เชลยรัก ท่านอ๋องแฝดนรก

เชลยรัก ท่านอ๋องแฝดนรก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-05
โดย:  องค์หญิงโนเนมยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
51บท
4.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ข้าเคยได้ยินคนเอ่ยกันว่า สามีสองต้องห้าม แต่สำหรับข้า สามีสอง ต้องมันส์!! แน่นอน! โจวอวี้หลัน องค์หญิงแห่งต้าไห่ ถูกส่งตัวมาที่ ไท่หยาง ในฐานะเชลยศึก นางได้เข้าไปอยู่ในจวนของท่านอ๋องฝาแฝดที่มีนามว่า หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง พวกเขาได้รับฉายาว่าแฝดนรก ความวุ่นวายปนฮาจึงบังเกิดขึ้น เมื่อนางยั่วจนพวกเขาทนไม่ไหว เรื่องราวความรักปะปนไปกับความฝันที่น่าหวาดกลัวของโจวอวี้หลัน นำไปสู่การไขคดีการตายอย่างปริศนาของสตรีถึงสามคน รวมไปถึงพิธีกรรมที่โหดเหี้ยมของใครบางคนในไท่หยางที่หวังจะโกงชะตาดวงเมือง ทั้งสามจะช่วยกันไขคดีการตายอย่างเป็นปริศนาในครั้งนี้ได้หรือไม่ และจะรอดปลอดภัยจากเงื้อมมือของคนอำมหิตไปได้เช่นไร

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 เขาว่าข้าคือแฝดนรก

กลางศตวรรษที่ 27 ตามปฏิทินพุทธศักราช...ปี 2605ขวัญรดาในวัยแปดสิบห้าปี กำลังเอนกายนิ่งอยู่บนเก้าอี้ปรับเอนอัจฉริยะบนชานเรือนของบ้านสวนที่ล้ำสมัย

ตัวบ้านเป็นไม้จริงเคลือบนาโนโพลิเมอร์ที่ปรับอุณหภูมิได้เอง อากาศรอบตัวถูกกรองจนบริสุทธิ์ และในสวนกว้างนั้น หมู่แมกไม้ที่เธอปลูกไว้บางต้นก็เรืองแสงชีวภาพอ่อน ๆ ยามเมื่อแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันลับขอบฟ้า

หญิงชรายกมือที่เหี่ยวย่นขึ้นมาวาดในอากาศเบา ๆ ก่อนที่โปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋วที่ฝังอยู่บนเพดานจะฉายภาพ โฮโลแกรมสามมิติ ของผู้หญิงคนหนึ่งให้ลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้าสายตาฝ้าฟางของเธอ...ภาพนั้นเป็นภาพของมารดาผู้ให้กำเนิดของเธอในวัยสาว

บุคคลในภาพนั้นขยับไหวไปมาได้เล็กน้อยจากโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้น...พร้อมกับข้อมูลที่ถูกกู้คืนและจำลองขึ้นมาจากภาพถ่ายขาวดำที่เสียหายเกือบทั้งหมด

รอยยิ้มของแม่ดูสมจริง แต่ดวงตานั้นยังคงฉายแววเหนื่อยล้า...ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีใด ๆ ก็ไม่อาจลบเลือนออกจากความทรงจำของขวัญรดาได้

ซึ่งกว่าที่เธอจะประสบความความสำเร็จอย่างในตอนนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย...เพราะนับตั้งแต่ที่แม่จากไป...เธอก็ต้องเป็นฝ่ายทอดทิ้งความฝันของตนเพื่อมาดูแลน้องชายและครอบครัวรวมถึงป๊า...ที่กำลังเริ่มถดถอยจากการดื่มหนักและทำงานใช้แรงงานซึ่งคนที่มองมาอาจจะบอกว่าเป็นงานบาป

