อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน

อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-21
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
4 Peringkat. 4 Ulasan-ulasan
144Bab
8.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เป่ยซานสูงชันกว้างใหญ่ หนึ่งในหุบเขาตั้งตระหง่านดังปราการมั่นคง ปกป้องแคว้นจากศัตรูที่จะเข้ามารุกราน ว่ากันว่าบนเป่ยซานมีสตรีวิปลาศผู้หนึ่ง บนนั้นนางนับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าต่อกร นางไม่คล้ายมนุษย์ ไม่ใช่ทั้งปีศาจ หากแต่นางคือใครนั้น ไม่มีใครรู้ได้... ฉู่หมิง เสนาบดีผู้หล่อเหลาเป็นเสาหลักของแคว้นหนึ่งเดียวที่ฮ่องเต้ไว้พระทัย เหตุการณ์บ้านเมืองคับขันทำให้เขาถูกวางยาพิษจนแทบเอาชีวิตไม่รอด กระทั่งจำต้องรับปากเพื่อแต่งหญิงวิปลาสแห่งเป่ยซานเข้าจวน อู๋ซิน ลือกันว่านางมีทีมาที่ไปไม่ชัดเจน อายุหรือก็ไม่มีใครบอกได้ ว่ากันว่านางไม่ใช่ทั้งมนุษย์และปิศาจ เชี่ยวชาญวิชาแพทย์และการใช้พิษ แต่มีนิสัยประหลาดคือหากใครจะให้นางรักษา ต้องทำตามข้อแลกเปลี่ยนที่นางเสนอ รวมไปถึงยอมให้เข้าพบเฉพาะคนที่นางคิดจะรักษาให้เท่านั้น มีศิษย์ชายหญิงสามคนอยู่เป็นเพื่อนบนเป่ยซาน หลี่เฉิงตงเสวี่ย และหานเจีย

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ในมุมหนึ่งของวังหลวงกลับมีร่างขันทีวัยชราเดินไปตามทางเดินของตำหนักเฟิ่งหวง

ใบหน้าเคร่งเครียดบวกกับฝีเท้าอันเร่งรีบ ทำให้ท่าทีของเขาน่าสงสัยยิ่งนัก ถึงอย่างนั้นระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน กลับไม่มีผู้ใดกล้าหยุดเขาเอาไว้ แม้เวลานี้เป็นเวลาที่ไม่ควรมีผู้ใดสามารถออกมาเดินเพ่นพ่าน

“ทูลฝ่าบาทมีเรื่องด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

“รีบเข้ามา!”

ขันทีชรารีบเดินผ่านประตูเก้าชั้นเข้าสู่ห้องบรรทม ด้านในมีฉู่กุ้ยเฟย รวมไปถึงนางกำนัลคนสนิทสองสามคนอยู่ด้วย

มองดูครรภ์นูนป่องของฉู่กุ้ยเฟย เดาได้ไม่ยากว่าอีกไม่กี่เดือนคงคลอดแน่นอน ตอนนี้ใบหน้าของฉู่กุ้ยเฟยซีดขาวด้วยความหวาดหวั่นและเป็นกังวล “จ้าวกงกง ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทูลฝ่าบาท กุ้ยเฟย ทุกอย่างคลี่คลายแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทและองค์ชายห้าถูกควบคุมตัวเอาไว้แล้ว เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรยังไม่รีบๆ พูด!”

“ท่าน....ท่านเสนาบดีถูกลอบทำร้าย ดูเหมือนศรนั้นจะมีพิษร้ายแรง ตอนนี้หมอกำลัง...”

“พี่ใหญ่!!!” ฉู่กุ้ยเฟยที่ใบหน้าซีดขาวหมดสติลงในทันที

“หมอหลวง รีบให้คนไปตามหมอหลวง กุ้ยเฟย!!”

