تسجيل الدخولพันไมล์สงบสติอารมณ์ได้แล้วก็เดินทางไปหาคนรัก แม้จะรังเกียจเธอจับจิตจับใจ แต่เขาก็จะไม่ปล่อยให้คนที่ทำลายครอบครัวของเขาต้องลอยนวลแน่นอน
วารีมองตามไปแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุข เธอรู้ว่าโมรินไม่รู้จักบิดามารดาของพันไมล์ เพื่อนของเธอหน้าโง่จะตายไป จะให้ไปนั่งหาประวัติของแฟนว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร รวยแค่ไหน โมรินไม่ทำเพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี คิดว่าไม่ได้เกาะผู้ชายกิน วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ นี่คือจุดอ่อนของโมรินที่ทั้งโง่และซื่อบื้อ ทำให้เธอสามารถใช้วิธีนี้เล่นงานอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย เธอพร้อมที่จะเขี่ยนังเพื่อนเลวทิ้งด้วยฝ่าเท้าของเธอนี่แหละ
พันไมล์กดโทร. หาโมรินด้วยหมายเลขที่เขาจำได้ขึ้นใจ โทรศัพท์ราคาแพงเครื่องนี้เขาเป็นคนซื้อให้เธอ เพราะเครื่องเก่ามันพัง
เธอปฏิเสธไม่อยากรับ แต่ในที่สุดก็รับ คงแกล้งปฏิเสธไปแบบนั้นเอง ตอนนี้เขาเห็นธาตุแท้ของเธอแล้ว นึกย้อนไปถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาไม่กี่เดือน เธอมักปฏิเสธเสื้อผ้าข้าวของที่เขาซื้อให้ ซึ่งแท้ที่จริงมันเป็นแผนการของเธอเท่านั้นเอง
ทำเป็นไม่อยากได้ ทั้ง ๆ ที่อยากได้จนตัวสั่น เลวทั้งน้าทั้งหลาน คงคิดจะจับเขาด้วยล่ะสิ
“สวัสดีค่ะพี่พัน” เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นขณะรับสายทำให้พันไมล์เหยียดริมฝีปากอย่างรังเกียจ กิริยาอ่อนหวานเอาอกเอาใจที่เธอทำกับเขา มันคือมารยาที่เธอเสแสร้งแกล้งทำว่าตนเองเป็นคนดีหนักหนา เขาเห็นธาตุแท้ของเธออย่างแจ่มแจ้ง และจะไม่หลงเชื่อเธออีกแล้ว
“สวัสดีครับ ทำอะไรอยู่ครับ คิดถึงจัง พี่อยากจะรับโมมาที่แกลอรี่ครับ พี่เพิ่งวาดภาพใหม่เสร็จ อยากให้น้องโมได้เห็นเป็นคนแรก” พันไมล์เอ่ยกลับไป แผนร้ายในใจผุดขึ้นมาในทันที
“กำลังทำขนมอยู่ค่ะ โมอยากให้พี่พันได้ชิมขนมของโมอยู่พอดีเลย” เธอชอบทำอาหารและขนม เขาเคยได้ลองชิมอยู่หลายครั้ง ถือว่าฝีมือดี คงฝึกเอาไว้มัดใจผู้ชายสินะ พันไมล์เหยียดยิ้มเมื่อคิดว่าตัวเองรู้ทันเธอ
“งั้นพี่ไปรับนะครับ อยากชิมฝีมือของโมจังเลยครับ คิดถึงโมด้วย อยากเห็นหน้าใจจะขาด”
เขาพูดก่อนจะกดวางสาย รีบขับรถยนต์คันหรูราคาแพงลิ่วมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของเธอ
พันไมล์เป็นทายาทเจ้าของโชว์รูมรถนำเข้าที่ร่ำรวยติดอันดับของประเทศ อีกทั้งธุรกิจในเครืออีกมากมาย เขาจึงมีรถให้ขับไม่ซ้ำในแต่ละวัน เพราะต้องการโปรโมทรถหรูของตัวเองไปในตัว
พันไมล์ขับรถมารับโมรินที่หน้าบ้านของหล่อน เธออยู่ในชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว ในมือถือตะกร้าขนมที่แพ็กใส่กล่องอย่างสวยงาม เขาเดินลงไปเปิดประตูรถให้เธอ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย
วันนี้พันไมล์มองโมรินเปลี่ยนไป แต่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็น เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเหยียดยิ้มด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ เกลียดชังไปถึงน้าสาวของเธอด้วย
“ขนมหน้าตาน่ากินจังเลยครับ” พันไมล์เอ่ยบอกหญิงสาวข้างกาย เหลือบมองขนมในตะกร้าที่เธอวางเอาไว้บนตักด้วยรอยยิ้ม
“น่ากินก็ต้องกินเยอะๆ นะคะ โมทำให้พี่พันโดยเฉพาะเลยค่ะ”
“ดีจัง” เขาพูดแล้วยิ้มหวานให้เธอ
“โมทำไม่หวานจนเกิดไปเพราะรู้ว่าพี่พันไม่ชอบกินหวาน” เธอยิ้มตอบกลับไป
