Partager

๒ ฮูหยินไร้ค่า

last update Date de publication: 2025-07-12 02:46:25

หากเป็นเมื่อสามปีก่อน เซินลี่ฮวาคงมิได้มีความกล้าเท่านี้ เพียงแค่อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่...หยาดน้ำตาใสก็พลันไหลรินอาบแก้มทันที

เซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างไร้ความเกรงกลัว นางก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังที่แห่งหนึ่ง พร้อมกับในอกที่รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ทว่าหาใช่เพราะความหวาดกลัว...แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดต่างหาก

หลังจากที่โม่เหยียนซวี่ไล่นางออกจากจวนไปแล้ว เขาจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสตรีผู้นั้นอย่างมีความสุข...โดยไม่รู้สึกผิดใดเลยเชียวหรือ!?

หึ...นางอยากเห็นนักว่าเขาจะทำหน้าเช่นไร เมื่อภรรยาที่เคยขับไล่ราวกับสิ่งไร้ค่ากลับมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง!

พอนึกแล้ว…เซินลี่ฮวาหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์

“รีบไปกันเถอะผิงอัน…ข้าคิดถึงสามียิ่งนัก”

เดิมทีบรรยากาศยามนี้ก็มืดครึ้มด้วยหมอกเมฆตั้งเค้าราวกับพายุใหญ่กำลังจะกระหน่ำลงมา ทว่าดูเหมือนว่า...จวนสกุลโม่คงเผชิญเข้ากับพายุลูกใหญ่เข้าให้จริงๆ แล้ว

เหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าจวน ต่างจับจ้องแผ่นหลังของฮูหยินใหญ่ที่กำลังย่างเท้าเข้าไปด้านใน…บางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยความตึงเครียด แล้วรีบแซงหน้าอีกฝ่ายไปอย่างร้อนรน

อย่างไรแล้วเรื่องนี้ต้องรีบไปแจ้งนายท่าน...ว่าฮูหยินกลับมาแล้ว!

 

 

 

ในขณะที่ข่าวลือแว่วไปทั่วทั้งจวน โม่เหยียนซวี่กลับกำลังเอนกายนอนนิ่งอยู่บนเตียง ภายในอ้อมแขนเขาคือร่างบอบบางของไป๋หรูอี๋ที่ยังอิดโรยและอ่อนแรงจากการแท้งบุตรเมื่อสองสามวันก่อนหน้านั้น

แขนแกร่งตวัดโอบกอดนางไว้หลวมๆ อย่างอ่อนโยนราวกับต้องการปลอบประโลมหัวใจที่แตกสลายของอีกฝ่ายให้สงบลง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

ไป๋หรูอี๋ซุกใบหน้าไว้ที่แผ่นอกแกร่งของเขา นัยน์ตาเมล็ดซิ่ง แดงก่ำจากการร้องไห้มากอย่างหนัก นางปรายสายตามองบุรุษข้างกายอย่างเลื่อนลอย ริมฝีปากซีดเซียวขยับเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“เป็นเพราะข้า…นี่เป็นความผิดของข้าที่ไม่ดูแลให้ดีจึงต้องสูญเสียเขาไป…”

โม่เหยียนซวี่กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาเงียบอยู่นานครู่หนึ่งราวกับกำลังกลืนความเจ็บปวดลงลึกไปในใจ

“มิใช่ความผิดของเจ้า…หรูอี๋” น้ำเสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบา พลางลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน

ไป๋หรูอี๋เม้มปากแน่น ข่มกลั้นเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสาร

“อย่าโทษตัวเองอีกเลย” โม่เหยียนซวี่กล่าว

เรื่องนี้เขาเองก็เสียใจไม่น้อย…ทว่าจะโทษผู้ใดผู้หนึ่งเพียงลำพังได้อย่างไรกัน

หากมีวาสนาต่อกัน วันหนึ่งก็อาจได้กลับมาเป็นบุตรของเขาอีกครั้ง…ทว่าอย่างไรเสีย โม่เหยียนซวี่...ก็สนใจความรู้สึกของนางมากกว่าสิ่งใด

ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของเขาซ้ำๆ

ไป๋หรูอี๋นอนนิ่งหายใจหอบถี่ด้วยแรงรั้งจากความเจ็บปวดอยู่ในอ้อมแขนเขา ใบหน้าคนงามซีดเผือดไร้สีเลือดฝาด หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มหน้าผากและขมับ ทั้งริมฝีปากยังแห้งเหือดหรืออาภรณ์ที่เปียกโชกไปด้วยเลือดสีแดงคล้ำไปทั่วทั้งร่าง

