Share

ชายาหมอเทวดา

last update Tanggal publikasi: 2024-10-07 11:41:24

อาหลิงมองดูบาดแผลบนร่างกายของนายหญิงด้วยความปวดร้าว น้ำตาไหลอาบแก้ม บ่าวรับใช้ผู้นี้อยู่รับใช้ไป๋หลันมาตั้งแต่เด็ก เห็นทั้งความอ่อนโยนและความอดทนของนางมาโดยตลอด แต่ไม่เคยคาดคิดว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้น ไป๋หลันจะต้องแบกรับความทุกข์ทรมานไว้มากมายเพียงใด

"พระชายา..." อาหลิงสะอื้นไห้ "บ่าวจะไปส่งข่าวให้ท่านเสนาบดีเดี๋ยวนี้เพคะ"

เหม่ยหลิงในร่างของไป๋หลันจับมืออาหลิงไว้ "ไม่ต้องหรอกอาหลิง" นางพูดเสียงแผ่ว "ท่านพ่อคงไม่มาหรอก"

อาหลิงมองไป๋หลันด้วยความประหลาดใจ "ทำไมพระชายาถึงตรัสเช่นนั้นเพคะ? ท่านเสนาบดีรักพระชายามากนะเพคะ"

ไป๋หลันส่ายหน้า "อาหลิง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นเพียงบุตรสาวคนเล็กที่ท่านพ่อลืมเลือนไปแล้ว" นางถอนหายใจ "ท่านพ่อไม่เคยสนใจใยดีข้าเลย นับตั้งแต่แม่ของข้าสิ้นใจ ท่านก็แต่งภรรยาใหม่และมีลูกใหม่ ข้าเป็นเพียงส่วนเกินในครอบครัวเท่านั้น"

"ใช่แล้ว" ไป๋หลันพยักหน้า "ถ้าไม่มีฮองเฮา ข้าคงถูกเฟยหยางและพวกนางรังแกจนตายไปนานแล้ว"

อาหลิงก้มหน้าลงด้วยความเศร้าสร้อย นางรู้สึกสงสารไป๋หลันจับใจ นางลืมไปได้อย่างไรว่านายหญิงของนางต้องทนอยู่กับชีวิตที่โดดเดี่ยวและอ้างว้างเช่นนี้

มู่หรงเยว่รู้สึกผิดและเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อได้เห็นสภาพของไป๋หลัน ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำจากการถูกทารุณกรรมอย่างโหดร้าย เขาไม่เคยคิดว่าเฟยหยางจะกล้าทำร้ายไป๋หลันได้ถึงเพียงนี้ ความโกรธและความรู้สึกผิดผสมปนเปกันอยู่ในใจของเขา เขาจึงตัดสินใจที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยไป๋หลันให้หายดี

มู่หรงเยว่สั่งให้คนไปตามหมอเทวดาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงมาดูอาการของไป๋หลัน เขาหวังว่าหมอเทวดาจะสามารถรักษาไป๋หลันให้หายเป็นปกติได้

เมื่อหมอเทวดามาถึงและตรวจอาการของไป๋หลัน เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องมองไป๋หลันอย่างลึกล้ำ ราวกับกำลังมองทะลุผ่านร่างกายของนางไปยังจิตวิญญาณภายใน

"ท่านหมอ อาการของพระชายาเป็นอย่างไรบ้าง" มู่หรงเยว่ถามด้วยความร้อนใจ

หมอเทวดาส่ายหน้าเล็กน้อย "อาการของพระชายาไม่ใช่เกิดจากเพียงแค่พิษหรือบาดแผลภายนอก แต่เป็นเพราะจิตวิญญาณของนางอ่อนแอลงอย่างมาก"

มู่หรงเยว่มองหมอเทวดาด้วยความสับสน "จิตวิญญาณอ่อนแอ?"