“ขนมอะไรครับ” พันไมล์แกล้งเอ่ยถามคล้ายสนใจ แต่เขาสนใจอย่างอื่นในตัวของเธอมากกว่า
“เป็นคุกกี้ธัญพืชค่ะ ให้ประโยชน์กับร่างกายด้วยนะคะ” เธอตอบอย่างภาคภูมิใจเพราะคิดสูตรขึ้นมาใหม่ ดัดแปลงจากสูตรที่เคยมีคนทำมาแล้ว ผสมน้ำผึ้งแทนน้ำตาล ทำให้มีรสหวานแต่ให้ประโยชน์มากกว่า
“พี่ว่าวางตะกร้าไว้ด้านหลังเบาะรถดีกว่าครับ พี่จะได้รัดเข็มขัดนิรภัยให้” เขาจัดการหยิบตะกร้าบนตักของเธอไปวางเอาไว้ทางด้านหลัง ก่อนที่จะขยับเข้าไปหาและจัดการรัดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ ลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่เป่ารดอยู่ตรงพวงแก้มสาว ทำให้โมรินถึงกับเขินอาย เขาขยับเข้าไปใกล้ ทำท่าจะจูบเธอ แต่เธอก็เบี่ยงหลบทำให้เขาหอมแก้มเธอแทน
“อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง รู้สึกเขินอายเป็นอันมาก
“แก้มหอมจริง แฟนใคร”
“พี่พันน่ะ ปากหวานนะคะนี่”
“ไปกันเถอะครับ พี่หิวแล้ว จะมารับไปทำอาหารให้พี่กินด้วย” เขามีบ้านพักอีกหลังตรงชานเมือง ซึ่งที่นั่นเป็นแกลอรี่วาดภาพ พันไมล์มีความสามารถด้านการวาดภาพ เขามีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด นอกจากการดูแลธุรกิจของครอบครัวแล้ว เขายังขายภาพวาดจากฝีมือของตัวเองให้เศรษฐีมีเงินอีกด้วย ชื่อเสียงของเขาโด่งดังและเป็นที่รู้จักในแวดวงศิลปะ หากภาพวาดนั้นมีลายเซ็นของเขาเขียนเอาไว้จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บางครั้งประมูลได้หลักสิบล้านบาท
“พี่พันอยากกินอะไรคะ” โมรินเอ่ยถาม ไม่ได้เห็นสายตาร้ายกาจของแฟนหนุ่มข้างกายเลยสักนิด
“อยากกินโมจะได้ไหมครับ” เขาขยับใบหน้าเข้าหาพลางเอ่ยถาม มองเธอตาหวานหยด คำพูดทีเล่นทีจริงนั้นทำให้โมรินใจสั่น
“อุ๊ย! พี่พันน่ะ” เธอเขินอายหน้าแดง ก่อนที่พันไมล์จะหันไปสนใจกับการขับรถ มุ่งหน้าไปยังบ้านพักนอกเมืองของเขาอย่างหมายมาด
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
พงศ์พูดกับภรรยาให้สงบจิตสงบใจเสียบ้าง แม้จะเข้าวัดเข้าวา ทำบุญสุนทาน หรือช่วยเหลือการกุศลต่าง ๆ แต่พอกลับถึงบ้าน พิมพ์ประภาได้เห็นลูกเป็นทุกข์ก็เป็นทุกข์ตามไปด้วย“ค่ะคุณ ฉันเข้าใจแล้ว แต่อดที่จะสงสารลูกไม่ได้น่ะค่ะ”“คนเรามีผิดพลาดกันได้ มีเสียใจกันได้ แต่ผมเชื่อว่าลูกต้องผ่านไปให้ได้ ความรู้สึกดี
พงศ์หันไปพูดกับบุตรชายที่นั่งหน้าซีดอยู่ใกล้ ๆ นึกเห็นใจอยู่ไม่น้อย แต่คนเราก็ต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต คราวหน้าจะได้มีสติคิดหน้าคิดหลัง คิดให้รอบคอบกว่านี้ประโยคของพงศ์ทำให้สองแม่ลูกได้สติและคิดได้ว่าไม่ควรจะไปบีบบังคับโมริน ในเวลานี้คือการเข้าใจโมรินให้มาก เวลาอา
อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราค่อยคุยกันอีกครั้งน่าจะดีกว่า แต่ขอให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะค่ะไม่ต้องเป็นห่วงโมกับลูก โมกับลูกมีที่ไป มีงานมีเงินและไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยไร้กังวล พี่ไม่ต้องตามหาโม เพราะเมื่อถึงเวลาเราจะได้เจอกันเอง ฝากลาคุณพ่อคุณแม่ของพี่ด้วย และฝากขอโทษท่านด้วยที่โมไม่ได้กราบลาพว
“แต่งงานกับพี่นะครับ” พันไมล์ทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคอันแสนอ่อนหวานระคนออดอ้อนออกมา แล้วหยิบแหวนเพชรน้ำงามออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“เย้! คุณพ่อขอคุณแม่แต่งงานแล้ว ต่อไปหนูดีก็จะมีน้องเพิ่มขึ้นมาอีกคนใช่ไหมคะ” เด็กน้อยเรียกความสนใจของพ่อแม่และคนที่ลุ้นอยู่อีกด้านได้เป็นอย่างดี โ







