Masukสังคมของโมรินคือนักศึกษาคนหนึ่งที่เอาแต่ก้มหน้าใช้ชีวิตของตัวเองไปในแต่ละวันให้ดีที่สุด เธอจึงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่าการเรียนและการทำงานพิเศษที่พอจะมีรายได้แบ่งเบาทางบ้าน
ในขณะที่พันไมล์และเธอคือทายาทนักธุรกิจผู้แสนร่ำรวย เธอยังเคยคิดเลยว่าโมรินไม่เหมาะกับพันไมล์เลยสักนิด แต่ในเมื่อพันไมล์หลงชอบโมรินไปแล้ว เธอก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะให้ทำยังไงเขาก็ไม่เคยมองเธอในฐานะอื่นเลย นอกจากเอ็นดูเหมือนน้องสาว
พันไมล์กลับบ้านด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง เสียงทะเลาะของบิดามารดาทำให้เขาต้องวิ่งขึ้นไปดูอย่างตกใจ
เสียงกรีดร้องของมารดาที่ตกลงมาจากบันได ทำให้พันไมล์ถึงกับช็อก
“คุณแม่!” พันไมล์รีบเข้าไปประคองร่างที่นอนคว่ำอยู่ตรงเชิงบันได
“พันลูกแม่ แม่เจ็บ พ่อของลูกมันสารเลว เลวที่สุด” พิมพ์ประภาชี้หน้าด่าสามีด้วยมืออันสั่นเทา เพียงแค่ขยับตัวก็เจ็บไปหมดทั้งตัว
“คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกันครับ”
“ฉันไม่ได้ทำอะไร แม่ของแกทำตัวเอง โทร. เรียกรถพยาบาลเถอะ” พงศ์ถอนใจพรืด สีหน้าของเขาเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก
“จะไปไหนก็ไป คุณมันคนหลายใจ คุณนอกใจฉัน”
“ผมพูดให้คุณฟังหลายครั้งแล้วว่ามันไม่ใช่ ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้นก็เอาที่สบายใจ”
“ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมคุณต้องเข้าโรงแรมไปกับมันสองต่อสองด้วย ทำไมต้องไปไหนมาไหนกับมันด้วยคะ ไหนคุณอธิบายมาสิ คุณอธิบายไม่ได้ บอกแต่ว่าให้ฉันนิ่งเอาไว้ก่อน สงบใจเอาไว้ก่อน คุณมีความจำเป็น ความจำเป็นอะไรเหรอที่ต้องไปเข้าโรงแรมกับมันสองต่อสอง นังเลขาของคุณมันหน้าด้าน”
“ผมพยายามอธิบายคุณก็ไม่ฟัง งั้นเราก็ค่อยคุยกันดีกว่า พ่อฝากด้วยกันแล้ว แกจัดการแม่แกด้วย” พงศ์เดินออกไปจากบ้านในทันทีเมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ได้เป็นอะไรมาก ยังปากเก่งแบบนี้แสดงว่ายังไม่ตาย
“คุณพ่อ!” พันไมล์เรียกบิดาเอาไว้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เหลียวหลัง
“พัน แม่เจ็บ โอ๊ย! ข้อเท้าของแม่ ขาของแม่มันหักหรือเปล่าลูก แค่ขยับก็เจ็บเหลือเกิน”
“ผมจะรีบพาคุณแม่ไปหาหมอนะครับ” พันไมล์รีบอุ้มร่างของมารดาพาไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
ปรากฏว่ามารดาต้องแอ็ดมิดนอนโรงพยาบาล เพราะได้รับบาดเจ็บจากการการตกบันได อวัยวะส่วนอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากขาที่ต้องรักษากันอีกพักใหญ่กว่าจะกลับมาเดินได้เป็นปกติ
“มันเกิดอะไรขึ้นหรือครับคุณแม่” พันไมล์เอ่ยถาม เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าบิดาจะทำร้ายมารดาได้ถึงขนาดนี้
คนเราพอหน้ามืดหลงเมียน้อยก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“แม่ก็ถามดีๆ แต่พ่อของลูกเอาแต่โมโหใส่แม่ ตั้งแต่ได้นังเมียน้อยนั่นเป็นเมีย พ่อของลูกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ไปกกนังเมียน้อยนั่นทุกคืน”
“ผมจะพูดเรื่องนี้กับคุณพ่อครับ ว่าคุณพ่อจะเอายังไง”
