Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-01-12 07:38:30

จบประโยคนั้นหญิงสาวก็มองเห็นคราบเลือดที่กำลังซึมออกมายังอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม นางไม่รอช้ารีบยื่นมือไปปลดสายคาดเอวของเขาออก

เสียงโวยวายพร้อมถ้อยคำปรามาสดังขึ้น อู๋ซินไม่ได้ใส่ใจแต่ปล่อยให้ตงเสวี่ยและหานเจียเป็นคนขวางชายชุดดำผู้นั้นเอาไว้

“ผู้อาวุโสหลี่ ท่านบอกว่ามีเพียงอาจารย์ของท่านที่ช่วยนายท่านได้ เหตุใดท่านปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ล่วงเกินนายท่านเล่า! นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนทำเช่นนี้...”

“เจ้าหมายถึงผู้ใด!”

“พวกเจ้าถอยไป!”

“ที่นี่คือเป่ยซาน คิดว่าตัวเองเป็นใครกล้าออกคำสั่ง”

มองเห็นคนป่วยลืมตาขึ้น ทั้งยังพยายามมองไปยังคนของตน “ฉินเซิง...”

เขาเพิ่งส่งเสียงอู๋ซินก็กดหน้าอกของเขาเอาไว้ “หุบปาก”

นางไม่พูดเปล่ากลับเปิดสาบเสื้อของเขาออก มองสำรวจแผลที่เริ่มดำคล้ำรอบด้าน แม้แต่เส้นเลือดที่นูนขึ้นก็เริ่มดำคล้ำ พิษทั้งหลายคงไหลเวียนไปทั่วร่างแล้ว

มองเห็นฉู่หมิงพยายามฝืนลืมตา อู๋ซินใคร่ครวญครู่หนึ่งยื่นข้อเสนอที่ทุกครั้งนางมักจะทำ ก่อนจะตัดสินใจลงมือรักษาคน คำถามเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ แต่คำตอบของเขากลับทำให้นางประหลาดใจ

“ขอเพียงไม่ผิดต่อบ้านเมืองและคุณธรรมในใจ”

ผู้คนส่วนใหญ่เพราะกลัวตายล้วนรับปากทันที มีข้อแม้ ขอเพียงรอดชีวิตไปได้ เรื่องอื่นล้วนเป็นเรื่องในภายหลัง

อู๋ซินขมวดคิ้ว “อาเฉิง เจ้าไปเก็บตัวอะไรกลับมาให้ข้ากันแน่ ที่นี่ยังมีคนวิปลาสกว่าข้าอีกหรือ!!”

นางเพิ่งกล่าวจบฉู่หมิงกลับกระอักเลือดสีแดงเข้มออกมา นางช่วยประคองเขาขึ้น “อาการนับว่าสาหัสอยู่มาก ข้าจะช่วยรักษาเขาก็ได้ ให้เวลาข้าสักสามวันเถิด พวกเจ้าลงเขาไปให้หมด”

การต่อสู้ชะงักลงในทันที ฉินเซิงปราดเข้ามาด้วยท่าทีของความหวัง

“อาจารย์!!” ตงเสวี่ยกับหานเจียอุทานออกมาอย่างไม่ยินยอม

“เสี่ยวตง เจ้าจับตาดูเขาเอาไว้ให้ดี อย่าให้เขาทำเสียเรื่อง เจียเอ๋อร์เจ้าต้องลงเขาไปหาสมุนไพรบางอย่าง อาเฉิงเจ้าไปเฝ้าทางขึ้นเขาไว้อย่าให้มีคนนอกขึ้นเขามาในเวลานี้”

“อาจารย์ ท่านเสนาบดีถูกพิษครั้งนี้เป็นความลับ หากรั้งอยู่บนเขาถึงสามวันอาจเกิดเรื่องยุ่งในเมืองหลวงได้”

อู๋ซินหันกลับมามองหลี่เฉิง “อย่างน้อยก็ต้องรั้งลมหายใจเขาก่อนมิใช่หรือไร”

หลี่เฉิงไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเมื่อได้ยินประโยคแฝงด้วยท่าทีตักเตือนในที

“เจ้าน่ะ” อู๋ซินหันไปมองฉินเซิง “เป็นคนสนิทของเขาใช่หรือไม่”

ฉินเซิงมองหลี่เฉิง “ใช่” เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของตนห้วนเกินไป ดังนั้นศิษย์ของเป่ยซานทุกคนจึงหันมามองเขา “ขอรับ...”

