LOGINบทที่ 2 แอ๊บเรียบร้อย
หนึ่งเดือนต่อมา… “ ไม่เอา หนูหาเองได้ ” สิ้นเสียงคนเป็นแม่ รสาก็พูดสวนกลับทันที “ หาเองได้เหรอ เอาที่เป็นนักเลงไม่มีอันจะกินแบบนั้นเหรอ? ” “ ถ้าแม่ชอบไอ้คุณสรุจอะไรนั่น แม่ก็ให้ยัยรดาหมั้นเองสิ ” “ ถ้ายัยรดาไม่มีแฟน ฉันคงให้น้องสาวแกหมั้นแล้วแหละ ครอบครัวคุณสรุจรวยมาก ธุรกิจเยอะแยะ อีกอย่างคุณสรุจก็บริหารเองด้วย แกจะพลาดโอกาสแบบนี้ไปเหรอ แกคิดดูสิ ถ้าแกแต่งงานกับเขา แกไม่ต้องเรียนจบสูง ๆ ก็ได้ ยังไงผัวแกก็รวย เลี้ยงแกได้ทั้งชาติ ” “ ไม่เอา หนูอยากเรียน หนูจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ให้ได้ แม่เชื่อมั่นในตัวหนูนะ ” “ ไม่ได้ ฉันไม่ให้แกสอบอะไรแล้ว แกเตรียมตัวไว้เลย พรุ่งนี้จะพาไปดูตัว ” “ ไม่เอา แม่อยากเลี้ยงหลานที่ไม่ใช่หลานตัวเองเหรอ ” “ ถึงเขาจะเป็นพ่อหม้าย แต่เขาก็ยังหนุ่มยังแน่นเลยนะ อีกอย่างแกก็ชอบเด็กด้วยนี่น่า หมั้น ๆ ไปเถอะน่า ” “ ใครบอกว่าหนูชอบเด็ก หนูไม่ชอบต่างหากล่ะ ” “ แกรู้ไหม กว่าคุณสรุจจะยอมมาตามนัด ฉันใช้เวลาไปนานมากเลยนะ ถ้าพ่อแกไม่ช่วยเหลือเขา เขาคงไม่มาดูดำดูดีกับครอบครัวเราหรอก ตอนนี้มีโอกาสแล้วแกควรจะดีใจนะ ” “ ไม่เอา หนูไม่ชอบพ่อหม้ายลูกติด ” “ พรุ่งนี้ฉันจะให้ป้าปริกเอาชุดไปให้ แกช่วยแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยๆด้วยนะ ” “ ไม่... ” “ แกก็ห้ามขัดคำสั่งฉันด้วย! ” ชีวิตอิสระของเธอกำลังจะหายไปแล้วสินะ เธอต้องมีสามีในวัยยี่สิบสองปีจริง ๆ เหรอ แถมยังเป็นพ่อหม้ายลูกติดอีก อะไรที่ดี ๆ แม่ก็มักเลือกให้แต่ยัยรดา ส่วนเธอเหมือนจะได้แค่ของเหลือจริง ๆ เป็นลูกชังก็งี้แหละไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกคู่ครองเอง เห้อ! วันต่อมา… “ ชุดอะไรของแม่เนี่ยที่หามาให้หนูใส่อะ อึดอัดจะตาย ร้อนก็ร้อน กระโปรงก็แทบจะลากดินแล้วด้วย เชยไปไหมอะ ไม่ทันสมัยเลย อีตาลุงนั้นหัวโบราณเหรอ ” “ เดี๋ยวฉันตบปากแกแตกเลยนะยัยรสา! พูดอะไรให้รู้จักกาละเทศะบ้าง ตาลุงนั่นอะไรฮะ ถ้าฉันได้ยินแกพูดแบบนั้นอีก ฉันจะไม่ให้เงินแกในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ” “ เหอะ ดูชุดที่หนูใส่สิ มัันเดินลำบากมากเลยนะแม่ ” “ ก็แต่งตัวให้สมกับเป็นกุลสตรีไง กระโปรงยาว มันดูเรียบร้อยมาก อีกอย่างใครใช้ให้แกใส่รองเท้าส้นสูงฮะ มันก็เดินลำบากดิ เดินไม่ดีระวังหน้าคะมำเอาล่ะ ” “ เหอะ รู้งี้ หนูแต่งเองดีกว่า แต่งแบบนี้เชยชะมัดเลย ” “ หึก แต่งตัวโป๊ นุ่งสั้นแบบนั้นนะเหรอ แกคิดว่าทันทีที่ผู้ชายเห็น เขาจะยังอยากจะหมั้นกับแกอีกไหม ” “ ก็ดี ไม่หมั้นก็ช่าง หนูไม่แคร์ ” “ แกนี่นะ ” “ ถ้าตอนนี้หนูแอ๊บเรียบร้อย พอเราแต่งงานกัน แล้วหนูเกิดไม่เรียบร้อยขึ้นมา เขาไม่ขอหย่าหนูเหรอ ” “ แกก็เริ่มเปลี่ยนสันดานตัวเองตั้งแต่วันนี้เสียสิ มันจะยากอะไร ” “ สันดานนะแม่ ไม่ใช่เสื้อผ้าที่คิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ทันทีอะ ” “ แกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสิ จะยากอะไร ” “ หนูไม่ชอบความเรียบร้อย ลูกคุณหนูอะไรนั่น มันน่าเบื่อจะตาย แล้วยิ่งต้องฟังผู้ใหญ่ ทำตามผู้ใหญ่อีก รู้สึกเหมือนไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลยอะ ” “ นี่แกว่ายัยรดาเหรอ? ” “ เปล่านะ หนูไม่ได้ว่าใคร ว่าแต่แม่บอกเขาไปหรือยังว่าหนูไม่เวอร์จิ้นแล้วนะ ” “ ฮะ แกเคยมีอะไรกับผู้ชายเหรอ มันเป็นใคร หรือไอ้นักเลงหัวไม้ที่เสพยานั่น ทำไมแกไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวฮะ ทำไมไม่เก็บไว้ให้สามีแกคนแรก ทำไมไม่เก็บไว้ในคืนเข้าหอฮะ ” “ เขาไม่ได้เสพยา เขาแค่ทำงานคุมบ่อนการพนัน เขาเลยต้องเป็นนังเลงที่น่าเกรงขามเอง ” “ โอ้ย ฉันจะเป็นลม แกนะแก ฉันสอนอะไรไม่เคยจำ แกไม่เคยทำอะไรให้ได้ดั่งใจฉันเลย แกไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกฉันเลยสักนิด ” “ ใครมันจะดีเท่ายัยรดาล่ะ กุลสตรีเพรียบพร้อมไปทุกอย่างแบบนั้น ” “ แล้วทำไมแกไม่หัดทำตามน้องสาวแกบ้างฮะ ” “ น้องเกิดหลังหนู แต่แม่ทำเหมือนว่ายัยรดาเป็นพี่สาวหนูอย่างนั้นแหละ ” “ ถ้าแกทำตัวดีๆ ฉันก็คงไม่ทำแบบนั้นกับแกหรอก ” หญิงสาวเป็นคนไม่ชอบทำตามใคร ชอบทำนอกกรอบ มีความคิดเป็นของตัวเอง แม่ใช้ให้เดินซ้าย เธอมักจะเดินขวา เธอเชื่อมั่นในตัวเองสูง เธอชอบการแต่งตัวสวย ๆ เธอไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่เธอชอบอ่านหนังสือนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ เธอไม่ชอบการไปเรียน แต่เธอชอบการเที่ยวเตร่มากกว่า เธอเป็นลูกสาวคนโต เป็นลูกติดของแม่ก่อนจะมาเจอพ่อของยัยรดา นั่นก็คือพ่อภพ ซึ่งท่านดีกับเธอเหมือนลูกแท้ ๆ เลย ดูจะรักเธอมากกว่าแม่แท้ ๆ เสียอีกนะ ❤️________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 6 ยอมเป็นหมาให้เขาขี่หนึ่งเดือนต่อมา...“ ยัยรสา! ทำไมแกเพิ่งกลับถึงบ้านฮะ ”“ อ้าว ก็หนูเมาไงเลยไม่ได้กลับเมื่อคืน ”“ ฉันโทรหาแกกี่สายแล้วฮะ ทำไมแกไม่ยอมรับสาย ยี๋~ ตัวเหม็นเหล้ามาก ” แม่เดินมาใกล้ได้เพียงชั่วครู่ถึงกับต้องถอยห่างไป“ โห แม่ ตอนนั้นหนูกำลังแดนซ์อยู่กับเพื่อน ๆ ไง ไม่มีเวลาจับมือถือหรอก เพื่อนแต่งงานทั้งที ต้องฉลองกันให้สุดสิ ”“ ก่อนจะออกจากบ้านฉันพูดกับแกว่าไงฮะ แกลืมแล้วเหรอ? ”“ บอกว่าอย่ากลับดึก ”“ ใช่ แกก็จำได้นี่ แล้วทำไมไม่ปฏิบัติตาม ”“ จำได้สิ ก็นี่ไงหนูไม่ได้กลับดึก แต่กลับเช้าแทน หนูทำตามที่แม่บอกแล้วนะ ”“ ยัยรสา! แกนี่เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ เลยนะ ” แม่ง้างมือขึ้น เธอก็ถอยหลังอย่างเร็ว “ โธ่แม่ ปล่อยหนูบ้างเหอะ ให้อยู่แต่บ้าน หนูก็เบื่อเป็นเหมือนกันนะ ”“ แหม่ ๆ แกพูดเหมือนตัวเองอยู่ติดบ้านเลยว่างั้น ”“ แต่เดือนก่อนทั้งเดือน หนูไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ออกไปข้างนอกแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเองนะ แม่ไม่เห็นจะเยินยอหนูบ้างว่าเป็นเด็กดีแล้ว พอห
บทที่ 5 รั้งสิเส้นดายชอปตรงหน้าคือร้านขายของแบบกิฟต์ชอป เป็นร้านที่ใหญ่มาก คนเข้าออกพลุกพล่านแม่บอกว่าลูกของคุณสรุจชื่อเส้นดาย ร้านนี้ก็คงตั้งชื่อลูก และลูกเขาก็มักจะอยู่ที่ร้านนี้ เขารักลูกสาวมาก ก็คงมาเฝ้าร้านกับลูกแหละ ดูสิลูกเขาจะน่ารักเท่าเธอหรือเปล่า? เด็กนั้นอายุน่าจะ15-16 แล้วแหละ ว่าแต่คุณสรุจมีลูกตอนอายุเท่าไหร่เนี่ย หรือเขาจะอายุมากแล้ว หน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยก็คงไปศัลยกรรมมาแหละ คนรวยก็แบบนี้แหละ เงินเยอะไม่รู้จะใช้จ่ายอะไรดี เพราะใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในร้าน หัวใจก็เต้นแรงมาก เพราะมาหาผู้ชายโดยเฉพาะ และเขาคนนั้นก็หล่อมากด้วย อยากได้มานอนกอดจัง!‘ พรึ่บ ’“ โอ๊ย ” เด็กน้อยล้มลงก้นจ้ำเบ้า“ ยัยเด็กนี่เดินยังไงฮะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ” ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น ก็คือคนที่เด็กวิ่งมาชน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองหน้าเด็กอย่างโมโหอีก“ แง่ ๆ หนูเจ็บ เจ็บ ” เด็กน้อยร้องไห้เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา“ เธอวิ่งมาชนฉันเองนะ เธอควรจะขอโทษฉันสิ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหน ถึงปล่อยให้มาเดินคนเดียวฮะ ทำคน
