Masukบทที่ 5 รั้งสิ
เส้นดายชอป ตรงหน้าคือร้านขายของแบบกิฟต์ชอป เป็นร้านที่ใหญ่มาก คนเข้าออกพลุกพล่าน แม่บอกว่าลูกของคุณสรุจชื่อเส้นดาย ร้านนี้ก็คงตั้งชื่อลูก และลูกเขาก็มักจะอยู่ที่ร้านนี้ เขารักลูกสาวมาก ก็คงมาเฝ้าร้านกับลูกแหละ ดูสิลูกเขาจะน่ารักเท่าเธอหรือเปล่า? เด็กนั้นอายุน่าจะ15-16 แล้วแหละ ว่าแต่คุณสรุจมีลูกตอนอายุเท่าไหร่เนี่ย หรือเขาจะอายุมากแล้ว หน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยก็คงไปศัลยกรรมมาแหละ คนรวยก็แบบนี้แหละ เงินเยอะไม่รู้จะใช้จ่ายอะไรดี เพราะใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในร้าน หัวใจก็เต้นแรงมาก เพราะมาหาผู้ชายโดยเฉพาะ และเขาคนนั้นก็หล่อมากด้วย อยากได้มานอนกอดจัง! ‘ พรึ่บ ’ “ โอ๊ย ” เด็กน้อยล้มลงก้นจ้ำเบ้า “ ยัยเด็กนี่เดินยังไงฮะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ” ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น ก็คือคนที่เด็กวิ่งมาชน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองหน้าเด็กอย่างโมโหอีก “ แง่ ๆ หนูเจ็บ เจ็บ ” เด็กน้อยร้องไห้เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา “ เธอวิ่งมาชนฉันเองนะ เธอควรจะขอโทษฉันสิ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหน ถึงปล่อยให้มาเดินคนเดียวฮะ ทำคนอื่นเดือดร้อนไปเสียหมด ” หญิงวัยกลางคนก็เอาแต่พูดป่าว ๆ แต่ไม่ยอมช่วยเด็กให้ลุกขึ้น แหม่ ๆ คุณป้าคนนี้ ก็เห็นว่าอีกคนเป็นแค่เด็กเอง ก็แค่ช่วยมันจะตายเหรอ? หึก คนดีแบบเธอที่สวยทั้งร่างกายต้องออกโรงปกป้องแล้วสิ! “ หนูเป็นอะไรหรือเปล่า? ” จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา ตัดหน้าเธอไปเฉยเลย เหอะ! “ หนู ฮึก เจ็บค่ะ แง่ ๆ ” “ โอ๋ ๆ พ่อแม่หนูอยู่ไหนจ๊ะ เดี๋ยวน้าจะพาไปหา ” “ เดี๋ยวสิ หล่อนเป็นอะไรกับเด็กคนนี้เหรอ? ” “ เปล่าค่ะ ฉันแค่เห็นเธอร้องไห้ก็เลยจะเข้ามาช่วยค่ะ ” “ เสนอหน้าว่างั้น ” โอ๊ย อีป้านี่ ปากไม่ดี ทำไมไม่อยู่บ้าน มาเหามาหอนอยู่นอกบ้านทำไม? “ เด็กคนนี้ยังไปไหนไม่ได้ เพราะวิ่งมาชนฉันจนเจ็บ ฉันจะเรียกค่ารักษาพยาบาล ” หน็อย! คนดีอย่างเธอคงทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว เดินเข้าไปอย่างสวยๆ เชิดหน้าไปหนึ่งกรุบ มองหน้ายัยป้าคนนั้นแบบจิก “ ป้าแหกตาดูกล้องวงจรปิดบ้างเนอะ! มันมีหลักฐานนะ ว่าป้าเจ็บจริงหรือปลอม