เข้าสู่ระบบ“โอ๊ยยย! เกลียด ๆ ๆ”
“แกเป็นบ้าอะไร กลับมาถึงห้องก็ชักดิ้นชักงออย่างกับโดนน้ำร้อนลวก” ‘เทียนทิมา’ ซึ่งกำลังนั่งแต่งตัวอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งต้องหันไปมอง เมื่อเพื่อนรักมาถึงแล้วก็นอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียงอย่างกับเด็กถูกขัดใจ
“เกลียดคนโว้ย เกลียด ๆ ๆ”
“ใครกันที่กล้าทำให้แกเกลียดได้ขนาดนี้ยะ”
“ก็ไอ้คนที่มันสัมภาษณ์ฉันไง ปากหมาฉิบหาย” ถ้าเจอหน้ากันอีกทีต้องซัดหน้าให้สักหมัดถึงจะสมใจอยาก
“เออแล้วเป็นไงบ้าง พอมีสิทธิ์ได้เทียนทิมาสิบล้านบาทปะ ถ้ารวยแล้วอย่าลืมฉันนะเว้ย”
“ได้อะไรล่ะ สัมภาษณ์มีแต่คำถามโง่ ๆ ทั้งนั้น ฉันก็เลยจัดไปหนึ่งดอกก่อนออกจากห้องสัมภาษณ์” พูดแล้วก็ยิ้มแหย ๆ
“แกนี่นะหัดระงับอารมณ์ซะบ้าง...เอ้อ! เขาถามแกว่าอะไรบ้างถึงได้ปรี๊ดแตกขนาดนี้” เทียนทิมามองหน้าเพื่อนเพื่อรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ
“เอ่อ...แกไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่ามันเป็นคำถามที่เหี้ยมากกกก” เจ้าตัวลากเสียงยาว
“สงสัยจะเหี้ยจริง ๆ ล่ะ ปกติแล้วแกโกรธใครเป็นซะที่ไหนล่ะ”
“แล้วนี่แกไม่คิดจะหางานใหม่เหรอ วันดีคืนดีถ้าไอ้เสี่ยนั่นมันคิดจะลวนลามแกจะทำไง” ดุจเพชรมองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองทำงานที่เดียวกันเป็นเด็กเสิร์ฟในผับแห่งหนึ่ง แต่ไอ้เสี่ยหัวงูเจ้าของผับคิดจะลวนลามดุจเพชร เจ้าตัวเลยสอยหมัดเข้าให้จนเลือดกลบปากจึงถูกไล่ออก นั่นเป็นที่มาของการเป็นคนตกงานในครั้งนี้
“ฉันต้องทนทำไปก่อน แกก็รู้ว่าถ้าฉันตกงานอีกคนเราจะเอาอะไรกินกัน”
“เออก็ใช่ เดี๋ยวฉันจะพยายามหางานให้ได้เร็ว ๆ ละกันแกก็ทน ๆ ไปก่อน ถ้าได้งานดี ๆ แล้วเดี๋ยวฉันชวนไปทำด้วย”
“ขอบใจ เดี๋ยวฉันออกไปทำงานก่อนละกัน” เทียนทิมาลุกขึ้นยืนพร้อมกับสะพายกระเป๋าใบเล็ก ๆ
“โชคดีแก”
หลังจากเพื่อนรักออกไปทำงานแล้วดุจเพชรก็นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างตั้งใจ เจ้าตัวกำลังค้นหางานที่ถูกใจแต่จนแล้วจนรอดก็ต้องเปิดผ่านไปหลายต่อหลายครั้ง ยังไม่มีอะไรที่ถูกใจเลยแม้แต่งานเดียว
“เฮ้อ! มันจะงานอะไรที่ได้เงินเยอะ ๆ บ้างไหมเนี่ย” นอนถอนหายใจหน้าบูดบึ้งอยู่บนเตียงอย่างหมดหวัง คิดดูอีกทีหล่อนไม่น่าไปวีนใส่นายนั่นอย่างนั้นเลย ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็อาจจะพอมีลุ้นอยู่บ้าง เงินห้าล้านบาทถ้าได้มาคงสบายได้เป็นชาติเลยทีเดียว
ผับแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร
เทียนทิมาเดินสะพายกระเป๋าเข้าไปวางไว้ในล็อกเกอร์ ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุดพนักงานแล้วออกมายืนรอรับออร์เดอร์ที่หน้าเคาน์เตอร์
“สวัสดีค่ะพี่ต้า” เป็นปกติที่ต้องไหว้ทักทายรุ่นพี่บาร์เทนเดอร์
