Masukเกือบหนึ่งเดือนเต็มที่เขาตามหาหญิงสาวแต่ก็ไม่พบ ในเมื่อเธอเลือกจะจากไปโดยไม่ลา เขาเองก็จะไม่ตามหาอีกต่อไปสุดท้ายคงมีเพียงเขาคนเดียว ที่ยังเป็นห่วงเธออยู่ฝ่ายเดียว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ศิวกรเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะวางแฟ้มเอาไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ
“เอกสารสมัครงานครับท่านประธาน จะดูก่อนไหมครับ”
“วางไว้ตรงนั้น” เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ แต่สายตาของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาจ้องมองสร้อยที่เงินที่ถืออยู่ในมือ เครื่องประดับที่เจ้าของมันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ยกเลิกฉันไม่รับแล้วแผนกเลขามีคนตั้งมากมาย ขาดไปคนหนึ่งคงไม่ตายหรอก” เขาพูดเสียงเรียบเย็น
ศิวกรพยักหน้าและจะเอาเอกสารกลับ แต่ก่อนจะปิดแฟ้มก็พูดเบาๆ
“ผมจะเอาออกไปนะครับเอกสารประวัติของไข่มุกน่ะครับ ผมวางไว้หลายวันแล้ว”
คิรินทร์หยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาก็ไม่เอื้อมไปแตะมันแม้ปลายนิ้วแทนที่จะตอบ เขาแค่โบกมือไล่ลูกน้องออกจากห้อง ราวกับไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงที่ตัวเองเป็นคนผลักเธอออกไปเอง
ศิวกรปิดประตูเบาๆ ทิ้งให้ห้องทั้งห้องเหลือเพียงความเงียบ
ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดแฟ้มประวัติของหญิงสาวอีกครั้ง ทั้งที่รู้ดีว่าข้างในไม่มีอะไรใหม่ไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา เขาอ่านมันซ้ำจนจำรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับไข่มุกได้ขึ้นใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดเปิดมันไม่ได้อยู่ดี
สายตาของเขาสะดุดกับรูปถ่ายใบหนึ่งของหญิงสาวที่มัดผมขึ้นหลวมๆ และยิ้มบางๆ ให้กล้อง แต่สิ่งที่ทำให้เขาชะงักจนลมหายใจติดขัดไม่ใช่รอยยิ้มนั้น หากเป็นสร้อยเส้นเล็กที่ล้อมคอเธออยู่
เหมือนกับสร้อยที่กำลังวางอยู่ในมือของเขา สร้อยที่เขาเก็บได้จากคืนนั้น
หัวใจของคิรินทร์เต้นกระหน่ำราวกับกำลังพยายามจะหลุดออกมา เขาก้มมองสร้อยในมืออีกครั้งเพื่อยืนยันว่ามันไม่ใช่เพียงภาพหลอน ก่อนจะหันกลับมามองรูปถ่ายนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ทำไมเธอถึงไม่ยอมพูดอะไรเลย” เขาไม่รอช้ารีบกดอินเตอร์โฟนออกไปหาศิวกรทันที
“เข้ามาพบฉัน!” ลมหายใจของเขาสะดุดเหมือนคนกำลังจมน้ำทั้งตกใจทั้งสับสน และเหนือสิ่งอื่นใดเจ็บหนึบแปลกประหลาดขึ้นมาในอก
“ครับท่านประธาน”
“ให้นักสืบตามหาไข่มุกให้พบ ไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลแค่ไหนฉันต้องได้เจอ!”
