Se connecterเธอพึมพำในใจบอกลาคนที่กำลังหลับใหล นี่คือการตัดสินใจของเธอเอง เธอแค่อยากประชดรักร้าว อยากก้าวข้ามความอ่อนแอ และตอนนี้เธอทำสำเร็จแล้ว จะไม่มีการสานต่อ ไม่มีการตื่นขึ้นมามองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน หรือการถามชื่อแลกเบอร์โทรศัพท์ใดๆ ทั้งสิ้น
พรีมขบกรามแน่น ข่มความเจ็บปวดที่ช่วงล่าง ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงคิงไซส์อย่างเงียบกริบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอรวบรวมเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกเขาเหวี่ยงทิ้งกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมขึ้นมา
เดรสสายเดี่ยวสีดำตัวสวยบัดนี้ยับยู่ยี่ เธอสวมมันกลับเข้าไปด้วยมือที่สั่นเทา คว้าชุดชั้นในลายลูกไม้ชิ้นเล็กยัดใส่กระเป๋าสะพายอย่างลวกๆ ก่อนจะหยิบรองเท้าส้นสูงของตัวเองมาถือไว้ด้วยมือเปล่า เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังเวลาเดิน
ก่อนจะก้าวออกจากห้องนอน หญิงสาวหันกลับไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มสีเข้มเป็นครั้งสุดท้าย... เธอสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเก็บซ่อนความทรงจำในค่ำคืนนี้ให้ลึกที่สุดของหัวใจ
พรีมเดินย่องด้วยเท้าเปล่าออกจากห้องนอนใหญ่ ผ่านห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางและเงียบสงัด จนกระทั่งมาถึงประตูหน้าเพนต์เฮาส์ เธอเอื้อมมือไปปลดล็อกอย่างระมัดระวัง บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกเปิดออกและปิดลงอย่างแผ่วเบา... ทิ้งเสียง คลิก เบาๆ ไว้เบื้องหลัง
แสงแดดยามสายที่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสง แยงเข้ามากระทบเปลือกตาของร่างสูงใหญ่ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซส์
นายแพทย์พายุ ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน ความรู้สึกเมื่อยไปตามมัดกล้ามเนื้อสะกิดเตือนให้เขานึกถึง กิจกรรมเข้าจังหวะ ที่ดุเดือดและยาวนานข้ามคืน ทว่าลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกอิ่มเอมที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน
ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงลูกแมวน้อยหน้าหวานที่พยศในตอนแรก แต่สุดท้ายก็หลอมละลายและครวญครางอยู่ใต้ร่างเขา แขนแกร่งตวัดวาดไปด้านข้างหมายจะรวบเอาร่างนุ่มนิ่มที่ควรจะนอนซุกอยู่ข้างกายเข้ามากอดให้ชื่นใจรับวันใหม่
ทว่า... สิ่งที่ท่อนแขนของเขาสัมผัสได้ กลับมีเพียงความว่างเปล่า!
พายุลืมตาโพลงขึ้นมาทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เขายันตัวลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่กว้างขวาง
“ไปเข้าห้องน้ำเหรอวะ...” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงแหบพร่า
ร่างสูงกำยำที่เปลือยเปล่าท่อนบนตวัดผ้าห่มออกจากตัว ก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ แต่ประตูกลับเปิดแง้มไว้และภายในนั้นว่างเปล่า เขาเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และบริเวณโถงทางเดินหน้าประตูเพนต์เฮาส์
ทุกอย่างว่างเปล่า... เงียบสงัด...
พายุเดินเสยผมที่ยุ่งเหยิงกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง เขายืนจ้องมองเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ ย้ำเตือนว่าผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่ความฝัน และที่ชัดเจนที่สุด... คือรอยคราบเลือดสีจางดวงเล็กๆ ที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเทาเข้ม ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญถึงความบริสุทธิ์ที่เขารับมันมากับมือ
แต่ตอนนี้... เจ้าของรอยเลือดนั้น หายหัวไปแล้ว!