ทว่าสำหรับขวัญรดาที่เติบโตมากับกลิ่นอายของโรงฆ่าสัตว์กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะแม้ในจิตสำนึกจะรู้ดีถึงบาปบุญคุณโทษ...กระนั้นเธอก็ยังมองว่ามันคืออาชีพหนึ่งที่ได้เลี้ยงครอบครัวของตน เพราะหากไม่มีคนกินหมู...แล้วจะมีคนฆ่าได้เช่นไร

ในวัยเยาว์...เธอมักจะเถียงในใจเช่นนี้อยู่เสมอเมื่อได้ยินใครนินทาป๊าลับหลัง...ถึงอาชีพของท่าน...อาชีพที่ต่อลมหายใจให้เธอกับน้องได้มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่ และได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ

ความคิดนั้นของเธอ...มันสั่นคลอนและพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าในวันที่ป๊าจากไป...ภาพของท่านในวาระสุดท้ายของชีวิต...ผุดขึ้นมาในม่านโฮโลแกรมความทรงจำ ซ้อนทับภาพโฮโลแกรมของแม่ที่ลอยอยู่ตรงหน้า

มะเร็งในลำคอได้พรากเสียงและพละกำลังของป๊าไปจนหมดสิ้น ความทรมานจากการหายใจไม่ออกบีบคั้นให้แพทย์ต้อง...เจาะคอ...เพื่อต่อท่อออกซิเจนช่วยชีวิต

ภาพนั้นซ้อนทับกับภาพหมูในโรงเชือดที่ป๊าเคยลงมือสังหารด้วยวิธีการที่ไม่ต่างกันนักอย่างน่าสยดสยอง บาปกรรมที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว บัดนี้มันได้ปรากฏเป็นรูปธรรมที่เด่นชัดและโหดร้ายอย่างที่สุดอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้...ขวัญรดาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านที่ปลายมือ มันเริ่มจากปลายนิ้ว ก่อนจะลามไปทั่วทั้งฝ่ามือที่เหี่ยวย่น...มือของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกต้องลมหนาว แล้วหยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่ไม่คิดว่าจะได้ไหลอีกในวัยนี้ ก็รินอาบลงมาบนสองแก้มที่ตอบโรย

คำแก้ต่างในวัยเด็กว่า "หากไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่า" มันช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน...เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ลงมือ...ก็คือผู้ที่ต้องรับผลของกรรมนั้นไปเต็ม ๆ อย่างไม่มีข้อแม้

และนั่นคืออีกหนึ่งความเสียใจที่กัดกินหัวใจเธอมาตลอดชีวิต...ความเสียใจที่เธอไม่สามารถฉุดรั้งป๊าให้พ้นจากเส้นทางนั้นได้ทันเวลา...

หยาดน้ำตาที่ไหลพรากและความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่ท่วมท้น พลันแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก ลมหายใจของหญิงชราเริ่มติดขัดอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองไว้

ทันใดนั้น เก้าอี้ปรับเอนอัจฉริยะก็ส่งเสียงสังเคราะห์ของผู้หญิงดังขึ้นทันที เสียงนั้นราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่เนื้อหากลับน่าตกใจ

[ตรวจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง...ความดันโลหิตลดต่ำอย่างรวดเร็ว...ระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ในเกณฑ์อันตราย...กำลังส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังหน่วยแพทย์เคลื่อนที่]

เสียงเตือนนั้นดังอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับขวัญรดาแล้ว... เธอกลับรู้สึกปลดปลงอย่างน่าประหลาด ความเสียใจทั้งหมดที่เธอแบกรับมาตลอดแปดสิบห้าปีมันหนักหนาเกินไปแล้ว บางที...นี่อาจจะเป็นการพักผ่อนที่แท้จริงเสียที

เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลง ภาพโฮโลแกรมของแม่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นในห้วงสำนึกสุดท้ายที่กำลังจะสลายไป...เธอจึงได้เสี่ยงลองอธิษฐานด้วยแรงปรารถนาทั้งหมดของชีวิต

