Masukกุศลินพาลูกทั้งสองเข้านอนไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว แต่ว่าอารยะก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับบ้าน ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เธอไปช่วยงานในโรงแรมของเขาตามปกติ แต่แทนที่จะกลับมาพร้อมกัน แต่เขากลับให้เธอกลับบ้านมาก่อน แล้วบอกว่ามีธุระที่จะประชุมต่อที่สนามแข่งรถ ทั้งๆที่เธอไม่เห็นว่าเขามีงานนี้ในตารางงานของเขามาก่อน “ปกติคุณไม่เคยหายไปนานขนาดนี้” เธอพึมพำออกมา เพราะปกติเขาจะรีบกลับมาช่วยเธอเลี้ยงสองแสบและพาเข้านอนช่วยกันอยู่เสมอวันนี้พอกลับมาถึงเธอก็ต้องมาดูแลลูกเองคนเดียว เพราะลูกๆติดพ่อแม่ เวลาเห็นเธอกับสามี พวกเขาก็จะไม่สนใจพี่เลี้ยง แล้วจะเอาแค่พ่อแม่เท่านั้นจริงๆเธอจะไม่ทำงานช่วยเขาที่โรงแรม แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ แต่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย และไม่อยากให้ใครพูดลับหลังว่าเป็นภรรยาที่ไม่เอาการเอางาน ไม่ช่วยเหลือสามี จึงต้องไปช่วยงานเขาให้สมกับฐานะภรรยาเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของสามี เธออยากโทรตามเขาแต่ว่าก็เคยตกลงกันแล้วว่า จะให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงไม่ได้โทรตามเขาเลย อีกทั้งเขา
หลังจากงานแต่งงานผ่านไปได้ไม่นาน ไอรดาและกุศลินก็เดินจูงมือกันอุ้มท้องไปเดินเลือกซื้อของใช้เตรียมให้ลูกในครรภ์ที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีอารยะกับแทนคุณที่เข็นรถเข็นเดินตามภรรยา และอติวิชญ์ที่ตอนนี้โดนอารยะจับนั่งขังไว้ในรถเข็นเพราะวิ่งเล่นไปมาจนเขาปวดหัว“พ่อครับ อาร์ตี้อยากกินไอติม” อติวิชญ์บอกบิดา อ้อนวอนด้วยสายตาที่น่าสงสาร“ไม่ได้นะครับ คุณแม่ห้ามทาน เพราะเมื่อวานอาร์ตี้ไม่ยอมแปรงฟัน วันนี้เลยต้องโดนลงโทษ” อารยะบอกลูกชาย อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ เพราะมีสายตาของกุศลินมองมาอยู่เป็นระยะเธอยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของเขาแล้วเดินไปเลือกของกับไอรดาอีกมุมหนึ่งไม่ไกลนักอติวิชญ์หน้างอ แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ อารยะใช้จังหวะที่กุศลินเผลอ รีบหยิบช็อคโกแลตออกมาจากกระเป๋าแล้วแกะใส่ปากอติวิชญ์ให้เขาอารมณ์ดี“จุ๊ๆ อย่าบอกแม่นะ ไม่งั้นอาร์ตี้จะไม่ได้กินอีก” อารยะกระซิบบอกลูกชาย ที่พยักหน้ารับปากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแทนคุณมองแล้วอมยิ้มให้อารยะที่ตอนนี้ทำอะไรก็ต้องเกรงใจกุศลินกุศลินและไอรดาเอาของที่หยิบมาจากชั้นมาใส่ในรถเข็นของตัวเอง แล้วชวนสามีกลับบ้านโดยที่ไอรดาอาศัยอยู่บ้านของแทนคุณ พวกเธอให้ส