วังหลวงที่เพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวาย มาบัดนี้เริ่มวุ่นวายอีกครั้ง ก่อนหน้านี้รัชทายาทก่อกบฏแต่ถูกเสนาบดีแคว้นเทียนเฉาอย่างฉู่หมิงรู้เท่าทัน ดังนั้นเรื่องร้ายจึงไม่ลุกลาม

ในคืนนั้นแม้แผนการก่อการใหญ่ถูกสกัด แต่ฉู่หมิงกลับถูกลอบสังหาร ครั้งนี้แม้แต่หมอหลวงเองก็ยังส่ายหน้า จากนั้นก็รวมตัวกันไปคุกเข่าขอรับโทษจากฮ่องเต้

ฉู่หมิงวัยเพียงสามสิบสอง เป็นเสนาบดีซึ่งเป็นดังเสาหลักคนสำคัญของแคว้นเทียนเฉา เนื่องจากมีเขาแคว้นต่างๆ จึงยังคงยำเกรงไม่กล้ายกทัพเข้ามารุกราน เพราะผู้ใดเล่าไม่รู้ว่ากลศึกของเสนาบดีผู้นี้ เคยทำให้กองทัพแคว้นเทียนเฉากุมชัยเหนือแคว้นเหลียงมาแล้วครั้งหนึ่ง

จวนเสนาบดีเงียบงันไร้ความเคลื่อนไหว แต่การคุ้มกันกลับแน่นหนายิ่งกว่าเดิม กระทั่งมดสักตัวยังไม่แน่ว่าจะเล็ดลอดเข้าไปได้

โจวซางสีหน้าเคร่งเครียด เขายื่นมือออกไปรับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งลงจากรถม้า จากนั้นเดินนำเข้าไปในจวนเสนาบดีอย่างเร่งร้อน

“ท่านหัวหน้าราชองครักษ์” จูก่วงคำนับโจวซางอย่างนอบน้อม เขาเป็นพ่อบ้านซึ่งมีหน้าที่ดูแลจวนเสนาบดีทั้งหมด เนื่องจากจวนเสนาบดีไร้นายหญิงมาหลายปีแล้ว

พูดถึงเรื่องนี้ทุกคนล้วนทอดถอนลมหายใจด้วยความเสียดาย ฉู่หมิงล้วนเป็นเลิศทั้งหน้าตาและความสามารถ หากแต่กลับอาภัพในเรื่องคู่ครองโดยสิ้นเชิง

...ฉู่หมิงแต่งฮูหยินสามครั้ง พวกนางล้วนอายุสั้นทั้งสิ้น

เรื่องนี้จึงคล้ายคำสาปซึ่งทำให้สตรีแคว้นเทียนเฉาหวาดหวั่นที่จะแต่งเข้าจวนเสนาบดี

“ท่านเสนาบดีเล่า อาการเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่ดีขอรับ” จูก่วงถอนหายใจออกมาก่อนละสายตาไปมองชายชราซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวด้านหลัง “ท่านผู้นี้คือ...”

“ท่านหมอลู่”

“เช่นนั้นรีบเชิญด้านในเถิดขอรับ” จูก่วงกุลีกุจอนำทางในทันที

เรือนกิ่งหลิวของฉู่หมิง ทำให้ผู้ที่ก้าวเข้ามาก้าวแรกรู้สึกสงบใจ ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดเล็กล้อมรอบด้วยต้นหลิวซึ่งกิ่งลู่ลงไปในน้ำ ข้างกันนั้นมีสวนดอกโบตั๋นหลากสีกำลังเบ่งบาน

ถัดไปมีดอกไป่เหอ และพันธุ์ไม้หายากมากมายซึ่งฮ่องเต้ทรงพระราชทานมาให้ นับตั้งแต่ฉู่หมิงสร้างความดีความชอบเมื่อหลายปีก่อน

หากเปลี่ยนการมาเยือนครั้งนี้เป็นการชมสวน โจวซางคิดว่าเขาคงรู้สึกรื่นรมย์มากกว่านี้...