"ถูกต้อง" หมอเทวดาพยักหน้า "ดูเหมือนว่าพระชายาจะประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จนจิตวิญญาณของนางเกือบจะแตกสลาย"

มู่หรงเยว่รู้สึกเจ็บปวดในอก เขาไม่เคยคิดว่าไป๋หลันจะต้องทนทุกข์ทรมานมากมายเพียงใด เขาโทษตัวเองที่ไม่เคยใส่ใจนาง ไม่เคยรับรู้ถึงความเจ็บปวดของนาง มู่หรงเยว่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอยู่ดูแลนางจนกว่าจะหายดีเป็นปกติ

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเขาอีกครั้ง

"ท่านอ๋อง" หลี่ซิน องครักษ์คนสนิทของเขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "มีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ให้ท่านอ๋องเข้าเฝ้าโดยทันทีพ่ะย่ะค่ะ"

มู่หรงเยว่ขมวดคิ้ว เขาไม่อยากจากไป๋หลันไปในตอนนี้ แต่ราชโองการจากฮ่องเต้ก็ไม่อาจละเลยได้ เขาต้องทำหน้าที่ของตนในฐานะชินอ๋อง

"ข้าจะไปเตรียมตัว" มู่หรงเยว่ถอนหายใจ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องของไป๋หลันอย่างรวดเร็ว

หมอเทวดามองไป๋หลันด้วยสายตาที่อ่อนโยน "พระชายา" เขาพูดกับเหม่ยหลิงในร่างของไป๋หลัน "ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่ไป๋หลัน แต่เป็นจิตวิญญาณอื่นที่มาเข้าร่างของนาง"

เหม่ยหลิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าหมอเทวดาจะรู้ความลับของนาง

"เจ้าไม่ต้องกลัว" หมอเทวดายิ้มให้เหม่ยหลิง "ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร"

เหม่ยหลิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

"แต่เจ้าต้องยอมรับชะตากรรมของเจ้าให้ได้" หมอเทวดาพูดต่อ "เจ้าจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนวันตายของเจ้า ไม่มีโอกาสที่จะกลับยังโลกเดิมของเจ้าอีกแล้ว"

เหม่ยหลิงในร่างนี้พยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย นางรู้ว่านางไม่มีทางเลือกอื่น

"แต่ข้าจะช่วยเจ้า" หมอเทวดาพูด "ข้าจะสอนวิธีที่จะทำให้เจ้ามีชีวิตรอดในโลกใบนี้"

หมอเทวดาอธิบายให้เหม่ยหลิงฟังว่านางต้องใช้ความสามารถและประสบการณ์ที่นางมีจากโลกเดิมมาปรับใช้ในโลกนี้ นางต้องใช้ทักษะการแสดงที่สั่งสมมาเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของนาง และนางต้องใช้ฝีมือการทำอาหารเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้าง

"อาหารเป็นยา" หมอเทวดากล่าว "เจ้าสามารถใช้อาหารเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้คนได้"

หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นางชอบทำอาหาร และนางก็มีความสามารถในการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม และคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนางที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกใบนี้

หมอเทวดายื่นขวดยาเล็กๆ ให้เหม่ยหลิง "นี่คือยาวิเศษแก้พิษ เพียงแค่สูดดมเข้าไป ก็จะแก้พิษทุกชนิดได้"

เหม่ยหลิงรับขวดยามาด้วยความขอบคุณ

"และนี่คือตำราอาหารเป็นยาที่ข้าเขียนขึ้นเอง" หมอเทวดายื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้เหม่ยหลิง "มันจะช่วยเจ้าได้มากในวันหน้า"

เหม่ยหลิงรับหนังสือมาด้วยความตื่นเต้น นางเปิดหนังสือดูและพบว่ามันเต็มไปด้วยสูตรอาหารที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์

"ขอบพระคุณท่านหมอมากเพคะ" เหม่ยหลิงกล่าวอย่างจริงใจ "ท่านช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้"

"ไม่เป็นไร" หมอเทวดายิ้ม "ข้าเห็นแววตาของเจ้าแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี เจ้าจะทำสิ่งที่ดีให้กับโลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน"

เหม่ยหลิงคุกเข่าลงและคารวะหมอเทวดา "หม่อมฉันขอคารวะท่านหมอ และขอเป็นลูกศิษย์ของท่าน"

หมอเทวดายิ้มและพยักหน้า "ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์"

