เข้าสู่ระบบบทที่ 6 ยอมเป็นหมาให้เขาขี่
หนึ่งเดือนต่อมา... “ ยัยรสา! ทำไมแกเพิ่งกลับถึงบ้านฮะ ” “ อ้าว ก็หนูเมาไงเลยไม่ได้กลับเมื่อคืน ” “ ฉันโทรหาแกกี่สายแล้วฮะ ทำไมแกไม่ยอมรับสาย ยี๋~ ตัวเหม็นเหล้ามาก ” แม่เดินมาใกล้ได้เพียงชั่วครู่ถึงกับต้องถอยห่างไป “ โห แม่ ตอนนั้นหนูกำลังแดนซ์อยู่กับเพื่อน ๆ ไง ไม่มีเวลาจับมือถือหรอก เพื่อนแต่งงานทั้งที ต้องฉลองกันให้สุดสิ ” “ ก่อนจะออกจากบ้านฉันพูดกับแกว่าไงฮะ แกลืมแล้วเหรอ? ” “ บอกว่าอย่ากลับดึก ” “ ใช่ แกก็จำได้นี่ แล้วทำไมไม่ปฏิบัติตาม ” “ จำได้สิ ก็นี่ไงหนูไม่ได้กลับดึก แต่กลับเช้าแทน หนูทำตามที่แม่บอกแล้วนะ ” “ ยัยรสา! แกนี่เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ เลยนะ ” แม่ง้างมือขึ้น เธอก็ถอยหลังอย่างเร็ว “ โธ่แม่ ปล่อยหนูบ้างเหอะ ให้อยู่แต่บ้าน หนูก็เบื่อเป็นเหมือนกันนะ ” “ แหม่ ๆ แกพูดเหมือนตัวเองอยู่ติดบ้านเลยว่างั้น ” “ แต่เดือนก่อนทั้งเดือน หนูไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ออกไปข้างนอกแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเองนะ แม่ไม่เห็นจะเยินยอหนูบ้างว่าเป็นเด็กดีแล้ว พอหนูออกไปดื่มแค่วันเดียว แม่ก็เริ่มบ่นเลยอะ ” “ ฉันละปวดหัวกับแกมาก ๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะ เดี๋ยวจะมีคนมาหาที่บ้าน ” “ ใครอีกละแม่ หนูบอกแล้วไง คนที่หนูชอบและจะแต่งงานด้วยมีแค่พ่อรูปหล่อลูกติดคนนั้นคนเดียว ” “ คุณสรุจจะมาที่บ้าน บอกว่าจะมาคุยเรื่องสู่ขอ ” “ ฮะ สู่ขอ? ยัยรดาเหรอ แม่อ่า ทำกับหนูแบบนี้ได้ไง หนูบอกแล้วไงว่าหนูชอบเค้า หนูไม่ยอม อย่างอื่นหนูยอมได้หมด แม่จะให้น้องอะไรก็ได้ แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ หนูไม่ยอม! ” “ ยัยนี่ แกจะออกนอกหน้าเกินไปแล้วนะ ” “ ... ” ไม่ตอบเพราะกำลังโกรธอยู่ แย่งของยังไม่โกรธเท่ากับแย่งคนหล่อเลยนะ ไอ้เราอุตส่าห์ไปหาเขาแทบจะทุกวัน วันละชั่วโมงสองชั่วโมง อยู่ดี ๆ จะมายกให้เป็นสามีน้องสาวไปได้ไง “ แกไม่ต้องมาโกรธฉัน ฉันพูดตอนไหนว่าเขาจะมาสู่ขอยัยรดาฮะ ” “ งั้นเขามาสู่ขอใครล่ะ ” ตื่นเต้นแล้วอะ ใจเต้นตึกตักๆเลย หรือจะเป็นเพราะเดือนก่อนที่เธอไปเหมากิ๊บร้านเขาเกือบทุกวัน เขาเห็นว่าเธอเป็นสายเปย์ เขาเลยอยากจะครอบครองเธอเป็นคนของใจ ฮ่า ๆ กรี๊ดด~ “ แกไม่ต้องดีใจขนาดนั้น เขามาสู่ขอป้าปริกโน่น ” “ อ้าว ป้าปริกอยู่ไหน หนูว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน พูดให้เคลียร์ ” “ แกอย่ามาแกล้งโง่ ” “ เขามาสู่ขอหนูใช่ไหมแม่ บอกหนูมาสิ ” “ ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นหมาที่ไหนอีกล่ะ ” “ หนูยอมเป็นหมา เป็นหมาให้เขาขี่ เอ๊ง เอ๊ง เอ๊ง ” ทำท่าทางไปด้วย พร้อมร้องออกไปเสียงดัง คนเป็นแม่เอือมระอาไม่ไหวเผลอมือฟาดไปที่ไหล่มนทำเอาอีกคนหยุดการกระทำ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มไม่หุบ “ โอ๊ย ยัยบ้านี่ แกเก็บอาการหน่อย รีบไปอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อีกอย่าง แกพูดต้องมีหางเสียงกับเขาด้วยนะ ห้ามพูดคำที่เขาไม่ชอบออกไปล่ะ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาหนีไปอีก แกต้องกลับไปเรียนหนังสือ เรียนคณะตามใจฉัน ” “ รับแซ่บ! ” เธอพูดจบวิ่งขึ้นชั้นบนไปทันที 17 : 00 น. “ คุณสรุจมาแล้ว ป้าปริกรีบไปเตรียมน้ำเตรียมขนมมาเสิร์ฟแขกเร็ว ” “ ได้ค่ะ คุณนาย ” ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ คนเขาอุตส่าห์แต่งตัวรอตั้งแต่เก้าโมง นี่เพิ่งจะมาถึงกัน จากที่นั่งยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมในตอนแรก กลายเป็นหุบยิ้มไปแล้ว ไม่ได้งอนเขาหรอกนะ เหงือกแห้งต่างหากล่ะ ก็เล่นยิ้มปากฉีกเห็นฟันครบทุกซี่ขนาดนั้น ไม่แห้งให้มันรู้ไป “ สวัสดีครับ ขออภัยด้วยนะครับที่ให้รอนาน พอดีผมติดประชุมครับ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ รสาไปตามพ่อภพมาสิ ” โหแม่ คนเขากำลังสำรวจใบหน้าหล่อเหลาอยู่นะ ใช้อีกแล้วอะ “ สวัสดีค่ะคุณสรุจ สวัสดีค่ะคุณ...เอ่อ... ” มีผู้ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่มาพร้อมกับเขาด้วย เธอพนมมือค้างไว้เพราะไม่รู้จักชื่อของอีกคน “ นี่อาของผม ชื่อสุชาติ วันนี้ผมจะให้อามาสู่ขอแทนพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ของผมท่านไม่สะดวกที่จะเดินทางไกลครับคุณฉวี ” อ้าว ควรบอกเธอสิ นี่อะไรตบท้ายประโยคกลายเป็นชื่อแม่เธอเฉยเลย “ ค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ ” แม่พูดพร้อมรอยยิ้ม แล้วกวักมือเรียกให้ป้าปริกเอาของว่างมาเสิร์ฟ “ สวัสดีค่ะคุณอาสุชาติ เชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูขอตัวไปตามพ่อก่อนค่ะ ” ลุกขึ้นยืนก้มหน้าลงนิด ๆ ผ่านตัวเขา พ่อรูปหล่อ กลิ่นหอมโชยติดจมูกเลยอะ น้ำหอมยี่ห้ออะไรเนี่ย? ทั้งหล่อทั้งล้ำ แถมขาวอีกต่างหาก หึ๋ย! เธอรีบเดินไปหาพ่อภพที่ห้องทำงานทันที ตอนที่ก้มหน้าโค้งตัวนิด ๆ ตอนเดินต่อหน้าเขาและอาของเขา