เขาไม่มีทางลืมเหตุการณ์ในวันนั้นไปได้จริงๆ

โม่เหยียนซวี่พลางโน้มจุมพิตบนหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา แววตาแข็งกร้าวของแม่ทัพใหญ่กลับฉายแววอ่อนแรงเพียงชั่วขณะ “อย่าคิดอะไร...ยามนี้เจ้าสำคัญที่สุดรู้หรือไม่ไป๋หรูอี๋”

ยิ่งเห็นนางเสียใจเช่นนี้ หน้าอกข้างซ้ายของเขาก็พลันบีบรัดแน่นปวดหนึบคล้ายหายใจไม่ออก

ในขณะเดียวกันนั้น…จู่ๆ กลับมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบบนระเบียงหน้าห้องดังขึ้น ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกอย่างร้อนรนโดยไร้มารยาท สาวใช้ผู้นั้นหอบหายใจถี่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งใบหน้ายังซีดเผือดราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน

 โม่เหยียนซวี่หันขวับไปมองตาขวางทันที น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาดังลั่น “ไร้มารยาท!...มีผู้ใดตายกันงั้นหรือ”

“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ!”

นางรู้ว่ายามนี้ผู้เป็นนายโมโหไม่น้อย ทว่า…นางก็ไร้หนทางเช่นกัน “ฮูหยิน…ฮูหยินกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”

!!!

และเพียงชั่วพริบตาเดียว...พอสิ้นสุดถ้อยคำนั้นบรรยากาศ บรรยากาศภายในห้องพลันถูกความเงียบงันแผ่ปกคลุมไปทั้งห้องอย่างรวดเร็วทันที  ทั้งยังเย็นยะเยือกแทบหายใจไม่ออก

ร่างของโม่เหยียนซวี่แข็งทื่อไปทันที ดวงตาคมกริบค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวขึ้นมา

“นางกลับมาหรือ…” น้ำเสียงทุ้มพึมพำพูดแผ่วเบา

ไป๋หรูอี๋ได้ยินแล้วหัวคิ้วเรียวพลางขมวดมุ่นขึ้นมาอย่างทันที จู่ๆ หางขวาของนางกระตุกระริกราวกับเป็นลางบอกเหตุ น้ำเสียงหวานกล่าว “หมายความว่าอย่างไรกัน…พี่หญิงกลับจวนมาแล้วงั้นหรือ?”

สาวใช้พยักหน้าหงึกๆ “เจ้าค่ะ!...ฮูหยินใหญ่กลับมาแล้ว”

เรือนหลังนี้…เคยเป็นของนางมาก่อน

เกรงว่า นางก้าวเท้าออกไปยังไม่ทันพ้นขอบประตูจวนก็คงมีผู้ดีใจระริกระจนต้องรี้รีบย้ายเข้ามาอยู่อย่างรวดเร็วกระมัง

เซินลี่ฮวายืนนิ่งอยู่หน้าประตูเรือน นัยน์ตาเมล็ดซิ่งมองเบื้องหน้านิ่งๆ ราวกับย้อนหวนไปยังวันวานที่ยังคงวนอยู่ในความทรงจำก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก้าวเข้าไปอย่างไม่ลังเล

ทุกอย่างในยามนี้มาไกลเกินกว่าจะแก้ไขได้แล้ว…

ทันใดนั้น กลิ่นของยาสมุนไพรตลบอบอวลจนต้องย่นคิ้ว นางเบือนหน้าหันหนี แววตาฉายแววความรังเกียจแวบหนึ่ง

ยามนี้ภายในห้องเงียบงัน…เงียบเสียจนได้เสียงลมหายใจ

ดวงตาเรียวคมกริบของโม่เหยียนซวี่หรี่ลงแทบจะในทันทีที่เห็นสตรีผู้นั้นปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เขาพลางลุกขึ้นจากเตียงอย่างไม่รู้ตัว สีหน้าเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจ

“…”

“หึ! เหตุใดถึงทำหน้าเหมือนกับเห็นผีกันเล่า” เซินลี่ฮวายิ้มกว้าง นางพลางหัวเราะออกมาเล็กน้อยราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน

โม่เหยียนซวี่หยุดยืนตรงหน้านาง ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่บนลงล่าง ราวกับต้องการจะตอกย้ำว่า เขาไม่ได้ตาฝาดไปเอง

“กลับไปที่ของเจ้าซะ” เขากดเสียงต่ำแฝงออกคำสั่ง

เขาไม่รู้เพราะเพราะเหตุใดจู่ๆ สตรีผู้นี้ถึงกลับมา…!?

