Share

บทที่ 8

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 08:19:32

วันเวลาผ่านไปสามพันห้าร้อยปี กับการตื่นขึ้นมายังดินแดนไม่คุ้นเคย ถึงวันนี้จูหลาน

...ไม่สิ

นางคืออู๋ซิน สตรีที่ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่ และไม่ดับสูญ

และนาง...ได้แต่มองผู้คนรอบตัวล้มหายตายจาก

ช่วงพันปีแรกยังพอทน เพราะตัวตนของจูหลานไม่มีใครรับรู้ กระทั่งผ่านไปหนึ่งพันห้าร้อยปีเริ่มมีเหล่าปิศาจ ทวยเทพ รวมไปถึงเหล่าอสูรรู้ว่าเลือดของนางมีคุณสมบัติในการเยียวยา

สาเหตุน่ะหรือ...ตอนนั้นด้วยความบังเอิญนางเคยช่วยชีวิตเทพมังกรเอาไว้ และนี่คือเรื่องที่นางเสียใจที่สุด

ตัวตนของจูหลานทำให้โลกแห่งนี้สั่นคลอน การมีตัวตนของหญิงสาวแม้แต่ทวยเทพก็ให้คำตอบไม่ได้ กระทั่งเกิดเป็นความหวาดระแวงอันไม่มีที่สิ้นสุด

เง็กเซียนสั่งให้เทพมังกรพาตัวหญิงสาวไปเข้าเฝ้า ต่อมานางถูกตัดสินประหาร ด้วยเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เหล่าทวยเทพหวั่นว่าเรื่องนี้จะทำให้หกภพภูมิเกิดความวุ่นวาย

หญิงสาวเคยช่วยชีวิตเทพมังกร กระทั่งเปิดเผยตัวตนของตนเองนำมาสู่ภัยถึงชีวิต เรื่องนี้เทพมังกรตระหนักดีจึงให้เวลานางหนีหนึ่งพันปี

เพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ออกตามล่านางอย่างจริงจัง จุดประสงค์ก็เพื่อทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้ลุล่วง

นั่นก็คือ...สังหารนาง

นางหลบซ่อนตัวจากทวยเทพและเทพมังกรได้กว่าสองพันห้าร้อยปี ถึงอย่างนั้นในแต่ละวันนางก็ได้แต่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดหวั่น กระทั่งความหวาดกลัวกลายเป็นความเคยชิน

ความเคยชินกลับกลายเป็นความเยือกเย็น เฉยชา

กระทั่งคร้านจะใส่ใจแล้วว่าผ่านไปนานเท่าไร...

“หลบได้วันหนึ่งก็หลบ หลบไม่ได้ก็ช่างเถิด”

อู๋ซินถอนใจออกมาพร้อมกับรัดแขนกับยางยืด เลือดของนางมีคุณสมบัติในการเยียวยา หากฉู่หมิงทำให้นางอยู่รอดได้อีกสักวัน เช่นนั้นใช้เลือดของนางผสมทำยาให้เขาดื่มสักหลายซีซีก็นับว่าคุ้ม

หันไปมองกล่องเหล็กคู่กายที่อยู่กับนางมากว่าสามพันปี นางไม่เคยบอกใครว่ากล่องนี้สามารถหยิบของด้านในมาใช้ได้อย่างไม่จบสิ้น

ใช่...ไม่จบสิ้น

อุปกรณ์ทางการแพทย์ในนั้น จำได้ว่านางเป็นคนกวาดทุกอย่างที่หล่นรอบๆ ตัวลงไปในกล่อง แต่ถึงวันนี้ไม่ว่าจะหยิบมาใช้เท่าไร เมื่อเปิดออกมาทุกอย่างก็จะคงอยู่เท่าเดิม นี่คืออีกเรื่องนอกจากการปรากฏตัวที่นี่ซึ่งอู๋ซินยังหาคำตอบไม่ได้

หลังอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังมาแต่ไกล อู๋ซินเงยหน้าขึ้นจากนั้นเดินออกมายังริมหน้าต่าง เรือนผมยาวสลวยของนางพลิ้วไหวไปกับสายลม นางเคยชอบบรรยากาศฝนตก แต่วันนี้กลับรู้สึกกังวลแปลกๆ ยิ่งในยามที่มองไปยังบุรุษซึ่งนอนหมดสติอยู่บนเตียง

ลึกๆ แล้วตระหนักดีว่าทันทีที่ลงจากเป่ยซาน ชีวิตสงบสุขของนางก็คงจบสิ้นลงแล้ว

วันเวลาสามพันห้าร้อยปี กับเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาในชีวิต ประสบการณ์หลังพานพบผู้คนหลากหลาย ในวันนี้หญิงสาวให้รู้สึกว่าตนเองคล้ายหญิงชราผู้หนึ่งซึ่งเบื่อหน่ายการแก่งแย่งชิงดี

ถึงอย่างนั้นช่วงชีวิตที่ได้โลดโผน ระหว่างหาที่หลบซ่อน สิ่งที่นางได้เรียนรู้กระทั่งแตกฉาน ก็เป็นความภาคภูมิใจอันหาสิ่งใดเปรียบไม่ได้

ยิ่งไม่นับรวมว่านางได้พบศิษย์ที่เป็นยอดคนอย่างหลี่เฉิงผู้ซึ่งเชี่ยวชาญศาสตร์การทำนาย ตงเสวี่ยที่เชี่ยวชาญการตั้งค่ายกล และหานเจียสตรีที่นับเป็นยอดยุทธ์ที่ฝีมือเป็นหนึ่งในยุทธภพ

เสียงขยับตัวสวบสาบดังขึ้น อู๋ซินหมุนตัวเดินกลับไปยังเตียงนอน เห็นฉู่หมิงกำลังพยายามพยุงตัวขึ้นนั่ง นางจึงรีบเข้าไปช่วยประคองเขาด้วยความประหลาดใจ

“ฟื้นตัวเร็วถึงเพียงนี้?”

“ขอบคุณแม่นางที่ยอมช่วยชีวิต”

อู๋ซินรินชาอุ่นๆ ส่งให้ฉู่หมิง กลิ่นแปลกๆ ทำให้เขาขมวดคิ้วแต่ยังคงยอมดื่มเข้าไปอย่างว่าง่าย เขาจิบชาอุ่นๆ กลืนผ่านลงไปในลำคอ กระทั่งเพิ่งรู้ตัวว่ากลิ่นแปลกๆ นั้นอยู่ในอุ้งปากของเขาเอง

...เป็นกลิ่นคาวคล้ายเลือด

ฉู่หมิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า เขายังคงไม่ลืมความสงสัยในใจก่อนหมดสติ นางคืออาจารย์ของหลี่เฉิง ผู้อาวุโสที่เป็นคนนำทางเขาขึ้นมายังเป่ยซาน

อู๋ซินยิ้มบาง “ความสงสัยอาจนำภยันตรายมาหาตัว ท่านเคยได้ยินประโยคนี้หรือไม่”

ฉู่หมิงเองก็ยิ้ม “ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนหาคำตอบในสิ่งที่ไม่ควรไม่ใช่หรือ”

“ก็จริง” หญิงสาวพยักหน้า “แต่ท่านจะไม่ได้คำตอบใดจากข้าอย่างแน่นอน” นางลุกขึ้นยืน “อาการของท่านยังไม่นับว่าปลอดภัยดี แม้พ้นขีดอันตรายแต่พิษส่วนหนึ่งยังคงไหลเวียนในร่างกาย ข้ามีข่าวดีและข่าวร้าย ท่านอยากจะฟังสิ่งใดก่อน”

“ยังมีเรื่องใดร้ายแรงไปกว่าการที่ข้าแทบเอาชีวิตไม่รอดเล่า แต่เอาเถิดฟังข่าวดีก่อนก็คงไม่เสียหาย”

“ข่าวดีคือท่านจะยังไม่ตายตอนนี้” นางกล่าวเสียงเรียบ

“ข่าวร้ายเล่า”