“พ่อเขาจะฟังเหรอลูก ทุกวันนี้เขาหลงเมียน้อยไม่ลืมหูลืมตา” พิมพ์ประภาร้องไห้สะอึกสะอื้นปริ่มใจจะขาด ทำให้พันไมล์ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ผมจะไปพูดเรื่องนี้กับคุณพ่อครับ ให้รู้ไปว่าท่านจะทำร้ายจิตใจคุณแม่แบบนี้จริงๆ” คนพูดผลุนผลันออกไป แต่ระหว่างที่เขากำลังจะขับรถออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ว่าไงครับน้องรี”
“รีมีคลิปอะไรจะให้พี่พันดูน่ะค่ะ” ประโยคของวารีทำให้พันไมล์ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“คลิปอะไรครับ” พันไมล์เอ่ยถามด้วยหัวใจเต้นระทึก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาให้หล่อนไปสืบเรื่องอะไร
เขาให้วารีไปสืบเรื่องของสองน้าหลาน และอยากรู้ว่าโมรินร่วมมือกับน้าสาวของตัวเองแย่งผัวคนอื่นจริงหรือเปล่า เขาไม่ได้อยากดูถูกคนที่ฐานะด้อยกว่า แต่ถ้าหากคนเราอยากได้อยากมีโดยการถีบตัวเองให้สูงขึ้นโดยการใช้เต้าไต่ แย่งสามีชาวบ้าน เขาก็ไม่เห็นด้วยอย่างที่สุด เพราะมันน่ารังเกียจ
โดยเฉพาะคนที่สมรู้ร่วมคิดมันน่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าอะไร!!!
“ก็ความคิดเห็นของโมรินเรื่องการแย่งสามีคนอื่นน่ะสิคะ เรื่องเมียน้อยคุณพ่อของพี่พัน คุณแม่ของรีก็รู้นะคะ เพราะคุณแม่เองก็เห็นว่าคุณพ่อของพี่พันทำแบบนั้นจริงๆ ขอโทษนะคะพี่พันที่รีต้องพูดกับพี่ตรง ๆ”
“ตอนนี้น้องรีอยู่ที่ไหนครับ” เขาเอ่ยถาม ใจร้อนยิ่งกว่าไฟสุม
“อยู่ที่บ้านค่ะ”
“งั้นพี่ไปหานะครับ”
“ได้ค่ะพี่พัน แต่พี่พันจะรับได้เหรอคะที่เอ่อ... ผู้หญิงที่พี่รักมีความคิดแบบนี้”
“งั้นส่งมาให้พี่ดูเลยได้ไหม” พันไมล์ใจร้อน หัวใจของเขาราวถูกเปลวไฟแผดเผา ประโยคของวารีทำให้เขารู้ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
“ไม่ได้หรอกค่ะ พี่ต้องมาดูเอง ถ้าส่งไปให้ เกิดพี่พันตกใจแล้วขับรถไปเกิดอุบัติเหตุขึ้นมารีจะทำยังไงล่ะคะ ยังไงรีก็ยังเป็นห่วงพี่พันอยู่เสมอนะคะ” ประโยคของวารีทำให้พันไมล์รีบขับรถไปหาหล่อนที่บ้านราวพายุ
“พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้แหละครับ” วารีเม้มปากเข้าหากัน เธออุตส่าห์พูดเป็นนัยว่าเธอยังห่วงใยเขาอยู่เสมอ แต่เขาก็ไม่สนใจ เอาจริงๆ เขาไม่เคยสนใจความรักของเธอเลยด้วยซ้ำ
สังคมของโมรินคือนักศึกษาคนหนึ่งที่เอาแต่ก้มหน้าใช้ชีวิตของตัวเองไปในแต่ละวันให้ดีที่สุด เธอจึงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่าการเรียนและการทำงานพิเศษที่พอจะมีรายได้แบ่งเบาทางบ้านในขณะที่พันไมล์และเธอคือทายาทนักธุรกิจผู้แสนร่ำรวย เธอยังเคยคิดเลยว่าโมรินไม่เหมาะกับพันไมล์เลยสักนิด แต่ในเมื่อพันไมล์หลงชอบโมรินไปแล้ว เธอก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะให้ทำยังไงเขาก็ไม่เคยมองเธอในฐานะอื่นเลย นอกจากเอ็นดูเหมือนน้องสาวพันไมล์กลับบ้านด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง เสียงทะเลาะของบิดามารดาทำให้เขาต้องวิ่งขึ้นไปดูอย่างตกใจเสียงกรีดร้องของมารดาที่ตกลงมาจากบันได ทำให้พันไมล์ถึงกับช็อก“คุณแม่!” พันไมล์รีบเข้าไปประคองร่างที่นอนคว่ำอยู่ตรงเชิงบันได“พันลูกแม่ แม่เจ็บ พ่อของลูกมันสารเลว