(หากชาติหน้ามีจริง...หากมีโอกาสอีกสักครั้ง... ขออย่าให้ครอบครัวของลูกต้องลงเอยเช่นนี้เลย...ขอแค่ได้กลับไป...ปกป้องรอยยิ้มของแม่...ก็พอ)

เสียงสัญญาณชีพจากเก้าอี้ดังลากยาว...ก่อนจะเงียบสนิท ทุกอย่างในโลกปี 2605 ของเธอดับมืดลง

แต่แล้ว...ในเสี้ยววินาทีต่อมา...สติที่ดับสูญของขวัญรดาก็ถูกกระชากกลับมาด้วยเสียงไม้ที่หักดัง เปรี๊ยะ! และความรู้สึกของร่างที่ร่วงหล่น!

ก่อนที่ความมืดมิด...ความเย็น...และกลิ่นเหม็นเน่าของน้ำครำจะโถมเข้าใส่ประสาทสัมผัสที่เพิ่งกลับมาทำงานอีกครั้ง...

ซึ่งในตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวว่า...คำอธิษฐานของตนเองได้เป็นจริงแล้ว...ในระหว่างที่ร่างเล็ก ๆ กำลังจมหายลงไปในความมืดและความโสโครก

ของเหลวข้นหนืดทะลักเข้าปากเข้าจมูกอย่างไร้ความปรานี ความตื่นตระหนกจากจิตวิญญาณของหญิงชราปะปนกับสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเด็กห้าขวบ แขนขาเล็ก ๆ ตีน้ำอย่างสะเปะสะปะ พยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมิดนั้น

เสียงไม้หักและเสียงร่างเล็กที่ตกลงน้ำนั้นดังพอทำให้แม่ที่กำลังเดินหาบปี๊บสังกะสีใบเก่าสองใบที่อยู่ข้างหน้าหันหลังกลับมา...ก่อนที่เธอจะทิ้งคานหาบที่หนักอึ้งลงกับพื้นทันที!

เสียงปี๊บสังกะสีตกกระแทกพื้นดินดัง โครม! เศษอาหารที่หามาได้อย่างยากลำบากหกกระจายเกลื่อนกลาด แต่คนเป็นแม่ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป เธอรีบวิ่งมาทางด้านหลังที่ตอนนี้ลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งเดินตามมาติด ๆ ได้หายไปจากสายตา

ดวงตาของแม่กวาดมองอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงที่รูโหว่บนพื้นถนน...โดยไม่ต้องคิด...สองมือของเธอล้วงลงไปในความมืดของท่อน้ำครำทันที