“ห้าปี” นางตอบทันที “ท่านจะอยู่ได้อีกแค่ห้าปีเท่านั้น”

ฉู่หมิงชะงักก่อนเลิกคิ้วมองหญิงสาว

นางบอกต่อเสียงเรียบ “ความจริงหากก่อนหน้าท่านไม่ได้กินยาต้านพิษเอาไว้แล้วมาหาข้าให้เร็วกว่านี้ ท่านอาจอยู่ได้นานกว่านั้น อาจมากกว่าสิบปีหรืออาจจะถึงยี่สิบปี เพียงแต่ยาที่ท่านใช้ต้านพิษเหล่านั้นเร่งให้ยาพิษแทรกลึกเข้าไปในอวัยวะภายใน แม้ยื้อลมหายใจแต่กลับยากขจัดออก นับจากนี้ท่านจะอาการกำเริบและต้องใช้ยาระงับตามอาการไปเรื่อยๆ ท่านอาจอยู่ได้เกินห้าปี แต่ไม่เกินหกหรืออย่างมากเจ็ดปี แม้จะมีข้าอยู่ข้างกายคอยรักษา ท่านก็จะอยู่ได้อีกไม่เกินแปดปี”

ฉู่หมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เจ็ดถึงแปดปี...คงเพียงพอให้เขาจัดการหลายๆ สิ่งที่ยังคงคั่งค้าง

ตอนนี้เขาอายุสามสิบสอง อีกเจ็ดปีหรืออาจน้อยกว่า เขาอาจสิ้นใจในวัยเพียงสามสิบแปด สามสิบเก้า แต่หากบรรลุในปณิทานที่ตั้งไว้ เขายังมีสิ่งใดให้เสียใจในภายหลังเล่า

“เช่นนั้นแม่นาง สิ่งที่เจ้าต้องการจะแลกเปลี่ยนกับการช่วยชีวิตของข้าก็คือ...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 144 จบ

    ว่านหรงขยับเข้ามาจนจมูกชิดกันกับนาง “เสี่ยวเจีย” เขากระซิบเสียงเบา หานเจียได้กลิ่นสุราปะปนมากับกลิ่นน้ำทะเลดวงตาของว่านหรงส่องประกายในความมืด เขามองนางด้วยประกายคาดเดาได้ยาก หญิงสาวได้แต่เบิกตามองเขาอยู่เช่นนั้น กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาแตะพลิ้วลงมายังริมฝีปาก“รู้สึกอย่างไร” เขาถามนางเมื่อละจุมพิตออก ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ใกล้จนชิด ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดดวงหน้าของหญิงสาวหานเจียเม้มปากด้วยท่าทีสงสัย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สองแขนยกขึ้นสอดรอบลำคอแกร่ง “อีกครั้ง”นางเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา ยกสองมือดันศีรษะด้านหลังของชายหนุ่มเข้าหา จุมพิตซ้ำๆ ราวกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจว่านหรงสอดสองมือเข้าโอบรอบเอวอรชรภายใต้สายน้ำ รั้งหญิงสาวเข้าแนบชิดกายด้านหน้า ทั้งสองจุมพิตกันอย่างลึกล้ำท่ามกลางความมืดของท้องทะเลยามค่ำคืนกายเปลือยเปล่าเสียดสี ความรู้สึกในใจถูกเปิดเปลือย หานเจียรู้สึกวูบวาบในทุกสัมผัสจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม เขาจุมพิตรุกเร้าและเรียกร้องจนนางอ่อนระทวย สองขาถูกยกขึ้นพาดกับเอวสอบ รับรู้ถึงความต้องการของเขาที่กำลังถูกปลุกเร้าระลอกคลื่นซัดสาด จังหวะชี้นำของทะเลทำให้คนทั้งสองเตลิด ว่านหรงกดปลา

