Se connecter‘ชาติก่อนต้องตายเพราะถูกใส่ร้าย ตระกูลของข้าถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร หวนคืนมาครั้งนี้ข้าจะร้าย! ฮองเฮาอ่อนโยนจิตใจเมตตาจะไม่มีอีกต่อไป พวกเจ้าเตรียมรับมือจากข้าได้เลย’ บทนำ ไป๋ซินเหยียนฮองเฮาผู้อ่อนแอไม่หลงในอำนาจกลับถูกใส่ร้าย คนในครอบครัวถูกใส่ความว่าเป็นกบฏถูกจับประหารเจ็ดชั่วโคตร ฮ่องเต้บุรุษที่นางรักประทานผ้าแพรขาวยื่นยาพิษให้นางดื่มอย่างเย็นชา ความเจ็บปวดครั้งนี้กลายเป็นความแค้น สวรรค์เมตตาให้นางย้อนเวลากลับมาก่อนจะเกิดเรื่อง เมื่อครั้งนี้นางกลับมาได้นางจะต้องหาต้นตอและจัดการคนที่คิดร้ายต่อตระกูลของนาง มิหนำซ้ำนางจะมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแออีกต่อไป ทุกลมหายใจต่อจากนี้คือการแก้แค้นอำนาจที่อยู่ในมือของนางนางจะใช้มันอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจผู้ใดอีกต่อไปแม้กระทั่งฮ่องเต้ “แค้นล้างบางตระกูล ความเจ็บปวดที่สูญเสียครอบครัว ทุกอย่างถูกจารึกในสายเลือดของข้า แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจลบเลือน” ***นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *** สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
Voir plusตอนที่ 1 ย้อนกลับมา
“ฝ่าบาทได้โปรดฟังหม่อมฉันสักนิด ตระกูลของหม่อมฉันจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาตลอดจะมาทำเรื่องเช่นนี้ไปทำไมกันเพคะ” สตรีร่างเล็กสวมชุดสีขาวใบหน้าซีดเซียวร่ำไห้อ้อนวอนต่อฮ่องเต้และยังเป็นสวามีของนาง ปากพร่ำบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีทางเป็นความจริง ทว่าร่างใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับไม่เชื่อคำพูดของนางสักนิด สายตาจ้องร่างบางที่นั่งร่ำไห้อย่างไม่แยแสเพราะถูกความเกรี้ยวโกรธครอบงำจิตใจ
“ไป๋ซินเหยียนเจ้าคิดว่าข้าโง่อย่างนั้นหรือ ? สมุดรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมถอดถอนโค่นข้าลงจากบัลลังก์อีกทั้งยังมีการซื้ออาวุธจากแคว้นอื่น เจ้าเป็นสตรีโลภมากไม่พอใจในสิ่งที่เจ้ามีอยู่ อยู่สูงกว่าคนทั่วใต้หล้าแต่อยู่ต่ำกว่าข้าเพียงผู้เดียวเจ้ายังมิพอใจอีกหรือ? ไม่ว่าเจ้าจะเอ่ยเช่นใดข้าไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจ้า ข้าจะเมตตาเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายให้เจ้าเลือกว่าจะดื่มยาพิษหรือจะให้ข้าสั่งประหารและนำหัวเจ้าไปเสียบประจานเช่นดั่งคนในตระกูลของเจ้า” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยออกมาอย่างเย็นชายื่นยาพิษให้แก่สตรีที่เคยเป็นฮองเฮาของแผ่นดิน นางเงยหน้ามองบุรุษที่นางเคยมอบความรักให้หมดหัวใจดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้ม มือเล็กยื่นไปรับยาพิษสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจและร่างกาย ชายที่เอ่ยบอกรักกลายเป็นชายที่มอบความตายให้นาง
“หากนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ท่านมอบให้ หม่อมฉันจะรับมันเอาไว้และคำพูดของหม่อมฉันยังคงมั่นเช่นเดิม ตระกูลของหม่อมฉันไม่เคยคิดทรยศราชวงศ์ หากความสวรรค์เมตตาได้โปรดเปิดโปงผู้ร้ายตัวจริงให้แก่ท่านได้เห็น แล้ววันหนึ่งท่านจะเสียใจในสิ่งที่กระทำลงไป” เอ่ยจบร่างบางยกยาพิษดื่มจนหมดชาม บัดนั้นเลือดกระฉูดทะลักออกจากปากของนาง ร่างเล็กค่อย ๆ ไร้เรี่ยวแรงนอนแนบลงบนพื้นหน้าตำหนักหลุนหลง สายตาจ้องมองแผ่นหลังฝ่าบาทกำลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ความเจ็บรุนแรงที่กลางอกราวกับถูกควักหัวใจออกไป ความเย็นเยียบซึมลึกเข้ามาในหัวใจจนนางหนาวสั่นไปทั้งร่าง ยาพิษค่อย ๆ กระจายไปตามเส้นเลือดยามนี้นางเจ็บร้าวไปทั้งหมด เงยหน้าจ้องมองท้องนภาพลางภาวนาอ้อนวอนต่อสวรรค์ได้โปรดมอบความเป็นธรรมให้ตระกูลของนาง ล้มล้างผู้ที่มันทำชั่วให้ได้รับผลกรรม ก่อนที่ลมหายใจของนางจะโรยรินไปอย่างช้า ๆ ดวงตาหลับลงพร้อมหยดน้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงดิน
ตึง ตึง เสียงกลองถูกตีดังขึ้นในยามราตรีเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้ถึงยามไฮ่ (23.00) เป็นเวลาที่ทุกคนควรพักผ่อน
ตำหนักหลุนหลง
ตำหนักของฮองเฮาเงียบสงัดมีนางกำนัลเฝ้าอยู่หน้าห้องและขันทีที่ยืนสับผงกอย่างงัวเงีย ครานั้นเองเสียงในห้องบรรทมของฮองเฮาดังขึ้น
“โครม ”
นางกำนัลชั้นสูงรีบเข้าไปด้านในทันทีเป็นห่วงความปลอดภัยของฮองเฮา
“ฮองเฮาเกิดอันใดขึ้นเพคะ หม่อมฉันขอเข้าไปในห้องบรรทมนะเพคะ” นางย่างกรายเข้าไปเปิดผ้าม่านเห็นฮองเฮาผู้สง่างามนั่งอยู่บนเตียงพระพักตร์ซีดเซียวราวกับว่าฝันร้าย
“ถิงถิงตอนนี้คือยามใด” เสียงเล็กแหลมเปล่งออกมาจากร่างบางที่นั่งสั่นเทาเอ่ยถาม นางกำนัลคนสนิทงวยงงก่อนจะตอบคำถามของฮองเฮา
“ยามจื่อ (23.00) จินเย่าเดือนสื้อเยว่ปีทู่เพคะ”สตรีสง่างามนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ครุ่นคิดหากนี่เป็นเดือนสื้อเยว่ปีทู่ ก่อนวันที่ตระกูลของนางจะล้มสลายถูกใส่ร้ายจากคนชั่วในวันสุ่ยเย่าเดือนสือเยว่ นี่ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ดวงตาของนางเบิกโพลงโต จ้องมองมือเรียวของตนด้วยความดีใจ
‘ข้าถูกฝ่าบาทประทานยาพิษต้องสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่นี่ข้าได้ย้อนกลับมาก่อนวันที่ตระกูลของข้าจะถูกใส่ความและถูกประหาร ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาฟังคำอธิฐานจากข้าผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ข้าได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเพื่อแก้แค้นผู้ที่กระทำชั่วช้ากับตระกูล ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าแตะต้องตระกูลของข้าแม้เพียงปลายเล็บ ในเมื่อข้ามีอำนาจในมือข้าจะใช้มันเอง’ นางคิดในใจก่อนจะลุกเดินลงจากเตียงนอนบอกให้นางกำนัลไปตามองครักษ์มาหานางที่ห้องโถง
