ANMELDEN‘ชาติก่อนต้องตายเพราะถูกใส่ร้าย ตระกูลของข้าถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร หวนคืนมาครั้งนี้ข้าจะร้าย! ฮองเฮาอ่อนโยนจิตใจเมตตาจะไม่มีอีกต่อไป พวกเจ้าเตรียมรับมือจากข้าได้เลย’ บทนำ ไป๋ซินเหยียนฮองเฮาผู้อ่อนแอไม่หลงในอำนาจกลับถูกใส่ร้าย คนในครอบครัวถูกใส่ความว่าเป็นกบฏถูกจับประหารเจ็ดชั่วโคตร ฮ่องเต้บุรุษที่นางรักประทานผ้าแพรขาวยื่นยาพิษให้นางดื่มอย่างเย็นชา ความเจ็บปวดครั้งนี้กลายเป็นความแค้น สวรรค์เมตตาให้นางย้อนเวลากลับมาก่อนจะเกิดเรื่อง เมื่อครั้งนี้นางกลับมาได้นางจะต้องหาต้นตอและจัดการคนที่คิดร้ายต่อตระกูลของนาง มิหนำซ้ำนางจะมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแออีกต่อไป ทุกลมหายใจต่อจากนี้คือการแก้แค้นอำนาจที่อยู่ในมือของนางนางจะใช้มันอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจผู้ใดอีกต่อไปแม้กระทั่งฮ่องเต้ “แค้นล้างบางตระกูล ความเจ็บปวดที่สูญเสียครอบครัว ทุกอย่างถูกจารึกในสายเลือดของข้า แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจลบเลือน” ***นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *** สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
Mehr anzeigenตอนที่ 1 ย้อนกลับมา
“ฝ่าบาทได้โปรดฟังหม่อมฉันสักนิด ตระกูลของหม่อมฉันจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาตลอดจะมาทำเรื่องเช่นนี้ไปทำไมกันเพคะ” สตรีร่างเล็กสวมชุดสีขาวใบหน้าซีดเซียวร่ำไห้อ้อนวอนต่อฮ่องเต้และยังเป็นสวามีของนาง ปากพร่ำบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีทางเป็นความจริง ทว่าร่างใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับไม่เชื่อคำพูดของนางสักนิด สายตาจ้องร่างบางที่นั่งร่ำไห้อย่างไม่แยแสเพราะถูกความเกรี้ยวโกรธครอบงำจิตใจ
“ไป๋ซินเหยียนเจ้าคิดว่าข้าโง่อย่างนั้นหรือ ? สมุดรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมถอดถอนโค่นข้าลงจากบัลลังก์อีกทั้งยังมีการซื้ออาวุธจากแคว้นอื่น เจ้าเป็นสตรีโลภมากไม่พอใจในสิ่งที่เจ้ามีอยู่ อยู่สูงกว่าคนทั่วใต้หล้าแต่อยู่ต่ำกว่าข้าเพียงผู้เดียวเจ้ายังมิพอใจอีกหรือ? ไม่ว่าเจ้าจะเอ่ยเช่นใดข้าไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจ้า ข้าจะเมตตาเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายให้เจ้าเลือกว่าจะดื่มยาพิษหรือจะให้ข้าสั่งประหารและนำหัวเจ้าไปเสียบประจานเช่นดั่งคนในตระกูลของเจ้า” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยออกมาอย่างเย็นชายื่นยาพิษให้แก่สตรีที่เคยเป็นฮองเฮาของแผ่นดิน นางเงยหน้ามองบุรุษที่นางเคยมอบความรักให้หมดหัวใจดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้ม มือเล็กยื่นไปรับยาพิษสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจและร่างกาย ชายที่เอ่ยบอกรักกลายเป็นชายที่มอบความตายให้นาง
“หากนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ท่านมอบให้ หม่อมฉันจะรับมันเอาไว้และคำพูดของหม่อมฉันยังคงมั่นเช่นเดิม ตระกูลของหม่อมฉันไม่เคยคิดทรยศราชวงศ์ หากความสวรรค์เมตตาได้โปรดเปิดโปงผู้ร้ายตัวจริงให้แก่ท่านได้เห็น แล้ววันหนึ่งท่านจะเสียใจในสิ่งที่กระทำลงไป” เอ่ยจบร่างบางยกยาพิษดื่มจนหมดชาม บัดนั้นเลือดกระฉูดทะลักออกจากปากของนาง ร่างเล็กค่อย ๆ ไร้เรี่ยวแรงนอนแนบลงบนพื้นหน้าตำหนักหลุนหลง สายตาจ้องมองแผ่นหลังฝ่าบาทกำลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ความเจ็บรุนแรงที่กลางอกราวกับถูกควักหัวใจออกไป ความเย็นเยียบซึมลึกเข้ามาในหัวใจจนนางหนาวสั่นไปทั้งร่าง ยาพิษค่อย ๆ กระจายไปตามเส้นเลือดยามนี้นางเจ็บร้าวไปทั้งหมด เงยหน้าจ้องมองท้องนภาพลางภาวนาอ้อนวอนต่อสวรรค์ได้โปรดมอบความเป็นธรรมให้ตระกูลของนาง ล้มล้างผู้ที่มันทำชั่วให้ได้รับผลกรรม ก่อนที่ลมหายใจของนางจะโรยรินไปอย่างช้า ๆ ดวงตาหลับลงพร้อมหยดน้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงดิน
ตึง ตึง เสียงกลองถูกตีดังขึ้นในยามราตรีเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้ถึงยามไฮ่ (23.00) เป็นเวลาที่ทุกคนควรพักผ่อน
ตำหนักหลุนหลง
ตำหนักของฮองเฮาเงียบสงัดมีนางกำนัลเฝ้าอยู่หน้าห้องและขันทีที่ยืนสับผงกอย่างงัวเงีย ครานั้นเองเสียงในห้องบรรทมของฮองเฮาดังขึ้น
“โครม ”
นางกำนัลชั้นสูงรีบเข้าไปด้านในทันทีเป็นห่วงความปลอดภัยของฮองเฮา
“ฮองเฮาเกิดอันใดขึ้นเพคะ หม่อมฉันขอเข้าไปในห้องบรรทมนะเพคะ” นางย่างกรายเข้าไปเปิดผ้าม่านเห็นฮองเฮาผู้สง่างามนั่งอยู่บนเตียงพระพักตร์ซีดเซียวราวกับว่าฝันร้าย
“ถิงถิงตอนนี้คือยามใด” เสียงเล็กแหลมเปล่งออกมาจากร่างบางที่นั่งสั่นเทาเอ่ยถาม นางกำนัลคนสนิทงวยงงก่อนจะตอบคำถามของฮองเฮา
“ยามจื่อ (23.00) จินเย่าเดือนสื้อเยว่ปีทู่เพคะ”สตรีสง่างามนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ครุ่นคิดหากนี่เป็นเดือนสื้อเยว่ปีทู่ ก่อนวันที่ตระกูลของนางจะล้มสลายถูกใส่ร้ายจากคนชั่วในวันสุ่ยเย่าเดือนสือเยว่ นี่ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ดวงตาของนางเบิกโพลงโต จ้องมองมือเรียวของตนด้วยความดีใจ
‘ข้าถูกฝ่าบาทประทานยาพิษต้องสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่นี่ข้าได้ย้อนกลับมาก่อนวันที่ตระกูลของข้าจะถูกใส่ความและถูกประหาร ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาฟังคำอธิฐานจากข้าผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ข้าได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเพื่อแก้แค้นผู้ที่กระทำชั่วช้ากับตระกูล ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าแตะต้องตระกูลของข้าแม้เพียงปลายเล็บ ในเมื่อข้ามีอำนาจในมือข้าจะใช้มันเอง’ นางคิดในใจก่อนจะลุกเดินลงจากเตียงนอนบอกให้นางกำนัลไปตามองครักษ์มาหานางที่ห้องโถง