เหม่ยหลิงรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นางมีครูบาอาจารย์ที่ดี และนางก็มีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจะไม่ทำให้หมอเทวดาผู้นี้ผิดหวัง

หลังจากที่หมอเทวดาจากไป ทิ้งไว้เพียงตำราอาหารเป็นยาและคำแนะนำอันทรงคุณค่า ไป๋หลันก็เริ่มต้นศึกษาตำราเล่มนั้นอย่างมุ่งมั่น นางพลิกอ่านแต่ละหน้าด้วยความสนใจ ตัวอักษรโบราณที่แรกเริ่มดูยากลำบาก ค่อยๆ กลายเป็นความรู้ที่ซึมซับเข้าสู่ความเข้าใจของหญิงสาว

แต่ละสูตรอาหารไม่ใช่เพียงแค่การปรุงรสชาติ แต่เป็นการผสมผสานวัตถุดิบต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์เป็นยารักษาโรค ด้วยความรู้และประสบการณ์การทำอาหารจากโลกเดิม ไป๋หลันเริ่มทดลองทำอาหารตามสูตรในตำราอย่างพิถีพิถัน นางเลือกสรรวัตถุดิบอย่างใส่ใจ คำนวณสัดส่วนอย่างแม่นยำ และปรุงแต่งด้วยเทคนิคที่ละเอียดอ่อน

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก อาหารที่นางทำไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยล้ำ แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่แท้จริง

ข่าวลือเรื่องพระชายาเอกไป๋หลันผู้มีฝีมือในการปรุงอาหารเป็นยาแพร่สะพัดไปทั่วจวนอ๋อง ชาวบ้านที่ยากไร้และเจ็บป่วยต่างพากันมาขอความช่วยเหลือจากนาง ไป๋หลันไม่เคยปฏิเสธใคร นางต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและเต็มใจช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

วันหนึ่ง หญิงชราคนหนึ่งชื่อว่าป้าหลี่ มาหาไป๋หลันด้วยสีหน้ากังวล ป้าหลี่มีอาการไอเรื้อรังมานานหลายเดือนแล้ว ลองรักษากับหมอหลายคนก็ไม่หายขาด

"พระชายา" ป้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระองค์สามารถรักษาโรคด้วยอาหารได้ หม่อมฉันจึงมาขอความช่วยเหลือจากพระองค์"

ไป๋หลันพยักหน้ารับ "ป้าหลี่ เชิญนั่งก่อนเถิด เล่าอาการให้ข้าฟังหน่อย"

ป้าหลี่เล่าว่านางมีอาการไอแห้งๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ทำให้นอนไม่หลับและร่างกายอ่อนเพลีย นางยังมีอาการเจ็บคอและหายใจไม่สะดวกอีกด้วย

ไป๋หลันฟังอาการของป้าหลี่อย่างตั้งใจ จากนั้นนางก็พิจารณาตำราอาหารเป็นยาของหมอเทวดาอย่างละเอียด ในที่สุด นางก็พบสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับป้าหลี่

"ป้าหลี่" ไป๋หลันกล่าว "อาการของท่านเกิดจากปอดและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ข้าจะทำอาหารบำรุงปอดและขับเสมหะให้ท่าน"

ไป๋หลันเข้าครัวและเริ่มลงมือทำอาหารด้วยความชำนาญ นางใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น รากบัวแห้ง เก๋ากี้ พุทราจีน และลูกแพร์ นำมาตุ๋นรวมกันจนได้น้ำน้ำแกงที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม

เมื่ออาหารเสร็จ ไป๋หลันก็ยกมาให้ป้าหลี่ด้วยตัวเอง

"ป้าหลี่ ลองชิมดูนะเจ้าคะ" ไป๋หลันกล่าว

ป้าหลี่รับชามน้ำแกงมาและค่อยๆ จิบ นางรู้สึกประหลาดใจกับรสชาติที่อร่อยและกลมกล่อมของน้ำแกง

"อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ พระชายา" ป้าหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ไป๋หลันยิ้มตอบ "ป้าหลี่ ทานให้หมดนะเจ้าคะ แล้วอาการไอของท่านจะดีขึ้น"