เสียงของคิรินทร์เข้มจนทุกคำเหมือนจะสั่นพื้นห้องทำงานศิวกรยืนตัวแข็งทื่อ ไม่เคยเห็นเจ้านายเดือดดาลจนขนาดนี้มาก่อน
เขากำสร้อยในมือแน่นดวงตาคมลุกวาวด้วยความโกรธผสมความเจ็บปวดที่ไม่ยอมรับออกมา คิดจะฟันเขาแล้วหายไปเฉยๆ งั้นเหรอ? ไม่มีทาง
ด้านไข่มุกเธอยืนอยู่กลางลานหน้าบ้านไม้เก่าๆ ลมเย็นของเชียงใหม่พัดกลิ่นดินชื้นอบอวล เธอย้ายมาที่นี่ได้สามเดือนแล้ว ทำงานรับจ้างส่งขนมให้ร้านเบเกอรี่ในตัวเมือง แม้จะเหนื่อยแต่ก็ยังดีกว่ากลับไปเจอเรื่องวุ่นวายในกรุงเทพ
“หนูมุกมานั่งพักก่อนลูก กำลังท้องอยู่เดินบ่อยๆ ไม่ดีนะ” ป้านางเพื่อนบ้านแสนใจดีร้องเรียก
“มุกเดินไหวค่ะป้า เดี๋ยวไปส่งให้ร้านสุดท้ายก็กลับแล้วค่ะ” เธอยิ้มบางๆ พลางจับท้องที่เริ่มโตขึ้น
“เฮ้อ เด็กสมัยนี้นะไม่ค่อยห่วงตัวเองกันเลย” ป้านางบ่นแต่ก็ส่งสายตาเอ็นดู
“มุกจะระวังค่ะ” ไข่มุกหัวเราะเบาๆ
สายตาของหญิงสาวลอบมองไปยังไร่ขนาดใหญ่ที่เธอมาเช่าบ้านอยู่ ไร่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแปลงผลไม้และบ้านเรือนสมัยใหม่ แต่กลับดูเงียบเหงา
“ตั้งแต่พ่อเลี้ยงเก่าจากไปลูกชายก็ไม่ได้กลับมาดูแลเลย พ่อเลี้ยงคนเก่าแต่งงานกับสาวเมืองกรุงมีลูกชายด้วยกัน แต่ลูกชายไม่ค่อยมาเหยียบที่ไร่คนหนุ่มสาวใครจะอยากมาลำบาก” ป้านางถอนหายใจ
“แล้วตอนนี้ใครดูแลเหรอคะ?” ไข่มุกถามเพราะเห็นไร่ใหญ่ขนาดนั้นปล่อยทิ้งก็เสียดายแทน
“ญาติพี่น้องเขานั่นแหละ แต่เอาจริงก็เหมือนตามมีตามเกิด ลูกพ่อเลี้ยงน่ะหล่อมากเลยนะ ตอนนี้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่ในกรุงเทพเชียวล่ะ เสียดายพ่อเลี้ยงเขาเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อย” ป้านางพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ เหมือนรู้จักกันยังไงยังงั้น
ไข่มุกยิ้มสุภาพไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เธอคิดเพียงแค่ต้องทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมให้เด็กๆ เกิดมาอย่างไม่ลำบาก
“คนกรุงเทพน่ะรวยจริง แต่บางครั้งก็ใจดำไม่น้อย” ป้านางพูดต่อ
ไข่มุกสะดุ้งหัวใจเต้นวูบหนึ่ง แต่เธอส่ายหน้าไล่ความคิดนั้นทันที
“แล้วพ่อของลูกเขาไม่ติดต่อมาบ้างเลยเหรอ”
คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอสะดุด เธอก้มหน้าหลีกเลี่ยงสายตา ไม่อยากให้ใครเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า
“ใจร้ายจริงๆ เมียกำลังท้องทิ้งลูกทิ้งเมียผู้ชายแบบนี้ไม่มีทางเจริญหรอก” ป้านางถอนหายใจหนัก
“มุกรีบกลับบ้านดีกว่าเดี๋ยวจะค่ำก่อน” เธอพูดเสียงเบากลัวว่าถ้าคุยต่อ เธอจะกลั้นน้ำตาไม่ไหว
“หนูมุกรีบกลับก่อนมืดนะลูกป้าเป็นห่วง”
“ค่ะป้านางขอบคุณมากนะคะ” เธอยิ้มก่อนจะเดินออกไปช้าๆ มือหนึ่งลูบท้องเบาๆ เพื่อปลอบใจทั้งตัวเองและเด็กในครรภ์
พอไข่มุกเปิดประตูบ้านเข้ามาทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ของใช้เด็กวางเต็มบ้าน เหมาะพอสำหรับลูกทั้งสามคนที่กำลังจะเกิด หลังจากไปหาหมออีกครั้ง เธอถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าในท้องมีลูกแฝดถึงสามคน
“อย่าดื้อนะลูกเป็นเด็กดีของแม่นะ” เธอลูบหน้าท้องเบาๆ สัมผัสได้ถึงการดิ้นของลูกๆ เธอหยิบสมุดนิทานขึ้นมาอ่าน ทำให้เจ้าแฝดทั้งสามสงบลง
“คนโตชื่อธารา คนกลางชื่อทะเล อีกคนชื่อสายลมแล้วกัน มีความหมายคล้ายชื่อของแม่”
เมื่อรวมกันธารา ทะเล สายลม จะสื่อความหมายโดยรวมว่า ความสงบและอ่อนโยนดุจสายน้ำ รู้สึกอิสระเหมือนทะเลกว้างใหญ่ และเคลื่อนไหวเบาๆ อย่างสายลม