พายุยืนนิ่งอึ้ง ปกติแล้ว กิจวัตรยามเช้าของเขาหลังจากมีวันไนต์สแตนด์คือการตื่นขึ้นมา สั่งให้ผู้หญิงพวกนั้นแต่งตัว แล้วเชิญออกไปจากห้องอย่างเย็นชา
ผู้หญิงทุกคนต่างพยายามอิดออด ออดอ้อน เรียกร้องความสนใจ อยากจะขอเบอร์โทรศัพท์ อยากจะอยู่ต่อเพื่อสานสัมพันธ์กับทายาทหมื่นล้านอย่างเขาใจจะขาด
แต่ผู้หญิงคนนี้... ผู้หญิงที่เพิ่งจะเสีย ครั้งแรก ให้เขาไปหมาดๆ กลับลุกขึ้นแต่งตัวและหนีหายไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง! ไม่มีการบอกลา ไม่มีแม้แต่โน้ตสักแผ่นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า!
‘นี่ฉัน... โดนฟันแล้วทิ้งงั้นเหรอ!?’
ศัลยแพทย์หนุ่มกัดฟันกรอดจนกรามเป็นสันนูน เขา นายแพทย์พายุ จิรโชติ ผู้ชายที่ไม่เคยถูกใครหมางเมิน กลับโดนผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้ากันคืนเดียว ใช้ร่างกายเขาเป็นเครื่องระบายอารมณ์ พอเสร็จกิจก็สะบัดตูดหนีไปเหมือนเขาเป็นแค่โฮสต์บอยตามคลับบาร์!
“ยัยบ้าเอ๊ย!”
พายุสบถลั่นห้อง มือหนากำหมัดแน่นจนข้อซีดขาว เขาคว้าหมอนใบที่เธอเคยนอนเขวี้ยงอัดกำแพงอย่างหัวเสีย ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิด ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าของเขาถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
เขาจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของเธอ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร ทำงานอะไร หรือลูกเต้าเหล่าใคร รู้แค่รสสัมผัสที่หวานล้ำจนแทบคลั่งเมื่อคืนนี้
พายุเดินไปท้าวแขนกับกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวง จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองที่มีรอยเล็บข่วนจางๆ เป็นทางยาวอยู่บนแผ่นหลังกว้าง ร่องรอยที่ฝากฝังไว้เป็นที่ระลึกจากผู้หญิงใจกล้าคนนั้น
ริมฝีปากหยักลึกแสยะยิ้มออกมาช้าๆ เป็นรอยยิ้มหยันที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่แยแสต่อสิ่งใดบนโลก
“คิดว่าจะเล่นเกมเรียกร้องความสนใจงั้นสิ...” เขาเค่นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาดุดันแฝงไปด้วยความดูแคลน
ศัลยแพทย์หนุ่มสะบัดหน้าอย่างรำคาญใจ ความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เขาจะถือเสียว่าเมื่อคืนก็แค่กิจกรรมคลายเครียดที่บังเอิญ สดใหม่ กว่าปกติไปสักหน่อยก็เท่านั้น
ไม่มีความจำเป็นต้องตามหา ไม่มีความจำเป็นต้องจดจำ
พายุลูกนี้ไม่เคยพัดหวนกลับไปหาใคร ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแค่คนแปลกหน้าอีกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงชั่วข้ามคืน... และจะผ่านเลยไปตลอดกาล เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา!
ตอนพิเศษบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวของโรงแรมหรูอบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม ไอรินในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต กำลังนั่งมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยเฉียบที่มักจะดูเคร่งขรึมในมาดผู้อำนวยการโรงพยาบาล วันนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวานละมุน ขับให้เธอดูสง่าและนุ่มนวลจนไม่อาจละสายตา“แกสวยมากเลยไอริน ฉันรับรองเลยว่าถ้าคุณศิระเห็น จะต้องตะลึงแน่ๆ”เสียงหวานใสของ ‘พรีม’ เพื่อนสนิทคนสวยที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้ เอ่ยชมอย่างจริงใจ ขณะช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมเจ้าสาวให้เพื่อนรักอย่างทะนุถนอมไอรินหันมายิ้มกว้างให้พรีม “ขอบใจนะพรีม... เอาจริงๆ ฉันก็ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”“ตื่นเต้นก็เรื่องปกตินี่ วันสำคัญที่สุดในชีวิตทั้งที” พรีมยิ้มให้กำลังใจแกร๊ก...บานประตูห้องพักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของ ‘หมอพายุ’ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของไอรินก้าวเข้ามาด้านใน พายุอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเนี้ยบสมกับที่เป็นคุณพ่อบ้านสายคลั่งรัก เขาเดินตรงเข้ามาโอบเอวพรีมผู้เป็นภรรยาเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปมองพี่สาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก“สว
ตอนที่ 16 (ตอนจบ)ความวุ่นวายในช่วงเช้าของโรงพยาบาล BGH ดูเบาบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกโล่งใจของไอริน หญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตของศิระด้วยรอยยิ้ม หลังจากเคลียร์ใจกัน ซีอีโอหนุ่มก็กลับมารับหน้าที่สารถีส่วนตัวของเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย“ตั้งใจทำงานนะครับ ผอ. เย็นนี้เดี๋ยวผมมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ” ศิระเอ่ยบอกขณะเลื่อนกระจกรถลงมาส่งยิ้มอบอุ่นให้“เตรียมตัวตอบคำถามคุณพ่อให้ดีเถอะค่ะ รายนั้นเตรียมตึงใส่คุณแน่ๆ” ไอรินเย้ากลับเบาๆ แม้ในใจจะแอบกังวลอยู่บ้างศิระไม่ได้มีทีท่าหวั่นวิตก เขายักคิ้วให้เธออย่างมั่นใจ “ระดับผมแล้ว... รับรองว่าว่าที่พ่อตาต้องยอมยกธงขาวแน่นอนครับ”ไอรินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับความมั่นใจของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อสะสางภารกิจสำคัญอย่างแรกของวันช่วงบ่าย ไอรินนัดหมอวินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่คาเฟ่ใต้โรงพยาบาล เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเมื่อเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ไอรินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเอ่ยเข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา“พี่วินคะ ไอรินต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ สำหรับเรื่องที่บรรดาบอร์ดบริหารหรือคุณพ่อพยายามจับคู่ให้เรา...
ตอนที่ 15 สารภาพความในใจบานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานประธานบริษัทถูกผลักออกโดยฝีมือของมารดาศิระ หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไอรินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานภายในห้องทำงานกว้างขวาง ศิระนั่งจมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สภาพของเขาดูอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาพร้อมกับมารดาของตน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“แม่... แล้ว... ไอริน?” ศิระผุดลุกขึ้นยืน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง“เซอร์ไพรส์จ้ะ!” มารดาของศิระเดินเอากล่องขนมไปวางบนโต๊ะรับแขก “แม่เจอหนูไอรินที่ล็อบบี้ข้างล่าง เลยชวนขึ้นมาด้วยกัน แอบคบกับ ผอ. คนสวยก็ไม่บอกแม่สักคำ ปล่อยให้แม่รู้เองได้ยังไงฮึ”ไอรินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอลอบมองใบหน้าซูบเซียวของศิระด้วยความรู้สึกผิดปนสงสาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อปรับความเข้าใจ คุณแม่ก็หันกลับมามองหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ... แต่จะว่าไป...” หญิงวัยกลางคนหรี่ตามองไอรินสลับกับลูกชาย “มองใกล้ๆ แบบนี้ หนูไอรินหน้าตาคล้ายคุณหมอคนที่ผ่า