“ถิงถิงเจ้าไปเรียกองครักษ์มาหาข้าที่ห้องโถงประเดี๋ยวนี้” ถิงถิงหยิบอาภรณ์มาห่มกายให้ฮองเฮาก่อนจะก้มโค้งรับคำสั่ง
“เพคะฮองเฮา ” นางรีบเดินไปตามองครักษ์ตามคำสั่งของฮองเฮา ฮองเฮาผู้เป็นใหญ่ปกครองใต้หล้ารองจากฮ่องเต้ จ้องมองไปด้านหน้าดวงตาแข็งกร้าวบีบมือแน่นพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
“ข้าจะมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแอให้หวงกุ้ยเฟยหรือแม้แต่ผู้ใดมารังแกข้าได้อีก ข้าจะเป็นฮองเฮาที่โหดร้ายไร้ไมตรีคอยรับมือจากข้าได้เลย” เอ่ยจบสองเท้าย่างไปที่ห้องโถงรอคอยองครักษ์เพื่อสั่งการให้เขาไปทำ
สตรีงดงามนางนี้คือฮองเฮาของแผ่นดิน นามว่าไป๋ซินเหยียนเป็นบุตรสาวเพียงผู้เดียวของใต้เท้าไป๋ฉู่เหวิน เดิมทีนางเป็นฮองเฮาที่อ่อนหวานมีจิตใจเมตตาไม่เคยสนใจอำนาจ อยู่กับนางกำนัลดูแลวังหลังได้เป็นอย่างดี แม้ว่าฮ่องเต้จะไม่เคยใส่ใจ มอบให้นางเพียงความเย็นชา แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาได้เพียง 3 วันก็ได้แต่งตั้งหวงกุ้ยเฟยบุตรสาวของใต้เท้าจื่อซุนห่าว สตรีงดงามเลื่องลือนามว่าจื่อฟางหรูเข้ามาอยู่ในวังหลัง ซินเหยียนทำได้เพียงน้อยใจแต่ก็ทำอันใดไม่ได้นางเป็นฮองเฮาต้องมีจิตใจที่กว้างขวาง เรื่องสนมของฝ่าบาท หากเขาเอ่ยปากนางไม่เคยขัดขวางและไปร่วมยินดีด้วยทุกครา
แต่ผู้ใดจะคิดว่าการที่นางใจกว้างและอยู่เงียบ ๆ จะทำให้หวงกุ้ยเฟยที่มัวเมาอำนาจอยากครอบครองตำแหน่งฮองเฮา และอยากได้อำนาจในวังหลังจึงคิดร้ายและวางแผนใส่ความตระกูลไป๋ให้กลายเป็นกบฏโดยมิอาจจะหลบหลีกได้เพราะหลักฐานมัดตัว ตระกูลไป๋ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรฮองเฮาถูกปลดจากตำแหน่ง ฝ่าบาทประทานผ้าแพรขาวให้แก่นาง ซินเหยียนเจ็บปวดเสียใจ น้ำตาไหลเป็นโลหิต พยายามอธิบายต่อฝ่าบาทเท่าใดเขาไม่แม้จะฟังคำพูดของนางและไม่หันมามองใบหน้าของนางด้วยซ้ำ นางเห็นแต่เพียงแผ่นหลังความเย็นชาของเขาที่มอบให้ ซินเหยียนเคยรักมากกลายเป็นความแค้น นางยกยาพิษที่ฝ่าบาทประทานให้ต่อหน้าเมื่อครู่ขึ้นมาดื่มจนหมด จิตสุดท้ายนางภาวนาให้ทุกคนที่ทำกับนางอย่างไร้ความเป็นธรรมได้รับผลกรรมที่ตนเองทำเอาไว้ หากเป็นไปได้นางอยากมีชีวิตต่อเพื่อแก้แค้นให้แก่ตระกูล
ตอนนี้นางได้กลับมาแล้วสิ่งแรกที่นางจะทำคือการวางแผนรับมือและดำเนินการก่อนที่หวงกุ้ยเฟยจะลงมือ คราก่อนที่ทหารเข้าไปบุกค้นเรือนตระกูลไป๋พบหนังสือลงนามก่อกบฏและหนังสือสั่งซื้ออาวุธต่างแคว้น ฝ่าบาทเกรี้ยวโกรธสั่งประหารไม่รอลงอาญา ซินเหยียนมั่นใจนั่นมิใช่เรื่องที่ท่านพ่อของนางจะทำเด็ดขาด ตระกูลของนางจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาเนินนาน เป็นฮองเฮามาหลายชั่วอายุคน ไม่มีทางที่ท่านพ่อจะก่อกบฏ และก่อนที่นางจะดื่มยาพิษเห็นใบหน้าแววตาของหวงกุ้ยเฟยที่ยืนจ้องมองนางด้วยสายตาสะใจและมีความสุข ซินเหยียนยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นแผนการโค่นล้มตระกูลไป๋จากฝีมือของหวงกุ้ยเฟย