ในจังหวะที่สติของขวัญรดากำลังจะเลือนหายไปอีกครั้ง...เธอก็รู้สึกถึงแรงคว้าที่แข็งแกร่งแต่ค่อนข้างสั่น...คว้าเข้าที่แขนของเธออย่างแม่นยำ ก่อนจะออกแรงทั้งหมดที่มีกระชากร่างเล็ก ๆ ให้พ้นจากความตายใต้น้ำสกปรกขึ้นมาได้...
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Paison Thimdib
Paison Thimdib
ขอบคุณอ่านจบแล้ว
2025-06-24 19:20:57
0
0
51
บทที่ 1 เขาว่าข้าคือแฝดนรก
เมืองหลวงไท่หยาง เสียงบรรเลงดนตรีแซ่ซ้องขับขาน ปรากฏร่างของบุรุษรูปงามที่ยามนี้สวมชุดสีดำปักลวดลายมังกรสีทองดูน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววปีติยินดีอย่างยิ่ง เขากำลังยืนอยู่ที่ด้านหน้าปะรำพิธี ดวงตาคมจ้องมองไปยังเหล่าข้ารับใช้อย่างมีเมตตา "เราจะปกครองไท่หยางอย่างชอบธรรม ขอทุกท่านโปรดวางใจ""ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!!!"เสียงของเหล่าข้ารับใช้ในวังหลวงต่างกู่ก้องสรรเสริญฮ่องเต้หลัวม่อเยียน ผู้เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของเมืองหลวงไท่หยาง "ถวายพระพรฝ่าบาท""น้องสาม น้องสี่ ไม่ต้องมากพิธี รีบมาดื่มสุรามงคลกับพี่เร็วเข้า"หลัวม่อเยียนที่เห็นว่าน้องชายฝาแฝดของตนมาอวยพรก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ขาดเพียงน้องรอง หลัวเฉวียนเท่านั้นที่ปกครองแคว้นเย่ว์ที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง อีกทั้งสุขภาพก็ไม่สู้ดีเท่าใด จึงไม่สามารถมาร่วมพิธีครองราชย์ของเขาในวันนี้ได้ หลัวเยี่ยนเจ๋อ ผู้ซึ่งเป็นแฝดพี่เขาคือชินอ๋องแห่งไท่หยาง และหลัวเทียนเฉิง ผู้เป็นแฝดน้อง เขาคือจวิ้นอ๋องแห่งไท่หยาง ทั้งสองดำรงตำแหน่งอ๋องเช่นเดียวกัน น้องชายฝาแฝดสองคนนี้ เป็นน้องชายต่างมารดาของเขา เป็นพระโอรสที่ประสูติจากกุ้ยเฟยในวัง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 องค์หญิงบรรณาการ
ยามเช้าของวันรุ่งขึ้น หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง ต่างมุ่งหน้าเข้าวังหลวงไปพร้อมกันแต่เช้า เนื่องจากเขาต้องเข้าประชุมเช้าร่วมกับหลัวม่อเยียนที่วังหลวงในยามเช้าทุกวัน ระหว่างทางหลัวเยี่ยนเจ๋อก็เอ่ยบางอย่างกับหลัวเทียนเฉิง"หากท่านพี่มอบนางให้ข้ากับเจ้า อย่างไรเสียข้าก็ไม่มีวันยกย่องนางเป็นชายาเอก บิดาของนางคิดก่อกบฏ พอถูกจับได้จึงส่งนางมาที่ไท่หยาง สตรีเช่นนี้ข้าไม่ไว้ใจ อย่างไรเสียก็ได้ชื่อว่าเป็นเชลยศึก""ข้าก็เห็นด้วยกับเจ้า หากต้องรับนางเข้าจวนมาจริง ๆ ให้นางเป็นเพียงนางบำเรออุ่นเตียงก็พอ""เจ้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าตามนั้น"เมื่อตกลงกันตามนี้แล้ว ทั้งสองจึงรีบมุ่งหน้าไปวังหลวงเพื่อร่วมประชุมยามเช้าทันทีแม้ยามนี้บ้านเมืองจะสงบสุขกว่าแต่ก่อน แต่ทว่าไท่หยางก็ยังมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเหมือนเช่นเคย กองกำลังทหารทั้งหมด ขึ้นตรงอยู่กับหลัวเยี่ยนเจ๋อ เนื่องจากเขาได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งสงคราม แคว้นใดที่คิดต่อกรกับเขาย่อมพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี ด้านหลัวเทียนเฉิงนั้น เขาเป็นคนที่เถรตรงและเกลียดคนที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องที่สุด หลัวม่อเยียนจึงให้เขาทำหน้าที่ดูแลควบคุมอยู่ที่หน่วยสืบสวนพิเศ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 สตรีกบฏมิคู่ควรกับข้า
หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง พาโจวอวี้หลันกลับมาที่จวนอ๋องของพวกเขาตามคำสั่งของหลัวม่อเยียน ก่อนจะจัดให้นางไปอยู่ที่เรือนเล็กติดกับสระน้ำ ใกล้ ๆ กับตำหนักของพวกเขา เพื่อจะได้สอดส่องดูพฤติกรรมของนางได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสั่งให้นาง ดูแลปัดกวาดจวน และทำงานเหมือนกับสาวรับใช้อีกด้วย "ที่ข้ารับเจ้าเข้าจวนมา เพราะเป็นคำสั่งของเสด็จพี่ หึ!!! คราแรกข้าคิดจะรับเจ้าเป็นนางบำเรออุ่นเตียง แต่ยามนี้คงต้องดูนิสัยใจคอของเจ้าไปก่อน ว่าสมควรจะได้รับเกียรติเช่นนั้นหรือไม่"หลัวเยี่ยนเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ทว่าสายตากลับมองหน้าอกของนางคราหนึ่ง ให้ตายเถอะ!!! นั่นหน้าอกหรือภูเขาไท่ซานกันแน่ เหตุใดมันจึงใหญ่ยิ่งกว่าศีรษะของเขาอีกเล่า!!!โจวอวี้หลันที่เห็นเช่นนั้น ก็ยิ่งแอ่นอกสู้เขาอย่างไม่นึกอาย แอ่นเข้าไปลูก!!! แอ่นเข้าไป!!! ดูสิ!!! จะทนได้สักเท่าใดกันหลัวเทียนเฉิงที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกปวดหนึบช่วงล่างจนเกินจะทน เขาเป็นบุรุษ มีสตรีงดงามเช่นนี้มาอยู่ตรงหน้า เขาไม่รู้สึกสิ่งใดก็บ้าเต็มทนแล้ว!!! หลัวเยี่ยนเจ๋อที่เห็นว่านางยืนแอ่นหน้าอกเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น "เหตุใดจึงยืนเช่นนั้น เจ้ายืนด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 โรคประหลาดที่มิอาจรักษา
เมื่อคิดได้เช่นนั้น โจวอวี้หลันจึงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรมา นางเองก็มีนิสัยชอบเอาชนะอยู่แล้ว หากนางอยากได้สิ่งใด หรือหมายตาสิ่งนั้นเอาไว้แล้ว นางย่อมจะต้องหาทางเอามาเป็นของตนให้ได้ อย่างเช่นยามนี้ที่นางอยากมีสามีแฝดอย่างไรเล่า!!!หลายวันมานี้โจวอวี้หลันเริ่มปรับตัวให้เข้ากับจวนอ๋องได้บ้างแล้ว วันทั้งวันนอกจากกวาดใบไม้ที่พื้น และเข้าครัวบ้างเป็นบางครา นางก็ต้องหาเวลาว่างไปแอบดูหลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิงที่เรือนใหญ่ เพื่อเฝ้ามองความเป็นไปของเขาในทุก ๆ วันเหมือนอย่างเช่นเช้าวันหนึ่ง ในขณะที่นางกำลังจะเดินกลับโรงครัว เนื่องจากได้เก็บกวาดใบไม้ที่สวนด้านหลังจวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็ได้พบกับเรื่องราวที่ทำให้ตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง กำลังยืนอยู่ที่หน้าต่าง พลางใช้มือสาวชักลำแท่งเอ็นร้อนเข้าออกแข่งกันอย่างเมามัน เสียงครวญครางด้วยความสุขสมดังเป็นระยะ ๆ โจวอวี้หลันแอบหลบอยู่ที่หลังต้นไม้ใหญ่ พลางจ้องมองไปยังลำแท่งเอ็นร้อนของพวกเขาด้วยแววตาเป็นประกาย โอ๊ยย!!! ใหญ่ยาวกว่าหัวไชเท้าที่นางเก็บมาจากสวนท้ายจวนเสียอีก!!!ยิ่งคิดนางก็ยิ่งเสียวท้อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 นักพรตชรา