ดวงตาคมกริบถลึงมองอีกฝ่ายราวกับกำลังข่มขู่

ทว่าเซินลี่ฮวาได้ฟังแล้วถึงกลับหลุดหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน นางละสายตาจากบุรุษตรงหน้าก่อนจะกวาดไปอีกทาง จากนั้นจึงหยุดนิ่งที่ร่างบอบบางที่กำลังนอนเอนกายอยู่บนเตียงอย่างอิดโรย

“ข้าได้ยินว่าไป๋หรูอี๋แท้งบุตรจึงแวะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยเพียงเท่านั้น”

“เซินลี่ฮวา!” โม่เหยียนซวี่กัดฟันกรอด มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดพอง สายตาเพ่งมองนางราวกับจะฉีกนางเป็นชิ้น ๆ

ไป๋หรูอี๋ที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคับแค้นในอก

เมื่อสามปีก่อน นางยังจำความสุขของวันที่สตรีตรงหน้าถูกขับไล่ออกจากจวนได้ไม่ลืม แต่ไฉนวันนี้…อีกฝ่ายกลับมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มเช่นนี้!

นางฝืนยกตัวขึ้นเล็กน้อย แม้เสียงหวานจะแผ่วเบาแต่ก็ไม่อาจปิดบังความโกรธเคืองได้ “พี่หญิง…ขอได้โปรดระวังคำพูดด้วยเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งสูญเสียบุตรไปจะให้กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีได้อย่างไรกัน”

เซินลี่ฮวายิ้มอ่อน “งั้นหรอกหรือ…”

นางหันไปหาผิงอันสาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกาย ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถามเสียงเรียบท่าทางงุนงง

“ผิงอัน…เจ้าว่าข้าพูดผิดตรงไหนหรือไม่”

ผิงอันพลางยอบกายลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างรู้งาน “สูญเสียบุตรไปทั้งคน…ย่อมต้องแสดงความเสียใจเจ้าค่ะฮูหยิน”

เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะร้องอุทานออกมาอย่างกระจ่างแจ้งทันที

“อืม…เช่นนี้เอง”

ใบหน้าคนงามปรากฏรอยยิ้มจางๆ ทว่าดวงตาคู่งามกลับเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

“ช่างน่าเสียดายจริงๆ” เซินลี่ฮวาเอ่ยด้วยเสียงเบาราวกระซิบแต่กลับก้องไปทั่วทั้งห้อง “บุตรชายที่แม่ทัพโม่เฝ้าใฝ่ฝันนักหนา…ว่ากันว่าแม้แต่เทพเซียนก็ยังต้องสั่นสะเทือนเมื่อจัดส่งวิญญาณลงมาเกิดให้แต่สุดท้ายกลับเลือกครรภ์ผิดเสียแล้วกระมัง”

คำพูดของสตรีตรงหน้าเปรียบเสมือนมีดคมเฉือนใจ

ไป๋หรูอี๋กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น มือทั้งสองข้างกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว “…”

โม่เหยียนซวี่ได้เลยจะทนฟังได้อีก ขมับของเขาเต้นตุบๆ จนปวดหัวไม่น้อย เขาสูดลมหายใจคล้ายกำลังตั้งสติอดกลั้นโทสะที่คับอกไม่ให้ปะทุออกมา

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมา “กลับไปที่ของเจ้าซะ..เซินลี่ฮวา”

นางระบายยิ้มกว้าง ดวงตาคู่งามเจือไปด้วยความเย้ยหยัน หาได้รู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย “เข้าใจแล้ว…ข้าเพียงแค่มาทวงของคืนเท่านั้น แม่ทัพโม่ใจเย็นก่อนเถิดอย่าเพิ่งร้อนรนไปนัก”