อารยะตามกุศลินไปที่ห้องนอนใหญ่ ซึ่งเคยเป็นห้องของเขาและนุสรา กุศลินกำลังป้อนนมลูก ช่วงหลังมานี้เธอพยายามให้อติวิชญ์ดูดขวดเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เขาติดเต้าจนเธอไปไหนมาไหนไม่ได้ เขาจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยรอจังหวะที่ลูกหลับคุยกับเธอ พออติวิชญ์หลับ เธอจึงอุ้มลูกไปนอนที่เตียงเปลที่สามีเตรียมไว้ให้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ โดยไม่พูดอะไรกับอารยะสักคำ จนเขาร้อนใจ กลัวว่าเธอจะโกรธที่ไปตวาดเธอต่อหน้าไอรดาและแทนคุณ แล้วยังพูดทำนองว่าเธอง้อไม่ยาก อารยะรอให้เธออาบน้ำเสร็จแล้วกะจะใช้วิธีเดิมที่เคยทำเพื่อให้เธอหายโกรธ แต่กุศลินไม่เล่นด้วย เธอแต่งตัวเสร็จก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ไปนั่งดูนั่นนี่เรื่อยๆ ไม่ขึ้นเตียงไปหาเขา “ลินมานอนได้แล้ว” “คุณใหญ่นอนก่อนเถอะค่ะ ฉันยังไม่ง่วง” กุศลินใช้สรรพนามที่ฟังดูห่างเหิน อารยะรู้แล้วว่างานเข้าแบบจริงจัง “ลินโกรธพี่เรื่องอะไร” “เปล่านี่คะ” เธอตอบเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร อารยะเดินมาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ กุศลินก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่เธอก็ไม่ได้กอดกลับ “พี่รู้ว่าว่างอนพี่เรื่องที่พี่ขึ้นเสียง” “เปล่าคะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” กุศลิน
หลังจากบอกข่าวดีให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว อารยะก็มากราบขอขมาพ่อแม่ของเธอ ขอพากุศลินกับอติวิชญ์ไปอยู่ด้วยและชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน“พ่อกับแม่ขออยู่ที่นี่ดีกว่า ที่ดินเก่าตอนนี้ก็กำลังให้คนมาไถปรับปรุงหน้าดิน ว่าจะทำไร่ทำสวน พอให้ไม่เหงา ถ้าไปอยู่นั่นไม่มีอะไรทำ เดี๋ยวก็เป็นง่อยกันพอดี” พ่อของกุศลินบอก“ลินจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ” กุศลินบอก“เดี๋ยวผมให้คนมาอยู่ด้วยนะครับ ไม่งั้นลินคงไม่สบายใจแน่ แล้วพ่อกับแม่จะไปเยี่ยมเราตอนไหนก็ได้ ใกล้ๆ แค่นี้เอง” อารยะบอกเขาจะให้คนรับใช้มาอยู่ช่วยเหลือทั้งสองคน พ่อกับแม่ของกุศลินไม่ปฏิเสธน้ำใจ เพื่อความสบายใจของกุศลินตอนเย็นวันนั้นอารยะให้คนมาขนของกุศลินและอติวิชญ์ภายในวันนั้น เหมือนกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ“เอาคอกกั้นออกบ้านนี้โล่งเลย พ่อกับแม่คงเหงาแย่ คิดถึงอาร์ตี้” แม่เธอบ่นออกมาเล็กน้อย“คิดถึงก็ขับรถไปหา รถก็มี บ้านก็ห่างกันไม่ถึงสิบกิโล สิบนาทีก็ถึง” เขาปลอบใจภรรยา“แล้วเรื่องแต่งงาน ผมให้เป็นการตัดสินใจของลินกับพ่อแม่นะครับ เรียกสินสอดมาเลย ผมทุ่มไม่อั้น” อารยะบอก หันไปยิ้มให้กุศลินที่ตอนนี้เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว“ให้ผ่านงานทำบุญร้
กุศลินทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาแล้วกอดเขาเอาไว้“กลับบ้านเรานะลิน” อารยะบอก“ยังก่อนค่ะ ลินยังไม่พร้อม”“คุณยังไม่ให้อภัยผมเหรอ” อารยะถาม เสียงน้อยใจ“ลินให้อภัยคุณแล้วค่ะ แต่ลินยังไม่มั่นใจในตัวคุณ” เธอบอกอารยะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วจูบหน้าผากเธอ“แล้วจะลินจะให้ผมทำยังไงเวลาอยากนอนกอดลิน” อารยะถาม“ก็อดทนสิคะ ได้คืบแล้วอย่าเอาศอก” กุศลินบอก“ใจร้าย”“คุณใหญ่ใจร้ายกับลินก่อน” กุศลินบอก“แค่ลินยกโทษให้ผม ผมก็ดีใจแล้ว”“คุณใหญ่ต้องทำให้ลินมั่นใจว่าจะไม่มีใครนอกจากลิน เพราะว่าลิน ไม่อยากเป็นเหมือนคุณอ้อม ลินไม่อยากร้าย”“ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ลินเห็น ว่าผมรักและจะมีลินคนเดียว” อารยะบอก แล้วกอดเธออยู่อย่างนั้น“รีบปล่อยเถอะคะ ขึ้นมานานแล้ว เดี๋ยวพ่อแม่สงสัย ลินยังไม่อยากโดนล้อ” กุศลินบอก“งั้นผมลงไปก่อน ลินค่อยตามลงไปก็แล้วกัน” อารยะบอกแล้วยิ้มให้เธอ“อืม” กุศลินบอกอารยะลุกขึ้นแต่งตัวแล้วลงไปรอเธอข้างล่าง นึกในใจว่าบทจะง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาบอกว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก เพราะการง้อเมียต้องจบลงที่เตียงแบบนี้นี่เอง ‘รู้อย่างนี้ฉันง้อแบบนี้ตั้งแต่คืนที่ไปนอนบ้านฉันก
กุศลินนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เธอเดินขึ้นห้องโดยไม่พูดไม่จา อารยะขับรถมาถึงทีหลังเธอ เขาถือกับข้าวและช่อดอกไม้เต็มทั้งสองมือ โดยมีพ่อของกุศลินเดินมาช่วยเขาถือของ อารยะเดินเข้าบ้านไปแล้วนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ“ลินกลับมาถึงนานหรือยังครับ”“สักพักแล้ว หน้าบึ้งขึ้นห้องไปแล้ว” พ่อของเธอบอก“เกิดอะไรขึ้นล่ะคุณ” แม่ของกุศลินถาม“พอดีเกิดเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ แต่ผมจัดการได้แล้ว” อารยะบอกแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก“อาร์ตี้นอนแล้วเหรอครับ” อารยะชะโงกหน้าดู ปรากฏว่าลูกชายตัวน้อยนั้นยังไม่หลับ แต่กำลังพลิกตัวกลิ้งไปมา เหมือนกับเห่อพัฒนาการของตัวเอง“ยังเลย แต่อีกเดี๋ยวก็หลับแล้วล่ะ” แม่ของกุศลินบอก“ไม่ตามขึ้นไปง้อเหรอ” พ่อของกุศลินถาม“ลินยังอารมณ์ร้อนอยู่ ให้เย็นลงกว่านี้ค่อยง้อดีกว่าครับ” อารยะบอกแล้วเข้าไปนั่งในคอกกั้นกับอติวิชญ์อารยะทำตามคลิปในละครรักโรแมนติค พาเธอไปทานอาหารร้านหรู มีดอกไม้มอบให้ และพูดถ้อยคำหวานซึ้งเอาใจเธอ เหมือนอย่างที่หวานแนะนำ แต่กลับโดนพิมพิลาเข้ามาขัดขวางจนทำให้แผนการง้อกุศลิน ต้องพังลง แถมยังสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม‘นี่สินะที่เขาว่า ความวัวยังไม







