เข้าสู่ระบบ“มั่นใจว่าทุกที่?”
“จริง ๆ แล้วก็รับบ้างไม่รับบ้าง ฉันก็พูดไปงั้นล่ะเพื่อให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดไงคะ สรุปคุณจะให้ฉันแนะนำตัวต่อรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่ดีกว่า...ถ้าให้คุณพูดต่อก็คงไม่มีสาระเหมือนเดิม” ธนาถอนหายใจเสียงดังบ่งบอกว่าตอนนี้กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับผู้สมัครคนนี้เสียเต็มประดา
“แล้วสาระของคุณคืออะไรล่ะ” ดุจเพชรเองก็เริ่มไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าไอ้ผู้ชายคนนี้เสียแล้ว คนอะไรจะขี้เก๊กขนาดนี้ แถมยังปากจัดอีกต่างหาก มีดีอย่างเดียวก็แค่หล่อเท่านั้นล่ะ
“คุณยังซิงอยู่หรือเปล่า” ธนามองหน้านิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ หากคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอบว่าไม่ก็จะถูกคัดชื่อออกทันที
“นี่คือคำถามที่มีสาระของคุณแล้วเหรอคะ”
“ใช่ มันคือส่วนหนึ่งที่จะนำมาพิจารณาคัดเลือก ตอบตามความจริงด้วย ถ้าทางเรารู้ทีหลังทุกอย่างจะต้องเป็นโมฆะ”
“ถ้าเคยช่วยตัวเองนี่เรียกว่าซิงอยู่หรือเปล่า ฉันไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนไหนนะ แต่ถ้าเป็นนิ้วก็พอมีบ้าง ใคร ๆ เขาก็ทำกัน แต่ถ้าเป็นพวกแตงกวาล่ะถือว่ายังซิงไหมคุณ” เจ้าหล่อนตอบหน้าตาใสซื่อ ไม่ได้คิดอะไรมาก หากแต่เป็นธนาที่เบิกตามองอย่างเหลือเชื่อ อะไรจะตรงขนาดนี้ ตรงจนเขาเป็นฝ่ายอายเสียเอง
“ถ้าคุณยังไม่โดนไอ้นั่นของผู้ชายสอดใส่เข้าไปถือว่ายังซิงพอจะเข้าใจนะ” เขาอยากจะจับแก้ผ้าตีก้นเสียจริง ๆ คนอะไรจะซื่อบื้อได้ขนาดนี้
“ออ ถ้างั้นก็ยังซิงค่ะ” ดุจเพชรยิ้มร่าเมื่อรู้ว่าตัวเองยังพอมีหวัง
“แล้ว...หน้าอกคัพไหน”
เจอคำถามนี้เข้าไปทำให้ดุจเพชรถึงกับตาโต ยกมือขึ้นกุมหน้าอกทันที ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง คำถามดูมีสาระเสียเหลือเกิน
...ไอ้บ้าเอ๊ย!!!
คำก่นด่าดังขึ้นในใจอย่างอัดอั้น หากเป็นไปได้เธออยากจะตะโกนใส่หน้านายคนนี้ให้ดัง ๆ
“คำถามนี้คือส่วนหนึ่งที่จะนำมาพิจารณาคัดเลือก ใช่ไหมคะ” ดุจเพชรชิงพูดตัดหน้าก่อนที่ธนาจะขยับปาก
“รู้แล้วจะถามทำไม” ชายหนุ่มทำเสียงดุใส่
“หน้าอกฉันคัพไหนน่ะเหรอ เอ...ฉันเองก็ไม่เคยวัดสักครั้งเลย ทำยังไงดีต้องการตัวเลขเป๊ะ ๆ เลยไหมคะ ฉันจะได้ไปวัดในห้องน้ำก่อน” อยากรู้ดีนักเธอจะกวนให้หัวปั่นเลยคอยดู
“ไม่ต้อง! เอาคร่าว ๆ” ตอนนี้กำแพงความอดทนของธนาแทบจะพังลงแล้ว
“อืม...คิดแป๊บนะ” พูดพลางคลึงที่เนินอกตัวเองไปด้วย “ประมาณ...คัพซีได้มั้ง”
เห็นเจ้าหล่อนทำอย่างนั้นใบหน้าของชายหนุ่มก็ร้อนผ่าว ความเป็นชายที่ขดตัวอยู่ภายใต้กางเกงเนื้อดีเริ่มพองตัวขึ้นอย่างช้า ๆ จนคับแน่นไปหมด จนต้องเลื้อยมือลงไปจัดระเบียบไม่ให้มันปวด
“คุณทำอะไรน่ะ”
เจ้าหล่อนเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางแปลก ๆ ขยุกขยิกตัวเหมือนมีมดกำลังไต่อยู่ใต้ร่มผ้าเสียอย่างนั้น