ป้าหลี่ทานน้ำแกงจนหมดชาม นางรู้สึกอุ่นวาบทั่วร่างกายและรู้สึกว่าอาการไอดีขึ้นเล็กน้อย

"ขอบพระทัยพระชายามากเพคะ" ป้าหลี่กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

ไป๋หลันบอกให้ป้าหลี่กลับมาทานน้ำแกงนี้อีกทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ นางยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการรับประทานอาหารที่เหมาะสมแก่ป้าหลี่อีกด้วย

หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ป้าหลี่กลับมาหาไป๋หลันอีกครั้งด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อาการไอของนางหายเป็นปลิดทิ้ง นางรู้สึกแข็งแรงและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

"พระชายา หม่อมฉันหายแล้วเจ้าค่ะ!" ป้าหลี่กล่าวด้วยความดีใจ "ขอบพระทัยพระชายาเป็นอย่างสูงเพคะ"

ไป๋หลันยิ้มอย่างอบอุ่น "ป้าหลี่ ข้าดีใจที่ท่านหายดีแล้ว ขอให้ท่านรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะเจ้าคะ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ : รอยอดีต ความในใจของไป๋หลัน

    ในเขตพระราชวังอันกว้างใหญ่ที่ปกคลุมด้วยกำแพงหินสูงสง่าและต้นสนที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ไป๋หลัน เดินลัดเลาะตามทางเดินหินที่ทอดยาวสู่ตำหนักของฮองเฮา นางสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวงาช้างปักลายดอกไม้ละเอียดอ่อน ขณะเดินไป เสียงนกที่ร้องเบาๆ ตามกิ่งไม้สูง และเสียงฝีเท้าของนางบนหินที่เย็นเฉียบ ดูเหมือนจะเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในยามนี้วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน เพราะเป็นวันที่หญิงสาวถูกเรียกเข้าเฝ้าฮองเฮาผู้เป็นพระญาติของนาง ผู้ทรงเป็นบุคคลที่มีอำนาจอย่างสูงในราชสำนัก นางรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายในใจ แต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลมากที่สุดคือข่าวที่นางได้ยินมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อถึงตำหนักของฮองเฮา ประตูไม้หนักที่สลักลวดลายวิจิตรถูกเปิดออกโดยขันทีที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ไป๋หลันก้าวเข้ามาในห้องรับรองใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนและวัตถุโบราณจากยุคต่างๆ กลิ่นหอมของไม้จันทน์ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ขณะที่ฮองเฮานั่งอยู่บนบัลลังก์เล็กๆ ที่ประดับด้วยหมอนหนานุ่ม ใบหน้าของพระนางสงบสุข แต่แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ไม่อาจคาดเดาได้"หลันเอ๋อร์" เสียงของฮองเฮาเรียกชื่อไป๋หลันเ

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ : รอยอดีต ต้นกำเนิดแห่งความขัดแย้ง

    ในห้องโถงวังหลวงซึ่งปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันเคร่งขรึม ความเย็นเยียบของเสาไม้แกะสลักและเพดานสูงทำให้เสียงพูดของผู้คนก้องสะท้อนไปทั่ว ทุกสายตาจับจ้องไปที่บุรุษผู้หนึ่งที่ยืนเด่นเป็นสง่า มู่หรงเยว่ชายหนุ่มที่สูงศักดิ์ในฐานะชินอ๋อง หนึ่งในบุคคลสำคัญของแคว้นหยาง อำนาจในมือของเขาคือกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่เบื้องหลังของเส้นทางสู่อำนาจนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆ คิด และยิ่งในวันนี้ วันที่ชะตาของเขาถูกลิขิตใหม่อย่างไม่ทันคาดคิดฮ่องเต้ทอดพระเนตรน้องชายที่พระองค์รัก ท่าทางของพระองค์สงบและมั่นคงในคำสั่งที่กำลังจะประกาศออกมา "หรงเยว่" เสียงอันทรงอำนาจของฮ่องเต้ดังก้องไปทั่วห้อง "ข้าได้เตรียมการแต่งงานให้เจ้าแล้ว"คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ผ่ากลางใจของมู่หรงเยว่ เขานิ่งไปชั่วขณะ แม้ภายนอกจะแสดงท่าทีสงบ แต่ภายในหัวใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกว้าวุ่น "การแต่งงาน?" เขาทวนคำราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน การแต่งงานที่ไม่เคยมีการพูดถึงมาก่อน เหตุใดจึงเกิดขึ้นเช่นนี้ และที่สำคัญ เหตุใดถึงต้องรีบร้อนจัดการเรื่องนี้ในตอนนี้?ฮ่องเต้ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ดวงตายังคงแข็งกร้าว "ใช่ การแต่งงานของเจ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เจ้