“ถิงถิงเจ้าไปเรียกองครักษ์มาหาข้าที่ห้องโถงประเดี๋ยวนี้” ถิงถิงหยิบอาภรณ์มาห่มกายให้ฮองเฮาก่อนจะก้มโค้งรับคำสั่ง
“เพคะฮองเฮา ” นางรีบเดินไปตามองครักษ์ตามคำสั่งของฮองเฮา ฮองเฮาผู้เป็นใหญ่ปกครองใต้หล้ารองจากฮ่องเต้ จ้องมองไปด้านหน้าดวงตาแข็งกร้าวบีบมือแน่นพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
“ข้าจะมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแอให้หวงกุ้ยเฟยหรือแม้แต่ผู้ใดมารังแกข้าได้อีก ข้าจะเป็นฮองเฮาที่โหดร้ายไร้ไมตรีคอยรับมือจากข้าได้เลย” เอ่ยจบสองเท้าย่างไปที่ห้องโถงรอคอยองครักษ์เพื่อสั่งการให้เขาไปทำ
สตรีงดงามนางนี้คือฮองเฮาของแผ่นดิน นามว่าไป๋ซินเหยียนเป็นบุตรสาวเพียงผู้เดียวของใต้เท้าไป๋ฉู่เหวิน เดิมทีนางเป็นฮองเฮาที่อ่อนหวานมีจิตใจเมตตาไม่เคยสนใจอำนาจ อยู่กับนางกำนัลดูแลวังหลังได้เป็นอย่างดี แม้ว่าฮ่องเต้จะไม่เคยใส่ใจ มอบให้นางเพียงความเย็นชา แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาได้เพียง 3 วันก็ได้แต่งตั้งหวงกุ้ยเฟยบุตรสาวของใต้เท้าจื่อซุนห่าว สตรีงดงามเลื่องลือนามว่าจื่อฟางหรูเข้ามาอยู่ในวังหลัง ซินเหยียนทำได้เพียงน้อยใจแต่ก็ทำอันใดไม่ได้นางเป็นฮองเฮาต้องมีจิตใจที่กว้างขวาง เรื่องสนมของฝ่าบาท หากเขาเอ่ยปากนางไม่เคยขัดขวางและไปร่วมยินดีด้วยทุกครา
แต่ผู้ใดจะคิดว่าการที่นางใจกว้างและอยู่เงียบ ๆ จะทำให้หวงกุ้ยเฟยที่มัวเมาอำนาจอยากครอบครองตำแหน่งฮองเฮา และอยากได้อำนาจในวังหลังจึงคิดร้ายและวางแผนใส่ความตระกูลไป๋ให้กลายเป็นกบฏโดยมิอาจจะหลบหลีกได้เพราะหลักฐานมัดตัว ตระกูลไป๋ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรฮองเฮาถูกปลดจากตำแหน่ง ฝ่าบาทประทานผ้าแพรขาวให้แก่นาง ซินเหยียนเจ็บปวดเสียใจ น้ำตาไหลเป็นโลหิต พยายามอธิบายต่อฝ่าบาทเท่าใดเขาไม่แม้จะฟังคำพูดของนางและไม่หันมามองใบหน้าของนางด้วยซ้ำ นางเห็นแต่เพียงแผ่นหลังความเย็นชาของเขาที่มอบให้ ซินเหยียนเคยรักมากกลายเป็นความแค้น นางยกยาพิษที่ฝ่าบาทประทานให้ต่อหน้าเมื่อครู่ขึ้นมาดื่มจนหมด จิตสุดท้ายนางภาวนาให้ทุกคนที่ทำกับนางอย่างไร้ความเป็นธรรมได้รับผลกรรมที่ตนเองทำเอาไว้ หากเป็นไปได้นางอยากมีชีวิตต่อเพื่อแก้แค้นให้แก่ตระกูล
ตอนนี้นางได้กลับมาแล้วสิ่งแรกที่นางจะทำคือการวางแผนรับมือและดำเนินการก่อนที่หวงกุ้ยเฟยจะลงมือ คราก่อนที่ทหารเข้าไปบุกค้นเรือนตระกูลไป๋พบหนังสือลงนามก่อกบฏและหนังสือสั่งซื้ออาวุธต่างแคว้น ฝ่าบาทเกรี้ยวโกรธสั่งประหารไม่รอลงอาญา ซินเหยียนมั่นใจนั่นมิใช่เรื่องที่ท่านพ่อของนางจะทำเด็ดขาด ตระกูลของนางจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาเนินนาน เป็นฮองเฮามาหลายชั่วอายุคน ไม่มีทางที่ท่านพ่อจะก่อกบฏ และก่อนที่นางจะดื่มยาพิษเห็นใบหน้าแววตาของหวงกุ้ยเฟยที่ยืนจ้องมองนางด้วยสายตาสะใจและมีความสุข ซินเหยียนยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นแผนการโค่นล้มตระกูลไป๋จากฝีมือของหวงกุ้ยเฟย
