Masukทันทีที่ถังไห่เฉิงหันมาเห็นจึงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย อันแสดงออกถึงอาการยินดีที่ได้เจอกันเป็นอย่างมากหลิงเจินมองถังไห่เฉิงไม่วางตาภายใต้วงหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไม่เผยอารมณ์ตามวิสัย อ๋องหนุ่มให้รู้สึกดีใจจนแสดงออกทางม่านตาดำในจังหวะนั้น ขบวนเสด็จของพระชายาก็เดินทางมาถึงพอดิบพอดีเช่นกัน ลี่เซียนทันได้มองเห็นสายตาวูบไหวของสามี นางถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางสตรีผู้หนึ่งซึ่งเย่เสียสะกิดบอกกล่าวก่อนหน้าว่าคือหมอหญิงหลิงเจิน คนรักเก่าของถังไห่เฉิง...“คารวะท่านอ๋อง”เสียงทักทายและการประสานหมัดค้อมเอวทำความเคารพเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียง เรียกสายตาจากบุคคลในศาลาให้พิศมองแขกผู้มาเยือนทันทีที่ถังไห่เฉิงหันมาเห็นอู๋จวินกับอิงอิงและหลิงเจินจึงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย อันแสดงออกถึงอาการยินดีที่ได้เจอกันเป็นอย่างมากยิ่งได้เห็นว่าหลิงเจินเดินทางมาพร้อมพี่ชายอย่างอู๋จวินก็ยิ่งมีความสุขวาบผ่านหัวใจอย่างไม่ปิดบังเขาคิดมาตลอดว่าสองคนนี้เหมาะสมกันเมื่อครั้งล่าสุดยามกำลังเดินทางไปออกศึกกับเทียนเป่ย ยังได้ยินหลิงเจินผู้นิ่งเงียบเป็นนิตย์เอ่ยปากอย่างเขินอายว่า หากเขากลับมานางจะแต่งงานยามได้ยินเช่น
ทว่าลี่เซียนกลับไม่ได้ยินอะไรแล้ว เพราะในใจนางกำลังจมดิ่งอยู่กับคำว่า ‘ปัญหาครอบครัว’ เท่านั้นเมื่อกาลก่อนมารดากับบิดาล้วนมีปัญหาครอบครัวเพราะเรื่องนี้มิใช่หรือไร?คนรักเก่าหรือคนรักใหม่ ลี่เซียนล้วนเข้าใจได้ถ่องแท้ ยิ่งกว่านั้น นางยังมองเห็นถึงแก่นแห่งปัญหาครอบครัวอันว่าใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึง หากแต่ความคะนึงของบุรุษยิ่งลึกล้ำสุดจะหยั่งเหลือคณา เรื่องราวบานปลายเมื่อครั้งอดีตของมารดาคือการเป็นคนรักเก่าที่ไม่อาจตัดใจ ในขณะที่ห้วงคะนึงอันซับซ้อนของบิดากลับอยู่ที่คนรักใหม่หมดแล้วจนสิ้น แต่ต่อหน้ามารดา บิดากลับแสดงออกว่ารักและคิดถึงเพียงมารดาเท่านั้น ส่วนคนรักใหม่กลับมีค่าแค่สตรีอุ่นเตียงของเขา ช่างแนบเนียนเกินจะกล่าวคืนวันอันทุกข์ตรมแสนระทมขมขื่นของมารดาล้วนเกิดจากการหลอกตัวเองโดยการเชื่อคำลวงของบิดากระทั่งยอมปล่อยให้ตนเองตั้งครรภ์จนทุกอย่างสายเกินไป ...มิอาจแก้ไขในทางอันควรทำได้เพียงเดินหน้าพร้อมแผนการโหดเหี้ยมเลือดเย็นสตรีไร้เดียงสาคือพิษร้าย วาจาบุรุษเชื่อไม่ได้คำสั่งเสียของมารดานี้ ลี่เซียนล้วนเข้าใจ...แม้ว่าเมื่อวานจะถูกไล่กลับไปอย่างไม่ไยดี หากแต่วันนี้อิงอิงก็ยังคงไม่ละ