ภายในห้องนอนกว้างขวางซึ่งมีม่านและฉากกั้นที่ถูกเพิ่มเข้ามา กลิ่นสมุนไพรและยาต่างๆ ตลบอบอวล กระทั่งทำให้ผู้มาถึงกับต้องทอดถอนลมหายใจ

“ท่านหัวหน้าราชองครักษ์” ฉินเซิงผู้นี้ก็คือผู้คุ้มกันและคนสนิทของฉู่หมิง

“ท่านหมอลู่ เชิญ” โจวซางไม่พูดพร่ำ ผายมือให้ท่านหมอลู่เดินไปที่เตียง

บนเตียงนอนซึ่งมีม่านสีขาวทิ้งตัวลงบดบังสายตา ร่างของฉู่หมิงนอนหายใจรวยรินจนน่าหวั่นใจ ท่านหมอลู่ก้าวเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น เมื่อได้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ตรงหน้าอกข้างซ้ายของเสนาบดีหนุ่ม

“อาวุธเล่า”

ฉินเซิงก้าวเข้ามาแล้วเปิดผ้าซึ่งคลุมถาดใบหนึ่งออก ส่วนหัวของศรเหล็กสีคล้ำนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าผืนนั้น

หมอลู่ใช้ผ้ารองแล้วหยิบมันขึ้นมา เขาดมผ่านๆ จากนั้นคิ้วก็ขมวดแน่น “ท่านหมอจินเองก็มาแล้วกระมัง”

“มาแล้วขอรับ”

“พิษนี้ร้ายแรงนัก ถูกพิษยังไม่ถึงสองชั่วยามแต่ร่างกายกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว เป็นพิษถึงห้าชนิด ข้ารู้จักเพียงสองชนิดเท่านั้น อีกสามชนิด...” หมอลู่ส่ายหน้า “แม้จะรู้ก็มิใช่ว่าจะหายาแก้พิษทัน”

เห็นท่านหมอวัยกลางคนเอาแต่พึมพำเสียงเบา โจวซางก็ยิ่งหนักใจกว่าเดิม เขาสบตากับฉินเซิงอย่างเคร่งเครียด ในใจหวาดหวั่นว่าเสาหลักของแคว้นผู้นี้ต้องอายุสั้นแน่แล้ว...

“ข้าบังเอิญรู้จักคนผู้หนึ่ง เขาอาจเป็นทางรอดเดียวของท่านเสนาบดี” กล่าวจบก็ขมวดคิ้ว “แต่ข้าไม่อาจบอกได้ว่าเขาจะยอมช่วยหรือไม่ เพราะ...”

“ขอเพียงท่านบอกมา ข้าน้อยยินดีลอง” ฉินเซิงรีบกล่าว

“เคยได้ยินเรื่องของสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซานหรือไม่”