ในห้องโถงถูกจุดเทียนเพิ่มแสงสว่างจากขันที นางกำนัลชั้นผู้น้อยที่เฝ้าดูแลมารินน้ำชาให้นางที่โต๊ะในห้องโถง รอไม่นานถิงถิงได้เดินเข้ามำพร้อมกับองครักษ์ประจำตัวของฮองเฮา
“ถวายบังคมฮองเฮา มีเรื่องอันใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจี๋ยองครักษ์ที่จงรักภักดีต่อซินเหยียน นั่งลงคุกเข่าต่อหน้าพร้อมรับคำสั่งของผู้เป็นนาย
“ข้ามีเรื่องให้เจ้าทำ ทุกคนออกไปข้างนอกส่วนถิงถิงอยู่ในนี้กับข้า ”
“พ่ะย่ะค่ะ /เพคะ”นางกำนัลขันทีคารวะก้มโค้งและเดินออกด้านนอกทันที เมื่อนั้นซินเหยียนสั่งให้หลี่เจี๋ยลุกขึ้น
“ลุกขึ้นเถิด ที่ข้าเรียกเจ้ามาในยามวิกาลข้ามีเรื่องด่วนให้เจ้าไปสืบ จงทำการให้เงียบที่สุดอย่าให้ผู้ใดจับได้”
“ฮองเฮาต้องการสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องที่เจ้าต้องไปทำคือไปสืบลับ ๆ ตามติดตระกูลจื่อและเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของหวงกุ้ยเฟย ตอนนี้นางกับใต้เท้าจื่อกำลังวางแผนทำสิ่งร้ายแรงต่อตระกูลของข้า สิ่งที่ข้าต้องทำคือขัดขวางและเปิดโปงความชั่วของคนตระกูลจื่อต่อพระพักตร์ฝ่าบาท”
“น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจี๋ยยกมือสองมือประสานกันไว้กลางอกก้มโค้งลงต่อหน้าพร้อมเดินหันหลังออกไปทำตามที่ฮองเฮาสั่งการ
ถิงถิงคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเหตุใดฮองเฮาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอันใด
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสงสัยเหตุใดท่านถึงรู้ว่าหวงกุ้ยเฟยวางแผนทำการใด หวงกุ้ยเฟยต่างก็ดีและเคารพฮองเฮาทุกคราที่พบกัน”
“เพราะครั้งก่อนข้าก็คิดเช่นเจ้ามองโลกในแง่ดี คิดว่าทุกคนต่างดีกับข้า แต่เปล่าเลย ทุกคนในวังหลังล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมเป็นของตนเอง หวงกุ้ยเฟยแม้จะเหมือนอยู่ข้างข้า นอบน้อมถ่อมตนตามตำแหน่ง แต่นั้นเป็นเพียงหน้ากากที่นางสวมใส่เท่านั้น สิ่งที่นางต้องการคือตำแหน่งฮองเฮาและอำนาจเพื่อหนุนหลังตระกูลของนางต่างหาก ครั้งนี้ข้าจะไม่โง่เชื่อคำพูดผู้ใดอีก ถิงถิงเมื่อฟ้าสว่างข้าจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้เจ้าเตรียมอาภรณ์ให้ข้าด้วย แค้นล้างบางตระกูล ความเจ็บปวดที่เสียครอบครัว ทุกอย่างถูกจารึกในสายเลือดของข้า แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจลบเลือน”
“เพคะฮองเฮา” ถิงถิงขนลุกซู่เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของฮองเฮาตั้งแต่นางเฝ้าตามดูแลไม่เคยเห็นแววตาโหดร้ายและโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อน มีเพียงแววตาที่สดใสมีเมตตา หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่นางไม่รู้แต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยถามต่อ พาฮองเฮากลับไปที่ห้องบรรทมยังอีกหลายยามกว่าท้องฟ้าจะสว่างเอาไว้รุ่งสางนางจะถามฮองเฮาอีกครา
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล











