกระตุ้นรังไข่
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอีกครั้งด้วยความยอมจำนน ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปกอบกุมท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่กำลังผงาดพองโตสู้มือ ลิ้นร้อนตวัดเลียตั้งแต่โคนจรดปลายรวมไปถึงพวกไข่ ก่อนจะจัดการครอบครองท่อนเอ็นของสามีด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน สลับกับการใช้เรียวลิ้นตวัดเลียละเลงอย่างเชี่ยวชาญ ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าของสามี“ซี๊ดดด อ่า โอ๊ะ โอ๊ยยย!!!... เมียของพี่เก่งโมคเก่งจังเลย อย่าทำให้ของพี่แตกนะคนดี” คเชนทร์เอนกายพิงผนังห้องน้ำ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนากอบกุมศีรษะของภรรยาเบา ๆ ขยับขึ้นลงตามจังหวะรักของเธอเสียงครางของคเชนทร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมมือหนาที่เอื้อมไปบีบนวดเต้านมของภรรยาของเธอเร่งเร้า“บัวทำให้พี่ฟินมากเลย ที่รัก อีกนิดเดียวก็จะแตกแล้วเนี่ย โอ๊ยย ๆ เบาก่อน” สามีจับศีรษะของบัวบุษยาเอาไว้ เธอหยุดและเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความภูมิใจที่ได้มอบความสุขให้กับเขา“ขึ้นให้พี่ได้แล้วเมียจ๋า...” คเชนทร์จับตัวภรรยาให้ลุกพ้นน้ำ บัวบุษยาหยิบเจลหล่อลื่นที่วางอยู่ขอบอ่างชโลมบริเวณแท่งรักของสามีจนชุ่ม ก่อนจะเอื้อมมาทาบริเวณก้นของตัวเองบัวบุษยาขยับตัวคร่อมตักสามี หน้าอกอวบแนบชิดกับริมฝีปากหนาที่พร้อมจะให้เ
บัวบุษยาและสามีก็ตัดสินใจเดินทางตรวจพร้อมกัน ภายในห้องตรวจที่เงียบสงบและสะอาดตา บัวบุษยานั่งกุมมือสามีแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความกังวล ขณะที่นายแพทย์หนุ่มกำลังพินิจพิเคราะห์ผลตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์บนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“จากผลตรวจฮอร์โมนและสภาพผนังมดลูกของคุณบัว…” หมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง“คือหมอพบภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับรังไข่ ซึ่งทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติของคุณบัวกับสามี อาจจะมีโอกาสติดน้อยครับ”ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ บัวบุษยาตัวชาไปทั้งตัว นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คเชนทร์รีบดึงร่างภรรยาเข้ามากอด ฝ่ามือหนาลูบหลังเธอเบาๆ แต่แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความผิดหวังที่ลึกซึ้ง“แล้ว… ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอครับคุณหมอ” คเชนทร์เอ่ยถามเสียงเครียด“มีครับ… หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือ การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF โดยใช้ไข่ของคุณบัวบุษยาผสมกับเชื้อของคุณคเชนทร์ แล้วให้คนอื่นช่วยตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกว่าการอุ้มบุญนั่นแหละครับ” แม้จะเป็นหนทางอันริบหรี่ แต่บัวบุษยาก็พร้อมจะไขว่คว้ามันไว้เพื่อครอบครัว ในห