มากล่าวหาว่าเด็กทำให้เจ็บ มันถูกแล้วเหรอ? ” “ หล่อนเป็นใครอีกล่ะฮะ หรือเป็นแม่ของเด็กคนนี้ ” “ เป็นคนสวยไง ไม่เห็นเหรอ? ” พูดจบหมุนตัวให้ดูหนึ่งรอบ “ สก๊อยสิไม่ว่า ” “ เออ สก๊อยแล้วไง วันนี้จะถอนหงอกป้าให้ดูเอาไหมล่ะ ” ” ฉันสามารถแจ้งความจับเธอได้เลยนะ ข้อหาทำร้ายร่างกายอะ ” ” โห ยังไม่ทำอะไรเลย จะโดนข้อหาแล้ว งั้นทำก่อนแล้วกัน ให้คุ้มกับข้อหาทำร้ายร่างกาย ป้าจะได้ไม่ถูกข้อหาแจ้งความเท็จ เอาไหมล่ะ ” ยกมือขึ้นชูกำหมัดให้ดู ยัยป้าถอยห่างทันที “ ฉันพูดจริง ยัยเด็กคนนั้นวิ่งมาชนฉัน ไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาฉันปวดท้องมาก ๆ เลย ฉันแค่ต้องการค่ารักษาพยาบาล ฉันผิดเหรอ? ” พูดไป พร้อมงอตัวเล็กน้อยให้ดูว่าตัวเองเจ็บ ทั้งที่ก่อนหน้ายืนเท้าสะเอวว่าเด็กอยู่เลย “ แหม่ ไปหาหมอดูก่อนเถอะ ค่ารักษาพยาบาลมันจะสักแค่ไหนกันเชียว ดูป้าก็แต่งตัวดีมีฐานะอยู่นะ จะมาหากินกับเด็กตาดำ ๆ ไม่อายบ้างเหรอ? ” “ พวกเธอคิดจะรังแกคนแก่อย่างฉันสินะ ” “ พวกเราแค่พูดความจริงค่ะ ” ผู้หญิงที่ช่วยเด็กในตอนแรก พูดแทรกขึ้น “ โอ๊ย เจ็บ ” การแสดงสุด ๆ ยัยป้าคนนี้ “ ป้าจะเรียกค่ารักษาพยาบาลกี่บาท บอกมาหน่อยสิ ” คนเริ่มมุง เธอก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงแล้ว เพราะเป้าหมายที่มาวันนี้คือผู้ชาย ไม่ได้มาเพื่อมีปัญหากับยัยป้าคนนี้สักหน่อย “ หนึ่งพันบาท ” “ โห เยอะไปนะ ” “ เดี๋ยวฉันจ่ายเองค่ะ ” ผู้หญิงอีกคนเสนอทันที “ ทำไมยอมจ่ายง่าย ๆ เด็กไม่ได้ทำรุนแรงขนาดนั้นเลยนะ ” เธอหันไปพูดกับผู้หญิงอีกคนทันที “ ถ้าไม่จ่าย ฉันคิดว่าเรื่องคงไม่จบ ถือว่าฉันช่วยเด็กคนนี้แล้วกันค่ะ ” นี่คือความคิดของผู้หญิงคนนั้น แต่มันไม่ใช่กับเธอไง “ ป้า เอาเบอร์โทรมาสิ ฉันจะได้โทรหาถามถึงอาการว่าหายดีหรือนอนโรงพยาบาล ” “ นังคนนี้ หล่อนแช่งฉันเหรอ? ” “ เปล่านะ เผื่อได้นอนโรงพยาบาล เพราะอาการตอแหลคงโคม่าน่าดู ” “ อี... ” ยัยป้าพูดไม่ออก ลมออกหู ใบหน้าที่แสดงออกมาโมโหจัด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไปจากร้านโดยที่ไม่รับเงินหนึ่งพันบาท “ เหอะ! ” เธอยักไหล่แบบไม่ยี่หระ ก่อนจะหันไปหาอีกสองคน “ ขอบคุณ คุณน้าทั้งสองคนด้วยนะคะ ที่ช่วยหนู ” เด็กหญิงพนมมือน้อย ๆ ขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม “ ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พ่อแม่หนูอยู่ไหนเหรอ เดี๋ยวน้าพาไปหา ” ผู้หญิงอีกคนที่ดูอ่อนโยนลูบหัวเด็กน้อยไปด้วย ส่วนเธอแค่ยืนมองเด็กพร้อมพยักหน้ารับ “ หนูมาที่นี่กับคุณอาค่ะ ” “ อ่อ งั้นคุณอาหนูอยู่ไหนเหรอ? ” “ สายไหม! ” น้ำเสียงนี้เรียกสายตาเธอให้หันไปมอง “ คุณอาสรุจ ” เด็กคนนี้เป็นหลานพ่อคนหล่อนี่เอง “ คุณอาขาเมื่อกี้หนูชนผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ หนูล้มลงเจ็บมาก ” คนเป็นอานั่งยอง ๆ เพื่อจะคุยและลูบหัวหลานสาวไปด้วย “ แล้วหนูเจ็บไหม ” “ ไม่ค่ะ ป้าคนนั้นใจร้ายมาก โชคดีที่คุณน้าทั้งสองคนช่วยไว้ค่ะ ” สิ้นเสียงเด็กน้อย คนเป็นอาก็เงยหน้ามองเธอกับผู้หญิงอีกคนทันที ไอ้เราก็เขินนะสิ! คนอะไรหล่อเป็นบ้าเลย >< “ ผมขอบคุณพวกคุณแทนหลานสาวด้วยนะครับ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นน้าขอตัวก่อนนะ ” ผู้หญิงข้าง ๆ พูดขึ้น “ อย่าเพิ่งกลับนะครับ ผมขอเลี้ยงข้าวตอบแทนแล้วกัน ” มีรั้งไว้ด้วยแฮะ แล้วถ้าเกิดเป็นเธอที่ขอตัวกลับ เขาจะรั้งไว้ไหมน่า “ เอ่อ...ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ สายไหมไว้เจอกันใหม่นะ ” ออกตัวล้อฟรี อย่าให้ต้องผิดหวังนะพ่อรูปหล่อ รั้งเธอสิ!!! “ งั้นพวกเราไปกันแค่นี้ก็ได้ครับ ถ้าใครไม่ไปก็ช่างเขา ” อะ...อ้าว แล้วไง!! “ ... ” ก่อนเธอจะเดินออกไป ทำหน้ามุ้ยใส่เขาแล้วสะบัดบ็อบ เดินออกไปทันที “ คุณน้าคะ ” มือเล็กมารั้งเธอไว้ “ นี่คะ หนูให้กิ๊บติดผม ” มือน้อยแบออกมีกิ๊บติดผมสองอันยื่นให้เธอ “ ขอบใจหนูมากนะ แต่คราวหลังถ้าเจอกันอีก เรียกฉันว่าพี่รสานะ ” “ ค่ะพี่รสา ” หึก! คนอย่างเธอหน้าแตกแล้ว คงไม่ทนอยู่ต่อหรอก เอาไว้วันหลังค่อยมาหาใหม่ วันนี้ไปหาความหวานเติมเข้าเส้นก่อนดีกว่า เผื่อจะอารมณ์ดีกว่านี้ สรุจมองหลังบางที่เดินไปไกล ก่อนจะล้วงเอามือถือออกมากดโทรหาลูกน้องคนสนิท (“ ติดตามอย่าให้ห่าง คอยถ่ายรูปส่งมาให้ฉันด้วยนะพล ”) (” ครับ นายหัว ”) ❤️______❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 6 ยอมเป็นหมาให้เขาขี่หนึ่งเดือนต่อมา...