“แม่ขอโทษนะ แม่พาลูกมาลำบากเอง แม่ไม่ควรไม่ควรเข้าไปวุ่นวายกับคนที่มีเจ้าของ”
เธอมือกุมท้องเบาๆ ความเจ็บปวดปนความเสียใจบีบรัดหัวใจ น้ำตาไหลพรากออกมาไม่หยุดเสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ความผิดพลาดที่ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนเกินกว่าที่จะควบคุมได้
ถึงแม้ว่าไข่มุกจะแอบรักเขามานาน แต่เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอมีทั้งหมดเป็นเพียงความฝันเท่านั้น และวันนี้เธอตื่นจากฝันนั้นแล้วเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด โลกจริงโหดร้ายกว่าโลกในฝันหลายเท่า
เพล้ง
เสียงแก้วแตกกระจายไปทั่วพื้นห้อง คิรินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปเต็มที่
หลายเดือนผ่านไปแล้วที่เขาตามหาไข่มุกทุกหนทุกแห่ง แต่กลับได้เพียงความว่างเปล่า เงียบงันเหมือนเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนี้เลย
เขายังคงนึกถึงคืนนั้นอยู่ตลอด สติส่วนหนึ่งยังหลงเหลือ แต่เขากลับไม่ห้ามใจตัวเอง พอรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ ความต้องการยิ่งดึงรั้งจนหยุดไม่ได้ เขาตักตวงความสุขจากร่างกายของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาคิดว่าพอตอนเช้าจะลองพูดคุยกับหญิงสาวดู แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาทุกอย่างกลับว่างเปล่า เธอหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้เขาตามหา
“ท่านประธาน” เดวิดรีบก้าวเข้ามาเมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่นั่งกุมขมับอยู่กลางห้องทำงาน
“ออกไป” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากให้ใครเห็นความวุ่นวายในใจของตัวเอง
“คุณคเชนติดต่อมาอีกแล้วครับ” เดวิดยังยืนลังเล ก่อนเอ่ยรายงานเสียงเบา
ดวงตาของคิรินทร์แข็งกร้าวขึ้นทันที ความบาดหมางเก่าและสถานที่ที่เขาไม่อยากกลับไปทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน
“บอกเขาไปฉันจะไม่ยอมไปเหยียบที่นั่นอีกเด็ดขาด”
พ่อของเขาเจ้าชู้ มีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายหลัง จนแม่ของเขาล้มป่วยและเสียชีวิตไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อจึงเต็มไปด้วยความบาดหมาง
เขาขึ้นมารับช่วงต่อ K-Metha Holding เพราะนี่คือสิ่งที่แม่ของเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมา หลังจากรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ของพ่อแม่ เขาจึงตัดสินใจใช้นามสกุลของแม่
พอพ่อจากไป เขาไม่ยอมกลับไปรับมรดกใดๆ การกระทำของพ่อไม่เพียงทำร้ายแม่ แต่ยังลากเขาเข้าไปในวังวนของความเจ็บปวด บังคับและแกมขอร้องให้เขาหมั้นหมายเพราะผลประโยชน์ ทั้งหมดทำให้เขาไม่ไว้วางใจใคร และกลายเป็นผู้ชายเย็นชาและเข้มงวดอย่างที่เห็น
ตอนพิเศษ 4ย้อนเวลากลับไปในวันที่ไข่มุกยังเป็นนักศึกษาฝึกงานเช้าวันนั้นอากาศในตึกสำนักงานใหญ่เงียบขรึมจนหญิงสาวรู้สึกกดดันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปไข่มุกยืนก้มหน้าอยู่แถวหน้า พร้อมกับเพื่อนฝึกงานอีกสามคนที่ถูกส่งตัวเข้ามาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ มือประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว“นี่คือท่านประธาน ทุกคนโปรดให้ความเคารพด้วยครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกัน“ส…สวัสดีค่ะ” ไข่มุกพูดตามเพื่อน เสียงเบากว่าใครทั้งหมดเธอยังคงก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นไปมอง