Masuk“ปล่อยข้าเสียที ข้าเจ็บจะแย่แล้วนะ!”
หญิงสาวผลักชายหนุ่มด้วยพลังเร้นลับระดับเหรินเซียน ถังไห่เฉิงที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดามีหรือจะต้านทานได้
เสี้ยวเวลานั้น ลี่เซียนหรี่ตาเพ่งดวงจิตปล่อยพลังลิขิตกายหยาบเข้าใส่ถังไห่เฉิง ยังผลให้กรงเล็บของฝ่ามือแกร่งพลันหลุดจากลำคอระหง ร่างสูงถึงกับถอยหลังไปสามก้าว
กลางห้องกว้างพลันปรากฏบุรุษหนุ่มร่างใหญ่ทรงพลังยืนนิ่งแข็งค้างคล้ายถูกตรึงด้วยสิ่งที่มองไม่เห็น
รุ่ยอ๋องยามนี้ชะงักงันนิ่งค้าง แข็งทื่อไปทั้งร่าง ไม่ต่างจากแท่งศิลาถูกผนึก
เบื้องหน้าของเขาคือสตรีร่างเล็กระหงที่แหงนหน้ามองด้วยดวงตากระจ่างใส นางเปล่งเสียงที่ฟังออกว่ากำลังขัดเคืองใจ
“หยุดได้เสียที!”
เจ้า!
คำนี้ชายหนุ่มทำได้เพียงคำรามในใจมิอาจเปล่งวาจา เขาไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงดวงตาเรียวคมที่เพ่งมองสตรีร้ายกาจตรงหน้าอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันทั้งสับสนผสมปนเป
ฝีมือของนางทำให้เขาตระหนกไม่เบา พลังวัตรขนาดนี้สังหารเขาได้ตั้งแต่แอบมองเขาอาบน้ำได้ง่ายดายด้วยซ้ำ
ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงช่วงก่อนหน้ายามถูกมองส่วนสงวนอย่างเปิดเผยจากดวงตากลมโตนั่น
จังหวะเดียวกันเปลวเทียนนอกห้องพลันดับพรึ่บ ยังผลให้เหลือเพียงแสงเทียนส่องสว่างภายในห้องอาบน้ำที่ติดขึ้นมาเมื่อใดมิอาจทราบ
พริบตายังปกคลุมด้วยคนชุดดำเคลื่อนกายทั่วทิศ พวกมันมิได้เข้ามา เพียงปล่อยควันพิษพวยพุ่งจากลำปล้องไผ่
ร่างสูงสง่าของถังไห่เฉิงในยามนี้จึงกลายเป็นเป้านิ่งท่ามกลางแสงเทียนไปโดยปริยาย
ห้องแห่งนี้ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด หากมีควันพิษเข้ามาย่อมไม่อาจได้รับการระบาย ไร้ทิศทางให้ผู้คนด้านในรอดพ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ถังไห่เฉิงทำได้เพียงกลอกตาเพ่งมองไม่อาจป้องกันตัว ยิ่งไม่อาจหลบเลี่ยงหรือออกกระบวนท่าสกัดกั้นแต่อย่างใด
ถึงแม้เขาจะได้รับการถ่ายทอดวิชาหมื่นพิษจากมารดาและฝึกวิชาเทพอสรพิษสำเร็จ สามารถต้านพิษได้สารพัดชนิด หากแต่การยืนเป็นเป้านิ่งเช่นนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต
มวลควันพิษสีดำสนิทเริ่มม้วนตัวตลบอบอวลคลี่คลุมทั่วห้องอับทีละน้อย มองแล้วคล้ายจอมปีศาจอำมหิตโฉดชั่วกำลังคืบคลานกลายร่างเป็นพญามัจจุราชเข้ากลืนกินผู้คนก็ไม่ปาน สีมืดทะมึนของมันไม่น่าไว้ใจให้โอบล้อมรอบกายโดยเด็ดขาด
เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมข้างขมับที่มีเส้นเลือดเครียดขมึง บุรุษเช่นรุ่ยอ๋องผู้ไม่เคยพลาดพลั้งให้ศัตรูเลยสักครา ทว่ายามนี้คงต้องสิ้นชื่อแล้ว
ชายหนุ่มปรายสายตามองกลับมายังหญิงสาวตรงหน้า รังสีสังหารน่าสะพรึงยิ่งแผ่ซ่าน ความรู้สึกรังเกียจยิ่งเพิ่มขึ้นทบทวี เพราะนางผู้นี้เป็นต้นเหตุให้เขาไม่อาจขยับเขยื้อนกระทั่งปลายนิ้ว
ชั่วขณะที่ความคิดอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะ ถังไห่เฉิงพลันบังเกิดความเหนือคาด เมื่อสตรีน่าตายกลับเบิกตากว้างมองกลุ่มควันอย่างตกใจ ดวงหน้างามเผยความโง่งมไม่เข้าใจ
นางก้าวถอยหลังจนประชิดแผงอกเขาอย่างตื่นตระหนก อึดใจยังรีบสะบัดมือเร็วๆ อย่างลนลาน กลุ่มควันเหล่านั้นก็สลายหายไปคล้ายไม่เคยเกิดขึ้น
ถังไห่เฉิงเห็นเช่นนั้นพลันเลิกคิ้วมองอย่างสนใจ ทว่ายังไม่ทันคิดการณ์ใด อาวุธสังหารพลันพุ่งพรวดเข้ามาอีกครา ชั่วพริบตาเข็มพิษนับร้อยแหวกอากาศเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง
มีเพียงแสงสีเงินวิบวับที่สะท้อนแสงเทียนเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่ามันคือสิ่งใด
และอีกครั้งที่ถังไห่เฉิงมิอาจหลบเลี่ยงได้ มีเพียงต้องกลายเป็นเป้านิ่งให้เข็มพิษทิ่มแทงเท่านั้น
ใบหน้าหล่อเหลายิ่งเคร่งเครียด ม่านตาดำพลันหดแคบ เมื่อเห็นปลายเข็มแต่ละเล่มตรงเข้ามา โดยที่เขาไม่อาจยับยั้งได้
แต่ก่อนที่เข็มแหลมจะฝังเข้าเนื้อตึงแน่นของกายแกร่ง สตรีร่างบางพลันเคลื่อนกายว่องไวตามสัญชาตญาณ
แม้ยังไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด หากแต่ร่างกายของลี่เซียนกลับว่องไวเกินความคิด
นางไม่เคยฝึกวิทยายุทธ์ กระบวนท่าออกดาบฟาดกระบี่ยิ่งไม่เคยร่ำเรียน นางจึงทำได้แค่หายตัววูบไวเพื่อใช้ร่างอ่อนนุ่มรับเข็มพิษเหล่านั้น
หญิงสาวพลิกกายวูบไวไปทางด้านซ้ายด้านขวาและด้านหน้าด้านหลังของถังไห่เฉิงอย่างปราดเปรียว พริบตาเดียวเข็มพิษนับร้อยพลันถลันทะลุเนื้อผ้าบางเบาเข้าใส่ร่างนางทุกเล่ม พิษร้ายพลุ่งพล่านกระจายตัวรวดเร็ว จนลี่เซียนกระอักเลือดคำโต เจ็บแปลบไปทั่วสรรพางค์กาย
นางแหงนหน้ามองคนตัวใหญ่ด้วยดวงตากระจ่างใส ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ท่านเกลียดข้าเรื่องใด ไยทำร้ายกัน?”
“...!?”
