Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-01-12 07:38:30

จบประโยคนั้นหญิงสาวก็มองเห็นคราบเลือดที่กำลังซึมออกมายังอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม นางไม่รอช้ารีบยื่นมือไปปลดสายคาดเอวของเขาออก

เสียงโวยวายพร้อมถ้อยคำปรามาสดังขึ้น อู๋ซินไม่ได้ใส่ใจแต่ปล่อยให้ตงเสวี่ยและหานเจียเป็นคนขวางชายชุดดำผู้นั้นเอาไว้

“ผู้อาวุโสหลี่ ท่านบอกว่ามีเพียงอาจารย์ของท่านที่ช่วยนายท่านได้ เหตุใดท่านปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ล่วงเกินนายท่านเล่า! นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนทำเช่นนี้...”

“เจ้าหมายถึงผู้ใด!”

“พวกเจ้าถอยไป!”

“ที่นี่คือเป่ยซาน คิดว่าตัวเองเป็นใครกล้าออกคำสั่ง”

มองเห็นคนป่วยลืมตาขึ้น ทั้งยังพยายามมองไปยังคนของตน “ฉินเซิง...”

เขาเพิ่งส่งเสียงอู๋ซินก็กดหน้าอกของเขาเอาไว้ “หุบปาก”

นางไม่พูดเปล่ากลับเปิดสาบเสื้อของเขาออก มองสำรวจแผลที่เริ่มดำคล้ำรอบด้าน แม้แต่เส้นเลือดที่นูนขึ้นก็เริ่มดำคล้ำ พิษทั้งหลายคงไหลเวียนไปทั่วร่างแล้ว

มองเห็นฉู่หมิงพยายามฝืนลืมตา อู๋ซินใคร่ครวญครู่หนึ่งยื่นข้อเสนอที่ทุกครั้งนางมักจะทำ ก่อนจะตัดสินใจลงมือรักษาคน คำถามเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ แต่คำตอบของเขากลับทำให้นางประหลาดใจ

“ขอเพียงไม่ผิดต่อบ้านเมืองและคุณธรรมในใจ”

ผู้คนส่วนใหญ่เพราะกลัวตายล้วนรับปากทันที มีข้อแม้ ขอเพียงรอดชีวิตไปได้ เรื่องอื่นล้วนเป็นเรื่องในภายหลัง

อู๋ซินขมวดคิ้ว “อาเฉิง เจ้าไปเก็บตัวอะไรกลับมาให้ข้ากันแน่ ที่นี่ยังมีคนวิปลาสกว่าข้าอีกหรือ!!”

นางเพิ่งกล่าวจบฉู่หมิงกลับกระอักเลือดสีแดงเข้มออกมา นางช่วยประคองเขาขึ้น “อาการนับว่าสาหัสอยู่มาก ข้าจะช่วยรักษาเขาก็ได้ ให้เวลาข้าสักสามวันเถิด พวกเจ้าลงเขาไปให้หมด”

การต่อสู้ชะงักลงในทันที ฉินเซิงปราดเข้ามาด้วยท่าทีของความหวัง

“อาจารย์!!” ตงเสวี่ยกับหานเจียอุทานออกมาอย่างไม่ยินยอม

“เสี่ยวตง เจ้าจับตาดูเขาเอาไว้ให้ดี อย่าให้เขาทำเสียเรื่อง เจียเอ๋อร์เจ้าต้องลงเขาไปหาสมุนไพรบางอย่าง อาเฉิงเจ้าไปเฝ้าทางขึ้นเขาไว้อย่าให้มีคนนอกขึ้นเขามาในเวลานี้”

“อาจารย์ ท่านเสนาบดีถูกพิษครั้งนี้เป็นความลับ หากรั้งอยู่บนเขาถึงสามวันอาจเกิดเรื่องยุ่งในเมืองหลวงได้”

อู๋ซินหันกลับมามองหลี่เฉิง “อย่างน้อยก็ต้องรั้งลมหายใจเขาก่อนมิใช่หรือไร”

หลี่เฉิงไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเมื่อได้ยินประโยคแฝงด้วยท่าทีตักเตือนในที

“เจ้าน่ะ” อู๋ซินหันไปมองฉินเซิง “เป็นคนสนิทของเขาใช่หรือไม่”

ฉินเซิงมองหลี่เฉิง “ใช่” เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของตนห้วนเกินไป ดังนั้นศิษย์ของเป่ยซานทุกคนจึงหันมามองเขา “ขอรับ...”