เพราะถูกสอนมาว่า การจ้องหน้าผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงถือเป็นการเสียมารยาท ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงทุ้มเรียบจะดังขึ้น“พูดกับผมต้องสบตา” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจของคนฟังสะดุด“ขออภัยค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นทันทีในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ คิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลดวงตากลมใสที่ยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจใบหน้าเรียบง่าย แต่สะอาดตาอย่างประหลาด ไม่ใช่ความสวยฉูดฉาด
ตอนพิเศษ 3ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด“อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญคำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ ปันปันกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป“ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว“ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี“ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อยทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปันปันร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวเธอสูดหายใจลึก ตั้งใจจะเดินหนีไปจากตรงนั้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นอะไรบางอย
ตอนพิเศษ 2เวลาผ่านไปหลายปีบ้านหลังเดิมยังคงคึกคักไม่เปลี่ยน เพียงแต่สามแสบตัวน้อยในวันนั้น โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วสายลมยิ่งโตยิ่งน่ารักรอยยิ้มสดใสกับดวงตาใสซื่อทำเอาเพื่อนผู้ชายในห้องเรียนต่างพากันใจสั่น วันไหนกลับบ้านช้ากว่าปกตินิดเดียว คนเป็นพ่อก็เดินวนเหมือนเสือถูกขัง“วันนี้มีหนุ่มมาจีบอีกไหม” คนเป็นพ่อกอดอกพิงกรอบประตู มองหน้าลูกสาววัยสิบห้าปีอย่างจับผิด“มะ...” สายลมยังไม่ทันตอบจบ“มีสองคนครับ แต่ธาราจัดการไปแล้ว” ธาราพูดขึ้นหน้าตาย ขณะกำลังเทน้ำดื่ม “เก่งมากต้องช่วยพ่อดูแลน้องๆ นะ” เขาหันไปมองลูกชายทันที สีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด“พ่อครับ พ่อก็มีแฟนตั้งแต่เด็กทำไมพวกเราถึงมีไม่ได้เหรอครับ” ทะเลถามอย่างไร้เดียงสาเพราะพ่อห้ามไม่ให้พวกเขามีความรักในวัยเรียนประโยคนั้นทำเอาคิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันจะหาข้อแก้ตัว ภรรยาก็สันหาแต่เรื่องไม่ดีของเขามาเล่าให้ลูกๆ ฟัง“คุณแม่เล่าว่าคุณพ่อแรดตั้งแต่เด็กเลยนะคะ” สายลมพูดเสียงใสตาเป็นประกายเหมือนรู้อะไรดี“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อน!” เขารีบโพล่งออกมาเสียงดังเกินเหตุเล็กน้อยเขาเหลือบมองไปทางห้องครัวอย่างระแวงในใจคาดโทษภรรย
ตอนพิเศษ 1คิรินทร์นอนกอดเมียแนบอกบนเตียงกว้างอย่างสบายใจ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านบางๆ เข้ามา เผยให้เห็นผืนน้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา ทริปฮันนีมูนครั้งนี้ เขาฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงแล้วพาไข่มุกหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาของกันและกัน“ผมรักคุณที่สุดเลย” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี“คุณคิน แก้มมุกช้ำหมดแล้วนะ” เธอหัวเราะเบาๆ ดันอกเขาออกนิดหนึ่งตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาแทบไม่ยอมพาเธอออกไปไหน