หนุ่มหล่อประจำของร้าน“หวัดดีเทียน วันนี้ฉายเดี่ยวเลยสินะ” ต้าทักทายกลับด้วยคำถาม เพราะรู้เห็นเหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่เกิดขึ้นกับดุจเพชร
“ค่ะพี่”
“สงสารเพชรมันเนาะ มาเจอไอ้หัวงูเจ้าของร้านอย่างนี้” ประโยคหลังต้าโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบใกล้ ๆ เพราะกลัวใครจะได้ยิน
“แต่หนูว่าเป็นโชคดีของมันแล้วล่ะที่ได้ออกไปจากที่นี่”
“เอ็งก็ระวังตัวไว้บ้าง ตัวเล็ก ๆ น่ารักอย่างนี้มันอาจจะงาบเข้าให้สักวัน” ต้าแนะนำ
“ขอบคุณค่ะพี่ต้า ถ้ามันทำหนูรับรองมันได้ตายคามือแน่”
“ทำเป็นเก่งไป เจอแล้วจะหนาวหึ ๆ ”
“พี่ก็พูดซะหนูร้อน ๆ หนาว ๆ เลยเนี่ย” จะว่าไม่กลัวก็ไม่ใช่เพราะที่นี่คือผับของไอ้เสี่ยหัวงูนั่น หากเกิดอะไรขึ้นมันก็น่ากลัวไม่น้อย หล่อนไม่ใช่ประเภทสู้คนอย่างดุจเพชร ที่พูดออกไปก็ทำเป็นเก่งไปอย่างนั้นเอง
“พี่ล้อเล่น แค่อยากเตือนให้ระวังตัวไว้บ้างก็เท่านั้น” บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อยิ้มให้อย่างเป็นห่วง
“ขอบคุณค่ะพี่ เดี๋ยวหนูไปรับออร์เดอร์ลูกค้าก่อนนะ”
“เออ ๆ ขอให้ได้ทิปเยอะละกัน”
“สาธุ!!!” พูดพร้อมกับยกมือไหว้
หลังจากนั้นสาวน้อยรูปร่างผอมเพรียวก็เดินแทรกผู้คนหลายร้อยชีวิต ที่กำลังยืนโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงสากลอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเดินไปชนกับลูกค้าหนุ่มรายหนึ่งที่เห็นแล้วก็อยากจะเบือนหน้าหนีเสียให้ได้
“อ้าวน้องเทียนนี่เอง พี่นึกว่าวันนี้จะไม่มาซะอีก”
“มาสิคะ พี่มีอะไรให้หนูรับใช้เหรอคะ” เจ้าหล่อนกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขัดกับความรู้สึกในใจที่รำคาญซะเหลือเกิน
“มาที่โต๊ะพี่แป๊บนึงสิ”
“ได้ค่ะ”
เทียนทิมาเดินตามหลังลูกค้าหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อคนนั้นไป เขาคนนี้คือลูกค้าประจำของผับ และเป็นลูกค้าที่หล่อนเอือมระอามากที่สุดคนหนึ่ง นั่นเพราะชอบมาทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่ตลอดเวลาที่เจอกัน แถมบางวันยังมาแต๊ะอั๋งอีกด้วย ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่ต่างจากไอ้เสี่ยหัวงูเจ้าของผับสักเท่าไหร่
“หนูอยากกิงปู” จู่ ๆ ธนนท์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปที่ปูอลาสก้าตัวใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ดุจเพชรรีบหันมาสนใจลูกแทนที่จะตอบโต้ธนากลับ“เดี๋ยวแม่แกะให้นะคะ” ว่าแล้วก็ดึงขาปูอลาสก้าออกมาจากตัวแล้วใช้กรรไกรตัดเอาเปลือกออก แคะเอาเนื้อออกมาให้ลูกทั้งสองคน เจ้าตัวเล็กดีใจตบมือซะเสียงดังกันเลยทีเดียว“เดี๋ยวพ่อแกะให้บ้างนะ” ธนาหวังเอาใจลูกบ้าง จึงหยิบขาปูอีกข้างมาแกะเอาเนื้อยื่นให้ลูกแฝด ราวกับว่ากำลังทำสงครามแย่งความสนใจจากลูกทั้งสองคนคนทั้งโต๊ะจ้องมองสี่คนพ่อแม่ลูกพร้อมกับรอยยิ้ม ราวกับว่าวันนี้เป็นการนัดรวมตัวเพื่อมาชมความน่ารักของครอบครัวนี้ซะอย่างนั้น“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับคุณแม่” ธนินเอ่ยกับมารดาพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ จะเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ฉันก็ปวดฉี่เหมือนกันรอด้วยไอ้น้อง รออยู่ตรงนี้นะลูกเดี๋ยวพ่อมา” ธนาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามหลังน้องชายไปติด ๆไม่นานหลังจากนั้นคุณหญิงจิรประภาก็เอ่ยอะไรบางอย่างกับลูกสะใภ้“หนูเพชรจ๊ะ”“คะคุณแม่” หลังจากคลอดลูกได้ไม่นานคำสรรพนามที่ดุจเพชรเรียกคุณหญิงจิรประภาก็เปลี่ยนไป“หนูมาอยู่ที่บ้านในฐานะสะใภ้ฉันก็เกือบจะสามปีแล้วนะ น้อยใจหรือเปล่
ดุจเพชรหันไปมองยังต้นเสียงก็เห็นเพื่อนรักเดินมาพร้อมกับแฟนหนุ่ม เจ้าตัวจึงส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ ส่วนเทียนทิมาก็รีบเดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมกับมองดูหลานตัวน้อยที่กำลังนั่งทานขนมอย่างเอ็นดู“มึงมาถึงนานหรือยังเนี่ย” ธนาเอ่ยถามเพื่อน“สักพักแล้วว่ะ มัวแต่เก็บของอยู่เลยลงมาหาช้าหน่อย”“ธนนท์ ดุจดาวไหว้คุณลุงคุณป้าสิคะ” ดุจเพชรบอกกับลูกทั้งสองคนเด็ก ๆ มองผู้มาใหม่อย่างคุ้นเคย แล้วก็ยกมือไหว้ตามคำสั่งของมารดา ตั้งแต่คลอดเด็กทั้งสองคนออกมา เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็เทียวมาที่บ้านจนเด็ก ๆ จำหน้าได้เป็นอย่างดี“สวัสดีฮับ / สวัสดีค่ะ”“สวัสดีค่ะเด็ก ๆ ป้าซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” เทียนทิมาเอ่ยกับเด็กทั้งสอง มือเรียวก็ลูบเบา ๆ ที่แผ่นหลังด้วยความเอ็นดู เธอเองก็อยากมีลูกที่น่ารักอย่างนี้เหมือนกันแต่ติดตรงที่ยังไม่มาสักที“จริงเหรอฮับหนูอยากกินหนม” เจ้าหนูธนนท์ได้ยินก็รีบทิ้งขนมในมือลงพื้นอย่างไม่ไยดี“หนูก็อยากเหมือนกัน” ดุจดาวเองก็ไม่น้อยหน้าน้องชาย มีความตื่นเต้นกับของสิ่งใหม่อย่างออกนอกหน้า“ถ้างั้นเราเข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ จะได้เตรียมตัวไปจ่ายตลาดสำหรับมื้อเย็นนี้ด้วย” ดุจเพชรเอ่ยชวนทุกคนเข้าไปในบ้าน“
ร่มผ้าใบผืนใหญ่ถูกตั้งไว้บนชายหาดสีขาว ให้ร่มเงาพอจะเป็นพี่พักพิงคลายร้อนจากแสงแดดในช่วงบ่ายแก่ ๆ ได้ ดุจเพชรเตรียมน้ำดื่มและขนมไว้ในตะกร้าใบใหญ่ที่อยู่ข้างตัว เตรียมพร้อมเอาไว้ให้สองแสบที่กำลังเล่นอยู่ริมหาดกับผู้เป็นพ่ออย่างสนุกสนาน“อย่าแกล้งพ่อสิลูกฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะของธนาดังลั่นอยู่ไม่ไกล นั่นเพราะกำลังถูกลูกแฝดทั้งสองคนโกยเม็ดทรายทับถมบนลำตัว จะเหลือไว้ก็เพียงส่วนลำคอจนไปถึงศีรษะเท่านั้นเอง ตอนแรกเจ้าตัวก็นอนนิ่ง ๆ ยอมให้เจ้าแสบทั้งสองขุดทรายมาถมเล่น ๆ แต่ตอนนี้มันเยอะมากจนเริ่มขยับตัวไม่ได้แล้ว“คุงพ่ออยู่นิ่ง ๆ สิฮะ” ธนนท์เอ่ยกับบิดา ขณะที่มือน้อยๆ ก็ยังขนเม็ดทรายมาปกปิดบริเวณหน้าอกอยู่เนือง ๆ“ที่รักช่วยผมด้วย ลูกจะฝังผมทั้งเป็นแล้วเนี่ย” ธนาตะโกนเรียกคนรักให้มาช่วยปรามลูกทั้งสองคน“เอาเลยลูกถมให้จมดินไปเลย” ดุจเพชรนั่งยิ้มกริ่มอย่างพอใจ พร้อมทั้งเอ่ยสนับสนุนลูกทั้งสองคนอย่างเต็มที่“ทำไมใจร้ายทั้งแม่ทั้งลูกเลยเนี่ย พ่อจะไม่ทนแล้วนะอยากกินตับเด็กน้อยแล้วววว” ธนาดันตัวลุกขึ้นจนทำให้ทรายที่ทับถมอยู่หลุดออกจากตัว ก่อนจะทำหน้ายักษ์พร้อมกับยกมือทำเป็นเขี้ยวเล็บราวกับหมาป่าที่พร้อ