“เอ๋” เห็นท่าทางประหลาดใจกึ่งตกใจของโจวซาง ท่านหมอลู่ก็ถอนหายใจออกมา

“ตอนที่ข้าอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ข้าถูกพิษประหลาดระหว่างออกเดินทางกับบิดา ตอนนั้นชีวิตของข้าเรียกได้ว่าเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวสู่ปรโลกแล้ว บิดาข้าสิ้นหวังจึงพาข้าไปยังทางขึ้นเป่ยซาน คุกเข่าอยู่สองวันสองคืนจึงได้พบชายคนหนึ่งเข้า เขาก็คือหนึ่งในสามของศิษย์สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซานผู้นั้น เขาพาบิดาและข้าไปพบสตรีผู้นั้น นางเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ด้วยข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งเรื่อง และเพราะอย่างนี้ข้าจึงกลายมาเป็นหมอ”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Yui Deetilath
Yui Deetilath
สนุกมากกกกกก 144 ตอนน้อยไปนะคะ เพราะสนุกสุดๆ
2026-05-12 18:36:53
1
0
Nira Ho
Nira Ho
สนุก ต่าจะเอาไปสร้างเป็นซีรี่ย์
2026-04-01 18:05:56
1
0
Ploy Podisuk
Ploy Podisuk
จะอัพต่อหรือจะโดนเท
2026-02-04 21:48:09
2
0
น้ำเซาะทราย
น้ำเซาะทราย
สนุกตื่นเต้น
2026-01-31 19:34:14
2
0
144 Bab
บทที่ 2
“นางให้ท่านเป็นหมอเพื่อแลกเปลี่ยนหรือ เช่นนั้นก็นับว่าเป็นคนไม่เลว แต่...หากนางเคยช่วยท่านเอาไว้ตอนที่ท่านอายุแค่เจ็ดขวบ ตอนนี้นางไม่...”แก่ชราจนเดินเหินไม่ได้...ฉินเซิงตั้งใจจะพูดเช่นนั้น แต่นึกขึ้นได้เสียก่อน “หรือศิษย์ของนางผู้นั้นเองก็เป็นหมอ”ท่านหมอลู่ครุ่นคิด “จะว่าไปนางไม่เคยออกตัวว่าเป็นหมอ”“แต่ท่าน...มิใช่ว่าเรียนรู้มาจากนางหรอกหรือ ท่านบอกว่า...”“ข้าเป็นหมอเพราะนาง ไม่ได้บอกว่านางเป็นคนสอน นางเพียงออกค่าใช้จ่ายให้ข้าเดินทางไปร่ำเรียนบนเขาเทียนซาน เพราะสำนักหมอที่นั่นมีชื่อเสียง”“เหตุใดนางจึงไม่สอนด้วยตัวเองเล่า นางเองก็รักษาท่านจนหายดี เหตุใดยุ่งยากส่งคนไปเรียนที่อื่น หรือเป่ยซานไม่รับคนนอก”“ข้าจึงได้บอกว่าคนเป่ยซานทำอะไรตามใจตัวเอง ทั้งยังแปลกประหลาดเสียจนไม่มีใครคาดเดาได้”“เป็นหมอแต่ไม่ลงจากเขามาช่วยคน เช่นนี้จะเป็นหมอไปทำไมกัน”“ความจริงนางเพียงบอกว่าเชี่ยวชาญการใช้พิษ ไม่เคยพูดสักครั้งว่านางเป็นหมอ”มองเห็นท่านหมอลู่กับฉินเซิงตั้งคำถามกันไปมาโจวซางได้แต่ถอนใจและรีบตัดบท “ช่างเถิดๆ จะว่าไปต้องมีศิษย์สักคนที่สืบทอดวิชามาจากนาง”ท่านหมอลู่พยักหน้า “นางมีศิษย์อยู่สาม
