Masukบทที่ 4 กาหัว / แบล็กลิสต์
วันต่อมา... ‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’ ‘ แกร๊ก ’ ประตูถูกเปิดออก หลังจากเคาะเรียกได้ไม่นาน “ คุณหนูคะ คุณนายให้มาเรียกค่ะ ” “ งื้อ~ หนูง่วง ขอนอนต่อ ป้าปริกบอกแม่ไปนะว่าหนูจะตื่นเอง ” น้ำเสียงที่เปล่งออกงัวเงียสุดๆ “ คุณนายบอกว่า ถ้าคุณหนูไม่ตื่น ให้ป้าเอาน้ำสาดเลยค่ะ ” “ อะ...อ้าว ” เธอลุกขึ้นนั่งทันที มือทั้งสองข้างขยี้ตาไปด้วย “ คุณหนูลุกขึ้นอาบน้ำเถอะ เชื่อป้านะ เดี๋ยวถ้าคุณนายขึ้นมาเองจะเป็นเรื่องอีก ” “ ยังเช้าอยู่เลยนะ จะให้รีบตื่นไปไหนกัน ” “ สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ ” “ อ้าวเหรอ? ” “ ก็เพราะว่าห้องคุณหนูใส่ผ้าม่านปิดทึบแบบนี้ไงคะ เลยไม่รู้ว่ามันเที่ยงแล้ว ” ป้าปริกพูดจบเดินไปเปิดผ้าม่าน แสงก็สอดส่องเข้ามาทัน ทำเอาแสบตา ปรับไม่ทันกันเลยทีเดียว “ โอเค ๆ เดี๋ยวหนูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะรีบลงไปเลย ” “ ค่ะ อย่าช้านะ อย่าให้ป้าต้องมาเรียกอีกครั้งล่ะ ” “ ค่า ” 11 : 59 น. “ ฉันให้ป้าปริกไปเรียกแกตั้งนานแล้วนะ ” “ ใช่ หนูก็ตื่นแล้ว แต่งตัวอาบน้ำเรียบร้อยแล้วนี่ไง ” ” แกไม่ลงมาบ่ายโมงเลยล่ะ ” “ อ้าว แล้วก็ไม่บอก งั้นหนูไปนอนต่อนะแม่ ” เธอหันหลังกลับเดินไปเพียงสองก้าว หมอนอิงที่วางบนโซฟาก็ลอยลิ้วมาปะทะศรีษะเล็กของเธอทันที “ โห เรียกดี ๆ ก็ได้นะแม่ นี่ลูกแท้ ๆ เลยนะ ไม่ใช่ลูกเลี้ยงสักหน่อย ” “ ฉันไม่เอาไม้ฟาดแกก็ดีแค่ไหนแล้วยัยรสา ” “ ใจร้ายจัง ” “ มานั่งนี่ ” “ มีอะไรอีกล่ะ ” “ ฉันเอือมระอาแกมากๆ ฉันเป็นแม่แก มีอายุมาก เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเลย... ” “ แล้ว? ” พอนั่งลง เธอก็เลิกคิ้วสูง มองหน้าแม่อย่างสงสัย “ แกควรจะเคารพ และมีมารยาทกับฉันให้มากกว่านี้นะ ” “ อ้าว หนูผิดอะไรอีก ” “ แกควรจะพูดจาให้ไพเราะและดูมีมารยาทหน่อยนะ เรื่องแบบนี้เขาไม่สอนกันตอนโต ๆ แล้วนะ เพราะเขาสอนมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว กับอีแค่คำว่า คะ ค่ะ แกพูดออกมาไม่ได้เลยเหรอ ? เวลาพูดกับผู้ใหญ่ควรมีหางเสียงด้วยสิ! ” “ ก็ได้นะ หนูพูดอยู่ เวลาคุยกับพ่อภพอะ ” “ แล้วกับฉันแกไม่ต้องพูดเหรอ? ” “ ก็พูดอยู่นะบางครั้งอะ ” ” แกควรจะพูดทุกครั้งสิ ” “ จิ๊! ” “ ทำไม รำคาญฉันเหรอ? ” “ เปล่า...