“เอาล่ะ! อี๋เป่า เจ้าพาพวกนางออกไปคืนวังหลวงเถอะ ส่วนข้ากับพวกของฉ่ายหรงจะไปปรนนิบัติพระชายาแล้ว”อี๋เป่าน้อมรับอย่างนับถือเลื่อมใสเย่เสียเป็นที่สุด สตรีผู้นี้มองประเมินผู้คนได้ลึกซึ้งนัก ยามคิดยังเหลือบตามองนางกำนัลที่ถูกคัดเลือกเอาไว้ ทุกคนล้วนมีหน้าตาธรรมดาสามัญ แต่ท่าทางขยันขันแข็งยิ่ง ย่อมไม่คิดปีนเตียงท่านอ๋องแน่นอนเมื่อได้รับการคัดกรองจากเย่เสียเป็นที่เรียบร้อย อี๋เป่าจึงพานางกำนัลที่ถูกคัดเลือกให้ไปรอยังโถงตำหนักอีกฝั่งเพื่อเตรียมฝึกฝนงานต่างๆ จากมามาที่ดูแลส่วนนางกำนัลที่ถูกคัดออก อี๋เป่ายังมีน้ำใจพาออกทางประตูด้านข้างตำหนักด้วยตนเอง หลังจากมอบเงินให้จำนวนหนึ่งนางกำนัลเหล่านี้ล้วนเป็นคนของวังหลวงที่ถูกส่งตัวมาให้รุ่ยชินอ๋องเพื่อพากลับไปยังวังจี๋เสียง การส่งคืนจึงต้องส่งกลับวังหลวง โดยมิให้บุบสลายและต้องไม่มีเรื่องขุ่นเคืองใจ เผื่อยังมีโอกาสไหว้วานหรือเรียกใช้งานในภายภาคหน้าทุกคนที่เป็นคนสนิทของลี่เซียนโดยเฉพาะอี๋เป่ากับเย่เสีย แม้เพิ่งเข้ามาในวังหลวงแค่เพียงไม่นาน แต่ก็มีปฏิภาณไหวพริบในทุกเรื่องเป็นอย่างดีเมื่อเสร็จงานจากเรื่องนางกำนัล อี๋เป่าจึงกลับมาดูแลเรื่องทั่วไปของ
เย่เสียพยักหน้าเห็นด้วย นางรีบเอ่ยอย่างเห็นพ้องที่สุด “แม่นางกัวพูดมีเหตุผล บางทีคำว่าคนรักอาจเป็นแค่ข่าวโคมลอยจากฝ่ายสตรีที่ต้องการทำให้ผู้คนเข้าใจผิด หวังรั้งบุรุษที่ชมชอบไว้ข้างกายโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม เรื่องนี้มีสตรีที่เคยทำมาก่อนอย่างแม่นางกัวเป็นผู้ยืนยันได้”“หือ...” หางคิ้วกัวโหย่วอวี้พลันกระตุกยิกๆ กำลังจะโต้แย้งกลับได้ยินเสียงตบโต๊ะดังปึง“ไม่ผิด!”เป็นหวังหย่งตบโต๊ะจนเหล้าในจอกกระฉอกจนหมด พลางกล่าวอย่างดุดัน “เรื่องเช่นนี้ย่อมขึ้นอยู่กับบุรุษเพียงผู้เดียว พวกสตรีที่แอบหลงใหลท่านอ๋องมีเกลื่อนเมือง ย่อมต้องดูว่าพระองค์เลือกใคร เฉกเช่นกับตัวข้าที่เลือกเมิ่งหรูเท่านั้น”ประโยคหลังเขาถือโอกาสประกาศกร้าวให้ภรรยาตน พลางหันหน้ามามองเมิ่งหรูด้วยแววตาคมกล้าที่สุดในใต้หล้าเมิ่งหรูพลันเบิกตาโต หน้าแดงก่ำหวังหย่งได้ที รีบจับมือเมิ่งหรูแล้วจูงออกจากศาลาเมิ่งหรูตกใจนัก “อะไรของท่าน จะพาข้าไปไหน?”แม่ทัพหนุ่มผู้ร้อนแรงหันมาบอกด้วยน้ำเสียงคมกริบ “สามีจะพาภรรยาเข้าห้องแล้วทำกิจกรรมเฉพาะกิจเพื่อพิสูจน์ว่าข้ารักเจ้าผู้เดียว”“...!?”คล้อยหลังสามีภรรยาที่จับมือกันเดินกลับห้องเพื่อทำ ‘กิจกรรม
