LOGINบทที่ 3 ทะลึ่ง
ภัตตาคารหรูย่านดัง “ แม่คะ ก่อนจะแต่งงานหนูขอเช็กของก่อนได้ไหมอะ ” “ เช็กของอะไรของแกอีก ตอนพบคุณสรุจแกช่วยพูดจาดีหน่อยนะ อะไรที่ไร้สาระก็ไม่ต้องพูดออกไป ” “ ก็ไอ้นั่นของผู้ชายอะ ” ‘ เพี๊ยะ ’ “ โอ๊ยแม่ ตีแขนหนูทำไมเนี่ย ” “ ทำไมแกถึงพูดจาทะลึ่งแบบนี้ฮะ เดี๋ยวใครจะว่าเอาได้นะว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนอะ ” “ ถ้าใครว่า หนูก็น้อมรับนะ เพราะหนูไม่มีใครสั่งสอนจริงๆ ” “ ยัยนี่ แกจะเถียงฉันให้ได้เลยใช่ไหมฮะ ” “ ก็มันจริงนี่น่า แม่ตามพ่อภพไปอยู่ต่างประเทศตั้งสามปี ปล่อยให้หนูอยู่กับพี่เลี้ยง หนูก็ไม่มีคนคอยสั่งสอน หนูพูดผิดเหรอ ” “ ตอนนั้นแกอายุสิบห้าปีแล้วนะ แกโตแล้ว รู้จักผิดชอบชั่วดีมีความคิดเป็นของตัวเอง แกก็เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เพราะก่อนหน้านั้นฉันก็สั่งสอน อบรมมารยาทแกตลอด แค่เพียงเวลาสองปีที่ห่างกัน แกถึงกับโทษว่าฉันไม่สั่งสอนแกเลยเหรอ? ” “ ใช่ แม่ไม่รู้เหรอว่าช่วงนั้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หนูก็ไม่ได้รู้ผิด รู้ถูกไปซะทุกเรื่องนะ หนูก็ขาดความอบอุ่นเป็นเวลาสองปีสำหรับแม่อาจจะแป๊บ ๆ แต่สำหรับหนูมันยาวนานมาก หนูต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตื่นเช้าไปโรงเรียน ตอนเย็นเลิกเรียนก็กลับบ้าน วันหยุดก็อยู่แต่บ้าน แถมพี่เลี้ยงที่แม่จ้างอะ เธอไม่ได้ดีกับหนูอย่างที่ทุกคนเห็นเลย เธอใจร้ายมาก ๆ เธอไม่สนใจหนูด้วยซ้ำ ” “ แล้วทำไมแกไม่พูดบอกฉันล่ะ ตอนที่ฉันโทรหา ” “ ก็ยัยพี่เลี้ยงมันเฝ้าหนูตลอดอะ ใครจะกล้าพูด ” “ ฉันรู้แล้ว ที่แกทำตัวเกเรไม่ตั้งใจเรียนตอนขึ้นม.ปลายเพราะแกกำลังประชดฉันใช่ไหม แกกำลังเรียกร้องความสนใจจากฉันใช่หรือเปล่า? ” “ เปล่า หนูไม่ชอบการเรียนเอง ไม่ได้ประชด ไม่ได้เรียกร้องความสนใจอะไรเลย ” “ ก่อนหน้าที่ฉันจะไปต่างประเทศ แกเรียนได้เกรดเฉลี่ยดีมาตลอดนะ แต่พอเริ่มเรียนม.ปลายแกก็เกรดตกเรื่อย ๆ ตอนที่ฉันกลับมาอยู่บ้าน แกก็เปลี่ยนไปอย่างคนละคนเลย ” “ วันเวลาผ่านไป ขนาดร่างกายของคนยังมีการเปลี่ยนแปลง นับประสาอะไรกับหนูที่อายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ” “ ตั้งแต่ที่ฉันกลับมา ฉันก็คอยอบรมสั่งสอนแกนะ แต่แกดื้อรั้นไม่ฟัง เอาแต่ใจ เอาแต่ความคิดตัวเอง ไม่ฟังความเห็นของใครเลย ” “ มันเกินวัยแล้วค่ะคุณแม่ จะมาสั่งสอนตอนโต มันก็ไม่ใช่เรื่องแล้วมั้ง ” “ ยัยนี่ แกเงียบปากไปเลย เดินตามฉันมา เดี๋ยวพอเจอคุณสรุจ แกก็ยิ้มหวาน ๆ พูดจาให้นุ่มนวลด้วยล่ะ ” “ โอเค ” “ แกห้ามพูดว่าโอเค แกต้องตอบว่าค่ะ ” “ เรื่องเยอะจังแม่ หนูกลับบ้านทันไหมเนี่ย ” “ แกลืมไปแล้วเหรอว่าแกอยากได้รองเท้าส้นสูงรุ่นลิมิเต็ด ถ้าแกไม่เชื่อฟังฉัน แกจะอดนะ ” “ โอเคๆ ” ‘ พรึ่บ ’ “ อะ…โอ๊ย แม่ หยิกแขนหนูทำไมอีก ชอบทำร้ายร่างกายลูกสาวคนนี้จริง ๆ เลย ” “ แกพูดค่ะสิ ” “ ค่ะ ค่ะ ค่ะ ค่ะ ค่ะ ค่ะ โอ๊ยยย แม่ ” คราวนี้แม่ยื่นมือมาบิดที่เอวบางอย่างแรง “ แกไม่ต้องมาประชดประชันฉัน รีบเดินตามฉันมาเลย ” “ ค่ะๆ ” และแล้วก็ถึงห้องอาหารแสนหรู เป็นห้องส่วนตัวไปอีก เงียบเหงาแน่ ๆ มากินกันสามคนไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องจองห้องใหญ่ด้วย จะอวดรวยว่างั้น! “ มาไวจังเลยนะคะคุณสรุจ ” พอเข้าห้องมา แม่ก็เอ่ยทักก่อน อีกฝ่ายกำลังอ่านเมนูอาหารด้วยการตั้งหนังสือเมนูบังหน้า เธอเลยอดมองหน้า สมองคิดวิเคราะห์ทันที สงสัยจะแก่ และมีอายุมากด้วย ถ้ามีลูกแล้วอะ แม่คงไม่เลือกคนดี ๆ ให้ลูกชังคนนี้หรอก “ มาแล้วเหรอครับ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ” สมุดเมนูอาหารถูกวางลงราบบนโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายทันที ทำเอาเธอสตั๊นไปชั่วขณะ เหมือนจะหยุดหายใจเลย เพราะคนตรงหน้าไม่ได้เป็นตามที่เธอคิด เขาหล่อมาก ยังหนุ่มยังแน่น อกแกร่งแน่นเปรี๊ยะ ถ้าได้ลูบสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี อื้ม~ นี่เหรอพ่อหม้ายลูกติด ทามมายหล่อขนาดนี้ ไม่ไหวแล้ว งื้อ~ ชอบเค้าอะ “ ยัยรสา แกทำหน้าให้มันดี ๆหน่อย จะเคลิ้มอะไรขนาดนั้นฮะ มันน่าเกลียด แกรู้ไหม ” “ เอ่อ…ฮายคุณสรุจ ฉันรสาค่ะ ” เธอเดินไปใกล้เขา แล้วยื่นมือไปหวังจะจับมือเขา หวังจะลูบไล้ แตะอั๊งอีกฝ่ายในทันที “ ครับ ” เขาพูดแค่นั้น สายตาที่จ้องมองเธอในตอนแรก ก็หันกลับไปจ้องที่เมนูอาหารตามเดิมทันที แป๋ว แบบนี้เรียกหน้าแตกหรือเปล่า? หยิ่งชะมัด! “ เอ่อ…ขอโทษคุณสรุจด้วยนะคะดิฉันสอนลูกมาไม่ดีเอง เลยไม่มีมารยาทนิดหน่อย ” “ อ่อ ครับ ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่โทษคุณฉวีวรรณหรอกครับ อายุปูนนี้แล้วน่าจะคิดเองได้แหละ ” อะไรของเขา งงมาก ฉันไม่มีมารยาทตรงไหน ฉันก็แค่อยากทักทายด้วยกันจับมือเชคแฮนด์เองนะ มันผิดด้วยเหรอ ? “ รสามานั่งสิ ” แม่พูดขึ้น “ โอเค ” “ รสา! ” แม่พูดเหมือนกัดฟัน “ อ่อ ค่ะ ” “ คุณฉวีวรรณ จะสั่งอะไรดีครับ ” “ เรียกดิฉันว่า ฉวีก็ได้ค่ะคุณสรุจ ” “ ครับ คุณฉวีอยากทานอะไรก็สั่งได้เลยครับ ” “ ค่ะ ” แม่หยิบสมุดเมนูอาหารขึ้นมาแล้วเปิดดู “ แม่ ทำไมมีแต่อาหารไทย ๆ ล่ะคะ ภัตตาคารหรูแบบนี้ ต้องมีอาหารต่างชาติบ้างสิ ” “ คุณสรุจเขาไม่ชอบอะไรที่เป็นของต่างประเทศ ต่างชาติ เขาเคร่งมากเลย แกอย่าหลุดพูดโอเคไปอีกล่ะ ” เดี๋ยวนะ คนแบบนี้มีด้วยเหรอ เขาจะรักชาติไปถึงไหนเนี่ย! หรือเกิดมามีดีแค่รวยเลยไม่เคยลิ้มลองของอร่อย ๆ จากต่างประเทศ หึก! มันจะต่างอะไรจากคนไม่มีอันจะกินล่ะ เอ๊ะ หรือเขาเป็นคนงก ขี้เหนียว “ ฉันอยากกินสเต็กค่ะ สั่งได้ไหมคะ ” มองหน้าอีกฝ่ายพร้อมเลิกคิ้วท้าทาย “ ยัยรสา! ” แม่มองหน้าเธอ แล้วกัดฟันพูดอีกครั้ง “ ผมจะสั่งแกงเหลืองยอดมะพร้าวอ่อน คุณฉวีกินได้ไหมครับ ” ดูสิ เขาเมินเธออีกแล้วอะ “ กินได้ค่ะ ขอเผ็ดนิดหน่อยพอนะคะ ” “ ได้ครับ งั้นผมขอสั่งหมูสามชั้นคั่วพริกเกลือหนึ่งที่ด้วยนะครับ ” “ ได้ค่ะ แล้วแต่คุณสรุจเลย พวกเราทานได้หมด ” “ แม่ หนูทานไม่ได้ หนูไม่เคยกินของแบบนั้น หนูสั่งสปาเก็ตตี้ได้ไหม ” “ เอ่อ… คุณฉวีครับ ผมขอสั่ง ปลาหมึกต้มมะนาวและปลาอินทรีย์ย่างน้ำปลาหวานยำหัวปลี ด้วยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณฉวีทานได้ไหมครับ ” ดูสิ เขาไม่ฟังที่เธอพูดเลย สั่งอะไรก็ไม่รู้ “ ได้ค่ะ ” “ ผมว่ามันน้อยไปนะ ผมขอสั่ง ต้มยำทะเลน้ำใสเห็ดโคนด้วยแล้วกัน คุณฉวีมีแพ้อะไรไหมครับ ” สรุปพาใครมาดูตัวกันเนี่ย ไม่ถามเธอสักคำว่ากินได้ไหม เหอะ! “ ไม่มีแพ้ค่ะ รสาเองก็ไม่แพ้ ทานได้ค่ะ เอ่อ..ฉันขอสั่งไข่เยี่ยวม้าลูกเขยด้วยนะคะ ” “ ได้ครับ แล้วของหวานจะรับอะไรดีครับ ” “ ข้าวเหนียวเปียกลำไยมะพร้าวอ่อนค่ะ รสาลูกอยากกินอะไร ” ว้าว วันนี้แม่เห็นเธอเป็นลูกหนึ่งวันสินะ “ หนูไม่ทานของหวานค่ะ เดี๋ยวอ้วน ” “ ผมสั่งให้นะครับ ของคุณรสาเอาเป็นสาคูข้าวโพดมะพร้าวอ่อน ของผมเป็นสาคูเปียกลำไย ” อะไรวะเนี่ย ตอนที่เธอสั่งเขาไม่คิดจะฟัง แล้วนี่มาคิดเองเออเองแทนเธออีก เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ ❤️_______❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 9 ไม่ปลื้มพอท้องฟ้าเริ่มสว่าง พ่อตัวดีก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าในทันทีไม่เข้าใจเลย ถ้าจะสายสักนิดมันจะเป็นไรไป ก็แค่กลับบ้านเอง ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ปะ@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์บ้านของเขาก็ใหญ่โตตามที่คิดไว้นะ แต่ดู ๆ ไประแวกนี้ก็คงมีแค่บ้านเขานี่แหละที่ดูจะใหญ่กว่าหลังอื่น มี
บทที่ 8 ห้ามกอด ไม่ได้บอกห้ามจุ๊บ พอรถจอดสนิทที่หน้าโรงแรม เธอก็เดินไปใกล้ชิดหวังจะคล้องแขน ราวกับคู่รักที่รักกันหวานชื่น แต่เขาทำเหมือนเธอเป็นเชื้อโรคสกปรกเลย รีบสะบัดแล้วเดินหนี คอยดูเถอะ คืนนี้จะปล้ำทำผัวให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย หรือเธอควรจะใช้คาถาดี ‘ หลงกู รักกู โอมเพี้ยง ’ อุ้ย ของเขาแรงจ
บทที่ 7 เลือกผู้ชายโห ไม่คิดจะปรึกษาคนหมั้นเลยเหรอ? ผ่านแม่ตลอด สรุปเขาจะหมั้นกับแม่หรือกับเธอกันแน่!“ งั้นก็ขอไอดีไลน์ก็ได้ค่ะ เผื่อฉันอยากคุยกับคุณ ”“ แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุย ”“ อ้าว ”“ ฉันงานยุ่ง ต้องรีบเคลียร์ทางนี้ให้เสร็จ แล้วกลับไปบ้าน ”“ กลับบ้านหลังหมั้นเหรอ? ”“ ใช่ ”“ แล้วฉัน… ”“ เธ
บทที่ 6 ยอมเป็นหมาให้เขาขี่หนึ่งเดือนต่อมา...“ ยัยรสา! ทำไมแกเพิ่งกลับถึงบ้านฮะ ”“ อ้าว ก็หนูเมาไงเลยไม่ได้กลับเมื่อคืน ”“ ฉันโทรหาแกกี่สายแล้วฮะ ทำไมแกไม่ยอมรับสาย ยี๋~ ตัวเหม็นเหล้ามาก ” แม่เดินมาใกล้ได้เพียงชั่วครู่ถึงกับต้องถอยห่างไป“ โห แม่ ต







