เข้าสู่ระบบตอนที่ 10 เลือกข้าง
“ลุกขึ้นเถิด ข้ามีหนทางให้เจ้าเลือกระหว่างหักหลังหวงกุ้ยเฟยมาอยู่ข้างข้า หรือเจ้าจะยอมรับความผิดนี้เรื่องนี้ข้าจะต้องแจ้งต่อฝ่าบาท หากเจ้าเลือกอย่างหลังเจ้ามั่นใจหรือว่าหวงกุ้ยเฟยจะช่วยเหลือเจ้า และเจ้าจะไม่ถูกกำจัด ข้าได้ยินมาว่าบิดาของเจ้าเป็นคนของใต้เท้าจื่อซุนห่าว คงมิยากที่เขาจะกำจัดใต้เท้าขั้นต่ำอย่างบิดาของเจ้าให้หายไปจากใต้หล้า และเจ้ามั่นใจหรือว่าหวงกุ้ยเฟยจะชอบใจหากเจ้าได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท ขนาดข้าเป็นฮองเฮานางยังอิจฉาริษยาจนวางแผนเพื่อกำจัดบุตรของข้า ชีวิตเล็ก ๆ อย่างเจ้าคงไม่รอดพ้นเนื้อมือของนาง ยานั่นข้าเองก็รับรู้อยู่ตั้งแรกว่าเป็นฝีมือของผู้ใด เจ้าอย่าลืมว่าข้าคือฮองเฮาผู้ที่ดูแลวังหลัง คนของข้าล้วนอยู่ทุกที่ในวังหลังแห่งนี้ ”
“หม่อมฉันเลือกแล้วเพคะ หม่อมฉันจะยอมทำทุกอย่างตามที่ฮองเฮาสั่งการมา เพียงแค่หม่อมฉันมีชีวิตอยู่ต่อก็นับว่าเป็นพระมหากรุณาของฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันมิขอลืมพร้อมจะทดแทนฮองเฮาทุกอย่าง” กุ้ยเหรินเจ็บแค้นในใจที่รับรู้เรื่องที่หวงกุ้ยเฟยเข้าหานางเพื่อยืมมือของนางลงมือกำจัดฮองเฮา ช่างวางแผนมาอย่างแยบยลนัก
“ดี ...เจ้าเลือกได้ดีมาก ต่อจากนี้หน้าที่ของเจ้าคือการทำตัวปกติและอย่าทำให้หวงกุ้ยเฟยจับได้ว่าข้ารับรู้เรื่องนี้ เจ้าคอยอยู่เคียงข้างนางและทุกครั้งที่นางมาหาเจ้าจงแจ้งข้าทุกอย่างว่านางเอ่ยเรื่องใดกับเจ้าบ้าง ส่วนเรื่องยานี้ข้าจะทำเป็นดื่มมัน เจ้าเพียงแต่ทำตามแผนเดินหมากตามกระดานก็เพียงพอแล้ว ถิงถิงนำของกำนัลมาปลอบขวัญกุ้ยเหรินและส่งนางกลับตำหนัก จริงสิกุ้ยเหรินเจ้าเองก็รู้ใช่หรือไม่? หากเจ้าหักหลังข้าจะเกิดอะไรขึ้น”
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ หม่อมฉันเลือกแล้วที่จะถวายตัวเป็นคนของฮองเฮา หม่อมฉันจะจงรักภักดีต่อฮองเฮาเพคะ ของกำนัลมิต้องประทานให้หม่อมฉันหรอกเพคะ เพียงแค่ชีวิตที่ฮองเฮาประทานคืนมาให้เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณแล้วเพคะ” ซินเหยียนพยักหน้ายิ้มบาง ๆ
“รับไปเถิด เรื่องที่เจ้าได้รับของกำนัลจากข้าก็ล้วนเป็นแผนการที่เจ้าได้รับความดีในเรื่องที่เจ้านำยามาให้ข้า เรื่องนี้คงแพร่กระจายไปถึงหูของหวงกุ้ยเฟย”
“น้ำใจและความกรุณาของฮองเฮาเปรียบดังมหาสมุทรที่กว้างใหญ่จริง ๆ เพคะ หม่อมฉันจะไม่ลืมเลือนเหตุการณ์ในครั้งนี้และตราตรึงใจอยู่เสมอว่าฮองเฮามอบชีวิตใหม่ให้ หม่อมฉันทูลลาเพคะ” กุ้ยเหรินย่อตัวลงคารวะฮองเฮาก่อนจะเดินออกไปพร้อมถิงถิง โดยมีนางกำนัลของนางรออยู่ด้านนอก ถือของกำนัลกลับตำหนักมากมาย
หลังจากที่ถิงถิงส่งกุ้ยเหรินกลับ ซินเหยียนให้ขันทีเตรียมรถม้าให้นางวันนี้นางจะกลับเรือนไปหาบิดามารดา ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมานางยังไม่เห็นใบหน้าของบิดามารดา
ไม่นานหลังจากนั้นขบวนฮองเฮาได้เดินทางไปเรือนตระกูลไป๋ มีทหารและองครักษ์มากมายคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัย ตามถนนหนทางที่ผ่านผู้คนต่างเห็นสัญลักษณ์ของขบวนเสด็จก็รู้ว่าเป็นผู้ใด ต่างพากันยืนแสดงความยินดีเรื่องตั้งครรภ์และคารวะฮองเฮาอย่างสมเกียรติ