เรื่องนี้พูดไปใครจะเชื่อ เด็กสาวอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบ แต่กลับมียอดฝีมือถึงสามคนเรียกนางว่าอาจารย์อย่างนอบน้อม อีกทั้งนางพูดอะไรทุกคนล้วนไม่กล้าขัด

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่บนเขาก็แล้วไปเถิด แต่ผู้อาวุโสหลี่นี่สิ เขาอายุก็นับว่ามากแล้ว แต่กลับเรียกหญิงสาววัยยี่สิบเป็นอาจารย์

ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน!!!

“หากจะรั้งลมหายใจของเขา ข้าต้องการเวลาสามวัน ไปจัดการทางนั้นให้เรียบร้อย”

“เจ้าช่วย...ข้าน้อยหมายถึง ท่าน...ท่านช่วยนายท่านได้จริงๆ หรือขอรับ”

“ข้าจะพยายาม” อู๋ซินเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ

หานเจียเดินเข้าไปฝนหมึกให้อย่างรู้งาน

“เจียเอ๋อร์เจ้าเข้าไปในเมืองหลวง หาสมุนไพรเหล่านี้มาให้ได้ หากต้องลอบเข้าวังหลวงเพื่อหยิบยืมมาใช้ก่อน ก็จำเป็นต้องทำ ในท้องพระคลังคงมีสมุนไพรหายากที่เป็นเครื่องบรรณาการ ส่วนที่เหลือไว้ข้าค่อยดูว่าต้องใช้อะไรเพิ่ม”

มองดูหญิงสาวถ่ายทอดคำสั่งให้ศิษย์ของตนไปขโมยของในท้องพระคลัง ฉินเซิงได้แต่อ้าปากค้าง เขารู้สึกราวเพิ่งได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ

มีใครบ้างสามารถกล่าวถึงการเสี่ยงตายด้วยการลอบเข้าวังหลวง ราวกับกำลังพูดถึงการไปเดินจับจ่ายซื้อของในตลาด คนของเป่ยซานไม่เห็นทหารองครักษ์อยู่ในสายตาถึงเพียงนี้?!!

หลังจากง่วนอยู่กับคนถูกพิษอยู่กว่าสองชั่วยาม อู๋ซินเหงื่อกาฬเปียกชุ่ม นางหลับตาถอนหายใจด้วยความอ่อนล้า

เมื่อจับชีพจรที่กำลังเต้นรัวเร็ว ก็พบว่าร่างกายของฉู่หมิงกำลังต่อต้านพิษในกาย เขามีไข้สูงจนน่าตกใจ แต่นั่นก็นับเป็นสัญญาณที่ดี

พิษห้าชนิดที่อยู่ในกายของเขามาจากสัตว์สองชนิด อีกสามชนิดมาจากใบของไม้พุ่มและเปลือกของต้นอู่ถง นางคุ้นเคยพิษชนิดดังกล่าวดี ถึงอย่างนั้นจะแก้พิษก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งยามที่พิษเหล่านั้นไหลเวียนเข้าไปทั่วร่างของชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว

กล่องไม้ใบหนึ่งถูกยกออกมาจากชั้นวางของ นางไม่ได้เปิดออกมาใช้นานมากแล้ว เพราะหากเป็นไปได้นางก็จะไม่เลือกวิธีสุดท้ายนี้

สิ่งที่อยู่ในกล่องไม่ใช่สิ่งที่คนในโลกแห่งนี้สมควรเห็น เพราะมันเป็นสิ่งที่ยังไม่มีในโลกใบนี้

ของสิ่งนั้นก็คือเข็มฉีดยา!!!

ใช่...หญิงสาวมาจากโลกปัจจุบัน

ไม่สิ คงต้องบอกว่าเป็นโลกอื่นมากกว่า เพราะนับจากตื่นขึ้นมาในร่างของโฉมสะคราญผู้นี้ นับเวลาก็เกือบสามพันห้าร้อยปีแล้ว ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าสู่ยุคที่หญิงสาวจากมาเลยแม้แต่น้อย

จำได้ว่าชีวิตก่อนหน้านี้ตัวเองแซ่จู ชื่อสั้นๆ ว่าหลาน

หญิงสาวทำงานในองค์กรหนึ่งที่กำลังทดลองเกี่ยวกับการเดินทางผ่านห้วงมิติเวลา

วันนั้นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งลาหยุด จูหลานถูกส่งตัวไปในห้องทดลองแทน กว่าจะรู้ตัวว่าในห้องทดลองเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นอันตรายต่อคลื่นสมอง ตื่นมาอีกครั้งก็กลายมาเป็นโฉมสะคราญพลัดถิ่นมายังดินแดนแห่งนี้ อีกทั้งข้างกายยังมีข้าวของมากมายจากโลกอนาคตทิ้งเกลื่อนกลาด