เรื่องนี้พูดไปใครจะเชื่อ เด็กสาวอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบ แต่กลับมียอดฝีมือถึงสามคนเรียกนางว่าอาจารย์อย่างนอบน้อม อีกทั้งนางพูดอะไรทุกคนล้วนไม่กล้าขัด

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่บนเขาก็แล้วไปเถิด แต่ผู้อาวุโสหลี่นี่สิ เขาอายุก็นับว่ามากแล้ว แต่กลับเรียกหญิงสาววัยยี่สิบเป็นอาจารย์

ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน!!!

“หากจะรั้งลมหายใจของเขา ข้าต้องการเวลาสามวัน ไปจัดการทางนั้นให้เรียบร้อย”

“เจ้าช่วย...ข้าน้อยหมายถึง ท่าน...ท่านช่วยนายท่านได้จริงๆ หรือขอรับ”

“ข้าจะพยายาม” อู๋ซินเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ

หานเจียเดินเข้าไปฝนหมึกให้อย่างรู้งาน

“เจียเอ๋อร์เจ้าเข้าไปในเมืองหลวง หาสมุนไพรเหล่านี้มาให้ได้ หากต้องลอบเข้าวังหลวงเพื่อหยิบยืมมาใช้ก่อน ก็จำเป็นต้องทำ ในท้องพระคลังคงมีสมุนไพรหายากที่เป็นเครื่องบรรณาการ ส่วนที่เหลือไว้ข้าค่อยดูว่าต้องใช้อะไรเพิ่ม”

มองดูหญิงสาวถ่ายทอดคำสั่งให้ศิษย์ของตนไปขโมยของในท้องพระคลัง ฉินเซิงได้แต่อ้าปากค้าง เขารู้สึกราวเพิ่งได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ

มีใครบ้างสามารถกล่าวถึงการเสี่ยงตายด้วยการลอบเข้าวังหลวง ราวกับกำลังพูดถึงการไปเดินจับจ่ายซื้อของในตลาด คนของเป่ยซานไม่เห็นทหารองครักษ์อยู่ในสายตาถึงเพียงนี้?!!

หลังจากง่วนอยู่กับคนถูกพิษอยู่กว่าสองชั่วยาม อู๋ซินเหงื่อกาฬเปียกชุ่ม นางหลับตาถอนหายใจด้วยความอ่อนล้า

เมื่อจับชีพจรที่กำลังเต้นรัวเร็ว ก็พบว่าร่างกายของฉู่หมิงกำลังต่อต้านพิษในกาย เขามีไข้สูงจนน่าตกใจ แต่นั่นก็นับเป็นสัญญาณที่ดี

พิษห้าชนิดที่อยู่ในกายของเขามาจากสัตว์สองชนิด อีกสามชนิดมาจากใบของไม้พุ่มและเปลือกของต้นอู่ถง นางคุ้นเคยพิษชนิดดังกล่าวดี ถึงอย่างนั้นจะแก้พิษก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งยามที่พิษเหล่านั้นไหลเวียนเข้าไปทั่วร่างของชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว

กล่องไม้ใบหนึ่งถูกยกออกมาจากชั้นวางของ นางไม่ได้เปิดออกมาใช้นานมากแล้ว เพราะหากเป็นไปได้นางก็จะไม่เลือกวิธีสุดท้ายนี้

สิ่งที่อยู่ในกล่องไม่ใช่สิ่งที่คนในโลกแห่งนี้สมควรเห็น เพราะมันเป็นสิ่งที่ยังไม่มีในโลกใบนี้

ของสิ่งนั้นก็คือเข็มฉีดยา!!!