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ฉินเซิงมองหลี่เฉิงแวบหนึ่ง จากนั้นก้าวถอยไปอีกหลายก้าว ฉู่หมิงส่ายหน้าฉินเซิงจึงขมวดคิ้วแต่ก็ยอมหมุนตัวกลับไปยืนอยู่กับโจวซางและท่านหมอลู่“ผู้น้อยขออภัย” หลี่เฉิงยื่นมือไปจับชีพจรของอีกฝ่าย ใบหน้าไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสี ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงยังคงราบเรียบ “นับว่ารุนแรงมาก พิษในกายของท่านจุดประสงค์ชัดเจน แต่ร่างกายกลับทานเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง”“ก่อนเกิดเรื่องข้ากินยาต้านพิษที่เรียกว่าลูกกลอนแปดสวรรค์”“อา...ยาต้านพิษแปดชนิดสินะ” หลี่เฉิงพยักหน้า “ดังนั้นจึงอธิบายได้ว่าทำไมท่านจึงยังคงมีชีวิต ทั้งที่พิษนั้นสมควรพรากลมหายใจของท่านไปแล้ว”หลี่เฉิงนวดฝ่ามือของฉู่หมิงแรงๆ จากนั้นกุมข้อมือของเสนาบดีหนุ่มเอาไว้ กระทั่งมองเห็นว่าฝ่ามือใหญ่ซีดขาว ระหว่างที่กำลังมองฝ่ามือของฉู่หมิง ดวงตาของหลี่เฉิงสาดประกายสับสนครู่หนึ่ง เพียงแต่มันกลับหายไปอย่างรวดเร็ว“พิษนี้แล่นไปทั่วร่างแล้ว หากไม่มียาถอนพิษ อาการของท่านจะทรุดลงเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าอีกสามวันพิษจะกระจายทั่วร่าง จากนั้นเลือดในกายจะไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด ไม่เกินเจ็ดวันท่านจะสิ้นใจอย่างทุรนทุราย”หลี่เฉิงสบตาฉู่หมิง เขาชื่นชมชายหนุ่ม
Baca selengkapnya
บทที่ 4
หลี่เฉิงยิ้ม “ใช่”“เหตุใดจึงยอมบอกข้า”“เพราะข้าไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบัง ช้าเร็วอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผย เพียงแต่ข้ายังคงยืนยันสิ่งที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ แม้ข้าสามารถพาท่านขึ้นเป่ยซาน แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังคงเป็นของอาจารย์”“ยังมีอีกหนึ่งคำถาม”“เชิญกล่าว”“แสงของดวงดาวทางเหนือที่ท่านกล่าวถึง คนผู้นี้คืออาจารย์ของท่านผู้นั้นใช่หรือไม่”หลี่เฉิงยิ้มกว้างทั้งยังมองฉู่หมิงด้วยดวงตาพึงพอใจ “ข้ามองไม่ผิด สมแล้วที่เป็นถึงเสนาบดีแคว้นเทียนเฉา ทุกเรื่องท่านล้วนคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว”ไม่ใช่ว่าเขาเก่งกาจ เพียงแต่ฉู่หมิงเป็นคนช่างสังเกต เขานำเรื่องราวและการกระทำของผู้คน รวมไปถึงคำพูดต่างๆ ของหลี่เฉิงมาพิจารณาเข้าด้วยกัน ทุกอย่างล้วนชี้นำไปยังสตรีผู้นั้น...สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน“ในความคิดเห็นของท่าน ท่านคิดว่าผู้อาวุโสแห่งเป่ยซานจะยอมช่วยข้าหรือไม่”หลี่เฉิงถอนใจ “ตอบท่านเสนาบดีตามตรง ข้าเองก็สุดจะคาดการณ์ อาจารย์ของข้า...” เขาส่ายหน้า “มีเรื่องเหลือเชื่อบางเรื่องไม่พานพบย่อมไม่มีทางกระจ่าง หากแต่เมื่อพานพบบางครั้งก็ไม่แน่ว่าจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เอาไว้ท่านพบนาง ท่านจะเข้าใจได้เอง”“