จูหลานเก็บทุกอย่างเท่าที่จะสามารถเก็บ จากนั้นออกเดินทางไปทั่วเพื่อหาทางกลับบ้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 144 จบ

    ว่านหรงขยับเข้ามาจนจมูกชิดกันกับนาง “เสี่ยวเจีย” เขากระซิบเสียงเบา หานเจียได้กลิ่นสุราปะปนมากับกลิ่นน้ำทะเลดวงตาของว่านหรงส่องประกายในความมืด เขามองนางด้วยประกายคาดเดาได้ยาก หญิงสาวได้แต่เบิกตามองเขาอยู่เช่นนั้น กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาแตะพลิ้วลงมายังริมฝีปาก“รู้สึกอย่างไร” เขาถามนางเมื่อละจุมพิตออก ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ใกล้จนชิด ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดดวงหน้าของหญิงสาวหานเจียเม้มปากด้วยท่าทีสงสัย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สองแขนยกขึ้นสอดรอบลำคอแกร่ง “อีกครั้ง”นางเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา ยกสองมือดันศีรษะด้านหลังของชายหนุ่มเข้าหา จุมพิตซ้ำๆ ราวกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจว่านหรงสอดสองมือเข้าโอบรอบเอวอรชรภายใต้สายน้ำ รั้งหญิงสาวเข้าแนบชิดกายด้านหน้า ทั้งสองจุมพิตกันอย่างลึกล้ำท่ามกลางความมืดของท้องทะเลยามค่ำคืนกายเปลือยเปล่าเสียดสี ความรู้สึกในใจถูกเปิดเปลือย หานเจียรู้สึกวูบวาบในทุกสัมผัสจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม เขาจุมพิตรุกเร้าและเรียกร้องจนนางอ่อนระทวย สองขาถูกยกขึ้นพาดกับเอวสอบ รับรู้ถึงความต้องการของเขาที่กำลังถูกปลุกเร้าระลอกคลื่นซัดสาด จังหวะชี้นำของทะเลทำให้คนทั้งสองเตลิด ว่านหรงกดปลา

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 143

    ว่านหรงกล่าวจบม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น ว่านฮูหยินยิ้มให้นางในอ้อมกอดมีเสี่ยวเปาเปาน้อยที่เพิ่งตื่นนอน เขามองเห็นหานเจียก็ร้องไห้จ้าสองมือยื่นออกมากำปั้นน้อยๆ กำๆ แบๆ คล้ายบอกให้นางอุ้มหานเจียหันไปมองด้านอื่น นางกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาจากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่อาจดูแลเขา พวกท่านเหมาะสมที่จะดูแลเขา ข้ามั่นใจว่าพวกท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่” นางสังเกตเห็นว่าว่านฮูหยินเอ็นดูเขามาก อีกทั้งยังรู้ดีถึงฐานะของเด็กน้อย“แล้วเจ้าจะไปไหน”“ลงใต้ ทะเล ชายหาด”“เช่นนั้นก็ขึ้นมาเถิด เราจะไปส่ง หากถึงที่นั่นแล้วเจ้าไม่ต้องการเขา ข้ากับท่านแม่จะพาเขาจากไปเอง” ว่านหรงกล่าวจบก็เลิกคิ้วมองหานเจียที่กะพริบตามองเขาด้วยความประหลาดใจ “หาไม่...เจ้าไปทางนั้น เราจะพาเขาไปทางนี้ ข้าจะพาเขากลับไปคืนฮ่องเต้...”หานเจียถลึงตาให้เขา นางกระโดดขึ้นไปบนรถม้า ก่อนรับเสี่ยวเปาเปาน้อยมาอุ้ม “ออกรถ!” เสี่ยวเปาเปาน้อยยังคงสะอื้น หานเจียปลอบโยนเขาอยู่นานกว่าที่เขาจะหลับไป การเดินทางลงใต้ไม่ได้ยากลำบากนัก คนของฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาที่แฝงเข้าล้วนมองหาสตรีเป็นวรยุทธ์กับเด็กชายตัวน้อยแน่นอนว่าพวกเขาล้วนมองข้ามครอบครัวซ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 142

