Share

๓ วันวานขมขื่น

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2025-07-12 11:47:12

บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจ…ความอึดอัดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ

เซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง ดวงตาคู่งามหลุบมองสตรีผู้นั้นเพียงครู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับบุรุษตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดหลบเลี่ยง

นางเอ่ยเสียงหวาน “วันนี้ข้าเดินทางไกลนัก…ยามนี้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยรีบจัดเตรียมเรือนนอนให้มารดาพักผ่อนเสีย”

โม่เหยียนซวี่แค่นเสียงในลำคออย่างดูแคลน ดวงตาคมกริบเพ่งมองนางตรงหน้าอย่างแข็งกร้าว “หึ! รีบไสหัวไปซะ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน…เซินลี่ฮวา”

ไฉนเลยเข้าจะรู้…ว่าสตรีผู้นี้กลับมาเพราะเหตุใด แล้วยังมีหน้ามาก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้อีก!

“กลับไป…ข้าควรกลับไปที่ใดหรือสามี” นางเลิกคิ้วถามเสียงเรียบ ใบหน้าคนงามเรียบเฉยไร้ความเกรงกลัวใดๆ

“เซินลี่ฮวา! เจ้ามิสิทธิ์กลับมาเหยียบที่นี่อีก ตั้งแต่วันนั้น…เมื่อสามปีก่อน!” น้ำเสียงทุ้มตะคอกก้องดังลั่นไปทั่วด้วยความไม่พอใจที่พลุ่งพล่านอยู่คะบอกจนยากเกินจะควบคุม

เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพลางหัวเราะเบา ๆ

เหอะ!...บุรุษผู้นี้โง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“ข้าเป็นภรรยาที่ฝ่าบาททรงพระราชทานสมรสให้…มิอาจหย่าขาดได้ตามใจ” นางกล่าวออกมาอย่างเนิบช้าแต่ทุกถ้อยคำกลับเฉือนลึกยิ่งกว่าคมมีด

“และหากข้าไร้สิทธิ์อันใด คงไม่เสียเวลาบากหน้าเหยียบที่แห่งนี้ให้แปดเปื้อนเท้าเป็นแน่”

เหตุใดนางจะไม่มีสิทธิ์อันใดในจวนสกุลโม่กันเล่า…!?

หนังสือหย่านางยังมิทันได้ลงนาม ยิ่งกว่านั้น…นี่เป็นสมรสมิสามารถหย่าขาดได้ตามใจชอบ

ครานั้นหากมิใช่เพราะโม่เหยียนซวี่ออกศึกนำชัยชนะกลับ มาเมืองหลวงได้...นางก็คงไม่ต้องการกลายเป็นสตรีรางวัลที่ฝ่าบาทมอบให้แก่บุรุษผู้นี้

เช่นนั้น…ต่อให้ต้องตายลงโรงอย่างโดดเดี่ยวนางก็ไม่มีทาง ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกลับโม่เหยียนซวี่แน่

นางสาวเท้าเข้าไปหนึ่งก้าว ดวงตาคู่งามกระจ่างจับจ้องอีกฝ่ายแน่วนิ่งก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างดูแคลน

“อย่าคิดว่าข้าจะยอมท่านอีก…โม่เหยียนซวี่!”

โม่เหยียนซวี่ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันอย่างโกรธเกรี้ยว น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมา “เจ้าต้องการอันใดกันแน่”

“ทวงคืนของของข้าอย่างไร”

 

เสียงกลองศึกดังกึกก้องทั่วไปทั่วแคว้น ขบวนทัพที่นำโดยแม่ทัพโม่เหยียนซวี่กลับสู่เมืองหลวงอีกครั้งหลังได้รับชัยชนะกลับมาจากการทำศึกที่เหนือชายแดนตะวันตกอยู่นานหลายเดือน

เหล่าชาวบ้านต่างมากมายออกมาต้อนรับเต็มสองข้างทางด้วยความภาคภูมิใจ

เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง “แม่ทัพ!”

“แม่ทัพโม่เหยียนซวี่!”