“เปล๊า”
“เปล่าแล้วทำไมต้องขึ้นเสียงสูงด้วย”
“สรุปว่าผมหรือคุณที่เป็นฝ่ายสัมภาษณ์ เข้าเรื่องเลยละกัน หน้าอกคัพซีก็พอใช้ได้ กลาง ๆ น่าจะเหมาะมือ ส่วนข้างล่าง...” ชายหนุ่มเปรยออกมาเบา ๆ ขณะจดอะไรบางอย่างในกระดาษ เงยขึ้นมามองพร้อมเอ่ยประโยคสุดท้าย
“นี่อย่าบอกนะว่าจะถามเรื่องน้องสาวของฉันด้วย มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะคุณ สรุปว่าสัมภาษณ์เป็นแม่อุ้มบุญหรือนางเอกหนังโป๊กันแน่” เจ้าหล่อนโวยวายเสียงดังเป็นครั้งแรกที่อดรนทนไม่ไหว
“ก็มันเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา สิบล้านบาทเชียวนะคุณ ผมก็ต้องเลือกเฟ้นแม่ของลูกที่ครบเครื่องไร้ที่ติ”
...ถ้าเธอผ่านการพิจารณาเดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่
นั่นคือความคิดในหัวของธนาที่ทำให้เจ้าตัวฉายรอยยิ้มร้ายกาจออกมาอย่างลืมตัว
“คุณหมดคำถามหรือยังฉันจะได้กลับสักที” ดูเหมือนว่าตอนนี้ดุจเพชรเริ่มรู้สึกว่าการมาที่นี่มันไม่ได้มีสาระอะไรเลย
“เหลืออีกคำถามเดียวก็เสร็จแล้ว เหตุผลที่คุณมานั่งอยู่ตรงนี้คืออะไร”
“ฉันตอบอย่างไม่อายว่าเพราะเงิน ตอนนี้ชีวิตฉันกำลังย่ำแย่หมดหนทาง เงินเท่านั้นคือพระเจ้า นี่คือเหตุผลเดียวโอเคนะ” เจ้าหล่อนตอบอย่างไม่คิดมากเพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้หวังอะไรแล้ว คิดแค่ว่าตอบส่ง ๆ ให้มันจบ
“ผมหมดคำถามแล้ว คุณมีอะไรจะถามก่อนออกไปไหม”
“มี! ฉันฝากบอกเจ้านายคุณด้วยนะว่าไม่มีอะไรจะทำแล้วเหรอ ถึงได้คิดโปรเจคที่ปัญญาอ่อนอย่างนี้ขึ้นมา แค่นี้ล่ะ” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที
“เดี๋ยวผมจะบอกคุณธนาให้ก็แล้วกันครับ” ตะโกนตามหลังไป ถึงแม้ว่าจะรู้สึกจุกไม่น้อยที่โดนด่าซึ่ง ๆ หน้าอย่างนี้
เมื่อสิ้นเสียงปิดประตูธนาถึงกับถอนหายใจเสียงดัง ตอนนี้ในหัวกำลังคิดว่าจะเอายังไงกับยัยแสบกวนตีนคนนี้ น่าจับมาตีก้นนัก ดีดอย่างกับม้าแถมยังปากดีอีกด้วย แต่คุณสมบัติผู้หญิงคนนี้มันดันตรงตามที่เขาต้องการทุกอย่างเลยนี่สิ
...หรือจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
“หนูอยากกิงปู” จู่ ๆ ธนนท์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปที่ปูอลาสก้าตัวใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ดุจเพชรรีบหันมาสนใจลูกแทนที่จะตอบโต้ธนากลับ“เดี๋ยวแม่แกะให้นะคะ” ว่าแล้วก็ดึงขาปูอลาสก้าออกมาจากตัวแล้วใช้กรรไกรตัดเอาเปลือกออก แคะเอาเนื้อออกมาให้ลูกทั้งสองคน เจ้าตัวเล็กดีใจตบมือซะเสียงดังกันเลยทีเดียว“เดี๋ยวพ่อแกะให้บ้างนะ” ธนาหวังเอาใจลูกบ้าง จึงหยิบขาปูอีกข้างมาแกะเอาเนื้อยื่นให้ลูกแฝด ราวกับว่ากำลังทำสงครามแย่งความสนใจจากลูกทั้งสองคนคนทั้งโต๊ะจ้องมองสี่คนพ่อแม่ลูกพร้อมกับรอยยิ้ม ราวกับว่าวันนี้เป็นการนัดรวมตัวเพื่อมาชมความน่ารักของครอบครัวนี้ซะอย่างนั้น“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับคุณแม่” ธนินเอ่ยกับมารดาพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ จะเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ฉันก็ปวดฉี่เหมือนกันรอด้วยไอ้น้อง รออยู่ตรงนี้นะลูกเดี๋ยวพ่อมา” ธนาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามหลังน้องชายไปติด ๆไม่นานหลังจากนั้นคุณหญิงจิรประภาก็เอ่ยอะไรบางอย่างกับลูกสะใภ้“หนูเพชรจ๊ะ”“คะคุณแม่” หลังจากคลอดลูกได้ไม่นานคำสรรพนามที่ดุจเพชรเรียกคุณหญิงจิรประภาก็เปลี่ยนไป“หนูมาอยู่ที่บ้านในฐานะสะใภ้ฉันก็เกือบจะสามปีแล้วนะ น้อยใจหรือเปล่
ดุจเพชรหันไปมองยังต้นเสียงก็เห็นเพื่อนรักเดินมาพร้อมกับแฟนหนุ่ม เจ้าตัวจึงส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ ส่วนเทียนทิมาก็รีบเดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมกับมองดูหลานตัวน้อยที่กำลังนั่งทานขนมอย่างเอ็นดู“มึงมาถึงนานหรือยังเนี่ย” ธนาเอ่ยถามเพื่อน“สักพักแล้วว่ะ มัวแต่เก็บของอยู่เลยลงมาหาช้าหน่อย”“ธนนท์ ดุจดาวไหว้คุณลุงคุณป้าสิคะ” ดุจเพชรบอกกับลูกทั้งสองคนเด็ก ๆ มองผู้มาใหม่อย่างคุ้นเคย แล้วก็ยกมือไหว้ตามคำสั่งของมารดา ตั้งแต่คลอดเด็กทั้งสองคนออกมา เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็เทียวมาที่บ้านจนเด็ก ๆ จำหน้าได้เป็นอย่างดี“สวัสดีฮับ / สวัสดีค่ะ”“สวัสดีค่ะเด็ก ๆ ป้าซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” เทียนทิมาเอ่ยกับเด็กทั้งสอง มือเรียวก็ลูบเบา ๆ ที่แผ่นหลังด้วยความเอ็นดู เธอเองก็อยากมีลูกที่น่ารักอย่างนี้เหมือนกันแต่ติดตรงที่ยังไม่มาสักที“จริงเหรอฮับหนูอยากกินหนม” เจ้าหนูธนนท์ได้ยินก็รีบทิ้งขนมในมือลงพื้นอย่างไม่ไยดี“หนูก็อยากเหมือนกัน” ดุจดาวเองก็ไม่น้อยหน้าน้องชาย มีความตื่นเต้นกับของสิ่งใหม่อย่างออกนอกหน้า“ถ้างั้นเราเข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ จะได้เตรียมตัวไปจ่ายตลาดสำหรับมื้อเย็นนี้ด้วย” ดุจเพชรเอ่ยชวนทุกคนเข้าไปในบ้าน“
ร่มผ้าใบผืนใหญ่ถูกตั้งไว้บนชายหาดสีขาว ให้ร่มเงาพอจะเป็นพี่พักพิงคลายร้อนจากแสงแดดในช่วงบ่ายแก่ ๆ ได้ ดุจเพชรเตรียมน้ำดื่มและขนมไว้ในตะกร้าใบใหญ่ที่อยู่ข้างตัว เตรียมพร้อมเอาไว้ให้สองแสบที่กำลังเล่นอยู่ริมหาดกับผู้เป็นพ่ออย่างสนุกสนาน“อย่าแกล้งพ่อสิลูกฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะของธนาดังลั่นอยู่ไม่ไกล นั่นเพราะกำลังถูกลูกแฝดทั้งสองคนโกยเม็ดทรายทับถมบนลำตัว จะเหลือไว้ก็เพียงส่วนลำคอจนไปถึงศีรษะเท่านั้นเอง ตอนแรกเจ้าตัวก็นอนนิ่ง ๆ ยอมให้เจ้าแสบทั้งสองขุดทรายมาถมเล่น ๆ แต่ตอนนี้มันเยอะมากจนเริ่มขยับตัวไม่ได้แล้ว“คุงพ่ออยู่นิ่ง ๆ สิฮะ” ธนนท์เอ่ยกับบิดา ขณะที่มือน้อยๆ ก็ยังขนเม็ดทรายมาปกปิดบริเวณหน้าอกอยู่เนือง ๆ“ที่รักช่วยผมด้วย ลูกจะฝังผมทั้งเป็นแล้วเนี่ย” ธนาตะโกนเรียกคนรักให้มาช่วยปรามลูกทั้งสองคน“เอาเลยลูกถมให้จมดินไปเลย” ดุจเพชรนั่งยิ้มกริ่มอย่างพอใจ พร้อมทั้งเอ่ยสนับสนุนลูกทั้งสองคนอย่างเต็มที่“ทำไมใจร้ายทั้งแม่ทั้งลูกเลยเนี่ย พ่อจะไม่ทนแล้วนะอยากกินตับเด็กน้อยแล้วววว” ธนาดันตัวลุกขึ้นจนทำให้ทรายที่ทับถมอยู่หลุดออกจากตัว ก่อนจะทำหน้ายักษ์พร้อมกับยกมือทำเป็นเขี้ยวเล็บราวกับหมาป่าที่พร้อ