ในห้องโถงถูกจุดเทียนเพิ่มแสงสว่างจากขันที นางกำนัลชั้นผู้น้อยที่เฝ้าดูแลมารินน้ำชาให้นางที่โต๊ะในห้องโถง รอไม่นานถิงถิงได้เดินเข้ามำพร้อมกับองครักษ์ประจำตัวของฮองเฮา
“ถวายบังคมฮองเฮา มีเรื่องอันใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจี๋ยองครักษ์ที่จงรักภักดีต่อซินเหยียน นั่งลงคุกเข่าต่อหน้าพร้อมรับคำสั่งของผู้เป็นนาย
“ข้ามีเรื่องให้เจ้าทำ ทุกคนออกไปข้างนอกส่วนถิงถิงอยู่ในนี้กับข้า ”
“พ่ะย่ะค่ะ /เพคะ”นางกำนัลขันทีคารวะก้มโค้งและเดินออกด้านนอกทันที เมื่อนั้นซินเหยียนสั่งให้หลี่เจี๋ยลุกขึ้น
“ลุกขึ้นเถิด ที่ข้าเรียกเจ้ามาในยามวิกาลข้ามีเรื่องด่วนให้เจ้าไปสืบ จงทำการให้เงียบที่สุดอย่าให้ผู้ใดจับได้”
“ฮองเฮาต้องการสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องที่เจ้าต้องไปทำคือไปสืบลับ ๆ ตามติดตระกูลจื่อและเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของหวงกุ้ยเฟย ตอนนี้นางกับใต้เท้าจื่อกำลังวางแผนทำสิ่งร้ายแรงต่อตระกูลของข้า สิ่งที่ข้าต้องทำคือขัดขวางและเปิดโปงความชั่วของคนตระกูลจื่อต่อพระพักตร์ฝ่าบาท”
“น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจี๋ยยกมือสองมือประสานกันไว้กลางอกก้มโค้งลงต่อหน้าพร้อมเดินหันหลังออกไปทำตามที่ฮองเฮาสั่งการ
ถิงถิงคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเหตุใดฮองเฮาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอันใด
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสงสัยเหตุใดท่านถึงรู้ว่าหวงกุ้ยเฟยวางแผนทำการใด หวงกุ้ยเฟยต่างก็ดีและเคารพฮองเฮาทุกคราที่พบกัน”
“เพราะครั้งก่อนข้าก็คิดเช่นเจ้ามองโลกในแง่ดี คิดว่าทุกคนต่างดีกับข้า แต่เปล่าเลย ทุกคนในวังหลังล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมเป็นของตนเอง หวงกุ้ยเฟยแม้จะเหมือนอยู่ข้างข้า นอบน้อมถ่อมตนตามตำแหน่ง แต่นั้นเป็นเพียงหน้ากากที่นางสวมใส่เท่านั้น สิ่งที่นางต้องการคือตำแหน่งฮองเฮาและอำนาจเพื่อหนุนหลังตระกูลของนางต่างหาก ครั้งนี้ข้าจะไม่โง่เชื่อคำพูดผู้ใดอีก ถิงถิงเมื่อฟ้าสว่างข้าจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้เจ้าเตรียมอาภรณ์ให้ข้าด้วย แค้นล้างบางตระกูล ความเจ็บปวดที่เสียครอบครัว ทุกอย่างถูกจารึกในสายเลือดของข้า แม้ตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจลบเลือน”
“เพคะฮองเฮา” ถิงถิงขนลุกซู่เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของฮองเฮาตั้งแต่นางเฝ้าตามดูแลไม่เคยเห็นแววตาโหดร้ายและโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อน มีเพียงแววตาที่สดใสมีเมตตา หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่นางไม่รู้แต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยถามต่อ พาฮองเฮากลับไปที่ห้องบรรทมยังอีกหลายยามกว่าท้องฟ้าจะสว่างเอาไว้รุ่งสางนางจะถามฮองเฮาอีกครา