ใช่...หญิงสาวมาจากโลกปัจจุบัน

ไม่สิ คงต้องบอกว่าเป็นโลกอื่นมากกว่า เพราะนับจากตื่นขึ้นมาในร่างของโฉมสะคราญผู้นี้ นับเวลาก็เกือบสามพันห้าร้อยปีแล้ว ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าสู่ยุคที่หญิงสาวจากมาเลยแม้แต่น้อย

จำได้ว่าชีวิตก่อนหน้านี้ตัวเองแซ่จู ชื่อสั้นๆ ว่าหลาน

หญิงสาวทำงานในองค์กรหนึ่งที่กำลังทดลองเกี่ยวกับการเดินทางผ่านห้วงมิติเวลา

วันนั้นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งลาหยุด จูหลานถูกส่งตัวไปในห้องทดลองแทน กว่าจะรู้ตัวว่าในห้องทดลองเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นอันตรายต่อคลื่นสมอง ตื่นมาอีกครั้งก็กลายมาเป็นโฉมสะคราญพลัดถิ่นมายังดินแดนแห่งนี้ อีกทั้งข้างกายยังมีข้าวของมากมายจากโลกอนาคตทิ้งเกลื่อนกลาด

จูหลานเก็บทุกอย่างเท่าที่จะสามารถเก็บ จากนั้นออกเดินทางไปทั่วเพื่อหาทางกลับบ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 144 จบ

    ว่านหรงขยับเข้ามาจนจมูกชิดกันกับนาง “เสี่ยวเจีย” เขากระซิบเสียงเบา หานเจียได้กลิ่นสุราปะปนมากับกลิ่นน้ำทะเลดวงตาของว่านหรงส่องประกายในความมืด เขามองนางด้วยประกายคาดเดาได้ยาก หญิงสาวได้แต่เบิกตามองเขาอยู่เช่นนั้น กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาแตะพลิ้วลงมายังริมฝีปาก“รู้สึกอย่างไร” เขาถามนางเมื่อละจุมพิตออก ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ใกล้จนชิด ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดดวงหน้าของหญิงสาวหานเจียเม้มปากด้วยท่าทีสงสัย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สองแขนยกขึ้นสอดรอบลำคอแกร่ง “อีกครั้ง”นางเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา ยกสองมือดันศีรษะด้านหลังของชายหนุ่มเข้าหา จุมพิตซ้ำๆ ราวกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจว่านหรงสอดสองมือเข้าโอบรอบเอวอรชรภายใต้สายน้ำ รั้งหญิงสาวเข้าแนบชิดกายด้านหน้า ทั้งสองจุมพิตกันอย่างลึกล้ำท่ามกลางความมืดของท้องทะเลยามค่ำคืนกายเปลือยเปล่าเสียดสี ความรู้สึกในใจถูกเปิดเปลือย หานเจียรู้สึกวูบวาบในทุกสัมผัสจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม เขาจุมพิตรุกเร้าและเรียกร้องจนนางอ่อนระทวย สองขาถูกยกขึ้นพาดกับเอวสอบ รับรู้ถึงความต้องการของเขาที่กำลังถูกปลุกเร้าระลอกคลื่นซัดสาด จังหวะชี้นำของทะเลทำให้คนทั้งสองเตลิด ว่านหรงกดปลา