“ ยัยรสา! ทำไมแกเพิ่งกลับถึงบ้านฮะ ”“ อ้าว ก็หนูเมาไงเลยไม่ได้กลับเมื่อคืน ”“ ฉันโทรหาแกกี่สายแล้วฮะ ทำไมแกไม่ยอมรับสาย ยี๋~ ตัวเหม็นเหล้ามาก ” แม่เดินมาใกล้ได้เพียงชั่วครู่ถึงกับต้องถอยห่างไป“ โห แม่ ตอนนั้นหนูกำลังแดนซ์อยู่กับเพื่อน ๆ ไง ไม่มีเวลาจับมือถือหรอก เพื่อนแต่งงานทั้งที ต้องฉลองกันให้สุดสิ ”“ ก่อนจะออกจากบ้านฉันพูดกับแกว่าไงฮะ แกลืมแล้วเหรอ? ”“ บอกว่าอย่ากลับดึก ”“ ใช่ แกก็จำได้นี่ แล้วทำไมไม่ปฏิบัติตาม ”“ จำได้สิ ก็นี่ไงหนูไม่ได้กลับดึก แต่กลับเช้าแทน หนูทำตามที่แม่บอกแล้วนะ ”“ ยัยรสา! แกนี่เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ เลยนะ ” แม่ง้างมือขึ้น เธอก็ถอยหลังอย่างเร็ว “ โธ่แม่ ปล่อยหนูบ้างเหอะ ให้อยู่แต่บ้าน หนูก็เบื่อเป็นเหมือนกันนะ ”“ แหม่ ๆ แกพูดเหมือนตัวเองอยู่ติดบ้านเลยว่างั้น ”“ แต่เดือนก่อนทั้งเดือน หนูไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ออกไปข้างนอกแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเองนะ แม่ไม่เห็นจะเยินยอหนูบ้างว่าเป็นเด็กดีแล้ว พอห
บทที่ 5 รั้งสิเส้นดายชอปตรงหน้าคือร้านขายของแบบกิฟต์ชอป เป็นร้านที่ใหญ่มาก คนเข้าออกพลุกพล่านแม่บอกว่าลูกของคุณสรุจชื่อเส้นดาย ร้านนี้ก็คงตั้งชื่อลูก และลูกเขาก็มักจะอยู่ที่ร้านนี้ เขารักลูกสาวมาก ก็คงมาเฝ้าร้านกับลูกแหละ ดูสิลูกเขาจะน่ารักเท่าเธอหรือเปล่า? เด็กนั้นอายุน่าจะ15-16 แล้วแหละ ว่าแต่คุณสรุจมีลูกตอนอายุเท่าไหร่เนี่ย หรือเขาจะอายุมากแล้ว หน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยก็คงไปศัลยกรรมมาแหละ คนรวยก็แบบนี้แหละ เงินเยอะไม่รู้จะใช้จ่ายอะไรดี เพราะใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในร้าน หัวใจก็เต้นแรงมาก เพราะมาหาผู้ชายโดยเฉพาะ และเขาคนนั้นก็หล่อมากด้วย อยากได้มานอนกอดจัง!‘ พรึ่บ ’“ โอ๊ย ” เด็กน้อยล้มลงก้นจ้ำเบ้า“ ยัยเด็กนี่เดินยังไงฮะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ” ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น ก็คือคนที่เด็กวิ่งมาชน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองหน้าเด็กอย่างโมโหอีก“ แง่ ๆ หนูเจ็บ เจ็บ ” เด็กน้อยร้องไห้เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา“ เธอวิ่งมาชนฉันเองนะ เธอควรจะขอโทษฉันสิ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหน ถึงปล่อยให้มาเดินคนเดียวฮะ ทำคน