ชัยชนะครานี้นับว่าสำคัญไม่น้อย หากพ่ายแพ้ก็คงไม่พ้นถูกยกเป็นนักโทษเชลยศึกมีลมหายใจไปวันๆ เท่านั้น

มิหนำซ้ำ…ยามนี้ในวังหลวงยังจัดการเลี้ยงต้อนรับผู้นำทัพและเหล่าทหารกล้าด้วยความยินดีปรีดา เทียนฮ่องเต้สวมใส่อาภรณ์ปักลวดลายดิ้นมังกรอย่างประณีตนั่งอยู่บนแท่นสูงสุด ใบหน้าระบายยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีอย่างปิดไม่มิด

พร้อมทั้งมีราชโองการพระราชทานรางวัลแก่เหล่าทหารผ่านศึกทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่แม่ทัพโม่เหยียนซวี่…

‘แม่ทัพโม่เหยียนซวี่…ทหารกล้าของแผ่นดิน มีความชอบในการศึกอย่างหาที่เปรียบมิได้ เจิ้นขอมอบรางวัลตอบแทนด้วยตำแหน่งและทรัพย์สินทองมีค่าเหล่านี้พร้อมราชสมรสแก่บุตรสาวตระกูลเซิน…เซินลี่ฮวา’

โม่เหยียนซวี่ในยามนั้นแม้ไม่อยากจะรับเอาไว้แต่จะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรกัน

 

วันนี้นับเป็นฤกษ์มงคลยิ่งกว่าคราใดในรอบปี

บรรยากาศอบอวลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุยครึกครื้น และกลิ่นหอมของกำยานอ่อนๆ ที่ลอยกรุ่นตามสายลมมา ราวกับสวรรค์ก็ร่วมอวยพรให้พิธีสมรสครั้งนี้ราบรื่นไร้เคราะห์ร้าย

เซินลี่ฮวาสวมใส่ชุดอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเพลิงอย่างงดงาม  ใบหน้าคนงามซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมผืนบางสีชาด มือเรียวทั้งสองยกขึ้นประสานกันสง่างามตามคำแนะนำของแม่สื่อซึ่งยืนอยู่บนแท่นพิธี

นางช้อนสายตามองบุรุษตรงหน้าทว่าเห็นเพียงแค่เงาเลือนรางเท่านั้น

“หนึ่ง…คำนับฟ้าดิน”

“…”

เซินลี่ฮวาค่อยๆ โค้งกายลงเล็กน้อยตามพิธี

การแต่งงานครั้งนี้ นางไม่อาจปริปากพูดอันใดออกไปได้ทั้งที่ไม่เต็มใจแต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้เช่นกัน

นี่คือสมรสพระราชทาน…สำหรับบุตรสาวที่ดีแล้ว ย่อมต้องกตัญญูรู้คุณตอบแทนบิดามารดา เมื่อเป็นเช่นนี้ การแต่งกับบุรุษผู้ที่เป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกรย่อมถือเป็นเกียรติสูงสุดของสกุลเซิน

“สอง…คำนับบิดา มารดา”

“…”

เสียงพูดของแม่สื่อยื่นอยู่บนแท่นบิดาเอ่ยออกมาเสียงดังก้องท่ามกลางความเงียบ เสียงหัวเราะพูดคุยเมื่อครู่ถูกกลืนหายไป

เซินลี่ฮวาค่อยๆ หมุนกายไปยังที่ทางบิดามารดา มือทั้งสองประสานแน่นราวกับกำลังข่มความสั่นไหว จากนั้นจึงค่อยโค้งหัวลงเล็กน้อยตามพิธีการ

ภายใต้ผ้าคลุมหน้านั้น…ดวงตาคู่งามสั่นระริก ความรู้สึกมากมายพลันปะทุขึ้นจนคับอก

แม่สื่อเอ่ยขึ้นอีกคราเป็นครั้งสุดท้าย

“สาม…คำนับซึ่งกันและกัน”

ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นเพื่อแสดงความยินดี กับคู่บ่าวสาวสมรสพระราชทาน

นางมิได้ต้องการและไม่ได้ปรารถนาจะกลายเป็นภรรยาของผู้ใดทั้งสิ้น ทว่ากลับมิสามารถปริปากเอ่ยพูดอันใดไปมากกว่านี้ บุรุษผู้นั้นเป็นถึงแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่…ไหนเลยจะพึงพอใจมีสตรีหลังจวนแค่เพียงผู้เดียวกัน

เซินลี่ฮวายกยิ้มเยาะภายในผ้าคลุมผืนนั้นอย่างข่มขื่น นางกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “วางใจเถอะ…ข้าจะเป็นภรรยาที่ดี”

ทว่ากลับนางนึกไม่ถึง…ว่าเขาจะได้ยิน

เพียงชั่วพริบตานั้น น้ำเสียงทุ้มลึกก็ดังขึ้นใกล้หู ราบเรียบแต่หนักแน่น “ข้าเองก็เป็นสามีผู้อื่นครั้งแรก…ได้โปรดฮูหยินชี้แนะด้วยเถิด”