สามปีต่อมาตอนนี้แฝดทั้งสองได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้ายิ่งละม้ายคล้ายกับผู้เป็นพ่อมากขึ้นทุกที เด็กทั้งสองเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่ได้พบเห็นต่างก็อดใจไม่ไหวต้องเข้ามาหยอกล้อเล่นด้วยความมันเขี้ยวส่วนเมย์ได้คลอดลูกชายสมใจอยากคุณสามี จากตอนแรกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันจนเกือบจะเลิกรา แต่เมื่อมีโซ่ทองคล้องใจกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งสองครอบครัวยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ แต่เมย์ยังไม่มีโอกาสกลับมาเมืองไทยเลยหลังจากนั้นสำหรับ เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็ยังคงใช้ชีวิตคู่ได้อย่างราบรื่น อาจจะมีงอนกันบ้างแต่ก็สามารถผ่านปัญหาไปได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะทั้งสองไม่ปล่อยให้มันคาราคาซัง มีอะไรก็เคลียร์กันให้เร็วที่สุดทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นแค่เรื่องเล็กเท่านั้นเอง ตอนนี้คอปเตอร์ได้รับความไว้วางใจจากบิดา ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ในขณะที่เทียนทิมาตัดสินใจเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียนจนจบมอปลาย ตอนนี้ก็กำลังศึกษาคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง วันไหนไม่มีเรียนก็จะมาช่วยงานที่ร้านเบเกอร์รี่ของเอ็มม่าอยู่เสมอ การพบเจอกับ
บ๊วบ ๆ ๆดุจเพชรเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้ว รับรู้ได้จากมือหนาที่จับบริเวณศีรษะเอาไว้ เริ่มเร่งจังหวะโยกเข้าหาแก่นกายเร็วขึ้น สัมพันธ์กับสะโพกที่เด้งเอาแก่นกายเข้ามาในปากของดุจเพชรอย่างระรัว ขาแกร่งของธนาเกร็งแน่นมากขึ้น เมื่อของเหลวสีขาวขุ่นเริ่มไหลปะทุพร้อมที่จะออกมาจากแท่งร้อนเต็มทีแล้ว“ซี้ดส์!! มะ...ไม่ไหวแล้วว ตะ....แตกแล้วววววว!!” ธนาตะโกนสุดเสียง กระตุกสะโพกอยู่เนือง ๆ เมื่อของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งออกมาจากแก่นกายอย่างท่วมท้น ไหลเข้าไปในโพรงปากคนรักจนหมดเกลี้ยง มือหนายังคงบังคับไม่ให้อีกฝ่ายยอมถอนใบหน้าไปไหน“อื้อ....อ่อยยย” ดุจเพชรพยายามเอ่ยประท้วงในลำคอไม่เป็นภาษา แม้ว่าแท่งร้อนจะอ่อนตัวลงมาแล้ว แต่ของเหลวสีขาวขุ่นยังคับแน่นอยู่ในปาก หล่อนอยากจะบ้วนมันทิ้งเต็มทนแล้วธนาซึ่งกำลังเงยหน้าหลับตาพริ้มเริ่มได้สติ แล้วลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากศีรษะของดุจเพชร ครั้งนี้เจ้าตัวรู้สึกว่าน้ำรักออกมามากกว่าปกติ เพราะมันไม่ได้ถูกปลดปล่อยมานานหลายวันแล้ว“ห้ามคายทิ้งเด็ดขาดต้องกินให้หมดด้วย ไม่งั้นฉันจะถือว่าเธอรังเกียจฉัน” เมื