แววตาเรียวคมบัดนี้วูบไหวไม่เบา ถังไห่เฉิงชะงักงันมองสตรีตรงหน้าอย่างตะลึงนิ่งค้าง
“เจ้าไม่คิดว่าควรทำสิ่งใด?” ในน้ำเสียงทุ้มลึกแผ่วเบาเจือกระแสเย็นเยียบไม่น้อยลี่เซียนย่อมซาบซึ้งในน้ำใจของเขา“ข้าขอบคุณท่าน”บุรุษเลิกคิ้วสูง ความไม่พอใจผุดวาบในแววตา“แค่นั้น?”เรียวนิ้วงามชะงักเล็กน้อยยามจัดชั้นใน ลี่เซียนเงยหน้าช้อนตาขึ้น เอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าคงไม่ต้องแบ่งปันท่านหรอกกระมัง”ชุดพวกนี้มิใช่สีขาวพิสุทธิ์สวมได้ทั้งชายหญิงเสียหน่อยแม่นางน้อยคิดในใจอย่างไม่ยินยอมอยู่บ้างหากท่านปรมาจารย์ในอารามผิงอันล่วงรู้ว่านางบังเกิดจิตใจคับแคบเช่นนี้ คงสั่งขังนางไว้ในหอพระธรรมอดข้าวอดน้ำเจ็ดวันเจ็ดคืนแน่นอน ดียิ่งนักที่นางห่างไกลมาหลายร้อยปีแล้ว จึงตระหนี่ได้เต็มที่แววตาสตรีฉายชัดปานนั้น นางหวงแหนสิ่งที่เขาหยิบยื่นถังไห่เฉิงให้รู้สึกพึงใจอย่างประหลาด เรียวปากบางเฉียบค่อยๆ ยกโค้ง เกิดเป็นรอยยิ้มตรงมุมปากอย่างช้าๆ“ช่างเถอะ!”ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง ก่อนขยับไปทางด้านในของเตียงแล้วนั่งเอนกายอิงกำแพงห้องนอน สองตายังคงจ้องมองผิวเนื้อขาวๆ เรียวขาเนียนๆ ไม่มีเกรงใจเมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ว่าอะไร ลี่เซียนจึงก้มหน้าใส่เสื้อผ้าต่อไป นางไม่คิดว่าต้องระวังตัวอันใด เพราะตั้งแต่เล็
ห้องพักในเรือนบัญชาการหลังจากเดินหาอยู่เนิ่นนาน ลอยตัวหา หายตัวไปมา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ลี่เซียนจึงคิดตัดใจไม่หาต่อ ก่อนจะคิดได้ว่าควรกลับไปสารภาพผิดกับเย่เสียตามตรง โทษฐานไม่อาจรักษาสิ่งของสำคัญอันเป็นน้ำใจของอีกฝ่ายได้เมื่อคิดโดยละเอียดจึงคำนวณง่ายๆ ว่าสมควรชดเชยด้วยของมีค่าอย่างอื่น ทว่านางยังไม่มีเงิน ในโลกนี้เงินสำคัญมาก ยังต้องเร่งหาจากท่านอ๋องลี่เซียนเริ่มตระหนักถึงข้อนี้เนื่องจากเย่เสียพูดพร่ำให้นางฟังไม่หยุด อีกฝ่ายบอกว่ารุ่ยอ๋องมีเงินมีอำนาจ อยากได้สิ่งใดย่อมได้ทั้งนั้นหญิงสาวจึงทำตัวประหนึ่งวิญญาณ ลอยวูบหายวาบกลับมายังห้องนอนที่ถังไห่เฉิงจัดเตรียมให้ หมายมั่นไปขอเงินเขาทันทีที่ร่างงามทะลุกำแพงห้องเข้ามา ดวงเนตรงามพลันปะทะกับเนตรคมดำมหาภัย หญิงสาวชะงักค้างเกร็งร่างทันใด เนื่องจากนางสังเกตแววตาของเขาเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่านั่งรอนาง จนหงุดหงิดแล้วลี่เซียนคลี่ยิ้มแห้ง กำลังจะเอ่ยคำเอาอกเอาใจหมายให้เขาคลายโทสะ กลับเห็นสิ่งของที่วางเอาไว้ข้างกายสูงสง่า“อ๊ะ! หาเจอแล้ว”หญิงสาวละความสนใจออกจากชายหนุ่มทันที รีบปรี่เข้ามาทางตำราครวญวสันต์ทั้งหลายทันใด“ข้าหาอยู่นาน