นางชะงักเล็กน้อย เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจและพูดออกมา “หากท่านดีต่อข้า…ข้ารับปากว่าจะเป็นภรรยาที่ดี”

 

เซินลี่ฮวาพลันหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้างอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะละสายตาจากบุรุษตรงหน้า นางปรายสายตาหันไปมองกวาดทั่วทั้งเรือนอันคุ้นตาอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังสังเกต

“นี่เป็นเรือนของข้า…มิใช่หรือ”

นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ แม้ว่าใบหน้าคนงามจะปรากฏรอยยิ้มจางๆ ทว่านัยน์ตาเมล็ดซิ่งกลับฉายแววไม่พอใจ “แม้ว่าข้าจะไม่อยู่หรือต่อให้ข้าจะตายกลายเป็นผีแต่หากข้าไม่เอ่ยปากยกให้ผู้ใด…เรือนนี้ก็ยังคงเป็นของข้า”

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านบานหน้าต่างเปิดกว้าง ผ้าโปร่งสีขาวพลิ้วไหวเช่นเดียวกับชายแขนเสื้อของนางที่สะบัดเบา

หึ! คิดว่านางจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ หรอกหรือ…!?

เซินลี่ฮวาพลางหันกลับมาสบตากับบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อยแต่เยือกเย็นดุจก้อนน้ำแข็ง

โม่เหยียนซวี่ได้ยินดังนั้นก็พลันแค่นเสียงเย้ยหยันออกมา สายตาคมกริบช้อนมองสตรีตรงหน้าด้วยความเหยียดหยาม เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อยก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างเย็นชา “จวนสกุลโม่เป็นของข้า เจ้าคิดว่าตนเองมีสิทธิ์อันใดถึงกล้ากลับมาแผ่อำนาจเช่นนี้”

มารดามันเถอะ! โม่เหยียนซวี่

กลับมาแผ่อำนาจอย่างงั้นหรือ…!?

เซินลี่ฮวาพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่คล้ายตั้งสติ นางแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบมีด “อำนาจยังเป็นของข้าอยู่มิใช่รึ…ข้าหย่ากับท่านไปตั้งแต่เมื่อใดกันโม่เหยียนซวี่”

นางเคยกล่าวไว้แล้วมิใช่หรือ…

หากเขาดีต่อนาง…นางก็จะเป็นภรรยาที่ดีแต่ความรู้สึกที่เคยมีกลับสิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว

โม่เหยียนซวี่ได้ยินแล้วพูดไม่ออก เขาถลึงตามองสตรีตรง หน้าอย่างโกรธเกรี้ยว มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูด

“อวดดีนัก!” เขาตวาดลั่น ภายในใจเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ

ไฉนเลยเขาไม่เคยคาดคิดว่า…เพียงแค่สามปีผ่านที่ผ่านมานี้ สตรีที่เคยอ่อนหวานและสงบเสงี่ยมราวกับผ้าพับไว้จะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ราวกับเป็นคนละคนก็ไม่ปาน

นางเดินทางมาไกลนัก ยามนี้ก็เหนื่อยล้าเต็มทีสิ่งที่ต้องการมีเพียงการพักผ่อนเท่านั้น

เซินลี่ฮวาค่อยๆ ละสายตาจากบุรุษตรงหน้า ก่อนจะหันไปมองสาวใช้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แล้วกล่าวว่า “ของที่มิใช่ของข้าเก็บออกไปให้หมด”

“เซินลี่ฮวา...เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใดกัน!”

“โม่เหยียนซวี่…หรือท่านลืมไปแล้วว่า ข้าคือภรรยาที่ได้รับพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทโดยชอบธรรม”