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 143

    ว่านหรงกล่าวจบม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น ว่านฮูหยินยิ้มให้นางในอ้อมกอดมีเสี่ยวเปาเปาน้อยที่เพิ่งตื่นนอน เขามองเห็นหานเจียก็ร้องไห้จ้าสองมือยื่นออกมากำปั้นน้อยๆ กำๆ แบๆ คล้ายบอกให้นางอุ้มหานเจียหันไปมองด้านอื่น นางกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาจากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่อาจดูแลเขา พวกท่านเหมาะสมที่จะดูแลเขา ข้ามั่นใจว่าพวกท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่” นางสังเกตเห็นว่าว่านฮูหยินเอ็นดูเขามาก อีกทั้งยังรู้ดีถึงฐานะของเด็กน้อย“แล้วเจ้าจะไปไหน”“ลงใต้ ทะเล ชายหาด”“เช่นนั้นก็ขึ้นมาเถิด เราจะไปส่ง หากถึงที่นั่นแล้วเจ้าไม่ต้องการเขา ข้ากับท่านแม่จะพาเขาจากไปเอง” ว่านหรงกล่าวจบก็เลิกคิ้วมองหานเจียที่กะพริบตามองเขาด้วยความประหลาดใจ “หาไม่...เจ้าไปทางนั้น เราจะพาเขาไปทางนี้ ข้าจะพาเขากลับไปคืนฮ่องเต้...”หานเจียถลึงตาให้เขา นางกระโดดขึ้นไปบนรถม้า ก่อนรับเสี่ยวเปาเปาน้อยมาอุ้ม “ออกรถ!” เสี่ยวเปาเปาน้อยยังคงสะอื้น หานเจียปลอบโยนเขาอยู่นานกว่าที่เขาจะหลับไป การเดินทางลงใต้ไม่ได้ยากลำบากนัก คนของฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาที่แฝงเข้าล้วนมองหาสตรีเป็นวรยุทธ์กับเด็กชายตัวน้อยแน่นอนว่าพวกเขาล้วนมองข้ามครอบครัวซ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 142

    ‘ส่งนางกลับที่ที่นางจากมา’หานเจียเลิกคิ้ว เคยได้ยินเรื่องที่ผู้เป็นอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยครั้ง เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายจากมา ‘นางจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่’‘นางจะไม่เป็นไรเพราะข้าจะตามนางไปในไม่ช้า’หานเจียชะงักเพราะคำตอบนั้น ความจริงนางยังอยากถามคำถามเขา แต่เมื่อสายตามองเห็นถุงหอมอัปลักษณ์ที่ฉู่หมิงไม่เคยให้ห่างตัว หัวใจของหานเจียก็อ่อนยวบนางรู้ดีว่าคนที่เสียใจและเศร้าใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่นาง‘ข้าจะพาเขาไปด้วย’ กล่าวจบนางก็เอื้อมมือไปรับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ฉินเซิงก้าวเข้ามาพร้อมส่งห่อสัมภาระให้ ‘ข้าจะไปส่งเจ้าข้ามชายแดนลงใต้ผ่านแคว้นสู่’นางจากมาโดยไม่ถามอะไรให้มากความ เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบและยอมรับได้อาจารย์เคยบอกนางเสมอ การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีเพียงทำใจอยู่กับมันและก้าวเดินไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ดีเพื่อไม่ให้คนที่ต้องตายจากไปต้องผิดหวังเดินทางมาตลอดหลายเดือน หานเจียพานพบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็กทารกบ้าง แต่ระหว่างทางนางพบกับมารดาซึ่งกำลังให้นมบุตรแนะนำ กระทั่งหลายคนอาสาให้นมกับทารกน้อย‘ข้

