Masuk“องค์หญิงสาม ห้ามให้ผู้ใดเห็นสูตรขนมนี้เด็ดขาด เป็นสูตรลับและทำให้ขนมอร่อยกว่าคนทั่วไป ส่วนวัตถุดิบท่านสั่งซื้อมาได้เลย ข้าจะจัดหาให้ครบส่งไปให้ท่านไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานพูดอย่างมีไมตรี แต่นอกจากขายอาวุธนางยังได้ขายวัตถุดิบทำขนมอีกด้วย ดูอย่างไรก็ได้เปรียบทุกประตู แบบนี้ไม่ขาดดุลการค้าแน่นอน
เมื่อมาถึงพวกเขาทำความเคารพแล้วก็นั่งลง แต่หลงฉีเห็นไหเหล้าที่โต๊ะองค์ชายรองมีมากกว่าผู้อื่นไม่พอ ยังหันมองเขายิ้ม ๆ อีกด้วย “นี่ท่าน!” หลงฉีตรากตรำหลายวันกว่าจะได้เหล้าชั้นดีมา แต่องค์ชายรองกลับดื่มคนเดียวขนาดนั้น เหล้าของเขาไม่หมดแล้วหรือ “หลงฉีมาแล้วรึ ขนมนี้อร่อยยิ่งนัก กินกับส
ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อ
“เจ้าใส่ยาในไหเหล้าหรือไม่ เหตุใดยิ่งดื่มก็อยากจะดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันรสหอมหวานดื่มมากควรจะเลี่ยน” หลงฉีคิดไว้แล้วไหเดียวไม่เคยพอ เพราะเขาก็ทดลองแล้วดื่มไม่เมาดื่มได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทำกำไรดีนักเพราะเรียกหาได้บ่อย ๆ “นี่เป็นเหล้าท้อจักรพรรดิทำจากลูกท้อและเกสรดอกท้อตัวผู้ รสชา
หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะ
“สั่งการลงไป ให้เบิกอาหารในคลังไปส่งยังบ้านหลงฉีเอาไว้สำหรับทำทานแจกชาวบ้าน” “เอ่อ...ฝ่าบาทแต่อาหารบ้านจิ้งอันโหวเป็นคนทำนะพ่ะย่ะค่ะ” จูเฟยเอ่ยเตือน เพราะเจ้าหนูน้อยนั้นก็คงจะไปแจกอย่างเดียว “จริงสินะ...เช่นนั้นก็ส่งไปบ้านท่านน้าหรงเถอะ” ขณะสั่งการจูเฟย คนที่เขาคิดถึงอยู่ท
เสี่ยวซ่านเข้าไปราวสักหนึ่งเค่อ ก็เดินออกมาพร้อมกับรัดเกล้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ทำให้ไป๋หลานคิดว่าเถ้าแก่ของร้านนี้ใช้ไม่ได้ น่าจะกดราคาจนต่ำเกินไป พี่เสี่ยวซ่านทำงานอยู่ร้านเครื่องประดับมาหลายปี จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าราคาของแต่ละชิ้นมีค่าเท่าไหร่ “เป็นอย่างไรบ้างพี่เสี่ยวซ่าน” “เถ
ราวเที่ยงวัน ผ้าที่หลัวอวิ๋นซักก็แห้งแล้ว เพราะนางให้เขาบิดให้หมาดที่สุดจะได้แห้งเร็ว ๆ ประจวบเหมาะกับคนในหมู่บ้านวิ่งมาทางบ้านของนางที่อยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้านชายเขา ทำให้นางต้องเตรียมตั้งรับ “อาฉี อาหลาน เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” หลงซ่ง กลับจากขายเนื้อหมูป่าในตลาดม่อยวน ได้ฟังชาวบ้านท
หลงฉีเข้าครัวไปก็เห็นผัดหน่อไม้กับไข่สีเหลืองทองเหมือนได้กินของดีเป็นมงคล เขาสังเกตไข่จากไก่ที่พี่ไป๋หลานเลี้ยงมีไข่แดงที่สดกว่า ทำให้ทำอาหารออกมาสวยงาม ยิ่งกลิ่นหอมของคนที่ทำอาหารแล้วไม่ขี้เหนียวเครื่องปรุง ยิ่งส่งให้ท้องกลม ๆ ของเขาร้อง “พี่ไป๋หลานข้ามาแล้ว” หลงฉีรีบเข้าไปกุลีกุจอหยิบถ้วย
เสียงของท่านป้าซุ่นหว่าน ป้าข้างบ้านของหลงฉีวิ่งแตกตื่นมาแต่เช้า ไป๋หลานที่เหน็ดเหนื่อยจากการจัดการเหล่าคนร้ายมาเมื่อคืนตื่นขึ้นบิดขี้เกียจ และคาดว่าคงจะเป็นเรื่องคนที่โดนบุกรุกพวกนั้น หลงฉีเองก็ตื่นขึ้น เขารีบล้างหน้าแล้วใช้กิ่งหลิวสีฟันก่อนออกมาด้านนอกสมทบกับพี่ไป๋หลานที่เพิ่งเปิดประตูออก







