LOGINข้าเคยได้ยินคนเอ่ยกันว่า สามีสองต้องห้าม แต่สำหรับข้า สามีสอง ต้องมันส์!! แน่นอน! โจวอวี้หลัน องค์หญิงแห่งต้าไห่ ถูกส่งตัวมาที่ ไท่หยาง ในฐานะเชลยศึก นางได้เข้าไปอยู่ในจวนของท่านอ๋องฝาแฝดที่มีนามว่า หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง พวกเขาได้รับฉายาว่าแฝดนรก ความวุ่นวายปนฮาจึงบังเกิดขึ้น เมื่อนางยั่วจนพวกเขาทนไม่ไหว เรื่องราวความรักปะปนไปกับความฝันที่น่าหวาดกลัวของโจวอวี้หลัน นำไปสู่การไขคดีการตายอย่างปริศนาของสตรีถึงสามคน รวมไปถึงพิธีกรรมที่โหดเหี้ยมของใครบางคนในไท่หยางที่หวังจะโกงชะตาดวงเมือง ทั้งสามจะช่วยกันไขคดีการตายอย่างเป็นปริศนาในครั้งนี้ได้หรือไม่ และจะรอดปลอดภัยจากเงื้อมมือของคนอำมหิตไปได้เช่นไร
View Moreรัชศกหลัวเฉวียนปีที่5ม้าเร็วจากไท่หยาง ส่งข่าวมาแจ้งหลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิงว่า ฮ่องเต้หลัวเฉวียน ทรงสิ้นพระชนม์แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยเพราะพิษร้ายที่สะสมในร่างกายมันรุนแรงจนกัดกร่อนทุกส่วนในกายจนหมดสิ้น ยามนี้ราชวงศ์กำลังสั่นคลอน ฮองเฮามีเพียงพระธิดาที่มีอายุเพียงไม่กี่ชันษาเท่านั้นไร้พระโอรสสืบทอดราชบัลลังก์ ยามนี้ไท่หยางกำลังต้องการฮ่องเต้พระองค์ใหม่ หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิงรีบเร่งกลับไท่หยางโดยเร็ว พร้อมกับพาโจวอวี้หลันและบุตรชายทั้งสองติดตามมาด้วย ยามนี้โจวอวี้หลันกำลังตั้งครรภ์ที่สอง พวกเขาใช้เวลาร่วมสองคืนสามวันจึงเดินทางถึงไท่หยาง พระศพของฮ่องเต้หลัวเฉวียนถูกนำไปฝังในสุสานของราชวงศ์ ส่วนเหมยฮองเฮาก็ออกจากวังหลวงพร้อมกับองค์หญิงหลัวอิงอิง ไปบำเพ็ญเพียรที่วัดบนหุบเขา รักษาศีลภาวนาให้จิตใจบริสุทธิ์และไม่คิดจะกลับเข้าวังหลวงอีกชั่วชีวิต ยามนี้ที่วัดบนหุบเขาแห่งนั้นมีไต้ซือและสามเณรที่น่านับถือพักอาศัยอยู่หลายร้อยองค์ อีกทั้งยังมีภิกษุณีอาศัยอยู่ในวัดแห่งนั้นอีกด้วย หลัวเฉวียนตอนที่ยังมีชีวิตเขาก็ได้ขยายพื้นที่ของวัดให้กว้างขวางมากขึ้น เหล่าผู้คนต่างพากันไปไหว้พร
รัชศกเฉวียนปีที่1 ฮ่องเต้นามว่า หลัวเฉวียน เสียงบรรเลงเพลงขับขานแซ่ซ้อง ฮ่องเต้หนุ่มในชุดพัสตราภรณ์มังกรสีทองกำลังนั่งเคียงคู่อยู่กับสตรีที่สวมชุดสีแดง ปักลวดลายหงส์งามนั่นก็คือฮองเฮาของเขา นามว่า เหมยลี่อิง บุตรสาวของท่านแม่ทัพตระกูลเหมยเหมยฮองเฮาทรงประสูติพระธิดาหนึ่งองค์ ด้วยเพราะร่างกายของหลัวเฉวียนไม่ดีเท่าใดนัก นางจึงมิอาจตั้งครรภ์ได้อีก หลัวเฉวียนยังจำได้ดี วันที่เขาเดินทางมาไท่หยางเพื่อสู้ศึก