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 141

    “ขอร้อง ไปจากฉันเสีย ได้โปรด”“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”ประโยคคุ้นเคยนี้หญิงสาวเคยเป็นคนพูด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดออกมาเสียเอง “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน”เสียงของเขาเองก็เจือสะอื้น จูหลานได้แต่เอนตัวไปด้านหลัง พึ่งพิงอกแกร่งอย่างโศกเศร้า ทุกอย่างในใจถูกปลดผนึก ความรักที่ให้ความรู้สึกคล้ายความว่างเปล่า คล้ายมีและคล้ายไม่มีอยู่จริง ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสติ ราวกับเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงความฝันบนโซฟากว้างในห้องทำงานของหวงฉู่หมิง จูหลานนั่งพาดขาบนตักของชายหนุ่ม เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ร้องไห้ออกมาจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือดจึงเอ่ยถามเขาเสียงเบา“หมายความว่ายังไงที่ว่าเจ็ดปี แค่สองเดือนเอง”หวงฉู่หมิงหัวเราะหลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว “ผมอายุสามสิบตอนที่ไปอยู่ที่นั่น กลายเป็นเทพมังกรที่ดูไร้สามารถ ไม่อาจปกป้องแม้แต่คนที่ผมรัก” เขากระชับอ้อมแขน“ฉันอายุสามสิบแต่กลับไปอยู่ในร่างของอู๋ซินวัยยี่สิบ แต่อยู่ยาวนานถึงสามพันห้าร้อยปี พอตื่นขึ้นกลับพบว่าผ่านไปแค่สี่วัน”“ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องรู

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 140

    จูหลานยังคงตัวแข็งทื่อ อยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ใจกลับยังคงลังเล หัวใจที่กำลังสับสนต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ“มิสจูหลาน?”จูหลานสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหมุนตัวกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นเธอก็รู้แล้วว่าสมควรหลบเลี่ยงเขาอย่างไร เธอจะกลับอเมริกากับเฟิงเหยียน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปจากคนเหล่านี้...การสัมภาษณ์ที่แสนเคร่งเครียดเริ่มขึ้น ที่จริงมีเพียงหญิงสาวที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกันอย่างน้อยรอยยิ้มของเขาก็ยังคงอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเอ่ยถามเรื่องทั่วไป ความคาดหวังในองค์กร กระทั่งถามถึงสวัสดิการที่เธอต้องการหญิงสาวตอบไปตามจริงทุกข้อ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่คาดหวังกับอะไรลมๆ แล้งๆ การทำงานที่ต้องการความมั่นคง ผลตอบแทนที่สมกับการทำงานหนัก ย่อมเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการผ่านไปครึ่งชั่วโมงซึ่งก็ดูเหมือนแสนนาน หากมองในแง่ที่ว่าซีอีโอคนหนึ่งเป็นคนสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง จูหลานลุกขึ้นยืนทันทีที่เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมา“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะครับ”“ก็อย่างที่บอกค่ะ ฉันยังไม่ได

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 139

    ชั้นล่างพนักงานรักษาความปลอดภัยชี้มืออกไปยังนอกตึก แผ่นหลังของชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมกับกล่องในมือ เขาไม่ได้หันมาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆจูหลานเดินเข้าไปหาเขา “ขอโทษนะคะ กล่องของเราสลับกัน”เขาหันกลับมาช้าๆ จูหลานเบิกตากว้างปล่อยกล่องในมือร่วงลงกระจัดกระจาย “อาเฉิง...” ความเศร้าที่คิดว่าดีขึ้นกลับยังคงกัดกร่อนจิตใจจูหลานยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เธอเดินเข้าไปหาเขา มองใบหน้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนของหลี่เฉิง หากแต่...อีกฝ่ายกลับงงงันและดูตกใจที่เห็นเธอร้องไห้“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผม...”เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ จูหลานพยายามกลั้นสะอื้นมองเขายิ้มๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้า“ขอโทษค่ะ ฉันนี่บ้าจริงๆ อ่อนไหวเกินไปแล้ว คุณ...ดูเหมือนคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว แต่คง...ไม่ใช่” ทั้งสองลนลานก้มลงเก็บข้าวของแล้วแลกเปลี่ยนกล่องกันเขาเลิกคิ้ว “เขาเหมือนผม? คงไม่ได้ชื่อหลี่เฉิงเหมือนผม?”“เอ๋”“นานมาแล้วก็มีคนทักผมแบบนี้” เขาเหลือบตามองรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกล “คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่หลี่ ชื่อตัวเดียวสั้นๆ เฉิง”“แซ่จูค่ะ จูหลาน”“อา...จูหลาน” หลี่เฉิงพยักหน้า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status