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๖ สามี ภรรยา ครองคู่

    ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนอีกครายามบ่ายมีแสงแดดอ่อนส่องละมุนไปทั่วบริเวณ สายลมอุ่นโชยพัดแผ่วเบาราวกับกำลังลบเลือนความขมขื่นในใจให้จางหายไป พร้อมกับกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นอย่างเงียบงันเว่ยอี้จิบชาหอมกรุ่นจากเหม่ยฮวาในลานกลางจวน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างยากจะบรรยายชีวิตในยามนี้…ช่างดีไม่น้อย นับตั้งแต่มีภรรยาเคียงข้าง“เหอะ!”ซ่งเหวินเห็นท่าทีของสหายแล้วก็อดแค่นเสียงเย้ยหยันไม่ได้ เขาหันไปมองเซินลี่ฮวาด้วยแววตาล้อเลียนพลางกล่าวถามสงสัยอย่างแสร้งสงสัย“ฮูหยินให้กินสิ่งใดเข้าไปหรือ...ไฉนเว่ยอี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพลันหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นหมองมานานบัดนี้กลับเปล่งประกายอ่อนโยน ราวกับสามารถวางปล่อยความหลังได้เสียทีใบหน้าของนางระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยน“อาเว่ย…เป็นสามีที่ดีเจ้าค่ะ”เพียงถ้อยคำสั้นๆ เรียบง่าย กลับฟังแล้วตรึงใจซ่งเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่ากลายเป็นตัวขัดจังหวะเวลาพลอดรักของคนสองคน เขาบ่นพึมพำราวกับตัดพ้อ “เหอะ! เกรงว่าข้าคงต้องรีบกลับจวนแล้วกระมัง”เว่ยอี้ยกคิ้วขึ้นอย่างยียวน กล่าวด้วย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๕ ไม่ผิดหวัง

    ท่ามกลางแสงจันทร์อ่อนในค่ำคืนปลายเหมันต์ ลมหนาวพัดเอื่อยเฉื่อยพลันรู้สึกเย็นเฉียบจนบาดผิว กิ่งไม้เปลือยใบพลิ้วไหว คล้ายกำลังกระซิบกับท้องฟ้ายามราตรีเซินลี่ฮวานั่งเหยียดหลังตรงอยู่ภายในเรือนเงียบ นางรอคอยอย่างใจเย็น...พิธีการเหล่านี้นางเคยผ่านมาหมดแล้วทว่าความรู้สึกในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในครานั้น นางแต่งเพราะไม่อาจปฏิเสธได้แต่ยามนี้...นางเลือกเองหาใช่เพราะเหตุผลอันใดกาสุรามงคลตรงหน้าค่อยๆ เย็นเฉียบไปตามอุณหภูมิในห้องหอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ ตามฤดูหนาวอันเงียบสงบเอี๊ยดด…ทันใดนั้น เสียงประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะปิดลงตามหลัง พร้อมฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงเข้ามาไม่เร่งรีบทว่าเปี่ยมด้วยความหนักแน่นเขามาแล้ว…!?นางไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดจึงรู้สึกประหม่าขึ้นมา มือทั้งสองข้างเผลอกำเข้าหากันอย่างควบคุมไม่ได้เว่ยอี้ก้าวเข้ามาในห้องหอ เขาทอดมองภรรยาหมาดๆ ในชุดแต่งงานอาภรณ์สีแดงสดอย่างพึงพอใจ สายตาคมกริบคู่นั้นไม่อาจซ่อนความตกตะลึงในความงามของนางได้แม้แต่น้อยเขาหยิบคันชั่งไม้ลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นด้วยมือที่มั่นคงอย่างแผ่วเบา“รอนานหรือไม่” น้ำเสีย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๔ คู่ควร

    บรรยากาศภายในจวนสกุลโม่ยังคงปกคลุมด้วยความขุ่นมัวแม้ยามค่ำคืนจะจุดโคมสว่างไสวทั่วทุกมุม ทว่าในใจของผู้อยู่อาศัยกลับมืดมนเสียยิ่งกว่าโม่เหยียนซวี่ยังคงนอนไม่ฟื้นคืนสติร่างของแม่ทัพใหญ่ที่สง่างามเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามทว่าบัดนี้กลับนอนแน่นิ่งไม่ได้สติไร้วี่แววที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา…ดูราวกับไม่มีชีวิตหมอชราต่างพลางกันถอนหายใจถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ “แม้ยื้อชีวิตจากปรโลกกลับคืนมาได้…ชีพจรไม่แตกสลายแต่กระดูกสันหลังช่วงล่างถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างรุนแรง หากโชคดีอาจกลับมาเคลื่อนไหวได้แต่เกรงว่า…” เขาเว้นคำไว้เพียงเท่านี้ เมื่อเห็นแววตาพร่ามัวของไป๋หรูอี๋เบิกกว้างขึ้นมาไป๋หรูอี๋ตะคอกเสียงดัง นางถลึงตามองหมอชราตรงหน้าก่อนจะละสายตาไปมองร่างของโม่เหยียนซวี่ที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ “พูดให้ชัด!...หมายความว่าเขาจะพิการใช่หรือไม่!”หมอชราแทบจะคุกเข่าแนบลงพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเจ็ดส่วน “มิใช่เช่นนั้นขอรับ…”“…”“ทว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์ทั้งสิ้น:ไป๋หรูอี๋ได้ยินแล้วเซถอยอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากที่เคยแต้มชาดเม้มแน่นคล้ายถูกตัดลมหายใจนางไม่อาจรับได้…ขึ้นอยู่กลับสวรรค์งั้นหรือ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๓ ลืมเลือนอดีต

    ณ จวนสกุลเว่ยเช้าตรู่ขนาดนี้ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่นายท่านเว่ยกลับมาพร้อมสตรีแปลกหน้า ไม่ว่าใครต่อใครในจวนเห็นแล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นทว่าเพียงแค่สบตานายท่านเพียงแวบเดียวเท่านั้น…ความกล้าพลันหายวับไปราวกับมีสายลมโชยมาพวกนางต่างหุบปากเงียบกริบราวถูกสาปให้เป็นใบ้ทันทีตั้งแต่ออกจากจวนสกุลโม่มา…แม้กระทั่งตอนที่อยู่ในรถม้า เซินลี่ฮวาก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลยสักครึ่งคำนางเอาแต่เงียบมาตลอดทั้งทางและดูเหม่อลอยใบหน้าคนงามเฉยชาไร้อารมณ์ใดๆ ฉายออกมาแต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับหม่นหมองราวกับซ่อนความรู้สึกมากมายที่กำลังไหลหลั่งอยู่ภายในจนยากจะจัดการเว่ยอี้เหลือบตามองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนึ่งโอบประคองกอดนางไว้หลวมๆ อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน“แม่นางเซินดูจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ให้สาวใช้เตรียมเรือนรับรองให้นางพักก่อนดีหรือไม่…”เซินลี่ฮวาไม่ได้ตอบอันใดออกมาทันที นางเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามที่เคยว่างเปล่าเหมือนไร้วิญญาณกลับสะท้อนประกายบางอย่างที่เขามองแล้วไม่อาจจับต้องได้“แล้วแต่ขุนนางเว่ยเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ แ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๒ อำนาจ

    ไป๋หรูอี๋มั่นใจว่า นางมีที่ยืนมั่นคงในใจของโม่เหยียนซวี่ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเขาที่ยังคงทอดมองสตรีผู้นั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากปล่อยนางจากไปแล้ว...หัวใจของนางก็พลันเย็นเฉียบลงทันทีตลอดหลายวันมานี้ เซินลี่ฮวาทำให้นางขุ่นเคืองอยู่มากจนแทบระเบิดอยู่ทุกเมื่อ มิหนำซ้ำยังให้คนขับไล่นางออกจากเรือนใหญ่เหมือนเป็นเพียงหัวขโมยไร้ค่าและยิ่งไปกว่านั้น...โม่เหยียนซวี่ที่เคยเชื่อฟังนางนักหนา กลับทำเป็นไม่รับฟังคำใดของนางเสียแล้วเหตุใดทุอย่างจึงไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด!นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ความรู้สึกน้อยใจเปลี่ยนเป็นโทสะที่พร้อมจะระเบิดในพริบตา ความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที“อ๊ะ…!” น้ำเสียงหวานร้องแผ่วเบา...แต่กลับดังก้องในจวนที่เงียบงันคล้ายมีเจตนาให้ทุกคนได้ยินไป๋หรูอี๋เอนตัวโอนเอนไปมาคล้ายกับจะเป็นลม ร่างระหงเซจะทรุดฮวบลงกับพื้นในพริบตาแต่ทว่าโม่เหยียนซวี่กลับไม่แม้แต่จะปรายตาชำเลืองมองเลยแม้แต่น้อย!นั่นยิ่งทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง!เซินลี่ฮวาเห็นละครตื้นเขินตรงหน้าแล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้มไว้แก้ว่าอีกฝ่าจะเก้อเขินเอาได้ นางขบริมฝีปากแน่น มือไม้คันยุบยิบอยากจะฟาดให้สักฉาดแต่สุด