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   เมนูพิชิตใจ

    หลายปีผ่านไป มู่หรงซาน บุตรชายคนโตของมู่หรงเยว่และไป๋หลัน เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยห้าขวบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาสดใส แต่เขาก็มีนิสัยที่ทำให้บิดามารดาต้องปวดหัวไม่น้อย นั่นคือ เขาเป็นเด็ก 'ทานยาก' ที่สุด!ไป๋หลันพยายามทำอาหารสารพัดเมนูมาล่อใจลูกชาย แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะถูกปากเจ้าตัวเล็กได้เลย มู่หรงซานจะกินเพียงไม่กี่คำ แล้วก็ผลักจานออกห่าง ทำให้ไป๋หลันรู้สึกท้อแท้ใจ"หลันเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก" มู่หรงเยว่ปลอบใจภรรยา "เด็กๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวซานเอ๋อร์ก็โตและกินง่ายขึ้นเอง"แต่ไป๋หลันยังคงเป็นห่วงลูกชาย นางรู้ว่าอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และนางไม่อยากให้ลูกชายขาดสารอาหาร"แต่หม่อมฉันเป็นห่วงเขาเหลือเกิน ท่านพี่" ไป๋หลันพูดเสียงเศร้า "เขาตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน"มู่หรงเยว่โอบกอดภรรยาไว้ "เราจะหาวิธีกันนะ หลันเอ๋อร์"ด้วยความรักและความปรารถนาดีที่มีต่อลูก ไป๋หลันจึงไม่ยอมแพ้ นางเริ่มศึกษาตำราอาหารสำหรับเด็ก ทดลองทำเมนูใหม่ ๆ ที่ทั้งอร่อยและน่าสนใจ เพื่อดึงดูดใจลูกชายตัวน้อยของนางถึงแม้ไป๋หลันจะพยายามสร้างสรรค์เมนูอาหารให้น่าทานมากเพียงใด แ

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   มังกรทะยานเมฆา

    ข่าวคราวที่ชินอ๋องมู่หรงเยว่จะทรงมีชายาเพียงองค์เดียวกระจายไปทั่วแคว้น สร้างความผิดหวังให้แก่เหล่าหญิงงามที่เคยหมายปองจะได้เป็นสนมของพระองค์ เพราะบัดนี้พวกนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เฉียดใกล้ชินอ๋องอีกต่อไปในคืนที่ไป๋หลันใจอ่อนยอมคืนดี ภายในห้องบรรทมที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอรักอันร้อนแรง มู่หรงเยว่และไป๋หลันผู้ห่างเหินกันไปนาน ได้กลับมาเปิดเผยความในใจซึ่งกันและกันอีกครั้งมู่หรงเยว่โอบกอดไป๋หลันไว้แนบอก จุมพิตหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม "ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเสียใจ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดเช่นนี้อีก"ไป๋หลันซบหน้าลงกับอกแกร่ง น้ำตาแห่งความปีติยินดีเอ่อล้นออกมา "ได้ หม่อมฉันจะเชื่อใจท่านพี่อีกครั้ง"สัมผัสอันอ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเร่าร้อน มู่หรงเยว่ประคองใบหน้างามของไป๋หลันขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววรักใคร่"ข้ารักเจ้า ไป๋หลัน" เขาเอ่ยเสียงพร่า"หม่อมฉันก็รักท่านพี่เพคะ" ไป๋หลันตอบรับ ก่อนจะมอบจุมพิตอันแสนหวานให้กับคนรักร่างสองร่างแนบชิดเป็นหนึ่งเดียว ความรักที่เก็บกดไว้นานถูกปลดปล่อยออกมาอย่างร้อนแรง เสียงครางกระเส่าดังคลอเคล้าไปกับเสียงลมหายใจหอบ