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ภายในรถม้าเงียบกริบไร้เสียงสนทนา เสียงลมพายุอื้ออึงบวกกับรถม้าที่เริ่มโคลงเคลง ทำเอาฉินเซิงขมวดคิ้ว เขากำลังจะลุกขึ้นเดินออกไปดูด้านนอก แต่ฉู่หมิงกลับยกมือขึ้นห้ามและส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายนั่งอยู่เฉยๆก่อนขึ้นเขาหลี่เฉิงกำชับแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไร ทั้งสองจะต้องนั่งเงียบๆ ไม่ออกไปด้านนอก แม้แต่แง้มม่านรถม้าขึ้นก็ไม่ได้ ดังนั้นฉินเซิงจึงได้แต่ข่มกลั้นความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้หลายต่อหลายครั้งที่รถม้าโคลงเคลงแทบพลิกคว่ำ ถึงอย่างนั้นกลับมีกำลังภายในกล้าแกร่งขุมหนึ่งทานเอาไว้ ฉินเซิงรู้สึกคล้ายเพิ่งได้เปิดหูเปิดตา ผู้อาวุโสวัยกลางคนซึ่งทำหน้าที่บังคับรถม้า ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากหลายปีที่ร่ำเรียนวรยุทธ์เขาพบยอดยุทธ์มากมาย แต่ที่กำลังภายในกล้าแข็งขนาดนี้เขาเพิ่งเคยพานพบเสียงลมพายุด้านนอกสงบลงแล้ว เสียงถอนหายใจกลับดังขึ้น น้ำเสียงเคร่งเครียดของหลี่เฉิง ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองในรถม้ารู้สึกกังวลขึ้นมา“ศิษย์น้อง เจ้าปล่อยข้าขึ้นเขาไปเถิด นี่เรื่องด่วนนะ”ไม่มีเสียงตอบกลับและรถม้าก็ไม่ได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า หลี่เฉิงเพียงนิ่งเงียบรอคอยฉู่หมิงนั่งหลับตาพิงผนังรถม้า ใบหน้าซีดขาวของเขาบั
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ดวงตาของหญิงสาวในชุดสีม่วงยังคงนิ่งเฉย นางช่วยประคองเขาขึ้น ถึงตอนนี้ฉู่หมิงจึงรู้ตัวว่าเขากำลังนอนอยู่บนพื้นกลางเรือน“อาการนับว่าสาหัสอยู่มาก ข้าจะช่วยรักษาเขาก็ได้ ให้เวลาข้าสักสามวันเถิด พวกเจ้าลงเขาไปให้หมด”“อาจารย์!!”นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ฉู่หมิงได้ยิน ก่อนจะหมดสติเขามองใบหน้านิ่งเฉยดวงตาส่องประกายเยือกเย็นของสตรีตรงหน้า ความสงสัยวิ่งวนในความคิดสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน? เป็นนางหรือ?เหตุใดนางจึงเป็นแค่แม่นางน้อยผู้หนึ่งเล่า นับจากเขาจำความได้เรื่องราวของนางก็ร่ำลือกันในแคว้นเทียนเฉาหลี่เฉิงอายุไม่น้อยแล้ว แต่กลับเรียกนางว่า ‘อาจารย์’แท้จริงแล้วเรื่องนี้คืออะไรกันแน่!!!อู๋ซินมองดูชายหนุ่มในชุดสีขาวทั้งตัวถูกพยุงลงมาจากรถม้า ใบหน้าขาวซีดและร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง บ่งบอกว่าอาการไม่ใคร่จะดีนักสายตาของหญิงสาวมองไปยังศิษย์คนแรกที่นางภาคภูมิใจ ในดวงตามีคำถามและถ้อยคำตำหนิปะปนกันอยู่ในที“ศิษย์คารวะอาจารย์”หลี่เฉิงคุกเข่าคำนับนางด้วยความนอบน้อม นางไม่ได้สนใจสายตาตกตะลึงของบุรุษชุดดำที่ทำหน้าที่พยุงคนป่วย“ลงเขาไปห้าปี กลับมาครั้งแรกเจ้าก็ทำผิดกฎร้ายแรงที่สุดของเป่ยซาน อาเฉิง ข้าหวั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