สามปีต่อมาตอนนี้แฝดทั้งสองได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้ายิ่งละม้ายคล้ายกับผู้เป็นพ่อมากขึ้นทุกที เด็กทั้งสองเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่ได้พบเห็นต่างก็อดใจไม่ไหวต้องเข้ามาหยอกล้อเล่นด้วยความมันเขี้ยวส่วนเมย์ได้คลอดลูกชายสมใจอยากคุณสามี จากตอนแรกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันจนเกือบจะเลิกรา แต่เมื่อมีโซ่ทองคล้องใจกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งสองครอบครัวยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ แต่เมย์ยังไม่มีโอกาสกลับมาเมืองไทยเลยหลังจากนั้นสำหรับ เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็ยังคงใช้ชีวิตคู่ได้อย่างราบรื่น อาจจะมีงอนกันบ้างแต่ก็สามารถผ่านปัญหาไปได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะทั้งสองไม่ปล่อยให้มันคาราคาซัง มีอะไรก็เคลียร์กันให้เร็วที่สุดทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นแค่เรื่องเล็กเท่านั้นเอง ตอนนี้คอปเตอร์ได้รับความไว้วางใจจากบิดา ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ในขณะที่เทียนทิมาตัดสินใจเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียนจนจบมอปลาย ตอนนี้ก็กำลังศึกษาคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง วันไหนไม่มีเรียนก็จะมาช่วยงานที่ร้านเบเกอร์รี่ของเอ็มม่าอยู่เสมอ การพบเจอกับ
บ๊วบ ๆ ๆดุจเพชรเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้ว รับรู้ได้จากมือหนาที่จับบริเวณศีรษะเอาไว้ เริ่มเร่งจังหวะโยกเข้าหาแก่นกายเร็วขึ้น สัมพันธ์กับสะโพกที่เด้งเอาแก่นกายเข้ามาในปากของดุจเพชรอย่างระรัว ขาแกร่งของธนาเกร็งแน่นมากขึ้น เมื่อของเหลวสีขาวขุ่นเริ่มไหลปะทุพร้อมที่จะออกมาจากแท่งร้อนเต็มทีแล้ว“ซี้ดส์!! มะ...ไม่ไหวแล้วว ตะ....แตกแล้วววววว!!” ธนาตะโกนสุดเสียง กระตุกสะโพกอยู่เนือง ๆ เมื่อของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งออกมาจากแก่นกายอย่างท่วมท้น ไหลเข้าไปในโพรงปากคนรักจนหมดเกลี้ยง มือหนายังคงบังคับไม่ให้อีกฝ่ายยอมถอนใบหน้าไปไหน“อื้อ....อ่อยยย” ดุจเพชรพยายามเอ่ยประท้วงในลำคอไม่เป็นภาษา แม้ว่าแท่งร้อนจะอ่อนตัวลงมาแล้ว แต่ของเหลวสีขาวขุ่นยังคับแน่นอยู่ในปาก หล่อนอยากจะบ้วนมันทิ้งเต็มทนแล้วธนาซึ่งกำลังเงยหน้าหลับตาพริ้มเริ่มได้สติ แล้วลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากศีรษะของดุจเพชร ครั้งนี้เจ้าตัวรู้สึกว่าน้ำรักออกมามากกว่าปกติ เพราะมันไม่ได้ถูกปลดปล่อยมานานหลายวันแล้ว“ห้ามคายทิ้งเด็ดขาดต้องกินให้หมดด้วย ไม่งั้นฉันจะถือว่าเธอรังเกียจฉัน” เมื
