Mag-log in‘ชาติก่อนต้องตายเพราะถูกใส่ร้าย ตระกูลของข้าถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร หวนคืนมาครั้งนี้ข้าจะร้าย! ฮองเฮาอ่อนโยนจิตใจเมตตาจะไม่มีอีกต่อไป พวกเจ้าเตรียมรับมือจากข้าได้เลย’ บทนำ ไป๋ซินเหยียนฮองเฮาผู้อ่อนแอไม่หลงในอำนาจกลับถูกใส่ร้าย คนในครอบครัวถูกใส่ความว่าเป็นกบฏถูกจับประหารเจ็ดชั่วโคตร ฮ่องเต้บุรุษที่นางรักประทานผ้าแพรขาวยื่นยาพิษให้นางดื่มอย่างเย็นชา ความเจ็บปวดครั้งนี้กลายเป็นความแค้น สวรรค์เมตตาให้นางย้อนเวลากลับมาก่อนจะเกิดเรื่อง เมื่อครั้งนี้นางกลับมาได้นางจะต้องหาต้นตอและจัดการคนที่คิดร้ายต่อตระกูลของนาง มิหนำซ้ำนางจะมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแออีกต่อไป ทุกลมหายใจต่อจากนี้คือการแก้แค้นอำนาจที่อยู่ในมือของนางนางจะใช้มันอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจผู้ใดอีกต่อไปแม้กระทั่งฮ่องเต้ “แค้นล้างบางตระกูล ความเจ็บปวดที่สูญเสียครอบครัว ทุกอย่างถูกจารึกในสายเลือดของข้า แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจลบเลือน” ***นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *** สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
view moreตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล





