เข้าสู่ระบบตอนที่ 9 ยืมมือลงมือแทน
ฟางหรูเหลือบไปมองซือหยานางกำนัลของตนพยักหน้าเล็กน้อย นางเดินเข้ามาพร้อมห่อยาในมือวางลงบนโต๊ะพลางเดินออกไปอย่างช้า ๆ
“สนมตั้งแต่เจ้าเข้าวังมายังไม่เคยเข้าเฝ้าฝ่าบาทใช่หรือไม่ ? ข้าเห็นใจจริง ๆ เจ้านำสิ่งนี้ไปถวายให้ฮองเฮายานี้เป็นยาดีช่วยในการบำรุงร่างกาย ข้าเชื่อว่าฮองเฮาต้องซาบซึ้งน้ำใจของเจ้า ช่วยพูดให้ฝ่าบาทได้เห็นความจงรักภักดี ไม่แน่เจ้าอาจจะได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทในไม่ช้า”
“หม่อมฉันทำเช่นนั้นได้หรือเพคะ หม่อมฉันไม่เคยเข้าเฝ้าฮองเฮาเพียงลำพังอีกทั้งยังไม่เคยเอ่ยวาจากับฮองเฮาโดยตรง” นางมีท่าทีประหม่าไม่น้อย ฟางหรูยื่นมือไปจับมือของนางพลางเอ่ยปลอบประโลม
“ไม่ต้องกลัวไปฮองเฮาจิตใจอ่อนโยนเมตตา เรื่องนี้ที่ข้าช่วยเจ้าเพราะเห็นว่าเจ้าเหมือนน้องสาวของข้า จะทำไม่ทำล้วนแล้วแต่ใจของเจ้า ข้าคงต้องกลับตำหนักแล้วล่ะ” หวงกุ้ยเฟยลุกขึ้นจะเดินกลับตำหนัก กุ้ยเหรินรีบลุกขึ้นตามและส่งนาง
“น้อมส่งหวงกุ้ยเฟยเพคะ ส่วนเรื่องยาหม่อมฉันจะทำตามที่หวงกุ้ยเฟยเสนอแนะ” ฟางหรูยิ้มกริ่มหันกลับหลังมามองกุ้ยเหริน
“เจ้าเลือกถูกต้องแล้วขอให้เจ้าสมปรารถนาได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทในเร็ววัน ข้าเองก็จะพูดช่วยเจ้าอีกแรง”
“ขอบพระทัยเพคะหวงกุ้ยเฟย”
รุ่งเช้าวันต่อมา
ตำหนักหลุนหลง
กุ้ยเหรินเดินทางมาเข้าเฝ้าฮองเฮาหลังมืออาหารเช้า นางมาพร้อมห่อยาที่หวงกุุ้ยเฟยให้มาเพื่อนำมาถวายฮองเฮา
“ฮองเฮาเพคะ กุุ้ยเหรินขอเข้าเฝ้าจะให้นางเข้าเฝ้าหรือไม่เพคะ” ถิงถิงเดินเข้ามาในห้องแต่งกายแจ้งกับซินเหยียนที่กำลังจ้องมองตนเองผ่านกระจก
“นางมาแล้วอย่างนั้นหรือ ? ให้นางไปรอข้าที่ห้องโถงข้าจะรีบตามไป”
“เพคะ” ซินเหยียนรู้เรื่องนี้ก่อนหน้าแล้วว่าเช้าวันนี้จะมีสนมขั้นต่ำกุ้ยเหรินจะเดินทางมาที่นี่ กลางดึกหลี่เจี๋ยได้เข้าเฝ้านางและแจ้งเรื่องที่นางให้เขาติดตามและสอดแนมหวงกุ้ยเฟยจึงรู้ทุกอย่างและแผนการชั่วร้ายของหวงกุ้ยเฟยที่จ้องจะทำลายบุตรในท้องของนาง
“คิดไว้ไม่มีผิดไม่ว่าจะครั้งไหนเจ้าก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ได้ในเมื่อเจ้าต้องการทำเช่นนี้ข้าจะยอมแสดงเป็นคนโง่เขลาให้เจ้าตายใจ และเป็นคนเปิดโปงเจ้าเองหวงกุ้ยเฟย” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ดุดันจ้องเขม็งไปด้านหน้าลุกขึ้นพรวดย่างกรายอย่างสง่างามไปยังห้องโถง
“ฮองเฮาเสด็จ” เสียงขันทีดังขึ้นกุ้ยเหรินยืนขึ้นเพื่อคารวะฮองเฮาทันที
“ถวายพระพรฮองเฮาขอให้อายุยืนหมื่นปี หมื่น ๆ ปีเพคะ”
“นั่งลงเถิดขช้าจะให้นางกำนัลนำน้ำชามาต้อนรับ หลายวันมานี้มีแต่ผู้คนเข้ามาหาที่ตำหนักเพื่อแสดงความยินดีเรื่องที่ข้าตั้งครรภ์ กุ้ยเหรินเจ้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อการนี้ใช่หรือไม่ ? ตั้งแต่เจ้าเข้ามาเป็นกุ้ยเหรินในวังหลังข้าพบเจ้าเพียงไม่กี่ครั้ง ใบหน้าของเจ้าช่างงดงามราวดอกบัวเห็น เหตุใดกันนะที่ฝ่าบาทมองไม่เห็นเจ้าหรือเพราะมีพระสนมและกุ้ยเฟยมากมายหลายตำแหน่ง”
“ฮองเฮาหม่อมฉันมิได้งดงามถึงเพียงนั้นเพคะ แค่ได้รับตำแหน่งกุ้ยเหรินก็เป็นเกียรติแก่ตระกูลของหม่อมฉันแล้วเพคะ หม่อมฉันมาในวันนี้เพื่อแสดงความยินดีและมีของมามอบให้เพคะ” นางตัวสั่นประหม่าเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดฮองเฮาผู้สง่างามมากด้วยบารมีช่างแตกต่างกับตอนที่อยู่กับหวงกุ้ยเฟยมากโข ยื่นห่อยาให้ฮองเฮาด้วยมือของนางเอง
“ขอบใจเจ้ามาก ถิงถิงเปิดห่อยาและให้หมอหลวงมาตรวจสอบ”
“เพคะ”
กุ้ยเหรินใบหน้าซีดเซียวจู่ ๆ เหตุใดฮองเฮาถึงต้องให้หมอหลวงมาตรวจสอบห่อยาที่นางเอามาให้ ซินเหยียนลอบมองใบหน้าของนางครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาเบา ๆ
“มิใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจเจ้า ทว่าความปลอดภัยของข้าและลูกต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด จะดื่มจะกินอะไรต่อจากนี้ต้องระวังตัวเป็นอย่างดี เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจ”
“เพคะฮองเฮา”
กุ้ยเหรินแม้จะตื่นตระหนกทว่านางก็ไม่ได้คิดอะไรมากมั่นใจเหลือเกินว่ายาที่หวงกุ้ยเฟยมอบให้คือยาบำรุงที่ดีที่สุด ไม่นานนักหมอหลวงได้เดินเข้ามา มองดูด้วยตาเปล่าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทว่าเมื่อจำแนกรากยาออกจากกัน สีหน้าเริ่มตึงเครียด เปิดตำราอย่างจ้องมองดูอย่างละเอียด ดวงตาเบิกโพลงจนทุกคนเริ่มสงสัย
“ท่านหมอหลวงมีสิ่งใดในยาผิดปกติเช่นนั้นหรือ”
“ทูลฮองเฮา ในยานี้มีรากไม้ชนิดหนึ่งมองดูผิวเผินอาจจะไม่รู้ แต่เมื่อแยกจำแนกยาออกจากกันทำให้กระหม่อมสงสัยจึงได้เปิดตำรายาดู นั่นคือยาต้องห้ามและห้ามใช้กับสตรีที่ตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ ไร้กลิ่นไร้รสแต่เมื่อดื่มไปไม่เกินเจ็ดวันอาจจะทำให้ตกพระโลหิตได้พ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าฮองเฮาได้ยานี่มาจากที่ใด” กุ้ยเหรินแทบหยุดหายใจ ร่างกายสั่นเทาแข้งขาอ่อนกำลัง ทรุดตัวลงต่อหน้าฮองเฮาทันที
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันมิได้ตั้งใจ หม่อมฉันไม่ได้จะทำเช่นนั้นนะเพคะ” ซินเหยียนกระตุกยิ้มมุมปาก พยักหน้าให้หมอหลวงออกไปก่อนและหันไปมองถิงถิง นางเหมือนจะรู้ว่าฮองเฮาต้องการทำให้นางทำสิ่งใด ถิงถิงผายมือให้หมอหลวงออกไปด้านนอกและสั่งมิใช่เรื่องราววันนี้แพร่งพรายออกไปที่อื่น
“กุ้ยเหริน เจ้าเป็นเพียงสนมขั้นต่ำ...เจ้าทำเช่นนี้ต้องการสิ่งใดกัน เจ้าก้าวเท้าเข้ามาในวังหลวงก็ต้องรู้กฎของวังหลังมิใช่หรือ ? หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะเกิดอันใดขึ้นกับเจ้า กับตระกูลของเจ้ากันนะ....” ซินเหยียนลุกขึ้นเดินวนไปมารอบกายของกุ้ยเหรินนาง นั่งสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก้มศีรษะลงแนบพื้นเอ่ยออกมาน้ำเสียงสั่นเครือจะไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้หากเรื่องที่นำยาร้ายแรงหวังปลิดชีพบุตรของฮ่องเต้ โทษสถานเดียวคือประหารเจ็ดชั่วโคตร ร้ายแรงพอ ๆ กับก่อกบฏ
“หม่อมฉันไม่ได้ต้องการทำเช่นนี้นะเพคะ เพราะหวงกุ้ยเฟย หวงกุ้ยเฟยนำยานี้มาให้หม่อมฉันที่ตำหนักและให้หม่อมฉันมาเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ ล้วนแต่เป็นแผนการของหวงกุ้ยเฟย ได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันผู้โง่เขลาผู้นี้ด้วยเพคะ”
“เจ้านี่นะช่างหัวอ่อนเชื่อคำพูดของผู้อื่นง่ายดายเหลือเกิน เจ้าคิดว่าหวงกุ้ยเฟยจะรับรองความปลอดภัยของเจ้าหรือ ? คิดผิดแล้ว นางเพียงยืมมือเจ้าทำร้ายข้า หากข้าเป็นอะไรขึ้นมาความผิดทั้งหมดจะตกอยู่ที่เจ้ากับตระกูลของเจ้า ” ซินเหยียนหยุดเดินอยู่ต่อหน้าของกุ้ยเหริน ย่อตัวลงมาจับแขนของกุ้ยเหรินประคองให้นางลุกขึ้นยิ้มกว้างด้วยเมตตา ทว่ารอยยิ้มของซินเหยียนทำให้กุ้ยเหรินสั่นสะท้านไปถึงปลายเท้า
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