ตอนที่ 8 แสดงความยินดีหลายวันต่อมาห้องโถงใหญ่ในตำหนักหลุนหลง มีสตรีมากมายเข้ามาร่วมแสดงความยินดีเมื่ออาการของฮองเฮาเริ่มดีขึ้นผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทุกคนคือไทฮองไทเฮา ข้างซ้ายคือฮองไทเฮา ข้างขวาคือหวงไท่เฟย สองข้างฝั่งจะเป็นหวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย 2 ลำดับและเหล่าสนมของฝ่าบาท มาหาฮองเฮาถึงตำหนัก“ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี ฮองเฮาข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้าตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่นจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้า คุณงามความดีของเจ้าข้าจะมอบที่ดินผืนงามลุ่มน้ำเจียงซีให้เจ้าเป็นของกำนัลและเอาไว้เป็นสมบัติของทายาทที่กำลังจะเกิดจากเจ้า หากเป็นโอรสข้าจะมอบเขาไท่หยางให้ตระกูลไป๋เป็นการตอบแทน” ทุกคนต่างได้ยินก็พากันดวงตาลุกวาวเมื่อไทฮองไทเฮามอบที่เหมือนแผ่นดินทองคำให้แก่ฮองเฮา“เป็นพระมหากรุณาเพคะ”“ข้าเองก็มีของกำนัลให้เจ้าเช่นเดียวกัน”แปะ ๆ ฮองไทเฮาเอ่ยจบตบมือเสียงดังสองสามครั้งเหล่าทหารแบกหีบสมบัติเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกำไลสร้อยหยก อัญมณีหายากมากมายกองอยู่ต่อหน้าทุกคน แสงประกายแวววาวกระทบทุกสายตา“ขอบพระทับเพคะฮองไทเฮา”“ของข้าก็มิได้น้อยหน้า ยกเข้ามา” หวงไท่เฟยเอ่ยจบทหารอีกชุดก็เดินเข้ามาพร้อมหีบ
ตอนที่ 7 เรื่องน่ายินดีหลังจากนั้นทั้งสองคนเดินทางออกจากตำหนักฉู่อี๋และพากันมุ่งหน้าไปตำหนักหลุนหลงตามที่กำหนดเอาไว้ ระหว่างทางเว่ยเจี่ยลอบมองใบหน้าของซินเหยียนรอยยิ้มพึ่งปรากฏบนใบหน้า จนนางรู้สึกได้ว่าถูกสายตาของเขาจ้องมองอยู่“ฝ่าบาทคิดอันใดในใจหรือเพคะ จ้องมองใบหน้าของหม่อมฉันก็ยิ้มขึ้นมา ปกติท่านยิ้มเป็นด้วยหรือ? "“ข้าเพียงแค่ยิ้มที่เห็นนิสัยของฮองเฮาเปลี่ยนไปเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะสนใจความเจ็บความเป็นผู้อื่น หรือว่าฮองเฮาพึ่งจะนึกหึงหวงข้าขึ้นมา”“ฮึ …! หม่อมฉันนะหรือเพคะ จะหึงหวงฝ่าบาท ผิดแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นห่วงหวงกุ้ยเฟยจริง ๆ หรือว่าท่านไม่พอใจที่หม่อมฉันไปขัดขวางไม่ให้ท่านอยู่เคียงข้างนางหรือเพคะ หากเป็นเช่นนั้นท่านก็จงกลับไปหานางเถิด” ซินเหยียนเอ่ยพลางมองไปเบื้องหน้า หากนางเป็นอะไรไปยามนี้ก็หมดสนุกพอดี ไม่สาสมกับสิ่งที่นางทำเอาไว้ ต้องให้นางมีชีวิตอยู่เนินนาน เฝ้ารอดูวันที่ตระกูลของนางจะล่มสลายเสียก่อน เมื่อนั้นซินเหยียนจะยอมให้นางตาย“ผู้ใดว่าข้าไม่พอใจ ข้าพอใจต่างหากเพราะใจจริงของข้าต้องการไปหาฮูหยินที่ตำหนัก” ฝ่าบาทเดินเข้ามาสวมกอดนางจากด้านหลังกระซิบข้างหูจนขนลุ