และพูดมีหางเสียงอันไพเราะ เพิ่งโดนคนเป็นแม่สอนมาสด ๆ ร้อน ๆ ตอนสามชั่วโมงก่อนหน้าเลย ไอ้เราที่อยากได้เขาเป็นสามี เลยไม่เกี่ยงที่จะจดจำแล้วนำมาใช้ พอพ่อภพออกมา พวกเขาก็เริ่มคุยเรื่องการสู่ขอ ค่าสินสอดบลา ๆ คงมีแค่เธอที่นั่งเงียบ มองหน้าคุณสรุจเป็นพัก ๆ จนเกือบจะเก็บอาการไม่อยู่ ในชีวิตเธอพบเจอคนหล่อ คนหน้าตาดีน้อยมาก แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้เป็นว่าที่ภรรยาคนที่มีหน้าตาดีอย่างกับดารา ภายในใจก็รู้สึกปลื้มปริ่มเป็นอย่างมาก ในหัวก็เริ่มวาดฝันอนาคตของครอบครัวที่อบอุ่นขึ้นมาแล้ว “ วันหมั้นผมให้พ่อหามาให้แล้วครับอีกสองวัน ฤกษ์งามยามดี ว่าแต่คุณรณภพกับคุณฉวีวรรณ คิดว่ามันเร็วเกินไปไหมครับ ” “ ผมกับคุณฉวีไม่มีปัญหาหรอกครับ ไม่รู้รสาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า เพราะมันกะทันหันเกินไป ” “ รสา รสา ลูกว่าไง ” “…” “ รสา ” “ โอ๊ย อุ้ย…คะ แม่ว่าอะไรเหรอ? ” เพราะโดนหยิกที่เอวบางทำเอาสะดุ้งหันมองแม่ผู้ให้กำเนิดที่นั่งข้าง ๆ ทันที “ อีกสองวันจะหมั้นเลย ลูกมีข้อขัดแย้งอะไรหรือเปล่า ” เป็นพ่อภพที่ถามขึ้น “ มะ…ไม่มีค่ะ แต่งเลยก็ได้ หนูไม่เกี่ยงค่ะ ” พูดจบยิ้มแป้น “ หมั้นก่อนแล้วกัน ฤกษ์แต่งยังไม่มี ผมก็ไม่รีบด้วย ” แต่ถ้าแต่งงานกัน เธอก็จะได้ครอบครองเขาเต็มตัว ถ้าเขาคิดจะหย่า เธอไม่ยอมเด็ดขาด โห เสียดาย หมั้นกันมันก็ต้องมีวันถอนหมั้นสิ “ เอาเป็นว่าตามนี้นะครับ ผมผู้เป็นอาที่ทำหน้าที่แทนพ่อแม่ของหลาน ผมสัญญาว่าสินสอดจะครบตามที่คุยกันไว้ ส่วนเรื่องสถานที่ผมก็จะจัดการเอง ส่วนเรื่องของแขกที่มาร่วมงาน ถ้าฝ่ายคุณรณภพจะเชิญมาก็ได้ครับ แต่ช่วยแจ้งทางผมด้วยนะครับ จะได้จัดโต๊ะถูก ” “ ได้ครับ ” “ งั้นผมกับอาต้องขอตัวก่อนนะครับ ” “ จ้ะ ๆ ขับรถกันกลับดี ๆ นะคะ ” เป็นแม่ที่พูดขึ้น แหม่ มาทั้งที มาคุยแค่เนี่ย แล้วกับเธอไม่ต้องคุย ไม่ต้องทำความรู้จักให้มากหน่อยเหรอ อีกสองวันจะหมั้นกันแล้วนี่น่า “ รสา ลูกไปส่งคุณสรุจสิ ” “ ค่ะ แม่ ” เธอลุกขึ้นยืนเดินตามทั้งสองคนไป “ คุณสรุจคะ ” เธอเดินไปยืนขวางหน้าเขา จนเขาหยุดเดินและมองหน้าเธอ คนเป็นอาก็ขอตัวไปรอที่รถทันที “ เอ่อ…ขอเบอร์โทรคุณหน่อยได้ไหม ” “ เอาไปทำไม ” “ จะหมั้นกัน ไม่คิดจะติดต่อกันไปลองชุดเหรอคะ ” “ ฉันให้เลขาจัดการให้แล้ว ” “ แล้วรู้ไซซ์ฉันเหรอคะ ” “ เมื่อวานฉันให้เลขาโทรหาคุณฉวีแล้ว คุยกันเรื่องชุดเรียบร้อยแล้วด้วย ” ❤️_________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