“พอใจคุณหรือยังพ่อเด็กอนุบาล”“ก็โอเคนะ แต่ฉันไม่ใช้เด็กอนุบาลนะ หลักฐานมันก็ทนโท่อยู่นี่ไง” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวจับเจ้าธนาเอ็กซ์ตร้าโชว์อย่างไม่รู้สึกอาบ แต่เป็นดุจเพชรที่ต้องเอนหน้าหนี ใบหน้าแดงเรื่องด้วยความอาย“หน้าไม่อาย”“ทำไมต้องอายในเมื่อทำต่อหน้าเมียตัวเอง” ว่าพร้อมเลื้อยมือมาจับมือเรียวของเจ้าหล่อนไปดอมดมให้ชื่นใจ“ใครเมียคุณมิทราบ”“ก็ใครล่ะที่ครางใต้ร่างฉันบ่อย ๆ ใครกันที่รักฉันมาก”“ใครรักคุณมิทราบ”“กล้าสาบานไหมล่ะ” ธนากระตุกยิ้มร้ายกาจ จ้องมองใบหน้าอันแดงเรื่องของเจ้าหล่อนอย่างพอใจ“ไม่สาบาน แล้วก็ปล่อยมือด้วย ฉันจะไปหยิบฟองน้ำกับครีมอาบน้ำมาถูตัวให้” ธนาได้ยินก็ยอมปล่อยมืออีกฝ่ายแต่โดยดีดุจเพชรเดินไปหยิบฟองน้ำถูตัวและครีมอาบน้ำมาแล้วนั่งบนตั่งตัวเดิม หลังจากนั้นก็บีบครีมอาบน้ำลงไปบนฟองน้ำพอประมาณ นำไปถูแขนให้คนที่อยู่ในอ่าง ธนานั่งยิ้มกริ่มอย่างสบายใจ และรู้สึกสบายตัวมากเหลือเกิน อยากให้มีอย่างนี้ทุกวันมันคงจะดีไม่น้อย“คุณรู้ไหมตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยทำอย่างนี้ให้ใครเลยนะ” พูดไปก็ใช้ฟองน้ำถูแขนให้อีกฝ่ายไปด้วย ก่อนจะไล่ไปจนถึงแผ่นหลังกว้าง ตอนนี้ในอ่างเต็มไปด้วยฟองน้ำ ร
“นี่นะเหรอความคิดของคนที่เป็นความหวังของครอบครัว คุณคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงพ่อกับแม่ ไม่คิดว่าลูกที่จะเกิดมาต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหา ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวคุณจริง ๆ” “ฉันก็ทำให้แล้วนี่ไง ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น แม้กระทั่งเธอเองก็มีเหตุผลของตัวเอง จริงไหม?” ได้ยินอ
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงกระทบกันของช้อนส้อมกับจานดังอยู่เนือง ๆ ธนาเห็นสภาพของแต่ละคนก็อดขำไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ประกาศข่าวดีให้ทุกคนทราบโดยพร้อมเพรียงกัน “ทุกคนครับผมมีเรื่องจะบอก” เมื่อได้ยินเสียงทุกคนก็หันมามองธนาทันที
วันนี้เป็นวันที่สองของการทำงานแล้ว เทียนทิมาเริ่มรู้จักอะไรมากขึ้นและเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังโชคดีที่ได้มีเพื่อนใหม่รุ่นราวคราวเดียวกันอย่างมอสทำให้ไม่รู้สึกเหงา จริง ๆ แล้วเอ็มม่าอยากให้เทียนทิมาเข้าไปช่วยงานในเคาน์เตอร์เสียมากกว่า แต่เจ้าตัวกลับเป็นคนขอมาเป็นพนักงานเสิร์ฟเองเพราะค
“จริงดิ ถ้างั้นฉันจะนอนแล้วนะ” ว่าแล้วดุจเพชรก็นอนราบลงบนโซฟา โดยพาดขาไปวางไว้บนตักของธนา “ฉันนวดให้ทุกวันเลยดีไหม ลูกในท้องจะได้รู้สึกผ่อนคลายไปด้วย” ธนาเอ่ยขณะบีบเคล้นไปที่ขาของอีกฝ่ายอย่างเบาแรง “รู้สึกดีจัง คุณไปเรียนนวดมาจากไหนหรือเปล่าเนี่ย” ดุจเพชรทำหน้าเค