ด้านหลัวม่อเยียนนั้น ยามนี้เขากำลังทำพิธีบูชาขอพรจากเทพสวรรค์ เพื่อช่วยให้ไท่หยางกลับมาอุดมสมบูรณ์เฉกเช่นแต่ก่อน พิธีในครานี้เหล่าธิดาเทพต่างมาช่วยด้วยอีกแรงหนึ่ง แม้จะไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่เมื่อเป็นคำสั่งจากหลัวม่อเยียน พวกนางก็มิอาจปฏิเสธได้ หลัวม่อเยียนคำนับฟ้าดิน ตามพิธีการที่ปฏิบัติกันมาช้านาน ในทุก ๆ หนึ่งปี ผู้เป็นฮ่องเต้จะต้องทำพิธีขอพรจากเทพบนสวรรค์ ให้คอยคุ้มครองราษฎรไท่หยางให้ปลอดภัย อีกทั้งยังขอให้บันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ไท่หยางอีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นมาร่วมครึ่งเดือน คำขอของหลัวม่อเยียนกลับไม่เป็นผล ไท่หยางกลับแห้งแล้งรุนแรงกว่าที่ผ่านมา อีกทั้งแม่น้ำโดยรอบก็ใกล้จะแห้งขอดลงไปทุกที ผู้คนต่างพากันล้มป่วยอดตายมากยิ่งขึ้น"ราชเลขา ไปเชิญธิดาเทพมาพบข้าที""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"ราชเลขารีบรับคำทันที ก่อนจะรีบเร่งออกจากตำหนักไป ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับธิดาเทพ ที่อาศัยอยู่ในตำหนักเทพ บริเวณริมสระบัวใหญ่ของวังหลวง เมืองหลวงไท่หยางนับถือเทพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ตำหนักเทพถูกก่อสร้างขึ้นมาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่เสด็จพ่อของเขาขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ธิดาเทพหลายองค์ต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 เรือนกายที่งดงาม
หลัวม่อเยียนเดินทางกลับมาที่วังหลวงด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและกังวลเป็นอย่างยิ่ง ทันทีที่ได้รับรู้ถึงวิธีการของนักพรตชราผู้นั้น เขาก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเขามิอาจปกครองไท่หยางได้อย่างสงบสุข เพราะเขามีดวงชะตาที่เหล่าเทพมิยอมรับ ต่อให้เขาจะกราบไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้องตามหลักสักกี่ครา ก็มิอาจลบล้างดวงชะตาบัดซบเช่นนี้ออกไปได้!!! มีเพียงวิธีการเดียว นั่นก็คือ? สังเวยคนเป็นบูชายัญปีศาจมังกรเพียงเท่านั้น!!!พิธีการนี้ออกจะโหดเหี้ยมอำมหิตในความคิดของเขาเป็นอย่างมาก นักพรตบอกว่าดวงชะตาของเขาเปลี่ยนแปลงได้ยากยิ่ง แต่ก็มิใช่ว่าจะอับจนหนทางเสียทีเดียว ฮ่องเต้เปรียบเสมือนมังกร มีทางเดียวที่จะช่วยให้เขาได้สมใจปรารถนา นั่นก็คือการบูชาปีศาจมังกร ใช้เลือดของสตรีเซ่นสังเวยปีศาจมังกรในคืนที่แสงจันทร์สว่างที่สุด เพื่อให้พลังของปีศาจมังกรช่วยหนุนนำดวงชะตาของเขาให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังลดทอนพลังของธิดาเทพและเหล่าเทพที่คุ้มครองไท่หยางให้อ่อนแรงลง ไม่ให้มีพลังอยู่เหนือดวงชะตาของเขาได้ นักพรตชราเรียกพิธีกรรมนี้ว่า พิธีโกงชะตาดวงเมือง!!!พิธีนี้มิค่อยมีผู้ใดทำกันมากนัก เพราะมันเป็นการท้าทายอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 เริ่มต้นพิธีกรรมโกงชะตาดวงเมือง