ตอนที่ 14 ทวงเขากลับคืนมาสามวันแล้ว... สามวันที่ศิระหายตัวไปจากวงโคจรชีวิตของไอรินอย่างสมบูรณ์แบบการประชุมติดตามความคืบหน้าของระบบเอไอภายในโรงพยาบาล BGH ในเช้าวันนี้ บรรยากาศเงียบเหงาและตึงเครียดกว่าปกติ ไอรินนั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ประตูห้อง หวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มในชุดสูทที่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครั้งทว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็น ‘คุณนพ’ ผู้ช่วยคนสนิทของศิระ“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาประชุมครับท่านผู้อำนวยการ พอดีช่วงนี้ท่านประธานศิระติดงานด่วนที่บริษัทแม่ยาวเลยครับ หลังจากนี้ผมจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานเรื่องระบบเฟสสุดท้ายแทนทั้งหมดครับ”คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของคุณนพ ทำเอาหัวใจของไอรินหล่นวูบ ความหวังริบหรี่ที่จะได้เจอหน้าและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง เขาไม่ได้แค่หลบหน้า แต่เขากำลัง 'ถอยห่าง' ออกไปจากชีวิตของเธอตลอดการประชุม ไอรินต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการดึงสติให้อยู่กับรายงานบนหน้าจอ หลังจากปิดการประชุมและทุกคนทยอยออกจากห้องไป ผู้อำนวยการสาวตัดสินใจเอ่ยเรียกผู้ช่วยของชายหนุ่มเอาไว้“เดี๋ยวค่ะคุณนพ”นพชะงัก
ตอนที่ 13 อาจจะสูญเสียเขาไปจริงๆเช้าวันจันทร์ที่ความสดใสของวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึก ไอรินก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ดูมีน้ำมีนวลและผ่องใสกว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปากเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นในเพนต์เฮาส์ของศิระผู้อำนวยการสาวเดินเข้ามาในโซนห้องทำงานผู้บริหาร ทว่าความอารมณ์ดีทั้งหมดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นบิดา นั่งรออยู่ที่โซฟารับรองในห้องทำงานของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณพ่อ... มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมารอไอรินแต่เช้าเลย” ไอรินวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจภาคินปรายตามองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “นั่งลงก่อนสิไอริน พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย... เรื่องภาพลักษณ์ของลูกในฐานะผู้อำนวยการ”ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบิดา “เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ”“ช่วงนี้กรรมการบอร์ดหลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของลูกกับคุณศิระ” น้ำเสียงของภาคินจริงจังและเด็ดขาด “การที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปสนิทสนมกับคู่ค้าที่รับเหมาทำระบบเอไออย่างออกหน้าออกตา มันทำให้คนอื่นมองว่าลูกอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกรู้ใช่
ตอนที่ 12 ผมรักคุณนะไอรินเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนนับตั้งแต่ทริปภูเก็ต ความสัมพันธ์ของไอรินและศิระพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าพันธมิตรทางธุรกิจ แม้ในเวลาทำงานไอรินจะยังคงรักษาระยะห่างในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เมื่ออยู่นอกเวลางาน ศิระก็ทำหน้าที่คนรักได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งสม่ำเสมอ เอาใจใส่ และแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอจนไอรินขาดเขาไม่ได้อีกต่อไปเย็นวันเสาร์ที่ฝนโปรยปราย แทนที่จะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านหรูเหมือนทุกที ศิระกลับเสนอตัวชวนผู้อำนวยการสาวมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา โดยอ้างว่าอยากจะโชว์ฝีมือทำอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำรับให้เธอทานบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนย ศิระในชุดเสื้อยืดสีขาวสบายๆ สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับมาดซีอีโอที่เธอเคยเห็นไอรินในชุดเดรสยาวทรงเข้ารูปสีเบจที่ดูเรียบหรูแต่ผ่อนคลายสำหรับวันหยุด เดินเข้ามาในโซนเคาน์เตอร์ครัว หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของคนทำอาหารแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ เชฟศิระ” ไอรินเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าดูซอสพาสต้าที่กำลังเดือดปุดๆศิระหันมายิ้