นอกจากมิได้กำจัดหญิงนางโลมชั้นต่ำและรับความดีความชอบที่เปิดโปงความชั่วของมัน นางกลับมีโทษถึงสองข้อหา ล่วงเกินรุ่ยอ๋องทางสายตาและล่วงล้ำอาณาเขตส่วนพระองค์แม้จะโง่งมและวู่วามจนเกินงาม ทว่าบัดนี้ช่านเย่ถึงได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง นางตระหนักแล้วว่าตนผิดพลาดอย่างมหันต์นางประเมินนังสตรีน่ารังเกียจนั่นต่ำเกินไป แต่ยังไม่ทันคิดการณ์เพื่อเอาตัวรอด กระแสเสียงอำมหิตพลันดังขึ้นอีกครั้ง“พาตัวหมอหญิงไม่รู้ความผู้นี้ไปตบปากสั่งสอนห้าสิบที คุมขังในคุกมืดรอคำสั่งต่อไป”“...!?”โหดมาก...นอกจากไม่สามารถพูดได้หลายวันยังไม่อาจกินข้าวได้อีกด้วย ช่านเย่ได้อดตายเป็นแน่แท้ พลทหารที่ยืนรอรับใช้องค์เหนือหัวคิดในใจอย่างสังเวช พลางประสานหมัดค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ”“ท่ะ...ท่านอ๋อง ช่านเย่มิกล้าแล้วเพคะ”เสียงร้องโหยหวนของสตรีเกิดขึ้นทันทีเมื่อพลทหารสองนายเดินเข้ามาพร้อมรังสีสังหาร พวกเขากระชากร่างบอบบางของช่านเย่ขึ้นอย่างแรงไร้ซึ่งความปราณีใด ๆ คล้อยหลังพลทหารที่ลากตัวช่านเย่หายลับไปจากครรลองสายตา ถังไห่เฉิงจึงมองสิ่งของตรงหน้านิ่งๆภายใต้เนตรคมเข้มสีรัตติกาลยากคาดเดาห้วงอารมณ์ ในใจอ๋องหนุ่มนึกสงสัยครามครันว่าสตรีผู
นับว่าโชคดีที่ยามนั้นนางมีคัมภีร์พระธรรม ตำราคำสอนบาปกรรมช่วยกล่อมเกลาจิตใจมิให้ฟุ้งซ่าน นางอ่านหนังสือเหล่านั้นอย่างตรากตรำก่อนที่ทุกคนจะเอือมระอานางที่ดื้อรั้นเมื่อคิดได้ดังนั้น ลี่เซียนจึงนึกถึงตำรารัญจวนขึ้นมาได้ทว่าเมื่อมองหากลับไม่เจอในสาบเสื้อย่อมไม่มี ในแขนเสื้อชุดแดงก็ไม่เห็นเรียวคิ้วงามขมวดมุ่น ลี่เซียนค่อยๆ คิดว่าลืมไว้ที่ใด ท้ายที่สุดก็คิดออกว่าคงลืมไว้ในเรือนบัญชาการหากแต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปที่ใดนี่นาหญิงสาวครุ่นคิดลึกซึ้ง ครู่หนึ่งจึงมองชุดแดงตรงหน้าคำสั่งนั่นอยู่บนเงื่อนไขการใส่ชุดงามนี่นา ยามนี้นางมิได้ใส่ชุดที่ชอบ ย่อมออกไปได้แน่นอนว่าหญิงสาวไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินกรีดกรายนางเพียงขับปราณบริสุทธิ์สายหนึ่ง ชั่วพริบตาร่างงามพลันอันตรธานหายไป อย่างไร้ร่องรอยแสงแดดสีทองค่อยๆ โรยตัว บ่งบอกเวลายามเย็นภายในห้องหนังสือของถังไห่เฉิงเริ่มมีการจุดเทียนเพิ่มโดยพลทหารรับใช้หลังโต๊ะสลักลายพยัคฆ์คำราม ร่างสูงใหญ่สง่างามนั่งนิ่งไม่ไหวติงใด ๆ บนโต๊ะมี ‘สิ่งของบางอย่าง’ วางไว้ในระดับสายตา ด้านหน้าของโต๊ะห่างเพียงสามก้าว มีร่างระหงของสตรียืนอย่างสำรวมแต่แววตากลับท