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๑ เป็นอย่างที่หวัง

    “ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ!...ขุนนางเว่ยมาหาเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงสาวใช้หน้าประตูเอ่ยแจ้งด้วยท่าทางรีบร้อน นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนแทบจะสะดุดชายกระโปรงล้มลงไปกับพื้นพอได้ยินประโยคนี้ เซินลี่ฮวาปรายสายตาหันไปมองทันที ดวงตาคู่งามฉายแววงุนงงและสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถามสาวใช้ผู้นั้นเสียงเรียบ “เขามาทำไม”นางส่ายหน้าไปมาพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหอบ “บ่าว…บ่าวมิอาจทราบเจ้าค่ะ แต่ดูท่าทีเร่งร้อนนัก”ทันใดนั้น หางตาซ้ายของนางกระตุกริกๆ ทันทีราวกับเป็นลางบอกเหตุ เซินลี่ฮวาลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรง ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นเล็กน้อยท่าทางสงบนิ่งหากเป็นเช่นนี้…เกรงว่าคงเป็นข่าวดีแน่“พาเขาเข้ามาเถอะ…ข้าจะรออยู่ที่นี่”“เจ้าค่ะ!”เซินลี่ฮวาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเบาะนั่ง ก่อนจะขยับมือจัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อย แล้วจึงยกขึ้นลูบไล้เรือนผมเบา ๆ คล้ายกำลังเตรียมตัวรับแขกสำคัญนางเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหมาย “ผิงอันไปเตรียมน้ำชาดีๆ มาสักกาหนึ่งพร้อมขนมอีกถาดให้ข้าทีได้หรือไม่”ผิงอันที่ยืนอยู่ด้านหน้ามองเห็นแล้วถึงกับไม่อยากเชื่อมิใช่ผู้เป็นนายเคยกล่าวเอาไว้ว่าที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ในภายภาคหน้าเท่า

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๕ นิสัยอันธพาล

    แม้ว่า เซินลี่ฮวาจะได้รับพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทให้แต่งกับโม่เหยียนซวี่…ทว่าก็มิใช่ว่านางจะต่ำต้อยหรือไร้ศักดิ์ศรีแต่อย่างใด ว่ากันตามตรงแล้ว เซินลี่ฮวานับเป็นบุตรสาวของขุนนางผู้มีฐานะสูงส่งอีกทั้งยังเพียบพร้อมในทุกด้านนางหาใช่สตรีสามัญธรรมดาไม่…แต่กลับเป็นคุณหนูแห่งตระกูลสูงศักดิ์โดยแท้มิหนำซ้ำด้

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๔ ไป๋หรูอี๋

    วันนี้เพียงแค่ฮูหยินใหญ่กลับมาถึงจวนได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทว่าทุกสิ่งภายในจวนสกุลโม่กลับแปรเปลี่ยนไปราวกับผ่านไปนานนับสิบปีโม่เหยียนซวี่ค่อยๆ ประคองร่างของไป๋หรูอี๋วางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาก้มตัวถอดรองเท้าให้นางด้วยมือของตนเองก่อนจะจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงยกผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้อีกฝ่าย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๓ วันวานขมขื่น

    บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจ…ความอึดอัดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณเซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง ดวงตาคู่งามหลุบมองสตรีผู้นั้นเพียงครู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับบุรุษตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดหลบเลี่ยงนางเอ่ยเสียงหวาน “วันนี้ข้าเดินทางไกลนัก…ยามนี้รู้สึกเหน็ดเห

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑ ข้ากลับมาแล้ว

    วันนี้ตลอดทั้งวันท้องฟ้าแจ่มใสมีแสงแดดสาดส่องไปทั่วบริเวณจนร้อนอบอ้าวแต่เพียงชั่วพริบตาเมื่อยามพลบค่ำ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ท้องฟ้ามืดมิดสนิทราวกับพายุกำลังจะพัดพาฝนห่าใหญ่มาสาดกระหน่ำสายลมแรงพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งจนปลิวว่อน เสียงลากล้อรถม้าค่อยๆ ลากตามพื้นมาดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ อย่างน่าหวาดกลัวจนกระทั่งหยุ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status