    ‘ส่งนางกลับที่ที่นางจากมา’หานเจียเลิกคิ้ว เคยได้ยินเรื่องที่ผู้เป็นอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยครั้ง เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายจากมา ‘นางจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่’‘นางจะไม่เป็นไรเพราะข้าจะตามนางไปในไม่ช้า’หานเจียชะงักเพราะคำตอบนั้น ความจริงนางยังอยากถามคำถามเขา แต่เมื่อสายตามองเห็นถุงหอมอัปลักษณ์ที่ฉู่หมิงไม่เคยให้ห่างตัว หัวใจของหานเจียก็อ่อนยวบนางรู้ดีว่าคนที่เสียใจและเศร้าใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่นาง‘ข้าจะพาเขาไปด้วย’ กล่าวจบนางก็เอื้อมมือไปรับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ฉินเซิงก้าวเข้ามาพร้อมส่งห่อสัมภาระให้ ‘ข้าจะไปส่งเจ้าข้ามชายแดนลงใต้ผ่านแคว้นสู่’นางจากมาโดยไม่ถามอะไรให้มากความ เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบและยอมรับได้อาจารย์เคยบอกนางเสมอ การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีเพียงทำใจอยู่กับมันและก้าวเดินไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ดีเพื่อไม่ให้คนที่ต้องตายจากไปต้องผิดหวังเดินทางมาตลอดหลายเดือน หานเจียพานพบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็กทารกบ้าง แต่ระหว่างทางนางพบกับมารดาซึ่งกำลังให้นมบุตรแนะนำ กระทั่งหลายคนอาสาให้นมกับทารกน้อย‘ข้

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 141

    “ขอร้อง ไปจากฉันเสีย ได้โปรด”“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”ประโยคคุ้นเคยนี้หญิงสาวเคยเป็นคนพูด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดออกมาเสียเอง “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน”เสียงของเขาเองก็เจือสะอื้น จูหลานได้แต่เอนตัวไปด้านหลัง พึ่งพิงอกแกร่งอย่างโศกเศร้า ทุกอย่างในใจถูกปลดผนึก ความรักที่ให้ความรู้สึกคล้ายความว่างเปล่า คล้ายมีและคล้ายไม่มีอยู่จริง ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสติ ราวกับเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงความฝันบนโซฟากว้างในห้องทำงานของหวงฉู่หมิง จูหลานนั่งพาดขาบนตักของชายหนุ่ม เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ร้องไห้ออกมาจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือดจึงเอ่ยถามเขาเสียงเบา“หมายความว่ายังไงที่ว่าเจ็ดปี แค่สองเดือนเอง”หวงฉู่หมิงหัวเราะหลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว “ผมอายุสามสิบตอนที่ไปอยู่ที่นั่น กลายเป็นเทพมังกรที่ดูไร้สามารถ ไม่อาจปกป้องแม้แต่คนที่ผมรัก” เขากระชับอ้อมแขน“ฉันอายุสามสิบแต่กลับไปอยู่ในร่างของอู๋ซินวัยยี่สิบ แต่อยู่ยาวนานถึงสามพันห้าร้อยปี พอตื่นขึ้นกลับพบว่าผ่านไปแค่สี่วัน”“ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องรู

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 140

    จูหลานยังคงตัวแข็งทื่อ อยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ใจกลับยังคงลังเล หัวใจที่กำลังสับสนต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ“มิสจูหลาน?”จูหลานสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหมุนตัวกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นเธอก็รู้แล้วว่าสมควรหลบเลี่ยงเขาอย่างไร เธอจะกลับอเมริกากับเฟิงเหยียน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปจากคนเหล่านี้...การสัมภาษณ์ที่แสนเคร่งเครียดเริ่มขึ้น ที่จริงมีเพียงหญิงสาวที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกันอย่างน้อยรอยยิ้มของเขาก็ยังคงอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเอ่ยถามเรื่องทั่วไป ความคาดหวังในองค์กร กระทั่งถามถึงสวัสดิการที่เธอต้องการหญิงสาวตอบไปตามจริงทุกข้อ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่คาดหวังกับอะไรลมๆ แล้งๆ การทำงานที่ต้องการความมั่นคง ผลตอบแทนที่สมกับการทำงานหนัก ย่อมเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการผ่านไปครึ่งชั่วโมงซึ่งก็ดูเหมือนแสนนาน หากมองในแง่ที่ว่าซีอีโอคนหนึ่งเป็นคนสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง จูหลานลุกขึ้นยืนทันทีที่เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมา“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะครับ”“ก็อย่างที่บอกค่ะ ฉันยังไม่ได