เหมยลี่อิงกำลังตั้งครรภ์ แต่ทว่านางกลับเข้มแข็งและไม่ยอมเป็นตัวถ่วงเขา นางบอกว่า ขอเพียงประชาชนไท่หยางอยู่อย่างร่มเย็นสงบสุข นางยินดีสละความสุขส่วนตนได้เสมอแผ่นดินไท่หยางกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครา ฝนตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งสติปัญญาที่เก่งกาจของหลัวเฉวียนทำให้แผ่นดินไท่หยางอุดมสมบูรณ์ เหล่าราษฎรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางในราชสำนักก็ไม่คิดต่อต้านราชวงศ์อีกหลัวเฉวียนสั่งให้คนขุดดินเพื่อสร้างเป็นทางน้ำขนาดใหญ่ ให้แม่น้ำจากนอกเมืองหลวงไท่หยางไหลเข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านได้ รวมถึงสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ยามเกิดภัยแล้งอีกด้วย และยังลดค่าภาษีต่าง ๆ ลงเป็นจำนวนมาก ผู้คนอยู่ดีกิ
เสียงฟ้าร้องพร้อมกับฝนห่าใหญ่ ทำให้โจวอวี้หลันรู้สึกหนาวเย็นยิ่งนัก ฝนตกในครั้งนี้ ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้นางเหมือนในครั้งก่อน ๆ อีก ยามนี้นางกำลังยื่นมือไปลูบหัวของอาลู่และอาชิงเจ้าแมวอ้วนสองตัวด้วยความรักใคร่ฉาฮวาละสายตาจากสายฝนด้านนอก ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งข้างกายโจวอวี้หลัน แล้วจึงเอ่ยขึ้นมา "ฝ่าบาทสิ้นพระชนม์แล้วเพคะ ดวงดาวของฮ่องเต้ดับสูญแล้ว" โจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง "ฉาฮวา หรือจะเกี่ยวกับพิธีบูชายัญเหล่านั้น""เพียงแค่ส่วนเดียวเพคะพระชายา การบูชาเทพและปีศาจ เป็นเพียงสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพียงเท่านั้น ฝ่าบาททรงถูกอำนาจและความทะเยอทะยานครอบงำจิตใจจนเกินจะแก้ไข ทำให้ขาดสติไตร่ตรองดีชั่ว หลงเชื่อคนผิด คิดกระทำการขัดต่อดวงชะตา ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้เพคะ""แล้วที่ได้ยินมาว่าดวงชะตาของฝ่าบาทคือดวงชะตาที่วิบัติ มันจริงหรือ?""จริงเพคะ ดวงวิบัติไม่ได้หมายถึงแผ่นดินจะวิบัติเพียงอย่างเดียว แต่คนรอบข้างที่รายล้อมฝ่าบาท หากไม่ตายด้วยน้ำมือของเขา ก็จะสิ้นชีพลงเพราะดวงชะตาของเขากดข่มเอาไว้ แต่ถ้าหากฝ่าบาททรงใช้สติปัญญาไตร่ตรองให้ดีและมองดูตนเองอย่างถ่อง
