LOGINดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาของหญิงสาวใต้ร่าง เธอกำลังนอนเกร็ง ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เธอ... ไม่เคย?” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาตั้งกฎกับตัวเองไว้เสมอว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงบริสุทธิ์ เพราะมันคือความผูกพันที่น่ารำคาญ
พายุถอนหายใจยาว ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมา เขาเตรียมจะถอยห่างเพื่อหยุดทุกอย่าง “ถ้าไม่เคยก็ไม่บอก ฉันไม่ชอบฝืนใจใคร... พอแค่นี้เถอะ”
เขาทำท่าจะผละออก แต่ทว่า... สองมือเล็กเปลี่ยนมาดึงรั้งแขนเขาเอาไว้แน่น!
“มะ... ไม่นะ!” พรีมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต มองสบตาคมกริบของเขาผ่านม่านน้ำตา “อย่าหยุดนะ... ฮึก... ฉัน... ฉันอยากให้คุณทำต่อ”
พายุนิ่งอึ้งไป “เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา เธอเจ็บจนร้องไห้ขนาดนี้”
“ฉันรู้... ฉันรู้ตัวดี” พรีมสูดลมหายใจลึก กัดริมฝีปากตัวเอง “ฉันไม่อยากเป็นคนเดิมอีกแล้ว... ฉันอยากทิ้งความอ่อนแอไว้ที่นี่... ขอร้องล่ะ... ช่วยสอนฉันที ให้มันเป็นคุณได้ไหม...”
คำขอร้องที่สั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทำเอาเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของพายุขาดผึง!
ความต้องการที่อัดแน่นอยู่เต็มอกผนวกกับแววตาเว้าวอนของลูกแมวน้อยตรงหน้า ทำให้กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เขาเคยตั้งไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า ผู้หญิงคนนี้กำลังท้าทายสัญชาตญาณดิบของเขาอย่างร้ายกาจ
“เธอขอร้องเอง... ฉันก็จะไม่หยุดแล้วนะ” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง “และจำไว้... ว่าเธอเป็นคนเลือกเอง”
สิ้นคำพูดนั้น พายุก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอเปลี่ยนใจอีก เขากดจูบลงบนริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกอย่างดูดดื่มและลึกซึ้งกว่าเดิม แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยความจาบจ้วงเอาแต่ใจเหมือนในตอนแรก เขารู้ดีว่าสำหรับ ครั้งแรก ร่างกายของเธอต้องการการเล้าโลมและการปลอบประโลมมากแค่ไหน
ฝ่ามือร้อนจัดค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางอย่างทะนุถนอม ปัดป่ายเรือนผมที่ปรกหน้าผากชื้นเหงื่อของเธอออกอย่างเบามือ เขาจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างอ่อนโยน เปลี่ยนความหวาดกลัวของเธอให้กลายเป็นความวาบหวาม
“ผ่อนคลาย... ไม่ต้องเกร็ง” เขากระซิบชิดใบหู ขบเม้มเบาๆ จนพรีมสะดุ้งระทวย
เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มอ่อนระทวยและตอบรับสัมผัสของเขามากขึ้น พายุก็ขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้เขาเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เขาค่อยๆ สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปทีละนิด ประสานจังหวะลมหายใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับเธอ
“อ๊ะ... อื้อ...” พรีมหลับตาปี๋ เชิดหน้าขึ้นเมื่อความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง เล็บคมจิกซ้อนลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเจ็บ
พายุกัดฟันกรอดด้วยความทรมานที่ต้องอดกลั้น เขาก้มลงจูบปลอบประโลมริมฝีปากบาง ซึมซับความเจ็บปวดของเธอเอาไว้ “ชู่ววว... ทนอีกนิดนะ... เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว...”
เขาใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุด รอจนกระทั่งร่างกายของเธอปรับตัวรับตัวตนของเขาได้ทั้งหมด เมื่อความเจ็บปวดเริ่มคลายลง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ร้อนรุ่มและซาบซ่านก็เริ่มเข้ามาแทนที่ พรีมปรือตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ แววตาของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนอยู่ข้างนอก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่เผาไหม้เธอจนแทบหลอมละลาย
เมื่อพายุสัมผัสได้ว่าร่างบางใต้ร่างเริ่มผ่อนคลายและพร้อมที่จะไปต่อ เขาก็เริ่มขยับกาย... จากจังหวะเนิบนาบ อ่อนโยน ค่อยๆ ทวีความหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
“อ๊ะ... คุณ...” เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง ร่างกายของเธอแอ่นรับสัมผัสของเขาอย่างไม่ประสีประสา แต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นชายของพายุให้ลุกโชนยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยเจอ
ค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่าง ยังไม่เร่าร้อนเท่ากับพายุอารมณ์ภายในเพนต์เฮาส์หรู พายุพาพรีมก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของความกลัว สู่ดินแดนแห่งความปรารถนาที่เธอไม่เคยรู้จัก เขาสอนให้เธอรู้ว่าสัมผัสที่แท้จริงของผู้ชายเป็นอย่างไร
เวลาตีสี่สี่สิบห้านาที...
แสงสีฟ้าหม่นของยามใกล้รุ่งเพิ่งจะเริ่มทอประกายอยู่ที่เส้นขอบฟ้าด้านนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ ภายในห้องนอนใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูยังคงถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดและแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงที่ถูกเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
พรีม ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาทันทีที่ขยับตัวคือความปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณจุดกึ่งกลางกายที่ปวดหนึบจนเธอต้องสูดปากเบาๆ
ความทรงจำทุกอย่างไหลเข้ามาในสมองราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกดฉายซ้ำ...
เมื่อคืน... เธอทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในชีวิตลงไปแล้ว เธอทิ้งความบริสุทธิ์ที่หวงแหนมาตลอดยี่สิบเก้าปี ให้กับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก... ผู้ชายที่เธอไม่รู้แม้กระทั่ง ชื่อ ของเขาด้วยซ้ำ!
พรีมยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งอับอาย ทั้งสับสน และ... วาบหวาม เมื่อภาพเหตุการณ์บนเตียงนี้ผุดขึ้นมา เขาไม่ได้หยุดแค่รอบเดียว แต่ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ตักตวงความหอมหวานจากร่างกายของเธอไปครั้งแล้วครั้งเล่า เขาสอนให้เธอรู้จักโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนา เอาแต่ใจแต่ก็แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจนเธอแทบสลบคาอกกว้างของเขาไปเมื่อตอนค่อนรุ่งนี่เอง
ร่างบางค่อยๆ พลิกตัว หันไปมองคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างกาย...
แสงไฟสลัวสีส้มอ่อนจากหัวเตียง สาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่ม ทำให้เธอได้มีโอกาสสำรวจใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนๆ อีกครั้งโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง
‘หล่อ... หล่อจริงๆ แหละ’
พรีมยอมรับกับตัวเองในใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ร้ายกาจระดับทำลายล้าง ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อคืน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเสียใจ มันจะทำให้เธอเผลอไผลยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาได้ง่ายดายขนาดนี้ เขาเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ผสมผสานกับความอันตรายที่ผู้หญิงทุกคนอยากลองดี
แต่... สำหรับเธอ มันจบลงแค่นี้แล้ว
‘ลาก่อนนะ... คุณคนแปลกหน้า’
ตอนพิเศษบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวของโรงแรมหรูอบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม ไอรินในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต กำลังนั่งมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยเฉียบที่มักจะดูเคร่งขรึมในมาดผู้อำนวยการโรงพยาบาล วันนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวานละมุน ขับให้เธอดูสง่าและนุ่มนวลจนไม่อาจละสายตา“แกสวยมากเลยไอริน ฉันรับรองเลยว่าถ้าคุณศิระเห็น จะต้องตะลึงแน่ๆ”เสียงหวานใสของ ‘พรีม’ เพื่อนสนิทคนสวยที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้ เอ่ยชมอย่างจริงใจ ขณะช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมเจ้าสาวให้เพื่อนรักอย่างทะนุถนอมไอรินหันมายิ้มกว้างให้พรีม “ขอบใจนะพรีม... เอาจริงๆ ฉันก็ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”“ตื่นเต้นก็เรื่องปกตินี่ วันสำคัญที่สุดในชีวิตทั้งที” พรีมยิ้มให้กำลังใจแกร๊ก...บานประตูห้องพักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของ ‘หมอพายุ’ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของไอรินก้าวเข้ามาด้านใน พายุอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเนี้ยบสมกับที่เป็นคุณพ่อบ้านสายคลั่งรัก เขาเดินตรงเข้ามาโอบเอวพรีมผู้เป็นภรรยาเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปมองพี่สาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก“สว
ตอนที่ 16 (ตอนจบ)ความวุ่นวายในช่วงเช้าของโรงพยาบาล BGH ดูเบาบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกโล่งใจของไอริน หญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตของศิระด้วยรอยยิ้ม หลังจากเคลียร์ใจกัน ซีอีโอหนุ่มก็กลับมารับหน้าที่สารถีส่วนตัวของเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย“ตั้งใจทำงานนะครับ ผอ. เย็นนี้เดี๋ยวผมมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ” ศิระเอ่ยบอกขณะเลื่อนกระจกรถลงมาส่งยิ้มอบอุ่นให้“เตรียมตัวตอบคำถามคุณพ่อให้ดีเถอะค่ะ รายนั้นเตรียมตึงใส่คุณแน่ๆ” ไอรินเย้ากลับเบาๆ แม้ในใจจะแอบกังวลอยู่บ้างศิระไม่ได้มีทีท่าหวั่นวิตก เขายักคิ้วให้เธออย่างมั่นใจ “ระดับผมแล้ว... รับรองว่าว่าที่พ่อตาต้องยอมยกธงขาวแน่นอนครับ”ไอรินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับความมั่นใจของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อสะสางภารกิจสำคัญอย่างแรกของวันช่วงบ่าย ไอรินนัดหมอวินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่คาเฟ่ใต้โรงพยาบาล เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเมื่อเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ไอรินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเอ่ยเข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา“พี่วินคะ ไอรินต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ สำหรับเรื่องที่บรรดาบอร์ดบริหารหรือคุณพ่อพยายามจับคู่ให้เรา...
ตอนที่ 15 สารภาพความในใจบานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานประธานบริษัทถูกผลักออกโดยฝีมือของมารดาศิระ หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไอรินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานภายในห้องทำงานกว้างขวาง ศิระนั่งจมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สภาพของเขาดูอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาพร้อมกับมารดาของตน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“แม่... แล้ว... ไอริน?” ศิระผุดลุกขึ้นยืน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง“เซอร์ไพรส์จ้ะ!” มารดาของศิระเดินเอากล่องขนมไปวางบนโต๊ะรับแขก “แม่เจอหนูไอรินที่ล็อบบี้ข้างล่าง เลยชวนขึ้นมาด้วยกัน แอบคบกับ ผอ. คนสวยก็ไม่บอกแม่สักคำ ปล่อยให้แม่รู้เองได้ยังไงฮึ”ไอรินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอลอบมองใบหน้าซูบเซียวของศิระด้วยความรู้สึกผิดปนสงสาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อปรับความเข้าใจ คุณแม่ก็หันกลับมามองหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ... แต่จะว่าไป...” หญิงวัยกลางคนหรี่ตามองไอรินสลับกับลูกชาย “มองใกล้ๆ แบบนี้ หนูไอรินหน้าตาคล้ายคุณหมอคนที่ผ่า