เลวที่สุด” พิมพ์ประภาชี้หน้าด่าสามีด้วยมืออันสั่นเทา เพียงแค่ขยับตัวก็เจ็บไปหมดทั้งตัว“คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกันครับ”“ฉันไม่ได้ทำอะไร แม่ของแกทำตัวเอง โทร. เรียกรถพยาบาลเถอะ” พงศ์ถอนใจพรืด สีหน้าของเขาเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก“จะไปไหนก็ไป คุณมันคนหลายใจ คุณนอกใจฉัน”“ผมพูดให้คุณฟังหลายครั้งแล้วว่ามันไม่ใช่ ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้นก
“ไม่เป็นไรนะครับคุณแม่ เชื่อผมสิ” พันไมล์ดึงร่างของมารดามากอดปลอบ เขาไม่มียอมวันให้มารดาต้องทุกข์ใจแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบหลังจากพันไมล์รับปากมารดา เขาก็คอยตามดูพฤติกรรมของบิดาอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร นั่นทำให้เขาได้รู้ได้เห็นว่าบิดานั้นนอกใจมารดาจริงๆแต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ การเห็นคนรักของเขาสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้น แถมยังไปรับไปส่งกันอีกด้วยเขาคบกับโมรินเพียงไม่นาน จึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเธอโดยละเอียดสิ่งที่จะทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวของเธออย่างละเอียดก็คือเพื่อนสนิทของโมรินวารีเป็นเพื่อนของโมริน อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวของเพื่อนรักมารดาของเขา จริงๆ แล้วมารดาของเขากับมารดาของวารีนั้นหมายมั่นปั้นมืออยากที่จะให้เขากับหล่อนได้ลงเอยกันแต่เขาไม่ชอบวิธีการจับลูก ๆ คลุมถุงชนให้แต่งงานกัน ยิ่งไม่ชอบที่พ่อแม่คิดว่าเป็นเพื่อนกัน ลูกจะต้องรักกัน เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย เขากับเธอจึงเป็นได้แค่เพียงพี่น้องที่นับถือกันเท่านั้น“พี่มีเรื่องสำคัญจะถามน้องรีหน่อยครับ” พันไมล์ไม่อ้อมค้อม เขานัดเจอเธอเพื่อคุยเรื่องสำคัญ เจอหน้ากันก็เอ่ยถามในทันที“พี่พันมี
พันไมล์กลับมาถึงบ้านก็ได้เจอกับมารดาที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องนั่งเล่น ความที่เป็นคนรักมารดามาก จึงรีบเข้าไปถามไถ่ในทันทีว่าท่านเป็นอะไร“คุณแม่เป็นอะไรครับ”“พ่อ... พ่อของลูกเขานอกใจแม่ ฮือ ๆ” เสียงร้องห่มร้องไห้ของมารดาทำไมพันไมล์ทุกข์ใจเป็นอันมาก“คุณพ่อน่ะเหรอครับนอกใจคุณแม่” พันไมล์เอ่ยถามเหมือนไม่อยากจะเชื่อ เพราะวันๆ ก็เห็นบิดาเอาแต่ทำงานทำการ ท่านเป็นคนขยันและเฉลียวฉลาด จึงสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่น“ใช่จ้ะ แม่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อของลูกจะทำแบบนี้กับแม่ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อแต่พอได้เห็นกับตา แม่ถึงกับล้มทั้งยืน” คนพูดร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด พันไมล์เองก็ไม่เคยเห็นมารดาร้องไห้เสียใจหนักขนาดนี้มาก่อนคนที่เอาแต่นั่งร้องไห้ ปรับทุกข์กับลูกชายด้วยสีหน้าหมองเศร้า เธอมีฐานะชาติกำเนิดที่ดีก็จริง แต่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่เคยให้ทำงานทำการอะไร เรียนจบก็ถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับพงศ์ ผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมกัน เธอจึงเป็นแค่แม่บ้าน คอยดูแลบ้าน ดูแลสามีและลูก ถึงมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ก็เป็นเงินจากสามีแทบทั้งสิ้น ท่านไม่มีปัญญาหาเงินเข้าบ้านเลย ดังนั้นสามีจึงเป็นใหญ่ เขาพูดอะไรก็ต้