ตอนที่ 6 ข้าจะดูแลฝ่าบาทเองยามโหย่ว (18.00) ซือหยานางกำนัลบของหวงกุ้ยเฟยแอบมองระหว่างทางหน้าตำหนักหงซือ เฝ้ารอขบวนฮ่องเต้จะเดินทางไปที่ตำหนักหลุนหลง จนกระทั่งนางเห็นฝ่าบาทเดินนำหน้าขันทีนางกำนัลและองครักษ์กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ตำหนักฮองเฮา ซือหยาหลับตาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาเดินกึ่งวิ่งสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเกิดเรื่องอะไรขึ้น“ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันมีเรื่องมาทูลฝ่าบาทเป็นการเร่งด่วนเพคะ” เว่ยเจี่ยหยุดเดินเมื่อเห็นนางกำนัลตำหนักฉู่อี๋ยืนอยู่ตรงหน้าท่าทางรีบร้อนตื่นตระหนก“เจ้ามีเรื่องอันใดรีบเอ่ยมา”“ทูลฝ่าบาท ยามนี้หวงกุ้ยเฟยไม่สบายเสวยอาหารไม่ได้เลยเพคะ หม่อมฉันคิดอยู่นานว่าจะมาแจ้งฝ่าบาทดีหรือไม่ หวงกุ้ยเฟยไม่ให้หม่อมฉันมาแจ้งเกรงว่าจะรบกวนเวลาของฝ่าบาทที่อยู่กับฮองเฮาเพคะ”“หวงกุ้ยเฟยไม่สบายอย่างนั้นหรือ? ขันทีเปลี่ยนทิศทางข้าจะไปที่ตำหนักฉู่อี๋เจ้าจงไปแจ้งฮองเฮาว่าวันนี้ข้าไม่ได้ไปเยือนตำหนักหลุนหลง” ซือหยาก้มหน้าเผยรอยยิ้มอย่างดีใจที่ฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยไปหาหวงกุ้ยเฟยนายหญิงของตนเอง ทำให้เห็นว่าฝ่าบาทยังคงเป็นห่วงเป็นใยหวงกุ้ยเฟย“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งกำลังจะเดินแยกไป
ตอนที่ 5 ฤกษ์ดีภายในห้องบรรทมสลัว ๆ มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยที่ส่องสว่าง กลิ่นกำยานคละคลุ้งในอากาศ เขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ซินเหยียนยิ้มกริ่มยื่นมือคล้องคอของเว่ยเจี่ยจนเขาถลาล้มนอนนาบลงทับกายของนาง ร่างเล็กกระตุกยิ้มก่อนจะพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมร่างกายของเว่ยเจี่ย“ค่ำคืนนี้ขอให้หม่อมฉันเป็นคนปรนนิบัติฝ่าบาทนะเพคะ” นางยื่นมือแตะลงที่ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้ลูบไล้เบา ๆ เลื่อนลงมาหาลำคออย่างยั่วยวน ก่อนที่จะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กกวาดเข้าไปด้านในสัมผัสดูดดื่มร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม ทั้งสองค่อย ๆ เปลืองผ้าออกทีละชิ้น ลมหายใจหอบถี่ การรุกล้ำอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพัน รสหวานโหยหาเคล้าเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายแนบชิดจนหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทิ้งสติสัมปชัญญะไว้เบื้องหลังเหลือเพียงความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วแฮ่ก ๆ !! เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังระงมไปทั่วห้องนอน เขาค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากนางช้า ๆ เพื่อให้นางได้หายใจคล่องตัว“ฮองเฮาเจ้าช่างหอมหวานยิ่งนัก” ซินเหยียนยิ้มหวานก่อนที่เขาจะขยับกายโอบกอดรัดนางเอาไว้เขาบดจูบลงมาอย่างโหยหา