เช้าวันต่อมา โจวอวี้หลันตื่นนอนแต่เช้า และนำสำรับยามเช้าไปส่งให้พวกเขาทั้งสองคนที่เรือนใหญ่ ครานี้บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง หลัวเยี่ยนเจ๋อเองก็เสแสร้งมองไปทางอื่น ด้านหลัวเทียนเฉิงก็ปรายตามองช่วงล่างของนางเป็นระยะ ๆ"วันนี้ข้ามีประชุมเช้า และมีงานต้องสะสางต่ออีกหน่อย ฝากเจ้าดูแลอาลู่กับอาชิงด้วยเล่า"หลัวเทียนเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน โจวอวี้หลันพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหลัวเยี่ยนเจ๋อ น่าแปลกที่วันนี้เขาไม่เอ่ยคำต่อว่าถากถางนางเลยแม้แต่น้อย เมื่อรับสำรับยามเช้าเรียบร้อยแล้ว หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิงก็เดินทางเข้าวังหลวงทันที การประชุมที่ท้องพระโรงยามนี้ยังคงเป็นหัวข้อเรื่องภัยแล้ง ชาวไร่ชาวสวนต่างปลูกผักทำสวนไม่ได้ อีกทั้งเสบียงก็ยิ่งลดน้อยลงไปทุกวัน แม่น้ำก็เริ่มแห้งขอด ฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งผู้คนก็เริ่มเจ็บป่วยล้มตายเพราะความอดอยากกันมากขึ้น "ฝ่าบาท หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะต้องกลายเป็นช่องโหว่ให้แคว้นอื่นคิดรุกรานไท่หยางได้นะพ่ะย่ะค่ะ เสบียงอาหารขาดแคลนถึงเพียงนี้ พระองค์จะไม่ทรงแก้ไขสิ่งใดเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ!!!""ฝ่าบาท โปรดสละราชบัลลังก์เถิดพ่ะย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 บูชายัญ:ลู่เหมยฮวา สตรีนางที่หนึ่ง
#หมายเหตุ เนื้อหาในตอนนี้มีฉากเกี่ยวกับเลือด การฆ่า และการบูชายัญ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณค่ะกว่าที่หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิงจะเดินทางมาถึงที่นาทางทิศเหนือของพวกเขา ตะวันก็เคลื่อนคล้อยพ้นศีรษะไปแล้ว และเนื่องจากคืนนี้พวกเขาต้องค้างแรมที่นี่ หลัวเยี่ยนเจ๋อจึงสั่งให้เหล่าทหารช่วยกันขนเสบียงส่วนหนึ่งนำกลับไปที่ไท่หยาง ขณะที่พวกเขาทั้งสองคนออกเดินทางสำรวจพื้นที่โดยรอบบริเวณที่นาของตนเพื่อค้นหาแหล่งน้ำใช้เวลาอยู่ร่วมหนึ่งชั่วยามก็พบแม่น้ำสายหนึ่ง ทว่ายามที่พวกเขามองเห็นปริมาณน้ำในแม่น้ำ ดวงตาคมก็หันมาสบตากันด้วยความกังวล แม้แหล่งน้ำนี้จะอยู่ไม่ไกลจากที่นาของพวกเขา แต่ดูจากปริมาณน้ำที่เหลืออยู่นี้เกรงว่าแค่พื้นที่เกษตรโดยรอบก็คงไม่พอใช้แล้วเมื่อเห็นว่าไร้หนทางจะแก้ไขแล้ว พวกเขาก็ได้แต่ถอนหายใจยาวตัดสินใจไม่ค้างแรม และเร่งเดินทางขนเสบียงกลับไปยังไท่หยาง เพื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับหลัวม่อเยียนอีกคราเข้าสู่วันที่สามนับจากที่นักพรตชราได้บอกลักษณะหญิงสาวที่เหมาะสมแก่การเป็นเครื่องสังเวยให้แก่หลัวม่อเยียน ในที่สุดเขาก็ค้นพบสตรีที่มีลักษณะตรงตามที่เขาต้องการได้แล้ว"นางเป็นนางกำนั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 โจวอวี้หลันนวดเก่ง