บทที่ 4 กาหัว / แบล็กลิสต์วันต่อมา...‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’‘ แกร๊ก ’ ประตูถูกเปิดออก หลังจากเคาะเรียกได้ไม่นาน “ คุณหนูคะ คุณนายให้มาเรียกค่ะ ” “ งื้อ~ หนูง่วง ขอนอนต่อ ป้าปริกบอกแม่ไปนะว่าหนูจะตื่นเอง ” น้ำเสียงที่เปล่งออกงัวเงียสุดๆ “ คุณนายบอกว่า ถ้าคุณหนูไม่ตื่น ให้ป้าเอาน้ำสาดเลยค่ะ ”“ อะ...อ้าว ” เธอลุกขึ้นนั่งทันที มือทั้งสองข้างขยี้ตาไปด้วย “ คุณหนูลุกขึ้นอาบน้ำเถอะ เชื่อป้านะ เดี๋ยวถ้าคุณนายขึ้นมาเองจะเป็นเรื่องอีก ”“ ยังเช้าอยู่เลยนะ จะให้รีบตื่นไปไหนกัน ”“ สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ ”“ อ้าวเหรอ? ”“ ก็เพราะว่าห้องคุณหนูใส่ผ้าม่านปิดทึบแบบนี้ไงคะ เลยไม่รู้ว่ามันเที่ยงแล้ว ” ป้าปริกพูดจบเดินไปเปิดผ้าม่าน แสงก็สอดส่องเข้ามาทัน ทำเอาแสบตา ปรับไม่ทันกันเลยทีเดียว “ โอเค ๆ เดี๋ยวหนูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะรีบลงไปเลย ”“ ค่ะ อย่าช้านะ อย่าให้ป้าต้องมาเรียกอีกครั้งล่ะ ” “ ค่า ”11 : 59 น. “ ฉันให้ป้าปริกไปเรียกแกตั้งนานแล้วนะ ”
บทที่ 3 ทะลึ่งภัตตาคารหรูย่านดัง“ แม่คะ ก่อนจะแต่งงานหนูขอเช็กของก่อนได้ไหมอะ ” “ เช็กของอะไรของแกอีก ตอนพบคุณสรุจแกช่วยพูดจาดีหน่อยนะ อะไรที่ไร้สาระก็ไม่ต้องพูดออกไป ”“ ก็ไอ้นั่นของผู้ชายอะ ” ‘ เพี๊ยะ ’“ โอ๊ยแม่ ตีแขนหนูทำไมเนี่ย ”“ ทำไมแกถึงพูดจาทะลึ่งแบบนี้ฮะ เดี๋ยวใครจะว่าเอาได้นะว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนอะ ”“ ถ้าใครว่า หนูก็น้อมรับนะ เพราะหนูไม่มีใครสั่งสอนจริงๆ ”“ ยัยนี่ แกจะเถียงฉันให้ได้เลยใช่ไหมฮะ ”“ ก็มันจริงนี่น่า แม่ตามพ่อภพไปอยู่ต่างประเทศตั้งสามปี ปล่อยให้หนูอยู่กับพี่เลี้ยง หนูก็ไม่มีคนคอยสั่งสอน หนูพูดผิดเหรอ ”“ ตอนนั้นแกอายุสิบห้าปีแล้วนะ แกโตแล้ว รู้จักผิดชอบชั่วดีมีความคิดเป็นของตัวเอง แกก็เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เพราะก่อนหน้านั้นฉันก็สั่งสอน อบรมมารยาทแกตลอด แค่เพียงเวลาสองปีที่ห่างกัน แกถึงกับโทษว่าฉันไม่สั่งสอนแกเลยเหรอ? ”“ ใช่ แม่ไม่รู้เหรอว่าช่วงนั้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หนูก็ไม่ได้รู้ผิด รู้ถูกไปซะทุกเรื่องนะ หนูก็ขาดความอบอุ่นเป็นเวลาสองปีสำหรับแม่อาจจะแป๊บ ๆ แต่สำหรับหนูมันยาวนานมาก หนูต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตื่นเช้าไปโรงเรียน ตอนเย็นเลิกเรียนก