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 143

    ว่านหรงกล่าวจบม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น ว่านฮูหยินยิ้มให้นางในอ้อมกอดมีเสี่ยวเปาเปาน้อยที่เพิ่งตื่นนอน เขามองเห็นหานเจียก็ร้องไห้จ้าสองมือยื่นออกมากำปั้นน้อยๆ กำๆ แบๆ คล้ายบอกให้นางอุ้มหานเจียหันไปมองด้านอื่น นางกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาจากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่อาจดูแลเขา พวกท่านเหมาะสมที่จะดูแลเขา ข้ามั่นใจว่าพวกท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่” นางสังเกตเห็นว่าว่านฮูหยินเอ็นดูเขามาก อีกทั้งยังรู้ดีถึงฐานะของเด็กน้อย“แล้วเจ้าจะไปไหน”“ลงใต้ ทะเล ชายหาด”“เช่นนั้นก็ขึ้นมาเถิด เราจะไปส่ง หากถึงที่นั่นแล้วเจ้าไม่ต้องการเขา ข้ากับท่านแม่จะพาเขาจากไปเอง” ว่านหรงกล่าวจบก็เลิกคิ้วมองหานเจียที่กะพริบตามองเขาด้วยความประหลาดใจ “หาไม่...เจ้าไปทางนั้น เราจะพาเขาไปทางนี้ ข้าจะพาเขากลับไปคืนฮ่องเต้...”หานเจียถลึงตาให้เขา นางกระโดดขึ้นไปบนรถม้า ก่อนรับเสี่ยวเปาเปาน้อยมาอุ้ม “ออกรถ!” เสี่ยวเปาเปาน้อยยังคงสะอื้น หานเจียปลอบโยนเขาอยู่นานกว่าที่เขาจะหลับไป การเดินทางลงใต้ไม่ได้ยากลำบากนัก คนของฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาที่แฝงเข้าล้วนมองหาสตรีเป็นวรยุทธ์กับเด็กชายตัวน้อยแน่นอนว่าพวกเขาล้วนมองข้ามครอบครัวซ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 142

    ‘ส่งนางกลับที่ที่นางจากมา’หานเจียเลิกคิ้ว เคยได้ยินเรื่องที่ผู้เป็นอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยครั้ง เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายจากมา ‘นางจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่’‘นางจะไม่เป็นไรเพราะข้าจะตามนางไปในไม่ช้า’หานเจียชะงักเพราะคำตอบนั้น ความจริงนางยังอยากถามคำถามเขา แต่เมื่อสายตามองเห็นถุงหอมอัปลักษณ์ที่ฉู่หมิงไม่เคยให้ห่างตัว หัวใจของหานเจียก็อ่อนยวบนางรู้ดีว่าคนที่เสียใจและเศร้าใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่นาง‘ข้าจะพาเขาไปด้วย’ กล่าวจบนางก็เอื้อมมือไปรับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ฉินเซิงก้าวเข้ามาพร้อมส่งห่อสัมภาระให้ ‘ข้าจะไปส่งเจ้าข้ามชายแดนลงใต้ผ่านแคว้นสู่’นางจากมาโดยไม่ถามอะไรให้มากความ เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบและยอมรับได้อาจารย์เคยบอกนางเสมอ การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีเพียงทำใจอยู่กับมันและก้าวเดินไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ดีเพื่อไม่ให้คนที่ต้องตายจากไปต้องผิดหวังเดินทางมาตลอดหลายเดือน หานเจียพานพบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็กทารกบ้าง แต่ระหว่างทางนางพบกับมารดาซึ่งกำลังให้นมบุตรแนะนำ กระทั่งหลายคนอาสาให้นมกับทารกน้อย‘ข้