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   สายใยรักที่ผูกพัน

    แม้ว่าจะถูกมู่หรงเยว่สืบข่าวจนล่วงรู้ถึงแผนการร้าย แต่ซูหลิงก็ยังไม่ยอมละความพยายาม นางยังคงมีความแค้นฝังลึกต่อมู่หรงเยว่และไป๋หลัน คิดว่าหากไป๋หลันแท้งลูก มู่หรงเยว่อาจจะใจอ่อน ยอมแต่งงานกับนางเพื่อรักษาสัมพันธภาพระหว่างแคว้นเอาไว้วันหนึ่ง ซูหลิงบุกเข้าไปในภัตตาคารของไป๋หลัน นางผลักไป๋หลันอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น"เจ้าคิดว่าจะแย่งท่านอ๋องไปจากข้าได้งั้นเหรอ? ตั้งแต่ข้าเกิดมา ข้าไม่เคยแพ้ให้กับสตรีผู้ใด!" ซูหลิงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวไป๋หลันพยายามลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย นางกุมท้องตัวเองไว้แน่น "อย่านะ ซูหลิง อย่าทำอะไรลูกของข้า" ไป๋หลันร้องขอเสียงสั่นเครือแต่ซูหลิงไม่ฟัง นางตรงเข้าไปหมายจะทำร้ายไป๋หลันอีกครั้งทันใดนั้นเอง มู่หรงเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเข้ามาขวางซูหลิงไว้ได้ทัน ก่อนที่นางจะทำอะไรไป๋หลันได้"หยุดนะ ซูหลิง!" มู่หรงเยว่ตวาดลั่นซูหลิงหันไปมองเขาด้วยความตกใจ "ท่านอ๋อง"มู่หรงเยว่ไม่ฟังคำแก้ตัวของนาง เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ"นี่คือจดหมายที่เจ้าลอบส่งให้พี่ชายของเจ้าใช่ไหม?" มู่หรงเยว่ถามพลางโยนจดหมายลงตรงหน้าซูหลิงซูหลิงหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นจ

  • อ๋องใจร้ายกับพระชายาที่(ไม่)รัก   รอยร้าวในใจ

    ข่าวการแต่งงานของมู่หรงเยว่ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจไป๋หลัน แม้จะรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า แต่หญิงสาวก็ยังคงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งน้ำตาหรือเสียงสะอื้นใดๆ นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะลูบท้องน้อยของตนเองอย่างแผ่วเบา"ลูกแม่" นางกระซิบแผ่วเบา "เราต้องเข้มแข็งนะ"ไม่นานนัก มู่หรงเยว่ก็มาหาไป๋หลันด้วยสีหน้าลำบากใจ เขาจับมือนางไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว"ไป๋หลัน ข้า...""ข้าทราบแล้ว" ไป๋หลันขัดขึ้น นางเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่อ่านยาก "เรื่องการแต่งงานของท่าน"มู่หรงเยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ข้ามิได้ประสงค์ในการแต่งงานครั้งนี้เลยสักนิด ไป๋หลัน"ไป๋หลันพยายามฝืนยิ้ม "ข้าเข้าใจท่านอ๋อง"แต่ในใจของนางกลับปวดร้าวราวกับถูกมีดกรีดลึก ความเจ็บปวดนี้ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้"ข้ารู้ว่าท่านคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้" ไป๋หลันพูดต่อ "แต่ข้าจะขอท่านเพียงแค่สิ่งเดียว"มู่หรงเยว่มองนางด้วยความรู้สึกผิด "สิ่งใดหรือ ไป๋หลัน""ดูแลลูกของเราให้ดี" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ "นั่นคือทั้งหมดที่ข้าต้องการ"มู่หรงเยว่รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่คอ เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น"ข้าให้สัญญา ไป๋หลัน"ถึงแม้ไป๋หลันจะยอม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status