ค่ะ ” “ แกช่วยเชื่อฟังฉันบ้างเถอะ ขอร้องล่ะ ” “ ไม่ ๆ ไม่ได้นะแม่ อย่า ๆ ” พูดพร้อมโบกไม้โบกมือ ใบหน้าตื่น “ แกเป็นอะไร? ” แม่มองอย่างงงงงวย “ ก็แม่จะขอร้องอะ หนูว่าไม่ดีนะ เพราะเขาบอกว่าถ้าทำแม่ร้องไห้ จะบาปหนัก หนูกลัวบาปนะสิ จู่ ๆ แม่จะมาร้องไห้ใส่หนูอะ ” “ โอ๊ยยย ฉันจะบ้าตาย ” “ แม่เป็นอะไร ” เธอตกใจเหมือนกัน จู่ ๆ แม่ก็ร้องเหมือนเจ็บปวด “ คุณนาย ๆ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ โดนอะไรกัดหรือเปล่า ” ป้าปริกวิ่งมาจากไกลด้วยใบหน้าตื่น “ เปล่า ๆ ฉันแค่ปวดหัวกับลูกคนนี้เอง ป้าปริกช่วยไปหยิบยาดมให้ฉันหน่อยสิ ” “ ได้ค่ะ คุณนาย ” “ สรุปแม่เป็นอะไรเหรอ? ” “ ฉันขอร้องให้แกเชื่อฟัง ทำตามให้มีมารยาท ไม่ใช่ขอร้อง ที่หมายความว่า ฉันจะร้องไห้กับแกสักหน่อยยัยรสา ! ” “ อ่อ... ” “ แกแกล้งโง่หรือแกโง่จริงๆ ฉันแยกไม่ออกแล้วนะยัยรสา ” “ หนูเป็นคนซื่อ คิดช้าไปหน่อย แม่อย่าทำเหมือนไม่รู้สิ หนูเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ ” “ ฉันละปวดหัวกับแกจริง ๆ แล้วนี่แกแต่งตัวจะไปไหน ” “ ปกติหนูก็แต่งแบบนี้อยู่บ้านนะแม่ ” “ เสื้อเกาะอก กางเกงขาสั้น แต่งหน้าจัด แบบนี้เหรอ ปกติของแกอะ ” “ ใช่ไง แม่อย่าถามเหมือนไม่เคยเห็นสิ ” “ แกไปแต่งตัวใหม่ แต่งตัวให้ดูดีมีราคาหน่อย ไปสิ อย่าแต่งตัวเหมือนสก๊อยแบบนี้ ฉันไม่ชอบ ” “ แม่จะพาหนูไปไหนอีกเหรอ ” “ ไปทานข้าวกับคุณพิทักษ์ ” “ ใครเหรอ? ” “ ลูกชายเพื่อนพ่อภพ ” “ ดูตัวเหรอ ? ” “ ใช่ ” “ อ้าว ก็เมื่อวานดูไปแล้วนี่ ” “ คุณสรุจดูท่าจะไม่ชอบแก ” “ ทำไมอะ แต่หนูชอบเขา เขาหล่อ ” “ ก็แกเองที่ทำเสียอะ ฉันบอกแล้วให้กินอะไรที่เขาสั่งไปก็จบ ๆ แกก็ดันไม่ยอม ดันไปทำตรงข้ามกับสิ่งที่เขาไม่ชอบ สมน้ำหน้า ” “ แม่ เขารวยนะ แม่ไม่อยากได้เขาเป็นลูกเขยเหรอ? ” “ อยากได้สิ แต่เขาไม่อยากได้แกเป็นเมียนี่น่า ฉันจะทำไงได้ ” “ เขาอยู่ที่ไหน หนูจะไปหาเขาเอง ” “ แกไม่ต้องพยายามหรอก คนอย่างแก เขาคงไม่ชอบ กาหัว แบล็คลิสต์แล้วแหละ ” “ ไม่ตื้อแล้วจะรู้เหรอ? ” ❤️________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