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 139

    ชั้นล่างพนักงานรักษาความปลอดภัยชี้มืออกไปยังนอกตึก แผ่นหลังของชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมกับกล่องในมือ เขาไม่ได้หันมาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆจูหลานเดินเข้าไปหาเขา “ขอโทษนะคะ กล่องของเราสลับกัน”เขาหันกลับมาช้าๆ จูหลานเบิกตากว้างปล่อยกล่องในมือร่วงลงกระจัดกระจาย “อาเฉิง...” ความเศร้าที่คิดว่าดีขึ้นกลับยังคงกัดกร่อนจิตใจจูหลานยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เธอเดินเข้าไปหาเขา มองใบหน้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนของหลี่เฉิง หากแต่...อีกฝ่ายกลับงงงันและดูตกใจที่เห็นเธอร้องไห้“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผม...”เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ จูหลานพยายามกลั้นสะอื้นมองเขายิ้มๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้า“ขอโทษค่ะ ฉันนี่บ้าจริงๆ อ่อนไหวเกินไปแล้ว คุณ...ดูเหมือนคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว แต่คง...ไม่ใช่” ทั้งสองลนลานก้มลงเก็บข้าวของแล้วแลกเปลี่ยนกล่องกันเขาเลิกคิ้ว “เขาเหมือนผม? คงไม่ได้ชื่อหลี่เฉิงเหมือนผม?”“เอ๋”“นานมาแล้วก็มีคนทักผมแบบนี้” เขาเหลือบตามองรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกล “คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่หลี่ ชื่อตัวเดียวสั้นๆ เฉิง”“แซ่จูค่ะ จูหลาน”“อา...จูหลาน” หลี่เฉิงพยักหน้า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอค

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 81

    ฉู่หมิงลืมตาขึ้นตอนเช้ามืดด้วยความเคยชิน ศีรษะของเขาปวดตุบจนคิ้วเข้มมุ่นลง แต่เมื่อสายตาสามารถปรับการมองเห็น โครงหน้างดงามหลับใหลอย่างสงบในแสงเลือนรางนับตั้งแต่จำความได้เขาก็ถูกแยกจากอ้อมกอดของบิดามารดา ถูกสั่งสอนให้ใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเอง แต่ไม่รู้เพราะอะไรตั้งแต่แรกพบกับอู๋ซิน นางมักจะเป็นฝ่า

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 79

    จวนเสนาบดีประดับตบแต่งด้วยสีแดงแห่งความเป็นมงคล ทั้งด้านหน้าจนถึงคนในครัว องครักษ์ สาวใช้และคนงานล้วนยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความยินดีจูก่วงผู้เป็นพ่อบ้านวิ่งวุ่นเพื่อสำรวจความเรียบร้อย กระทั่งเสียงแตรมโหรีใกล้เข้ามาเขาจึงวกกลับไปยังประตูใหญ่สาวใช้สองคนพยุงเจ้าสาวลงจากเกี้ยว ฉู่หมิงรีบเดินเข้าไปรออยู่บ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 78

    “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ ครั้งก่อนหลังจากกระหม่อมช่วยคลี่คลายความวุ่นวายในราชสำนัก ฝ่าบาทตรัสว่ากระหม่อมขออะไรก็ได้เรื่องหนึ่ง”“อ้อใช่ ตอนนั้นท่านบอกเองว่ายังคิดไม่ออก ตอนนี้คิดออกแล้วหรือ”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีความปรารถนาหนึ่ง นั่นก็คือบัดนี้จวนเสนาบดีร้างไร้นายหญิง ไม่ทราบว่าจะทร

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 77

    นอกเสียจากคนผู้นั้นจงใจจะพ่ายแพ้ตั้งแต่แรก ทั้งที่นางมีโอกาสชนะแต่กลับไม่ลงมือ!!!คุณหนูว่านผู้นี้ทำให้ทุกคนเห็นว่านางจงใจพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่อาจตำหนินางว่าได้ล่วงเกินองค์หญิงสามแคว้นเหลียง เนื่องจากการประลองนี้เทียนเฉาอยู่ๆ ก็เสนอให้จัดขึ้นหากคิดให้ลึกซึ้งการที่ลอบประลองหมากเงียบๆ ในวังหลวง หากองค์หญ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status