Masukบทที่ 5 รั้งสิ
เส้นดายชอป ตรงหน้าคือร้านขายของแบบกิฟต์ชอป เป็นร้านที่ใหญ่มาก คนเข้าออกพลุกพล่าน แม่บอกว่าลูกของคุณสรุจชื่อเส้นดาย ร้านนี้ก็คงตั้งชื่อลูก และลูกเขาก็มักจะอยู่ที่ร้านนี้ เขารักลูกสาวมาก ก็คงมาเฝ้าร้านกับลูกแหละ ดูสิลูกเขาจะน่ารักเท่าเธอหรือเปล่า? เด็กนั้นอายุน่าจะ15-16 แล้วแหละ ว่าแต่คุณสรุจมีลูกตอนอายุเท่าไหร่เนี่ย หรือเขาจะอายุมากแล้ว หน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยก็คงไปศัลยกรรมมาแหละ คนรวยก็แบบนี้แหละ เงินเยอะไม่รู้จะใช้จ่ายอะไรดี เพราะใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในร้าน หัวใจก็เต้นแรงมาก เพราะมาหาผู้ชายโดยเฉพาะ และเขาคนนั้นก็หล่อมากด้วย อยากได้มานอนกอดจัง! ‘ พรึ่บ ’ “ โอ๊ย ” เด็กน้อยล้มลงก้นจ้ำเบ้า “ ยัยเด็กนี่เดินยังไงฮะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ” ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น ก็คือคนที่เด็กวิ่งมาชน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองหน้าเด็กอย่างโมโหอีก “ แง่ ๆ หนูเจ็บ เจ็บ ” เด็กน้อยร้องไห้เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา “ เธอวิ่งมาชนฉันเองนะ เธอควรจะขอโทษฉันสิ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหน ถึงปล่อยให้มาเดินคนเดียวฮะ ทำคนอื่นเดือดร้อนไปเสียหมด ” หญิงวัยกลางคนก็เอาแต่พูดป่าว ๆ แต่ไม่ยอมช่วยเด็กให้ลุกขึ้น แหม่ ๆ คุณป้าคนนี้ ก็เห็นว่าอีกคนเป็นแค่เด็กเอง ก็แค่ช่วยมันจะตายเหรอ? หึก คนดีแบบเธอที่สวยทั้งร่างกายต้องออกโรงปกป้องแล้วสิ! “ หนูเป็นอะไรหรือเปล่า? ” จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา ตัดหน้าเธอไปเฉยเลย เหอะ! “ หนู ฮึก เจ็บค่ะ แง่ ๆ ” “ โอ๋ ๆ พ่อแม่หนูอยู่ไหนจ๊ะ เดี๋ยวน้าจะพาไปหา ” “ เดี๋ยวสิ หล่อนเป็นอะไรกับเด็กคนนี้เหรอ? ” “ เปล่าค่ะ ฉันแค่เห็นเธอร้องไห้ก็เลยจะเข้ามาช่วยค่ะ ” “ เสนอหน้าว่างั้น ” โอ๊ย อีป้านี่ ปากไม่ดี ทำไมไม่อยู่บ้าน มาเหามาหอนอยู่นอกบ้านทำไม? “ เด็กคนนี้ยังไปไหนไม่ได้ เพราะวิ่งมาชนฉันจนเจ็บ ฉันจะเรียกค่ารักษาพยาบาล ” หน็อย! คนดีอย่างเธอคงทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว เดินเข้าไปอย่างสวยๆ เชิดหน้าไปหนึ่งกรุบ มองหน้ายัยป้าคนนั้นแบบจิก “ ป้าแหกตาดูกล้องวงจรปิดบ้างเนอะ! มันมีหลักฐานนะ ว่าป้าเจ็บจริงหรือปลอม มากล่าวหาว่าเด็กทำให้เจ็บ มันถูกแล้วเหรอ? ” “ หล่อนเป็นใครอีกล่ะฮะ หรือเป็นแม่ของเด็กคนนี้ ” “ เป็นคนสวยไง ไม่เห็นเหรอ? ” พูดจบหมุนตัวให้ดูหนึ่งรอบ “ สก๊อยสิไม่ว่า ” “ เออ สก๊อยแล้วไง วันนี้จะถอนหงอกป้าให้ดูเอาไหมล่ะ ” ” ฉันสามารถแจ้งความจับเธอได้เลยนะ ข้อหาทำร้ายร่างกายอะ ” ” โห ยังไม่ทำอะไรเลย จะโดนข้อหาแล้ว งั้นทำก่อนแล้วกัน ให้คุ้มกับข้อหาทำร้ายร่างกาย ป้าจะได้ไม่ถูกข้อหาแจ้งความเท็จ เอาไหมล่ะ ” ยกมือขึ้นชูกำหมัดให้ดู ยัยป้าถอยห่างทันที “ ฉันพูดจริง ยัยเด็กคนนั้นวิ่งมาชนฉัน ไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาฉันปวดท้องมาก ๆ เลย ฉันแค่ต้องการค่ารักษาพยาบาล ฉันผิดเหรอ? ” พูดไป พร้อมงอตัวเล็กน้อยให้ดูว่าตัวเองเจ็บ ทั้งที่ก่อนหน้ายืนเท้าสะเอวว่าเด็กอยู่เลย “ แหม่ ไปหาหมอดูก่อนเถอะ ค่ารักษาพยาบาลมันจะสักแค่ไหนกันเชียว ดูป้าก็แต่งตัวดีมีฐานะอยู่นะ จะมาหากินกับเด็กตาดำ ๆ ไม่อายบ้างเหรอ? ” “ พวกเธอคิดจะรังแกคนแก่อย่างฉันสินะ ” “ พวกเราแค่พูดความจริงค่ะ ” ผู้หญิงที่ช่วยเด็กในตอนแรก พูดแทรกขึ้น “ โอ๊ย เจ็บ ” การแสดงสุด ๆ ยัยป้าคนนี้ “ ป้าจะเรียกค่ารักษาพยาบาลกี่บาท บอกมาหน่อยสิ ” คนเริ่มมุง เธอก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงแล้ว เพราะเป้าหมายที่มาวันนี้คือผู้ชาย ไม่ได้มาเพื่อมีปัญหากับยัยป้าคนนี้สักหน่อย “ หนึ่งพันบาท ” “ โห เยอะไปนะ ” “ เดี๋ยวฉันจ่ายเองค่ะ ” ผู้หญิงอีกคนเสนอทันที “ ทำไมยอมจ่ายง่าย ๆ เด็กไม่ได้ทำรุนแรงขนาดนั้นเลยนะ ” เธอหันไปพูดกับผู้หญิงอีกคนทันที “ ถ้าไม่จ่าย ฉันคิดว่าเรื่องคงไม่จบ ถือว่าฉันช่วยเด็กคนนี้แล้วกันค่ะ ” นี่คือความคิดของผู้หญิงคนนั้น แต่มันไม่ใช่กับเธอไง “ ป้า เอาเบอร์โทรมาสิ ฉันจะได้โทรหาถามถึงอาการว่าหายดีหรือนอนโรงพยาบาล ” “ นังคนนี้ หล่อนแช่งฉันเหรอ? ” “ เปล่านะ เผื่อได้นอนโรงพยาบาล เพราะอาการตอแหลคงโคม่าน่าดู ” “ อี... ” ยัยป้าพูดไม่ออก ลมออกหู ใบหน้าที่แสดงออกมาโมโหจัด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไปจากร้านโดยที่ไม่รับเงินหนึ่งพันบาท “ เหอะ! ” เธอยักไหล่แบบไม่ยี่หระ ก่อนจะหันไปหาอีกสองคน “ ขอบคุณ คุณน้าทั้งสองคนด้วยนะคะ ที่ช่วยหนู ” เด็กหญิงพนมมือน้อย ๆ ขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม “ ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พ่อแม่หนูอยู่ไหนเหรอ เดี๋ยวน้าพาไปหา ” ผู้หญิงอีกคนที่ดูอ่อนโยนลูบหัวเด็กน้อยไปด้วย ส่วนเธอแค่ยืนมองเด็กพร้อมพยักหน้ารับ “ หนูมาที่นี่กับคุณอาค่ะ ” “ อ่อ งั้นคุณอาหนูอยู่ไหนเหรอ? ” “ สายไหม! ” น้ำเสียงนี้เรียกสายตาเธอให้หันไปมอง “ คุณอาสรุจ ” เด็กคนนี้เป็นหลานพ่อคนหล่อนี่เอง “ คุณอาขาเมื่อกี้หนูชนผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ หนูล้มลงเจ็บมาก ” คนเป็นอานั่งยอง ๆ เพื่อจะคุยและลูบหัวหลานสาวไปด้วย “ แล้วหนูเจ็บไหม ” “ ไม่ค่ะ ป้าคนนั้นใจร้ายมาก โชคดีที่คุณน้าทั้งสองคนช่วยไว้ค่ะ ” สิ้นเสียงเด็กน้อย คนเป็นอาก็เงยหน้ามองเธอกับผู้หญิงอีกคนทันที ไอ้เราก็เขินนะสิ! คนอะไรหล่อเป็นบ้าเลย >< “ ผมขอบคุณพวกคุณแทนหลานสาวด้วยนะครับ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นน้าขอตัวก่อนนะ ” ผู้หญิงข้าง ๆ พูดขึ้น “ อย่าเพิ่งกลับนะครับ ผมขอเลี้ยงข้าวตอบแทนแล้วกัน ” มีรั้งไว้ด้วยแฮะ แล้วถ้าเกิดเป็นเธอที่ขอตัวกลับ เขาจะรั้งไว้ไหมน่า “ เอ่อ...ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ สายไหมไว้เจอกันใหม่นะ ” ออกตัวล้อฟรี อย่าให้ต้องผิดหวังนะพ่อรูปหล่อ รั้งเธอสิ!!! “ งั้นพวกเราไปกันแค่นี้ก็ได้ครับ ถ้าใครไม่ไปก็ช่างเขา ” อะ...อ้าว แล้วไง!! “ ... ” ก่อนเธอจะเดินออกไป ทำหน้ามุ้ยใส่เขาแล้วสะบัดบ็อบ เดินออกไปทันที “ คุณน้าคะ ” มือเล็กมารั้งเธอไว้ “ นี่คะ หนูให้กิ๊บติดผม ” มือน้อยแบออกมีกิ๊บติดผมสองอันยื่นให้เธอ “ ขอบใจหนูมากนะ แต่คราวหลังถ้าเจอกันอีก เรียกฉันว่าพี่รสานะ ” “ ค่ะพี่รสา ” หึก! คนอย่างเธอหน้าแตกแล้ว คงไม่ทนอยู่ต่อหรอก เอาไว้วันหลังค่อยมาหาใหม่ วันนี้ไปหาความหวานเติมเข้าเส้นก่อนดีกว่า เผื่อจะอารมณ์ดีกว่านี้ สรุจมองหลังบางที่เดินไปไกล ก่อนจะล้วงเอามือถือออกมากดโทรหาลูกน้องคนสนิท (“ ติดตามอย่าให้ห่าง คอยถ่ายรูปส่งมาให้ฉันด้วยนะพล ”) (” ครับ นายหัว ”) ❤️______❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