จบประโยคนั้นหญิงสาวก็มองเห็นคราบเลือดที่กำลังซึมออกมายังอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม นางไม่รอช้ารีบยื่นมือไปปลดสายคาดเอวของเขาออกเสียงโวยวายพร้อมถ้อยคำปรามาสดังขึ้น อู๋ซินไม่ได้ใส่ใจแต่ปล่อยให้ตงเสวี่ยและหานเจียเป็นคนขวางชายชุดดำผู้นั้นเอาไว้“ผู้อาวุโสหลี่ ท่านบอกว่ามีเพียงอาจารย์ของท่านที่ช่วยนายท่านได้ เหตุใดท่านปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ล่วงเกินนายท่านเล่า! นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนทำเช่นนี้...”“เจ้าหมายถึงผู้ใด!”“พวกเจ้าถอยไป!”“ที่นี่คือเป่ยซาน คิดว่าตัวเองเป็นใครกล้าออกคำสั่ง”มองเห็นคนป่วยลืมตาขึ้น ทั้งยังพยายามมองไปยังคนของตน “ฉินเซิง...”เขาเพิ่งส่งเสียงอู๋ซินก็กดหน้าอกของเขาเอาไว้ “หุบปาก”นางไม่พูดเปล่ากลับเปิดสาบเสื้อของเขาออก มองสำรวจแผลที่เริ่มดำคล้ำรอบด้าน แม้แต่เส้นเลือดที่นูนขึ้นก็เริ่มดำคล้ำ พิษทั้งหลายคงไหลเวียนไปทั่วร่างแล้วมองเห็นฉู่หมิงพยายามฝืนลืมตา อู๋ซินใคร่ครวญครู่หนึ่งยื่นข้อเสนอที่ทุกครั้งนางมักจะทำ ก่อนจะตัดสินใจลงมือรักษาคน คำถามเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ แต่คำตอบของเขากลับทำให้นางประหลาดใจ“ขอเพียงไม่ผิดต่อบ้านเมืองและคุณธรรมในใจ”ผู้คนส่วนใหญ่เพราะกลัวตายล้วนรับปาก
Baca selengkapnya
บทที่ 8
วันเวลาผ่านไปสามพันห้าร้อยปี กับการตื่นขึ้นมายังดินแดนไม่คุ้นเคย ถึงวันนี้จูหลาน...ไม่สินางคืออู๋ซิน สตรีที่ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่ และไม่ดับสูญและนาง...ได้แต่มองผู้คนรอบตัวล้มหายตายจากช่วงพันปีแรกยังพอทน เพราะตัวตนของจูหลานไม่มีใครรับรู้ กระทั่งผ่านไปหนึ่งพันห้าร้อยปีเริ่มมีเหล่าปิศาจ ทวยเทพ รวมไปถึงเหล่าอสูรรู้ว่าเลือดของนางมีคุณสมบัติในการเยียวยาสาเหตุน่ะหรือ...ตอนนั้นด้วยความบังเอิญนางเคยช่วยชีวิตเทพมังกรเอาไว้ และนี่คือเรื่องที่นางเสียใจที่สุดตัวตนของจูหลานทำให้โลกแห่งนี้สั่นคลอน การมีตัวตนของหญิงสาวแม้แต่ทวยเทพก็ให้คำตอบไม่ได้ กระทั่งเกิดเป็นความหวาดระแวงอันไม่มีที่สิ้นสุดเง็กเซียนสั่งให้เทพมังกรพาตัวหญิงสาวไปเข้าเฝ้า ต่อมานางถูกตัดสินประหาร ด้วยเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เหล่าทวยเทพหวั่นว่าเรื่องนี้จะทำให้หกภพภูมิเกิดความวุ่นวายหญิงสาวเคยช่วยชีวิตเทพมังกร กระทั่งเปิดเผยตัวตนของตนเองนำมาสู่ภัยถึงชีวิต เรื่องนี้เทพมังกรตระหนักดีจึงให้เวลานางหนีหนึ่งพันปีเพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ออกตามล่านางอย่างจริงจัง จุดประสงค์ก็เพื่อทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้ลุล่วงนั่นก็คือ..