ตอนที่ 14 ทวงเขากลับคืนมาสามวันแล้ว... สามวันที่ศิระหายตัวไปจากวงโคจรชีวิตของไอรินอย่างสมบูรณ์แบบการประชุมติดตามความคืบหน้าของระบบเอไอภายในโรงพยาบาล BGH ในเช้าวันนี้ บรรยากาศเงียบเหงาและตึงเครียดกว่าปกติ ไอรินนั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ประตูห้อง หวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มในชุดสูทที่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครั้งทว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็น ‘คุณนพ’ ผู้ช่วยคนสนิทของศิระ“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาประชุมครับท่านผู้อำนวยการ พอดีช่วงนี้ท่านประธานศิระติดงานด่วนที่บริษัทแม่ยาวเลยครับ หลังจากนี้ผมจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานเรื่องระบบเฟสสุดท้ายแทนทั้งหมดครับ”คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของคุณนพ ทำเอาหัวใจของไอรินหล่นวูบ ความหวังริบหรี่ที่จะได้เจอหน้าและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง เขาไม่ได้แค่หลบหน้า แต่เขากำลัง 'ถอยห่าง' ออกไปจากชีวิตของเธอตลอดการประชุม ไอรินต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการดึงสติให้อยู่กับรายงานบนหน้าจอ หลังจากปิดการประชุมและทุกคนทยอยออกจากห้องไป ผู้อำนวยการสาวตัดสินใจเอ่ยเรียกผู้ช่วยของชายหนุ่มเอาไว้“เดี๋ยวค่ะคุณนพ”นพชะงัก
ตอนที่ 13 อาจจะสูญเสียเขาไปจริงๆเช้าวันจันทร์ที่ความสดใสของวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึก ไอรินก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ดูมีน้ำมีนวลและผ่องใสกว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปากเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นในเพนต์เฮาส์ของศิระผู้อำนวยการสาวเดินเข้ามาในโซนห้องทำงานผู้บริหาร ทว่าความอารมณ์ดีทั้งหมดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นบิดา นั่งรออยู่ที่โซฟารับรองในห้องทำงานของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณพ่อ... มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมารอไอรินแต่เช้าเลย” ไอรินวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจภาคินปรายตามองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “นั่งลงก่อนสิไอริน พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย... เรื่องภาพลักษณ์ของลูกในฐานะผู้อำนวยการ”ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบิดา “เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ”“ช่วงนี้กรรมการบอร์ดหลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของลูกกับคุณศิระ” น้ำเสียงของภาคินจริงจังและเด็ดขาด “การที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปสนิทสนมกับคู่ค้าที่รับเหมาทำระบบเอไออย่างออกหน้าออกตา มันทำให้คนอื่นมองว่าลูกอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกรู้ใช่
ตอนที่ 12 ผมรักคุณนะไอรินเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนนับตั้งแต่ทริปภูเก็ต ความสัมพันธ์ของไอรินและศิระพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าพันธมิตรทางธุรกิจ แม้ในเวลาทำงานไอรินจะยังคงรักษาระยะห่างในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เมื่ออยู่นอกเวลางาน ศิระก็ทำหน้าที่คนรักได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งสม่ำเสมอ เอาใจใส่ และแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอจนไอรินขาดเขาไม่ได้อีกต่อไปเย็นวันเสาร์ที่ฝนโปรยปราย แทนที่จะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านหรูเหมือนทุกที ศิระกลับเสนอตัวชวนผู้อำนวยการสาวมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา โดยอ้างว่าอยากจะโชว์ฝีมือทำอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำรับให้เธอทานบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนย ศิระในชุดเสื้อยืดสีขาวสบายๆ สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับมาดซีอีโอที่เธอเคยเห็นไอรินในชุดเดรสยาวทรงเข้ารูปสีเบจที่ดูเรียบหรูแต่ผ่อนคลายสำหรับวันหยุด เดินเข้ามาในโซนเคาน์เตอร์ครัว หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของคนทำอาหารแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ เชฟศิระ” ไอรินเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าดูซอสพาสต้าที่กำลังเดือดปุดๆศิระหันมายิ้