“ไม่คิดว่าพริตตี้แบบโมจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้” เขาพูดยั่วเพื่อให้เธอรับงานนี้ แต่โมรินไม่หลงกล เขาจะปรามาสหรือด่าว่าอะไรเธอ ก็ช่างหัวเขา แต่สำหรับเธอแล้ว ขอแค่ให้ออกไปจากที่นี่ได้เป็นพอ ถึงเธอไม่ทำงานกับเขา เธอก็มีงานอื่นๆ ให้ทำอีกหลายงาน“แล้วแต่คุณจะคิด แต่ฉันขอสละสิทธิ์ให้คนอื่นก็แล้วกัน เพราะคงมีหลายคนอยากมาสัมภาษณ์งานกับคุณ ถึงไม่มีฉัน คุณก็มีพริตตี้ในงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของคุณอยู่แล้ว” เธอทำท่าจะเดินหนี แต่เขาก็ยังขวางเอาไว้“กรุณาหลีกทางให้ฉันด้วยค่ะ” เธอพูดอย่างเอาจริง นั่นทำให้พันไมล์ต้องหลีกทางให้หญิงสาวตรงหน้าเธอเห็นว่าเขาหลีกทางให้ก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องของเขาในทันทีโมรินรู้สึกใจหายใจคว่ำ เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับเขาอีกเธอหนีหายไปจากชีวิตของเขานานหลายปี ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ไปดูแลคุณยาย หลังจากที่คุณตาเสียชีวิตและปักหลักอยู่บ้านเกิดอยู่นาน กว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง ชาวบ้านนินทากันว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่ยายเข้าใจ ไม่เคยตำหนิหรือซักถามให้เธอเสียใจเลยสักคำเดียว เธอเองที่อดรนทนไม่ไหวต้องเล่าให้ท่านฟังทั้งน้ำตาว่าโดนผู้ชายหลอกจนตั้งท้อง แล้วเขาก็ทิ้งไปแต
“เชิญคุณโมริน เลิศประวิทย์เข้ามาได้เลยค่ะ” เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องท่านประธานหนุ่ม เจ้าของโชว์รูมรถหรูนำเข้าราคาแพงลิ่วเอ่ยขึ้นโมรินยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่าตรงหน้า เธอรับงานเป็นพริตตี้และงานอีเว้นต่างๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูกสาวตัวน้อยปกติแล้วงานพริตตี้หรืองานอีเว้นที่ทำอยู่ จะมีคนติดต่อเธอมาเองผ่านพี่ ๆ ที่รู้จักกัน ไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์โดยตรงกับเจ้าของบริษัทเช่นนี้ แต่เคสนี้ค่อนข้างแปลก เพราะผู้บริหารต้องการที่จะคัดเลือกตัวพริตตี้ที่จะมาทำงานด้วยตัวเองโมรินเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทีมั่นใจ เธอยิ้มและยกมือไหว้ท่านประธานหนุ่มที่กำลังนั่งรอเธออยู่หญิงสาวไหว้ค้าง หุบยิ้มสีหน้าแตกตื่นแทบจะทันที ร่างน้อยถึงกับเซ ถอยหนีแทบล้มเพราะตกตะลึงกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาคมกริบ“สวัสดีครับ” คำเอ่ยทักทายของเขาทำให้โมรินกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ ร่างกายของเธอเย็นเยียบราวยืนอยู่บนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือความเสียใจวูบขึ้นมาในอก แต่มันเป็นเพียงแค่แว็บเดียวก่อนจะจางหายไป เธอรีบสลัดความเสียใจนั้นทิ้งไป ดึงสติและกำลังใจกลับมาอีกครั้ง