‘เป็นฮองเฮาสูงส่งกว่าทุกคนบนแผ่นดิน แต่ต่ำกว่าฮ่องเต้ผู้เดียว ผู้คนคงคิดว่าสุขสบายสินะ ข้าอิจฉาชีวิตธรรมดา เป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำเสียมากกว่า ไม่ต้องแย่งชิงระแวงทุกครั้งที่หลับตา กดดันเมื่อต้องอยู่ที่สูง ๆ หาความจริงใจยากนัก ผู้คนเข้าหาล้วนแต่ใส่หน้ากาก ข้าเบื่อหน่ายเหลือเกิน’
ซินเหยียนเปิดหน้าต่างมองออกไปด้านนอก เห็นชาวบ้านนางอิจฉาผู้คนที่อยู่อย่างอิสระไร้กฎที่ต้องแบกไร้หน้าที่ต้องทำ และการรักษาชีวิตในวังหลวงที่เหมือนสนามรบในทุกวัน อาหารทุกครั้งที่เข้าปากต้องให้นางกำนัลเป็นคนชิมก่อนเพระไม่รู้วันใดจะถูกวางยาในอาหาร การกินอย่างเอร็ดอร่อยไร้ความระแวงยากนักในชีวิตครั้งนี้ นางเพียงหวังให้เรื่องนี้จบในเร็ววัน ความสงบสุขเป็นสิ่งปรารถนาเดียวที่นางโหยหายามนี้
ในที่สุดก็มาถึงเรือนตระกูลไป๋ วันนี้ใต้เทาและฮูหยินอยู่เรือนพอดีเมื่อได้ยินว่าฮองเฮาเดินทางมาหาที่เรือนรีบพากัน ออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ เช่นเดียวกันกับซินเหยียนทันทีที่นางเห็นใบหน้าบิดามารดานางโผล่เข้าไปสวมกอดทั้งน้ำตา ครั้งที่แล้วนางต้องทนทุกข์ทรมานถูกจับตัวไปนั่งมองบิดามารดาถูกบั่นคออย่างโหดเหี้ยมแต่ที่โหดเหี้ยมมากกว่าคือฮ่องเต้เป็นคนพานางไปดูจุดจบของบิดามารดาของนาง ความเจ็บปวดที่มิอาจจะช่วยเหลือท่านพ่อท่านแม่ยังคงคั่งค้างในอก เมื่อเห็นทั้งสองยังมีชีวิตอยู่น้ำตาของนางไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ฮองเฮาเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านหรือพ่ะย่ะค่ะถึงได้สะอึกสะอื้นไห้เช่นนี้”
“นั่นสิเพคะ ทั้ง ๆ ที่มีเรื่องน่ายินดีทำไมถึงได้หลั่งน้ำตามากมายเช่นนี้ หรือทรงเกิดความกังวลเรื่องที่ตั้งครรภ์หรือเพคะ”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้าดีใจที่ท่านพ่อท่านแม่ยังสุขสบายอยู่ จงเอ่ยกับข้าเช่นเดิมเถอะเจ้าค่ะ เอ่ยกับข้าเช่นนี้ราวกับห่างเหินเหมือนมิใช่ครอบครัวเดียวกัน” ใต้เท้าไป๋ถอนหายใจอย่างโล่งอกคิดว่าบุตรสาวเพียงผู้เดียวจะเกิดเรื่องอันใดหรือมีเรื่องลำบากใจอันใด คงเป็นเพราะนางตั้งครรภ์อยู่จึงอ่อนไหวง่าย
หลังจากนั้นใต้ไป๋พาซินเหยียนไปที่ห้องโถงถามสารทุกข์สุขดิบและแสดงความดีจที่กำลังจะมีโอรสให้ฮ่องเต้ ส่วนมารดาของนางเข้าห้องครัวเพื่อทำอาหารด้วยตนเอง อยากให้บุตรสาวได้กินอาหารที่ดีและอร่อยดีต่อครรภ์ของนางด้วย
“ท่านพ่อข้ามาในครั้งนี้เพราะมีเรื่องที่หารือกับท่าน แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะยาก ที่จะเข้าใจแต่ข้าอยากให้ท่านพ่อฟังข้าสักนิด เพราะสิ่งที่ข้ากำลังเอ่ยต่อจากนี้คือชีวิตและความเป็นตายต่อตระกูลของเรา” ใต้เท้าไป๋นั่งนิ่งคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ซินเหยียนเล่าทุกอย่างให้บิดาได้ฟังไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงวันเวลาที่ห้ามบิดาาออกไปที่ใดให้อยู่แต่ในเรือนเท่านั้น ต่อจากนี้อย่าเชื่อใจผู้ใดง่าย ๆ ความดีใจของเขาจะนำมาสู่หายนะครั้งยิ่งใหญ่ เพราะครั้งก่อนมีชายฉกรรจ์แต่งกายราวกับเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวย เข้ามาที่เรือนเพื่อขอความช่วยเหลือว่าตนเองได้รับบาดเจ็บ ท่านพ่อเป็นคนดีมีเมตตารีบช่วยให้เขาเข้ามาในเรือนเพื่อหลบหลีกอันตรายอย่างที่เขากล่าวมาแท้ที่จริงแล้ว ชายผู้นั้นถูกสั่งการให้นำหลักฐานเข้ามาเก็บไว้ในเรือนเพื่อจับกุมใต้เท้าไป๋ต่างหาก
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