นอกจากวนเวียนอยู่แต่ในห้องพักราวกับโลกภายนอกไม่มีความหมาย“หรืออยากช้ำไปทั้งตัวล่ะ” เขายิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์“อย่ามาหื่น มุกเหนื่อยแถมหิวด้วย” เธอปรามเสียงอ่อน“ผมก็หิวครับที่รัก” น้ำเสียงเขานุ่มลง แต่สายตากลับเป็นประกาย“มุกหิวข้าวค่ะ” เธอรีบแก้ต่างพลางหันหน้าหนีเล็กน้อย“ขออีกรอบได้ไหม” เขาหัวเราะในลำคอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“เมื่อเช้าคุณก็ทำแล้วนะ” เธอบ่นแต่แก้มกลับร้อนผ่าว“ก็ผมหิวแล้วของโปรดผมก็นอนอยู่ตรงนี้นี่นา แถมไม่มีลูกๆ มากวนใจด้วย”หญิงสาวถอนหายใจอย่างคนแพ้ทาง ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกเขาเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่บรรยากาศหวานจะได้ดำเนินต่อ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้า
หนึ่งปีผ่านไปครอบครัวของคิรินทร์และไข่มุกยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ลูกๆ ทั้งสามโตขึ้นเป็นเด็กซนแต่แสนรู้ ส่วนวายุ ลูกคนนั้นดื้อไม่แพ้พี่ชายเลย เล่นเอาคนเป็นพ่อแทบกุมขมับเช้าวันเสาร์สายลมต้องไปเรียนเต้น ไข่มุกไม่ได้บังคับลูก แต่เพราะลูกสาวอยากไป เธอจึงได้แต่สนับสนุนและตามใจ“ทำไมต้องรีบไปด้วยคะ” เธอถามลูกเสียงนุ่ม“สายลมนัดเจเจไว้ค่ะ” สายลมตอบด้วยตาเป็นประกาย“เด็กหนุ่มตัวขาวๆ ใช่ไหม” ไข่มุกนึกขึ้นได้ทันที เธอจำได้ว่าเคยเจอกันครั้งหนึ่ง“ใช่ค่ะ แม่อย่าบอกพ่อนะคะ เดี๋ยวพ่อดุว่าสายลมคบแต่เพื่อนผู้ชาย” สายลมยิ้มเจ้าเล่ห์“ได้ค่ะ แม่จะเก็บเป็นความลับของเราเอง” เธอหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกสาว“ปล่อยลูกไปหาผู้ชายอีกแล้วนะ!” คิรินทร์ได้ยินทุกอย่าง เขาแทบรับไม่ได้ที่ลูกสาวตัวน้อยมีเพื่อนผู้ชาย“คุณคินสายลมเพิ่งจะกี่ขวบเองเขายังไม่เข้าใจความรักหรอกค่ะ” ไข่มุกอมยิ้ม เอ็นดูสามีไม่น้อย“เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมวิ่งตามผู้ชายแบบนี้ล่ะ” เขาหวงลูกสาวเพียงคนเดียว“ทีลูกชายของคุณยังวิ่งตามผู้หญิงเลยนะคะ” เธอว่า พลางคิดถึงความซนและพฤติกรรมแสบๆ ของลูกชายแต่ละคน“นั่นผู้ชายแต่สายลมเป็นผู้หญิง” “เขานิสัยเห
วายุ กฤตเมธานนท์ ลูกชายคนเล็กของคิรินทร์กับไข่มุกลืมตาดูโลกครบหกเดือนแล้ว และตั้งแต่วันนั้นชีวิตของท่านประธานบริษัทหมุนกลับด้านทันที เพราะเขาดันสัญญากับเมียว่าจะเลี้ยงลูกเอง และไข่มุกก็เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเช้าแทบไม่ได้พัก เขาต้องตื่นมาแต่งตัวให้สามแฝดไปโรงเรียนไหนจะต้องอุ้ม และเล่นกับวายุที่ติดพ่อเป็นแม่เหล็ก พอหันกลับไปดูตัวเองในกระจกก็แทบจำไม่ได้ภาพท่านประธานผู้สง่างามหายไป เหลือเพียงพ่อบ้านหัวฟูผู้มีแพมเพิสและขวดนมเป็นอาวุธประจำตัวเท่านั้นหมดความเป็นท่านประธานโดยสมบูรณ์จริงๆคิรินทร์ที่เพิ่งอุ้มวายุ เดินผ่านมาอย่างเงียบขรึมวันนี้ไข่มุกจะไปทำผม เขาเลยพาลูกชายมาทำงานด้วย แต่ประโยคที่ลอยเข้าหูทำให้ก้าวชะงัก“อิจฉาน้องไข่มุกจังเลย วาสนาดีมาก”“นั่นสิ ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน”“น้องมุกสวยขนาดนั้น ไม่แปลกที่ท่านประธานจะชอบ”เสียงหัวเราะคิกคักดังเบาๆ ทั้งสามสาวเอียงตัวเข้าหากันอย่างเมามัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงยืนอยู่ด้านหลัง“ดูท่านประธานรักภรรยามากนะคะ”“พาลูกมาทำงานด้วยเกือบทุกวันใครบ้างจะไม่อิจฉา”ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนกระแอมหนึ่งครั้ง สามสาวหันกลับมาช้าๆ เหมือนหน