บทที่ 4 กาหัว / แบล็กลิสต์วันต่อมา...‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’‘ แกร๊ก ’ ประตูถูกเปิดออก หลังจากเคาะเรียกได้ไม่นาน “ คุณหนูคะ คุณนายให้มาเรียกค่ะ ” “ งื้อ~ หนูง่วง ขอนอนต่อ ป้าปริกบอกแม่ไปนะว่าหนูจะตื่นเอง ” น้ำเสียงที่เปล่งออกงัวเงียสุดๆ “ คุณนายบอกว่า ถ้าคุณหนูไม่ตื่น ให้ป้าเอาน้ำสาดเลยค่ะ ”“ อะ...อ้าว ” เธอลุกขึ้นนั่งทันที มือทั้งสองข้างขยี้ตาไปด้วย “ คุณหนูลุกขึ้นอาบน้ำเถอะ เชื่อป้านะ เดี๋ยวถ้าคุณนายขึ้นมาเองจะเป็นเรื่องอีก ”“ ยังเช้าอยู่เลยนะ จะให้รีบตื่นไปไหนกัน ”“ สิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ ”“ อ้าวเหรอ? ”“ ก็เพราะว่าห้องคุณหนูใส่ผ้าม่านปิดทึบแบบนี้ไงคะ เลยไม่รู้ว่ามันเที่ยงแล้ว ” ป้าปริกพูดจบเดินไปเปิดผ้าม่าน แสงก็สอดส่องเข้ามาทัน ทำเอาแสบตา ปรับไม่ทันกันเลยทีเดียว “ โอเค ๆ เดี๋ยวหนูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะรีบลงไปเลย ”“ ค่ะ อย่าช้านะ อย่าให้ป้าต้องมาเรียกอีกครั้งล่ะ ” “ ค่า ”11 : 59 น. “ ฉันให้ป้าปริกไปเรียกแกตั้งนานแล้วนะ ”
บทที่ 3 ทะลึ่งภัตตาคารหรูย่านดัง“ แม่คะ ก่อนจะแต่งงานหนูขอเช็กของก่อนได้ไหมอะ ” “ เช็กของอะไรของแกอีก ตอนพบคุณสรุจแกช่วยพูดจาดีหน่อยนะ อะไรที่ไร้สาระก็ไม่ต้องพูดออกไป ”“ ก็ไอ้นั่นของผู้ชายอะ ” ‘ เพี๊ยะ ’“ โอ๊ยแม่ ตีแขนหนูทำไมเนี่ย ”“ ทำไมแกถึงพูดจาทะลึ่งแบบนี้ฮะ เดี๋ยวใครจะว่าเอาได้นะว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนอะ ”“ ถ้าใครว่า หนูก็น้อมรับนะ เพราะหนูไม่มีใครสั่งสอนจริงๆ ”“ ยัยนี่ แกจะเถียงฉันให้ได้เลยใช่ไหมฮะ ”“ ก็มันจริงนี่น่า แม่ตามพ่อภพไปอยู่ต่างประเทศตั้งสามปี ปล่อยให้หนูอยู่กับพี่เลี้ยง หนูก็ไม่มีคนคอยสั่งสอน หนูพูดผิดเหรอ ”“ ตอนนั้นแกอายุสิบห้าปีแล้วนะ แกโตแล้ว รู้จักผิดชอบชั่วดีมีความคิดเป็นของตัวเอง แกก็เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เพราะก่อนหน้านั้นฉันก็สั่งสอน อบรมมารยาทแกตลอด แค่เพียงเวลาสองปีที่ห่างกัน แกถึงกับโทษว่าฉันไม่สั่งสอนแกเลยเหรอ? ”“ ใช่ แม่ไม่รู้เหรอว่าช่วงนั้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หนูก็ไม่ได้รู้ผิด รู้ถูกไปซะทุกเรื่องนะ หนูก็ขาดความอบอุ่นเป็นเวลาสองปีสำหรับแม่อาจจะแป๊บ ๆ แต่สำหรับหนูมันยาวนานมาก หนูต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตื่นเช้าไปโรงเรียน ตอนเย็นเลิกเรียนก