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“ข้าต้องการไปหลบซ่อนตัวในจวนของท่าน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ“หลบซ่อนตัว?” คล้ายเขาได้ยินอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเทพมังกร ดวงดาวทางเหนือ แต่กลับไม่เข้าใจสิ่งที่หลี่เฉิงพูด และเพราะแบบนี้นางจึงพูดถึงว่า...แม้จะมีนางอยู่ข้างกายคอยรักษา“ได้” แม้ไม่เข้าใจแต่ยังคงพยักหน้าเรื่องให้ที่หลบซ่อนคนผู้หนึ่ง เขาคิดว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามันจะอยู่เหนือความคาดหมายไปมาก เพราะทันทีที่อาการของเขาดีขึ้น หลี่เฉิงกลับขึ้นเขามาพร้อมกับฉินเซิง กระทั่งเรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเคยรับปากอีกฝ่ายเอาไว้“เชิญผู้อาวุโสกล่าว” ฉู่หมิงมีสีหน้าดีขึ้นมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน เขายิ้มแย้มทั้งยังกล่าวกับหลี่เฉิงด้วยท่าทีนอบน้อม“ท่านต้องแต่งอาจารย์ของข้าเป็นฮูหยิน”เงียบกริบ...ทั้งฉู่หมิงและอู๋ซินตกตะลึงจนพูดไม่ออก ทั้งสองได้แต่จ้องหน้าหลี่เฉิงด้วยสายตาที่บอกชัดถึงสิ่งที่อยู่ในใจนี่คือประโยคของคนเสียสติผู้หนึ่งใช่หรือไม่!!!“ท่านเสียสติไปแล้วหรือ!” ฉินเซิงคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ “นายท่านเป็นถึงเสนาบดีของแคว้นเทียนเฉา แต่งฮูหยินเข้าจวน? ท่านเอาเรื่องสำคัญเช่นนี้มาล้อเล่นได้อย่างไร”หลี่เฉิงหันไ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
นางว่าศิษย์ของนางเสียสติแล้วนะ เจ้าคนที่เขาเก็บกลับมาให้นางเสียสติยิ่งกว่าอีก!!!“เอาเถิด จะอย่างไรก็คงไม่เกินสิบปี หากแลกกับการต้องหนีเทพมังกรอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ข้าเลือกแต่งให้ท่านก็แล้วกัน เรียกข้าว่าอู๋ซิน ไม่มีแซ่ แค่อู๋ซิน”ใช่แล้ว...ในบรรดาคนทั้งหมด มีนางนี่ละที่เสียสติยิ่งกว่าใคร!!!“ข้าแซ่ฉู่ นามสั้นๆ ว่าหมิงที่มาจากแสงสว่าง”ว่าที่สองสามีภรรยาที่เพิ่งตกลงแต่งงานกัน มาบัดนี้กลับนึกขึ้นได้ว่าต้องแนะนำตัว ทั้งสองต่างบอกชื่อแซ่กันและกันด้วยท่าทางจนใจหลี่เฉิงถอนหายใจออกมาเสียงเบา“ข้าทำถูกใช่หรือไม่ที่ให้อาจารย์แต่งงานกับเขา เฮ้อ... แลกกับชะตาของแคว้นอีกสิบปี ราชสำนักจะวุ่นวายขึ้นมาอีกหน่อยก็คงนับว่าไม่เลวกระมัง”หลังผ่านเรื่องวุ่นวายในราชสำนัก ใต้เท้าฉู่ เสนาบดีผู้ไม่เคยขาดการประชุมเช้ากลับหายตัวไปถึงสามวัน ฮ่องเต้ไม่ได้ให้ความกระจ่างใดแก่ขุนนาง ตรัสเพียงเสนาบดีหนุ่มมีเรื่องสำคัญให้ต้องไปจัดการ เรื่องภายในวังหลวงและราชสำนักล้วนแบ่งหน้าที่ให้ขุนนางส่วนต่างๆ รับผิดชอบเรียบร้อยแล้วยิ่งปิดบังก็ยิ่งเกิดข่าวลือเสียหายขึ้น บางคนกล่าวว่าท่านเสนาบดีคนดีของแคว้นเทียนเฉา หายตัวไปหลั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status