“เรื่องที่ข้าเอ่ยอ้างล้วนมิได้โป้ปดมดเท็จ และยิ่งไม่ควรเพิกเฉยปล่อยผ่าน ต้องเร่งช่วยเหลือรุ่ยชินอ๋องทันที มิอาจรั้งรอได้ เห็นได้ชัดว่าพระองค์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมแล้ว”ทุกคนในศาลามองอิงอิงเป็นตาเดียวกันฝ่ายบุรุษมองอิงอิงด้วยดวงตาตกตะลึงเบิกกว้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่กพวกเขากำลังยอมรับอย่างเต็มใจว่าเหล่าหญิงงามย่อมเป็นปีศาจทั้งสิ้น และบุรุษล้วนยินยอมถูกกลืนกินวิญญาณทั้งนั้นทว่าแม้มันคือความจริง แต่การที่อิงอิงตะโกนออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้จักมิใช่การหมิ่นเบื้องสูงหรือไร?หากรุ่ยชินอ๋องมาได้ยิน คงได้หัวหลุดกันหมดแต่ฝ่ายสตรีกลับมีความไม่พอใจวาบผ่านม่านตาเย่เสียเผยสีหน้าบึ้งตึงทันที ส่วนเมิ่งหรู ฉ่ายหรง ตงฟาง เสี่ยวเจี๋ย ล้วนไม่เห็นด้วยกับคำสงสัยนั่นของอิงอิงเห็นได้ชัดว่าพระชายาลี่เซียนใสซื่อและไร้เดียงสาปานใดนางจะเล่นคุณไสยหรือเป็นปีศาจได้อย่างไร?แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปากโต้แย้ง กลับได้ยินอิงอิงเอ่ยเสียงหนักแน่นอีกคำรบว่า“พวกท่านคิดดูนะ ท่านอ๋องผู้สูงส่งหยิ่งทะนงของพวกเราหวงแหนวาจายิ่งกว่าทองคำ ทั้งหนักแน่นดั่งขุนเขาหลายหมื่นชั่ง แต่กลับเอ่ยปากรับคำกับสตรีอีกคน
ภายใต้ภาวะนิ่งเงียบคลุมเครือของผู้คนในศาลา มีเพียงกัวโหย่วอวี้เท่านั้นที่มีสีหน้ารื่นรมย์แค่ผู้เดียว เพราะนางได้ข่าวเรื่องราวระหว่างหวังหย่งกับเมิ่งหรู ได้รู้ว่าพวกเขามีปัญหา รักร้าว ถึงขั้นเขียนหนังสือหย่า นางจึงรีบเข้ามาแทรกกลางอย่างยินดีหญิงสาวชุดขาวผู้งดงามแย้มยิ้มละมุนละไมส่งสายตาหวานล้ำมองหวังหย่งอย่างจงใจให้เมิ่งหรูได้ยลเมิ่งหรูเห็นเช่นนั้นถึงกับเม้มปากลอบขบกรามกรอด ตวัดสายตาคล้ายมีดดาบมองหวังหย่งอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันหวังหย่งนึกอยากชักดาบปาดคอคุณหนูกัวผู้นี้ยิ่งนัก หากมิใช่บิดาของนางเป็นขุนนางภักดีผู้หนึ่ง เขาคงไม่ต้องคอยรักษาน้ำใจอะไรชายหนุ่มจึงไม่คิดสนใจสตรีอื่น เขามองเพียงภรรยาตน พลางเอ่ยเสียงขรึม “ข้าไม่เคยมีนัดกับคุณหนูกัว”เมิ่งหรูได้ฟังเพียงเลิกคิ้วกัวโหย่วอวี้ส่ายหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน่าสงสาร “จะไม่นัดได้อย่างไรกันเจ้าคะ ข้ามีจดหมายมายืนยันด้วยนะ” นางกล่าวพลางล้วงแขนเสื้อหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาทว่าหวังหย่งยังคงไม่สนใจกัวโหย่วอวี้ เพราะเขามิได้ส่งจดหมายอะไรทั้งสิ้น จะปลอมแปลงลายมือหรืออะไรก็ช่าง สายตาคมยังจับจ้องเพียงดวงหน้าเมิ่งหรู ท่าทียังสงบนิ่งเคร