บทที่ 2 แอ๊บเรียบร้อยหนึ่งเดือนต่อมา…“ ไม่เอา หนูหาเองได้ ” สิ้นเสียงคนเป็นแม่ รสาก็พูดสวนกลับทันที “ หาเองได้เหรอ เอาที่เป็นนักเลงไม่มีอันจะกินแบบนั้นเหรอ? ”“ ถ้าแม่ชอบไอ้คุณสรุจอะไรนั่น แม่ก็ให้ยัยรดาหมั้นเองสิ ”“ ถ้ายัยรดาไม่มีแฟน ฉันคงให้น้องสาวแกหมั้นแล้วแหละ ครอบครัวคุณสรุจรวยมาก ธุรกิจเยอะแยะ อีกอย่างคุณสรุจก็บริหารเองด้วย แกจะพลาดโอกาสแบบนี้ไปเหรอ แกคิดดูสิ ถ้าแกแต่งงานกับเขา แกไม่ต้องเรียนจบสูง ๆ ก็ได้ ยังไงผัวแกก็รวย เลี้ยงแกได้ทั้งชาติ ”“ ไม่เอา หนูอยากเรียน หนูจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ให้ได้ แม่เชื่อมั่นในตัวหนูนะ ”“ ไม่ได้ ฉันไม่ให้แกสอบอะไรแล้ว แกเตรียมตัวไว้เลย พรุ่งนี้จะพาไปดูตัว ”“ ไม่เอา แม่อยากเลี้ยงหลานที่ไม่ใช่หลานตัวเองเหรอ ”“ ถึงเขาจะเป็นพ่อหม้าย แต่เขาก็ยังหนุ่มยังแน่นเลยนะ อีกอย่างแกก็ชอบเด็กด้วยนี่น่า หมั้น ๆ ไปเถอะน่า ”“ ใครบอกว่าหนูชอบเด็ก หนูไม่ชอบต่างหากล่ะ ”“ แกรู้ไหม กว่าคุณสรุจจะยอมมาตามนัด ฉันใช้เวลาไปนานมากเลยนะ ถ้าพ่อแกไม่ช่วยเหลือเขา เขาคงไม่มาดูดำดูดีกับครอบครัวเราหรอก ตอนนี้มีโอกาสแล้วแกควรจะดีใจนะ ”“ ไม่เอา หนู
บทที่ 1 สมองไม่พัฒนา‘ พรึ่บ ’ รสาที่นั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ ถึงกับถอนหายใจ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะฉากเลิฟซีนของพระนาง โดยการแย่งหนังสือไป“ แกอ่านอะไรอยู่ฮะ หนังสือเรียนทำไมไม่รู้จักหามาอ่านบ้าง รู้อยู่ว่าตัวเองสมองขี้เลื่อย ”“ หนูไม่รีบ ”“ ปีหน้าแกต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ ”“ หนูยังไม่อยากเรียนต่อ ”“ แกมีแค่วุฒิม.หกเองนะ แกจะทำอะไรกินฮะ ดูน้องแกสิ ตอนนี้อยู่ปีสอง นำหน้าแกไปแล้วนะยัยรสา ”“ หนูไม่สน ”“ แกจะใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ตอนมัธยมฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนที่ดี ๆ ที่แพง ๆ หวังจะให้แกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ อนาคตจะได้มีหน้ามีตาในสังคมและมีงานการที่ดี แต่นี่อะไร แกเอาแต่เที่ยวเตร่ ทำตัวเหมือนเด็กจรจัดไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอนอย่างนั้นแหละ ”“ หนูเบื่อที่จะเรียนแล้ว ”“ แกมันไม่เอาไหน ”“ ช่างปะไร หนูไม่สน ”“ ก็แกเอาแต่คิดแบบนี้ไง สมองแกถึงไม่พัฒนาสักที ”“ สิ่งที่ทำให้หนูไม่อยากเรียน มันก็เกิดจากแม่ด้วยนะส่วนหนึ่งอะ ”“ ฉันทำอะไรแกฮะ พูดมาดูสิ! ”“ ตอนม.หก หนูขอแม่มีแฟน แต่แม่ปฎิเสธ แต่ยัยรดาอยู่แค่ม.สี่ แม่อนุญาตแล้วอะ ”“ เรื่องแค่นี้เองเหรอ ยัยรดารู้จักเอาตัวรอด ฉล