“พอใจคุณหรือยังพ่อเด็กอนุบาล”“ก็โอเคนะ แต่ฉันไม่ใช้เด็กอนุบาลนะ หลักฐานมันก็ทนโท่อยู่นี่ไง” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวจับเจ้าธนาเอ็กซ์ตร้าโชว์อย่างไม่รู้สึกอาบ แต่เป็นดุจเพชรที่ต้องเอนหน้าหนี ใบหน้าแดงเรื่องด้วยความอาย“หน้าไม่อาย”“ทำไมต้องอายในเมื่อทำต่อหน้าเมียตัวเอง” ว่าพร้อมเลื้อยมือมาจับมือเรียวของเจ้าหล่อนไปดอมดมให้ชื่นใจ“ใครเมียคุณมิทราบ”“ก็ใครล่ะที่ครางใต้ร่างฉันบ่อย ๆ ใครกันที่รักฉันมาก”“ใครรักคุณมิทราบ”“กล้าสาบานไหมล่ะ” ธนากระตุกยิ้มร้ายกาจ จ้องมองใบหน้าอันแดงเรื่องของเจ้าหล่อนอย่างพอใจ“ไม่สาบาน แล้วก็ปล่อยมือด้วย ฉันจะไปหยิบฟองน้ำกับครีมอาบน้ำมาถูตัวให้” ธนาได้ยินก็ยอมปล่อยมืออีกฝ่ายแต่โดยดีดุจเพชรเดินไปหยิบฟองน้ำถูตัวและครีมอาบน้ำมาแล้วนั่งบนตั่งตัวเดิม หลังจากนั้นก็บีบครีมอาบน้ำลงไปบนฟองน้ำพอประมาณ นำไปถูแขนให้คนที่อยู่ในอ่าง ธนานั่งยิ้มกริ่มอย่างสบายใจ และรู้สึกสบายตัวมากเหลือเกิน อยากให้มีอย่างนี้ทุกวันมันคงจะดีไม่น้อย“คุณรู้ไหมตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยทำอย่างนี้ให้ใครเลยนะ” พูดไปก็ใช้ฟองน้ำถูแขนให้อีกฝ่ายไปด้วย ก่อนจะไล่ไปจนถึงแผ่นหลังกว้าง ตอนนี้ในอ่างเต็มไปด้วยฟองน้ำ ร
“นี่นะเหรอความคิดของคนที่เป็นความหวังของครอบครัว คุณคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงพ่อกับแม่ ไม่คิดว่าลูกที่จะเกิดมาต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหา ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวคุณจริง ๆ” “ฉันก็ทำให้แล้วนี่ไง ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น แม้กระทั่งเธอเองก็มีเหตุผลของตัวเอง จริงไหม?” ได้ยินอ
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงกระทบกันของช้อนส้อมกับจานดังอยู่เนือง ๆ ธนาเห็นสภาพของแต่ละคนก็อดขำไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ประกาศข่าวดีให้ทุกคนทราบโดยพร้อมเพรียงกัน “ทุกคนครับผมมีเรื่องจะบอก” เมื่อได้ยินเสียงทุกคนก็หันมามองธนาทันที
วันนี้เป็นวันที่สองของการทำงานแล้ว เทียนทิมาเริ่มรู้จักอะไรมากขึ้นและเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังโชคดีที่ได้มีเพื่อนใหม่รุ่นราวคราวเดียวกันอย่างมอสทำให้ไม่รู้สึกเหงา จริง ๆ แล้วเอ็มม่าอยากให้เทียนทิมาเข้าไปช่วยงานในเคาน์เตอร์เสียมากกว่า แต่เจ้าตัวกลับเป็นคนขอมาเป็นพนักงานเสิร์ฟเองเพราะค
“เดี๋ยวเอากรรไกรวางไว้ก่อน” ยัยเด็กบ้านี่ตัดซะน่าเกลียดเลย เจ้าตัวคิดในใจ “อะ เอาไปเล็มให้เรียบเนียนซะนะ” ยื่นกรรไกรให้แล้วก็เดินร้องเพลงออกจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปแล้วธนาก็จัดการตัดเล็มให้ดูดีขึ้นแล้วล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาด ความมึนเมาที่เคยม