บทที่ 2 แอ๊บเรียบร้อยหนึ่งเดือนต่อมา…“ ไม่เอา หนูหาเองได้ ” สิ้นเสียงคนเป็นแม่ รสาก็พูดสวนกลับทันที “ หาเองได้เหรอ เอาที่เป็นนักเลงไม่มีอันจะกินแบบนั้นเหรอ? ”“ ถ้าแม่ชอบไอ้คุณสรุจอะไรนั่น แม่ก็ให้ยัยรดาหมั้นเองสิ ”“ ถ้ายัยรดาไม่มีแฟน ฉันคงให้น้องสาวแกหมั้นแล้วแหละ ครอบครัวคุณสรุจรวยมาก ธุรกิจเยอะแยะ อีกอย่างคุณสรุจก็บริหารเองด้วย แกจะพลาดโอกาสแบบนี้ไปเหรอ แกคิดดูสิ ถ้าแกแต่งงานกับเขา แกไม่ต้องเรียนจบสูง ๆ ก็ได้ ยังไงผัวแกก็รวย เลี้ยงแกได้ทั้งชาติ ”“ ไม่เอา หนูอยากเรียน หนูจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ให้ได้ แม่เชื่อมั่นในตัวหนูนะ ”“ ไม่ได้ ฉันไม่ให้แกสอบอะไรแล้ว แกเตรียมตัวไว้เลย พรุ่งนี้จะพาไปดูตัว ”“ ไม่เอา แม่อยากเลี้ยงหลานที่ไม่ใช่หลานตัวเองเหรอ ”“ ถึงเขาจะเป็นพ่อหม้าย แต่เขาก็ยังหนุ่มยังแน่นเลยนะ อีกอย่างแกก็ชอบเด็กด้วยนี่น่า หมั้น ๆ ไปเถอะน่า ”“ ใครบอกว่าหนูชอบเด็ก หนูไม่ชอบต่างหากล่ะ ”“ แกรู้ไหม กว่าคุณสรุจจะยอมมาตามนัด ฉันใช้เวลาไปนานมากเลยนะ ถ้าพ่อแกไม่ช่วยเหลือเขา เขาคงไม่มาดูดำดูดีกับครอบครัวเราหรอก ตอนนี้มีโอกาสแล้วแกควรจะดีใจนะ ”“ ไม่เอา หนู
บทที่ 1 สมองไม่พัฒนา‘ พรึ่บ ’ รสาที่นั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ ถึงกับถอนหายใจ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะฉากเลิฟซีนของพระนาง โดยการแย่งหนังสือไป“ แกอ่านอะไรอยู่ฮะ หนังสือเรียนทำไมไม่รู้จักหามาอ่านบ้าง รู้อยู่ว่าตัวเองสมองขี้เลื่อย ”“ หนูไม่รีบ ”“ ปีหน้าแกต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ ”“ หนูยังไม่อยากเรียนต่อ ”“ แกมีแค่วุฒิม.หกเองนะ แกจะทำอะไรกินฮะ ดูน้องแกสิ ตอนนี้อยู่ปีสอง นำหน้าแกไปแล้วนะยัยรสา ”“ หนูไม่สน ”“ แกจะใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ตอนมัธยมฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนที่ดี ๆ ที่แพง ๆ หวังจะให้แกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ อนาคตจะได้มีหน้ามีตาในสังคมและมีงานการที่ดี แต่นี่อะไร แกเอาแต่เที่ยวเตร่ ทำตัวเหมือนเด็กจรจัดไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอนอย่างนั้นแหละ ”“ หนูเบื่อที่จะเรียนแล้ว ”“ แกมันไม่เอาไหน ”“ ช่างปะไร หนูไม่สน ”“ ก็แกเอาแต่คิดแบบนี้ไง สมองแกถึงไม่พัฒนาสักที ”“ สิ่งที่ทำให้หนูไม่อยากเรียน มันก็เกิดจากแม่ด้วยนะส่วนหนึ่งอะ ”“ ฉันทำอะไรแกฮะ พูดมาดูสิ! ”“ ตอนม.หก หนูขอแม่มีแฟน แต่แม่ปฎิเสธ แต่ยัยรดาอยู่แค่ม.สี่ แม่อนุญาตแล้วอะ ”“ เรื่องแค่นี้เองเหรอ ยัยรดารู้จักเอาตัวรอด ฉล