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 141

    “ขอร้อง ไปจากฉันเสีย ได้โปรด”“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”ประโยคคุ้นเคยนี้หญิงสาวเคยเป็นคนพูด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดออกมาเสียเอง “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน”เสียงของเขาเองก็เจือสะอื้น จูหลานได้แต่เอนตัวไปด้านหลัง พึ่งพิงอกแกร่งอย่างโศกเศร้า ทุกอย่างในใจถูกปลดผนึก ความรักที่ให้ความรู้สึกคล้ายความว่างเปล่า คล้ายมีและคล้ายไม่มีอยู่จริง ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสติ ราวกับเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงความฝันบนโซฟากว้างในห้องทำงานของหวงฉู่หมิง จูหลานนั่งพาดขาบนตักของชายหนุ่ม เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ร้องไห้ออกมาจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือดจึงเอ่ยถามเขาเสียงเบา“หมายความว่ายังไงที่ว่าเจ็ดปี แค่สองเดือนเอง”หวงฉู่หมิงหัวเราะหลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว “ผมอายุสามสิบตอนที่ไปอยู่ที่นั่น กลายเป็นเทพมังกรที่ดูไร้สามารถ ไม่อาจปกป้องแม้แต่คนที่ผมรัก” เขากระชับอ้อมแขน“ฉันอายุสามสิบแต่กลับไปอยู่ในร่างของอู๋ซินวัยยี่สิบ แต่อยู่ยาวนานถึงสามพันห้าร้อยปี พอตื่นขึ้นกลับพบว่าผ่านไปแค่สี่วัน”“ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องรู

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 140

    จูหลานยังคงตัวแข็งทื่อ อยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ใจกลับยังคงลังเล หัวใจที่กำลังสับสนต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ“มิสจูหลาน?”จูหลานสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหมุนตัวกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นเธอก็รู้แล้วว่าสมควรหลบเลี่ยงเขาอย่างไร เธอจะกลับอเมริกากับเฟิงเหยียน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปจากคนเหล่านี้...การสัมภาษณ์ที่แสนเคร่งเครียดเริ่มขึ้น ที่จริงมีเพียงหญิงสาวที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกันอย่างน้อยรอยยิ้มของเขาก็ยังคงอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเอ่ยถามเรื่องทั่วไป ความคาดหวังในองค์กร กระทั่งถามถึงสวัสดิการที่เธอต้องการหญิงสาวตอบไปตามจริงทุกข้อ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่คาดหวังกับอะไรลมๆ แล้งๆ การทำงานที่ต้องการความมั่นคง ผลตอบแทนที่สมกับการทำงานหนัก ย่อมเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการผ่านไปครึ่งชั่วโมงซึ่งก็ดูเหมือนแสนนาน หากมองในแง่ที่ว่าซีอีโอคนหนึ่งเป็นคนสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง จูหลานลุกขึ้นยืนทันทีที่เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมา“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะครับ”“ก็อย่างที่บอกค่ะ ฉันยังไม่ได

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 139

    ชั้นล่างพนักงานรักษาความปลอดภัยชี้มืออกไปยังนอกตึก แผ่นหลังของชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมกับกล่องในมือ เขาไม่ได้หันมาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆจูหลานเดินเข้าไปหาเขา “ขอโทษนะคะ กล่องของเราสลับกัน”เขาหันกลับมาช้าๆ จูหลานเบิกตากว้างปล่อยกล่องในมือร่วงลงกระจัดกระจาย “อาเฉิง...” ความเศร้าที่คิดว่าดีขึ้นกลับยังคงกัดกร่อนจิตใจจูหลานยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เธอเดินเข้าไปหาเขา มองใบหน้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนของหลี่เฉิง หากแต่...อีกฝ่ายกลับงงงันและดูตกใจที่เห็นเธอร้องไห้“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผม...”เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ จูหลานพยายามกลั้นสะอื้นมองเขายิ้มๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้า“ขอโทษค่ะ ฉันนี่บ้าจริงๆ อ่อนไหวเกินไปแล้ว คุณ...ดูเหมือนคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว แต่คง...ไม่ใช่” ทั้งสองลนลานก้มลงเก็บข้าวของแล้วแลกเปลี่ยนกล่องกันเขาเลิกคิ้ว “เขาเหมือนผม? คงไม่ได้ชื่อหลี่เฉิงเหมือนผม?”“เอ๋”“นานมาแล้วก็มีคนทักผมแบบนี้” เขาเหลือบตามองรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกล “คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่หลี่ ชื่อตัวเดียวสั้นๆ เฉิง”“แซ่จูค่ะ จูหลาน”“อา...จูหลาน” หลี่เฉิงพยักหน้า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status