ログインพ่อหม้ายลูกติดเพียงได้ยิน บางคนอาจจะไม่ต้องการเพราะเหมือนมีภาระ แต่กับรสา ไม่ใช่เลย เพราะเธอหลงพ่อหม้ายไปแล้ว “ แม่คะ ก่อนจะแต่งงานหนูขอเช็กของก่อนได้ไหมอะ ” “....” “ ก็ไอ้นั่นของผู้ชายไง ”
もっと見るบทที่ 1 สมองไม่พัฒนา
‘ พรึ่บ ’ รสาที่นั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ ถึงกับถอนหายใจ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะฉากเลิฟซีนของพระนาง โดยการแย่งหนังสือไป “ แกอ่านอะไรอยู่ฮะ หนังสือเรียนทำไมไม่รู้จักหามาอ่านบ้าง รู้อยู่ว่าตัวเองสมองขี้เลื่อย ” “ หนูไม่รีบ ” “ ปีหน้าแกต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ ” “ หนูยังไม่อยากเรียนต่อ ” “ แกมีแค่วุฒิม.หกเองนะ แกจะทำอะไรกินฮะ ดูน้องแกสิ ตอนนี้อยู่ปีสอง นำหน้าแกไปแล้วนะยัยรสา ” “ หนูไม่สน ” “ แกจะใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ตอนมัธยมฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนที่ดี ๆ ที่แพง ๆ หวังจะให้แกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ อนาคตจะได้มีหน้ามีตาในสังคมและมีงานการที่ดี แต่นี่อะไร แกเอาแต่เที่ยวเตร่ ทำตัวเหมือนเด็กจรจัดไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอนอย่างนั้นแหละ ” “ หนูเบื่อที่จะเรียนแล้ว ” “ แกมันไม่เอาไหน ” “ ช่างปะไร หนูไม่สน ” “ ก็แกเอาแต่คิดแบบนี้ไง สมองแกถึงไม่พัฒนาสักที ” “ สิ่งที่ทำให้หนูไม่อยากเรียน มันก็เกิดจากแม่ด้วยนะส่วนหนึ่งอะ ” “ ฉันทำอะไรแกฮะ พูดมาดูสิ! ” “ ตอนม.หก หนูขอแม่มีแฟน แต่แม่ปฎิเสธ แต่ยัยรดาอยู่แค่ม.สี่ แม่อนุญาตแล้วอะ ” “ เรื่องแค่นี้เองเหรอ ยัยรดารู้จักเอาตัวรอด ฉลาดไหวพริบดี แล้วดูแกสิ โง่ก็โง่ แล้วไปเลือกไอ้ขี้ยาที่ไม่เรียนหนังสือมาเป็นแฟนอีก แกคิดว่าคนที่มีหน้ามีตาในสังคมแบบฉันจะยอมเหรอ? ” “ มันก็เรื่องของแม่ที่ยอมรับไม่ได้ แต่นั่นมันชีวิตหนูนะ หนูจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ? ” “ ไม่ได้! แกเป็นลูกสาวฉัน ถึงฉันจะไม่ค่อยรักเพราะแกดื้อรั้นไม่เชื่ อฟัง แต่ยังไงแกก็เป็นสายเลือดฉัน ฉันก็ต้องทำให้ชีวิตของแกดีขึ้นสิ และต้องมีหน้ามีตาในสังคมด้วย ” เถียงไป ก็มีแต่เรื่องนี้ที่แม่มักจะพูดซ้ำวกวนไปเปลี่ยนเรื่องดีกว่า “ แล้วเรื่องกระเป๋าแบรนด์ที่หนูขอ พ่อซื้อให้ แต่แม่เอาให้ยัยรดา แม่ไม่รู้เหรอว่าหนูอยากได้ใบนั้นมานานแล้ว ” “ ก็เกรดเฉลี่ยยัยรดาดีมาก ยัยรดาดันอยากได้พอดี แกว่าฉันทำไม่เหมาะสมตรงไหน คนที่ตั้งใจเรียนมันก็สมควรได้อยู่แล้วนี่ แล้วดูเกรดแกสิต่ำมาก แกไม่สมควรจะได้อะไรแพงๆ เพราะแกไม่มีความกระตือรือร้น ฉันเลยดัดสันดานแกไง ” “ … ” รสานั่งเงียบไม่พูด แต่ในใจเกิดอาการน้อยใจมาก ๆ เพราะไม่ว่าน้องสาวอยากได้อะไร แม่ก็จะหามาให้ตลอด ไม่เหมือนเธอ ที่แม่เอาแต่ดุด่าเพียงเพราะเธอมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่เดินตามความต้องการของผู้เป็นแม่ ทุกเรื่องราวมันสะสมมานานจนกลายเป็นว่า เจอหน้ากันเมื่อไหร่พร้อมปะทะฝีปากกันได้ทุกเมื่อ “ ถ้าแกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังได้ แกอยากได้อะไร ฉันจะซื้อให้หมด แกทำได้ไหมล่ะ ” “ .... ” สมองอย่างเธอคงไม่มีหวังหรอก “ แล้วไอ้หนังสือนิยายน้ำเน่าๆ แกเก็บไปเผาทิ้งซะ นี่แหละคือสิ่งที่รกในสมองของแก มีแต่ความมโน เวอร์อลังการ หนังสือแบบนี้ไงที่ทำให้แกโง่ ” ‘ พรึ่บ ’ แม่เปิดถังขยะใบเล็กแล้วเอาหนังสือนิยายทิ้งลงไปทันที กว่าเธอจะเก็บเงินซื้อเล่มนี้มาได้ มันนานมากเลยนะ มาทิ้งแบบนี้เสียดายของ แย่เลย! ❤️_________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียรติเธอต่างหากล่ะ เขาไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาส ทั้งที่เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาก็มีเลือดเนื้อเชื้อไข เขามีความรู้สึก เขามีความต้องการเหมือนมนุษย์ทั่วไปนั้นแหละ แต่เขาทำได้เพียงหักห้ามใจตนเองไว้ก็แค่นั้นครึ่งชั่วโมงต่อมา...อาหารหลากหลายแปลกตาถูกเสิร์ฟมาบนห้องนอนที่เธอพักอยู่ พร้อมคู่หมั้นสุดหล่อที่มานั่งเฝ้า จับตามอง“ ขอบคุณนะคะ ” พูดจบหยิบช้อนส้อม แล้วมองอาหารที่อยากกิน แต่ก็แทบจะไม่มี ไม่รู้จักชื่ออาหารตรงหน้าเลย กินไปรสชาติจะถูกปากหรือเปล่าก็ไม่รู้“ รีบกิน ฉันมีงานต้องทำอีก ”“ คุณก็ไปทำสิ ” หาทางไล่เขาไปก่อน เดี๋ยวจะเสียใจแย่ถ้ารู้ว่าเธอจะไม่กินกับข้าวตรงหน้า“ เดี๋ยวเธอก็เอาไปเททิ้งอีก ” รู้ด้วยแฮะ“ ฉันหิวเหมือนกัน ทำไมต้องทิ้งด้วยเล่า คุณรีบไปทำงานเถอะ ” เอาวะเพื่อผู้ชาย ยอมกินก็ได้“ รี
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้านหลังนี้เหมือนไม่มีตัวตน ”“ เธอก็พูดเวอร์ไป เธอเพิ่งมาวันแรกเองนะ ”“ อยู่วันแรกก็เหมือนอยู่นานนับปีแล้ว ”“ ฉันขี้เกียจพูดมาก เธอรีบไปกินข้าวซะ ฉันจะกลับไปพักผ่อนแล้ว ”“ รสาจะไปก็ต่อเมื่อคุณจับมือรสาก่อนเท่านั้นค่ะ คุณสรุจ ”“ เธออย่าทำตัวเหมือนเด็กให้มากสิ เธอไม่เด็กแล้วนะ อีกอย่างอย่าเอาแต่ใจได้ไหม ”“ รสาจะเอาแต่ใจค่ะ ” ทีลูกเขายังพูดประโยคนี้ได้เลย นับประสาอะไรกับเธอที่จะไม่กล้าพูดล่ะ ใบหน้าคมเงียบขรึมจ้องหน้านวลก่อนจะถอนหายใจอีกแล้ว พร้อมคว้าข้อมือเล็กไปจับแล้วพาเดินลงชั้นล่างไปทันที“ คุณกินแล้วเหรอคะ ”“ ยัง ”“ งั้นก็มากินด้วยกันสิ ”“ ฉันไม่ชอบกินมื้อหนักในตอนค่ำ รู้สึกไม่สบายท้อง ”“ งั้นรสาต้องกินคนเดียวสิ โอ้ ไม่นะ เหงาแย่เลย งั้นรสาไม่กินเป็นเพื่อนคุณดีกว่า ” ร่างบางทำท่าลุ
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว เพลียใจสุด ๆ นี่กะจะไม่ให้เธอคิดวิธีต้อนลูกชายของเขาให้ตกหลุมพรางเลยเหรอ ?‘ แกร๊ก ’หญิงสาวเดินไปเปิดประตูอย่างคนเบื่อหน่าย แต่ก็ฝืนยิ้มสู้ แต่ปรากฏว่าคนที่อยู่ตรงหน้าประตูเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง“ เธอเป็นใคร ” น้ำเสียงห้วนออกมาจากปากเล็กในทันที พร้อมท่าทางกอด‘อก’“ เอ่อ...เป็น ”“ อย่ามายึกยัก รู้ไว้ซะด้วย ฉันไม่ต้องการมีแม่เพิ่ม ”โห เด็กแค่นี้พูดจาฉะฉานเลยแฮะ หรือจะมีคนสอนมากันแน่“ คือว่าฉัน...ไม่สิคือว่าพี่... ”“ ป้า เธอเป็นได้แค่ป้า ไม่มีสิทธิ์เป็นน้า และฉันก็ไม่มีพี่สาวด้วย ”เกินไป ๆ ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นเด็กเลยอะ หัวรั้นน่าดู เด็กคนนี้ดูท่าจะไม่ได้มาดี แยกเขี้ยวใส่ซะดีไหมเนี่ย“ เอ่อ...หนูชื่อเส้นดายเหรอ ”“ เธอคิดว่าจะเป็นใครไปอีกล่ะ ”แก่แดดมาก
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่างสิ แม่ทำเป็นตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว เรื่องแค่นี้เอง มันก็ไม่ได้ยากนะ แต่ไม่รู้ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเกียจคร้านไม่เอางานบ้านงานเรือนกันเลย วัน ๆ ก็คงทำเป็นแค่แต่งหน้าหาผัวล่ะมั้ง ”“ คุณสิริพอเถอะ คนเรามันเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกนะ ครอบครัวแต่ละคนเขาก็สอนลูกกันคนละแบบ ผมว่าคุณค่อย ๆ สอนเธอก็ได้ เพราะอีกสามถึงสี่ปีใช่ไหมที่ตาสรุจบอกว่าจะแต่งงานอะ ”โห สงสัยเธอคงได้ไปเฝ้ารากมะม่วงก่อนที่จะได้พ่อรูปหล่อเป็นผัวแน่ ๆ แบบนี้ก็แย่นะสิ กลับบ้านทันไหมเนี่ย“ ก็ได้ แม่จะสอน แต่แม่สอนอะไรเธอไปแล้ว ถึงจะยากบ้าง ง่ายบ้าง แต่ก็ให้ลูกรู้ว่าแม่ทำเพื่อลูกนะ ”“ ครับ งั้นผมขอตัวไปดูงานก่อนนะครับ ”“ ลูกไปได้แต่ให้หล่อนคนนี้อยู่ก่อน แม่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ ” โห เธอต้องเจอศึกหนักหรือเปล่าเนี่ย“ ผมว่า... ““ แม่ไม่ทำ