ถังไห่เฉิงใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเขียนรายงานการรบเพื่อถวายฮ่องเต้ถังไท่หลินผู้เป็นพี่ชายเมื่อเสร็จจากงานในห้องหนังสือจึงเดินกลับมาที่ห้องหนึ่ง เพื่อยืนมองใครบางคนจากหน้าประตูห้องนี้เดิมทีเป็นห้องรับรองชั้นในอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องหนังสือของเขา แต่บัดนี้กลายเป็นห้องนอนของนางไปแล้วเขาสั่งให้คนเพิ่มตั่งยาว ม่านมุ้งและเครื่องเรือนครบครัน โดยไม่รู้เช่นกันว่าทำไปเพื่ออันใด ทั้ง ๆ ที่นางไม่น่าไว้ใจ ที่มาที่ไปยังไม่แน่ชัด แต่เขาไม่ถามไถ่ให้กระจ่างกลับซื้อตัวนางไว้ข้างกาย ท้ายที่สุด นอกจากไม่คิดถามถึงตัวตนแท้จริงอันเป็นสาระสำคัญ ถังไห่เฉิงยังสนใจอาการแปลกๆ ของลี่เซียนมากกว่าชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าหาแม่นางผู้ซึมเศร้า“เจ้าเป็นอะไร?”สุ้มเสียงทุ้มต่ำทำลี่เซียนจำต้องวางผ้าลงโดยไว รีบปาดน้ำใสที่หางตาอย่างเร็วอึดใจต่อมา นางลุกขึ้นยืนแล้วกางแขนออกถังไห่เฉิงขมวดคิ้ว มองอย่างงุนงงยังไม่ทันได้ถาม คนงามพลันเดินหน้าแล้วโถมร่างนุ่มใส่ วงแขนเล็กยังกระชับเอวสอบแน่น“...!?”อีกครั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด หญิงสาวผู้กำลังส่ายหน้าขลุกขลักตรงแผงอกกว้าง พลันส่งเสียงหวานนุ่มเล็ดลอดออกมา “ข้าจะ
นางไม่ชอบชุดทหารแบบนี้เอาเสียเลย ไม่งามเลยสักนิด สู้ชุดของพี่เย่เสียก็ไม่ได้ ลี่เซียนเริ่มเอาแต่ใจ โดยการหันหลังให้ถังไห่เฉิงไม่มองหน้า ไม่พูดจา ไม่สนใจเขาอีกอ๋องหนุ่มเห็นเช่นนั้นกลับรู้สึกดีอย่างประหลาดเขาหมุนกายไปนั่งลงที่โต๊ะกลมพลางเอ่ย “เจ้า...มานี่!”เสียงทุ้มเย็นชาเช่นทุกคราทว่าครั้งนี้กลับเจือความอบอุ่นผิดปกติ ผู้ถูกเรียกเอียงคอมองเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ หมุนตัวเข้าหาอย่างไม่เต็มใจเลย“ท่านจะทำสิ่งใดอีก?”“ยืนนิ่งๆ”“...”แม้ดวงหน้าจะงอง้ำทว่าดวงเนตรกระจ่างใสที่ทอดมองกลับพร่างพราวดุจดวงดาวในคืนวสันต์ ยังผลให้บุรุษที่โต๊ะกลมยิ่งอารมณ์ดี วงหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางเบาตรงมุมปาก เนตรมังกรดำจัดเจือริ้วขบขันสายหนึ่งน้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้ยลรุ่ยอ๋องที่เป็นเช่นนี้เมื่อฝ่ายสตรีหมุนกายมาหยุดยืนเบื้องหน้า ฝ่ามือหนาจึงช่วยจับสาบเสื้อให้เข้าที่ ผูกสายรัดเอวแน่น จับปกเสื้อให้มิดชิด ปิดถึงปลายคาง มีเพียงหน้าผากจรดคางมนที่เผยให้เห็นการแนบชิดเช่นนี้ ถังไห่เฉิงไม่เคยทำกับใคร ทว่าตั้งแต่เจอลี่เซียน เขากับนางกลับทำเรื่องสนิทสนมนับครั้งไม่ถ้วนเหลือเพียงสอดประสานเรือนกายแนบแน่นลึกซึ้งเท่านั้