กว่าจะสะสางเรื่องราวตรงหน้าได้จนแล้วเสร็จหลัวเยี่ยนเจ๋อก็เหนื่อยไม่น้อยแล้ว หลัวเฉวียนสั่งให้เหล่าทหารนำซากศพของเหล่ากบฏต้าไห่ไปทิ้งในป่านอกเมืองเสีย ไม่ต้องกลบฝัง ปล่อยให้ฝูงกาทึ้งกินตามยถากรรม ส่วนหัวของโจวอวิ๋น ให้นำไปเสียบประจานที่หน้าประตูเมือง เพื่อมิให้แคว้นอื่นคิดทำเป็นเยี่ยงอย่าง ด้านหลัวเทียนเฉิงในยามนี้เขาบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ หมอหลวงจึงให้เขาพักฟื้นห้ามขยับกายทำสิ่งใดเป็นอันขาด หลัวเยี่ยนเจ๋อเองก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น "ขอบพระทัยเสด็จพี่รองยิ่งนัก""ข้าเต็มใจ อย่างไรเสีย ข้าคงต้องรีบกลับแคว้นเย่ว์ก่อนแล้ว ป่านนี้พระชายาคงจะร้อนใจยิ่งแล้ว เรื่องต่าง ๆ ที่ไท่หยางมีพวกเจ้าทั้งสองคอยจัดการ ข้าก็วางใจ""พี่รอง""หืม?""เรื่องราชโองการของเสด็จพ่อ...""ช่างเถิด หลัวม่อเยียนยังไม่ได้สิ้นพระชนม์ หากเขาคิดได้แล้ว ข้าก็ไม่อยากแย่งชิงบัลลังก์กับพี่น้อง"หลัวเฉวียนยิ้มให้หลัวเยี่ยนเจ๋ออย่างอ่อนโยน แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เดินทางกลับแคว้นเย่ว์ ก็ได้ยินเสียงตะโกนก้องของราชเลขาดังขึ้นมาเสียก่อน "เย่ว์อ๋อง!!! ชินอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!!!"หลัวเฉวียนและหลัวเยี่ยนเจ๋อรีบหัน
ด้านหลัวม่อเยียนนั้น ยามนี้เขากำลังทำพิธีบูชาขอพรจากเทพสวรรค์ เพื่อช่วยให้ไท่หยางกลับมาอุดมสมบูรณ์เฉกเช่นแต่ก่อน พิธีในครานี้เหล่าธิดาเทพต่างมาช่วยด้วยอีกแรงหนึ่ง แม้จะไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่เมื่อเป็นคำสั่งจากหลัวม่อเยียน พวกนางก็มิอาจปฏิเสธได้ หลัวม่อเยียนคำนับฟ้าดิน ตามพิธีการที่ปฏิบัติกันมาช้า
เมื่อคิดได้เช่นนั้น โจวอวี้หลันจึงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรมา นางเองก็มีนิสัยชอบเอาชนะอยู่แล้ว หากนางอยากได้สิ่งใด หรือหมายตาสิ่งนั้นเอาไว้แล้ว นางย่อมจะต้องหาทางเอามาเป็นของตนให้ได้ อย่างเช่นยามนี้ที่นางอยากมีสามีแฝดอย่างไรเล่า!!!หลายวันมานี้โจวอวี้หลันเริ่มปรับตัวให้เข้ากับจวน
หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง พาโจวอวี้หลันกลับมาที่จวนอ๋องของพวกเขาตามคำสั่งของหลัวม่อเยียน ก่อนจะจัดให้นางไปอยู่ที่เรือนเล็กติดกับสระน้ำ ใกล้ ๆ กับตำหนักของพวกเขา เพื่อจะได้สอดส่องดูพฤติกรรมของนางได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสั่งให้นาง ดูแลปัดกวาดจวน และทำงานเหมือนกับสาวรับใช้อีกด้วย "ที่ข้ารับเจ้
ยามเช้าของวันรุ่งขึ้น หลัวเยี่ยนเจ๋อและหลัวเทียนเฉิง ต่างมุ่งหน้าเข้าวังหลวงไปพร้อมกันแต่เช้า เนื่องจากเขาต้องเข้าประชุมเช้าร่วมกับหลัวม่อเยียนที่วังหลวงในยามเช้าทุกวัน ระหว่างทางหลัวเยี่ยนเจ๋อก็เอ่ยบางอย่างกับหลัวเทียนเฉิง"หากท่านพี่มอบนางให้ข้ากับเจ้า อย่างไรเสียข้าก็ไม่มีวันยกย่องนางเป็นชายาเอก












reviews