ในขณะที่โจวอวี้หลันกำลังครุ่นคิดถึงความฝันที่ชวนหวาดผวาอยู่นั้น เสียงฟ้าร้องข้างนอกก็ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงเมี้ยว!!!โจวอวี้หลันคล้ายกับได้ยินเสียงแมวร้องที่หน้าประตู จึงรีบลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะเปิดประตูออกมาดู แล้วก็ได้พบกับอาลู่และอาชิงที่ยามนี้กำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องนอนของนาง ขนนุ่มฟูของพวกมันทั้งสองตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน "โอ๊ะ!!! เปียกปอนเช่นนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้"โจวอวี้หลันที่เห็นเช่นนั้นก็รีบอุ้มเจ้าแมวอ้วนทั้งสองเข้ามาในห้องนอนของตนทันที ก่อนจะหาผ้าผืนบางมาซับตามตัวของพวกมันอย่างใส่ใจ เมื่อเห็นว่าขนของเจ้าแมวอ้วนสองตัวหายเปียกดีแล้ว นางจึงนำผ้ามาห่มให้พวกมันทั้งสองตัวที่กำลังนอนขดอยู่บนเตียงด้วยความหนาวสั่น เปรี้ยง!!!เสียงฟ้ายังคงร้องคำรามไม่หยุด ยามนี้หลัวม่อเยียน กำลังสั่งให้จางไห่ นำร่างของ ลู่เหมยฮวา ไปโยนทิ้งในป่าไผ่ที่อยู่ไม่ไกลออกไปเท่าใดนักตามที่นักพรตชราบอกเอาไว้ โดยจัดฉากให้เหมือนกับว่า นางถูกโจรป่าดักปล้นและฆ่าทิ้งเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเปลี่ยนไปสวมใส่ชุดองครักษ์เช่นเดิม และเดินทางกลับวังหลวง นอน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ร่องรอยจากศพ
หลัวเยี่ยนเจ๋อรีบเร่งเดินทางเข้าวังหลวงทันที เพื่อกราบทูลเรื่องนี้ต่อหลัวม่อเยียน เมื่อมาถึง ก็พบว่าหลัวม่อเยียน กำลังให้อาหารปลาอยู่ที่สระบัวอย่างเพลิดเพลินใจ เมื่อเห็นว่าหลัวเยี่ยนเจ๋อมาขอเข้าเฝ้า เขาก็ส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน "อาเยี่ยน มีสิ่งใดหรือ?""เสด็จพี่ เมื่อครู่มีชาวบ้านมาแจ้งว่าพบศพของสตรีถูกสังหารและทิ้งเอาไว้ในป่าไผ่ท้ายหุบเขาพ่ะย่ะค่ะ" หลัวม่อเยียนชะงักมือที่กำลังให้อาหารปลาทันที พลางขมวดคิ้วมุ่น แต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม "มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?""พ่ะย่ะค่ะ""ส่งคนไปตรวจสอบแล้วหรือยัง?""อาเฉิงมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุแล้วพ่ะย่ะค่ะ""อืม เจ้าจงรีบเร่งไปช่วยเขาตรวจดูศพเถิด แล้วรีบกลับมารายงานข้า จงตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยเล่า""พ่ะย่ะค่ะ"หลัวเยี่ยนเจ๋อเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินจากไป หลัวม่อเยียนมองตามแผ่นหลังของน้องชายตนคราหนึ่ง ในแววตาฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเย็นชาของหลัวม่อเยียนฉายแววหวั่นวิตก ก่อนจะหยิบอาหารปลาโยนลงไปในสระบัวอีกครา ภาพจากในน้ำสะท้อนใบหน้าของเขา ที่ในยามนี้ดูหล่อเหลาและน่าเกรงขามมากกว่าแต่ก่อนยิ่งนัก หึ!
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status