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๖ สามี ภรรยา ครองคู่

    ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนอีกครายามบ่ายมีแสงแดดอ่อนส่องละมุนไปทั่วบริเวณ สายลมอุ่นโชยพัดแผ่วเบาราวกับกำลังลบเลือนความขมขื่นในใจให้จางหายไป พร้อมกับกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นอย่างเงียบงันเว่ยอี้จิบชาหอมกรุ่นจากเหม่ยฮวาในลานกลางจวน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างยากจะบรรยายชีวิตในยามนี้…ช่างดีไม่น้อย นับตั้งแต่มีภรรยาเคียงข้าง“เหอะ!”ซ่งเหวินเห็นท่าทีของสหายแล้วก็อดแค่นเสียงเย้ยหยันไม่ได้ เขาหันไปมองเซินลี่ฮวาด้วยแววตาล้อเลียนพลางกล่าวถามสงสัยอย่างแสร้งสงสัย“ฮูหยินให้กินสิ่งใดเข้าไปหรือ...ไฉนเว่ยอี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพลันหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นหมองมานานบัดนี้กลับเปล่งประกายอ่อนโยน ราวกับสามารถวางปล่อยความหลังได้เสียทีใบหน้าของนางระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยน“อาเว่ย…เป็นสามีที่ดีเจ้าค่ะ”เพียงถ้อยคำสั้นๆ เรียบง่าย กลับฟังแล้วตรึงใจซ่งเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่ากลายเป็นตัวขัดจังหวะเวลาพลอดรักของคนสองคน เขาบ่นพึมพำราวกับตัดพ้อ “เหอะ! เกรงว่าข้าคงต้องรีบกลับจวนแล้วกระมัง”เว่ยอี้ยกคิ้วขึ้นอย่างยียวน กล่าวด้วย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๕ ไม่ผิดหวัง

    ท่ามกลางแสงจันทร์อ่อนในค่ำคืนปลายเหมันต์ ลมหนาวพัดเอื่อยเฉื่อยพลันรู้สึกเย็นเฉียบจนบาดผิว กิ่งไม้เปลือยใบพลิ้วไหว คล้ายกำลังกระซิบกับท้องฟ้ายามราตรีเซินลี่ฮวานั่งเหยียดหลังตรงอยู่ภายในเรือนเงียบ นางรอคอยอย่างใจเย็น...พิธีการเหล่านี้นางเคยผ่านมาหมดแล้วทว่าความรู้สึกในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในครานั้น นางแต่งเพราะไม่อาจปฏิเสธได้แต่ยามนี้...นางเลือกเองหาใช่เพราะเหตุผลอันใดกาสุรามงคลตรงหน้าค่อยๆ เย็นเฉียบไปตามอุณหภูมิในห้องหอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ ตามฤดูหนาวอันเงียบสงบเอี๊ยดด…ทันใดนั้น เสียงประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะปิดลงตามหลัง พร้อมฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงเข้ามาไม่เร่งรีบทว่าเปี่ยมด้วยความหนักแน่นเขามาแล้ว…!?นางไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดจึงรู้สึกประหม่าขึ้นมา มือทั้งสองข้างเผลอกำเข้าหากันอย่างควบคุมไม่ได้เว่ยอี้ก้าวเข้ามาในห้องหอ เขาทอดมองภรรยาหมาดๆ ในชุดแต่งงานอาภรณ์สีแดงสดอย่างพึงพอใจ สายตาคมกริบคู่นั้นไม่อาจซ่อนความตกตะลึงในความงามของนางได้แม้แต่น้อยเขาหยิบคันชั่งไม้ลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นด้วยมือที่มั่นคงอย่างแผ่วเบา“รอนานหรือไม่” น้ำเสีย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๔ คู่ควร

    บรรยากาศภายในจวนสกุลโม่ยังคงปกคลุมด้วยความขุ่นมัวแม้ยามค่ำคืนจะจุดโคมสว่างไสวทั่วทุกมุม ทว่าในใจของผู้อยู่อาศัยกลับมืดมนเสียยิ่งกว่าโม่เหยียนซวี่ยังคงนอนไม่ฟื้นคืนสติร่างของแม่ทัพใหญ่ที่สง่างามเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามทว่าบัดนี้กลับนอนแน่นิ่งไม่ได้สติไร้วี่แววที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา…ดูราวกับไม่มีชีวิตหมอชราต่างพลางกันถอนหายใจถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ “แม้ยื้อชีวิตจากปรโลกกลับคืนมาได้…ชีพจรไม่แตกสลายแต่กระดูกสันหลังช่วงล่างถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างรุนแรง หากโชคดีอาจกลับมาเคลื่อนไหวได้แต่เกรงว่า…” เขาเว้นคำไว้เพียงเท่านี้ เมื่อเห็นแววตาพร่ามัวของไป๋หรูอี๋เบิกกว้างขึ้นมาไป๋หรูอี๋ตะคอกเสียงดัง นางถลึงตามองหมอชราตรงหน้าก่อนจะละสายตาไปมองร่างของโม่เหยียนซวี่ที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ “พูดให้ชัด!...หมายความว่าเขาจะพิการใช่หรือไม่!”หมอชราแทบจะคุกเข่าแนบลงพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเจ็ดส่วน “มิใช่เช่นนั้นขอรับ…”“…”“ทว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์ทั้งสิ้น:ไป๋หรูอี๋ได้ยินแล้วเซถอยอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากที่เคยแต้มชาดเม้มแน่นคล้ายถูกตัดลมหายใจนางไม่อาจรับได้…ขึ้นอยู่กลับสวรรค์งั้นหรือ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๓ ลืมเลือนอดีต

    ณ จวนสกุลเว่ยเช้าตรู่ขนาดนี้ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่นายท่านเว่ยกลับมาพร้อมสตรีแปลกหน้า ไม่ว่าใครต่อใครในจวนเห็นแล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นทว่าเพียงแค่สบตานายท่านเพียงแวบเดียวเท่านั้น…ความกล้าพลันหายวับไปราวกับมีสายลมโชยมาพวกนางต่างหุบปากเงียบกริบราวถูกสาปให้เป็นใบ้ทันทีตั้งแต่ออกจากจวนสกุลโม่มา…แม้กระทั่งตอนที่อยู่ในรถม้า เซินลี่ฮวาก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลยสักครึ่งคำนางเอาแต่เงียบมาตลอดทั้งทางและดูเหม่อลอยใบหน้าคนงามเฉยชาไร้อารมณ์ใดๆ ฉายออกมาแต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับหม่นหมองราวกับซ่อนความรู้สึกมากมายที่กำลังไหลหลั่งอยู่ภายในจนยากจะจัดการเว่ยอี้เหลือบตามองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนึ่งโอบประคองกอดนางไว้หลวมๆ อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน“แม่นางเซินดูจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ให้สาวใช้เตรียมเรือนรับรองให้นางพักก่อนดีหรือไม่…”เซินลี่ฮวาไม่ได้ตอบอันใดออกมาทันที นางเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามที่เคยว่างเปล่าเหมือนไร้วิญญาณกลับสะท้อนประกายบางอย่างที่เขามองแล้วไม่อาจจับต้องได้“แล้วแต่ขุนนางเว่ยเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ แ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๒ อำนาจ

    ไป๋หรูอี๋มั่นใจว่า นางมีที่ยืนมั่นคงในใจของโม่เหยียนซวี่ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเขาที่ยังคงทอดมองสตรีผู้นั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากปล่อยนางจากไปแล้ว...หัวใจของนางก็พลันเย็นเฉียบลงทันทีตลอดหลายวันมานี้ เซินลี่ฮวาทำให้นางขุ่นเคืองอยู่มากจนแทบระเบิดอยู่ทุกเมื่อ มิหนำซ้ำยังให้คนขับไล่นางออกจากเรือนใหญ่เหมือนเป็นเพียงหัวขโมยไร้ค่าและยิ่งไปกว่านั้น...โม่เหยียนซวี่ที่เคยเชื่อฟังนางนักหนา กลับทำเป็นไม่รับฟังคำใดของนางเสียแล้วเหตุใดทุอย่างจึงไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด!นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ความรู้สึกน้อยใจเปลี่ยนเป็นโทสะที่พร้อมจะระเบิดในพริบตา ความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที“อ๊ะ…!” น้ำเสียงหวานร้องแผ่วเบา...แต่กลับดังก้องในจวนที่เงียบงันคล้ายมีเจตนาให้ทุกคนได้ยินไป๋หรูอี๋เอนตัวโอนเอนไปมาคล้ายกับจะเป็นลม ร่างระหงเซจะทรุดฮวบลงกับพื้นในพริบตาแต่ทว่าโม่เหยียนซวี่กลับไม่แม้แต่จะปรายตาชำเลืองมองเลยแม้แต่น้อย!นั่นยิ่งทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง!เซินลี่ฮวาเห็นละครตื้นเขินตรงหน้าแล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้มไว้แก้ว่าอีกฝ่าจะเก้อเขินเอาได้ นางขบริมฝีปากแน่น มือไม้คันยุบยิบอยากจะฟาดให้สักฉาดแต่สุด

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๑ เป็นอย่างที่หวัง

    “ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ!...ขุนนางเว่ยมาหาเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงสาวใช้หน้าประตูเอ่ยแจ้งด้วยท่าทางรีบร้อน นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนแทบจะสะดุดชายกระโปรงล้มลงไปกับพื้นพอได้ยินประโยคนี้ เซินลี่ฮวาปรายสายตาหันไปมองทันที ดวงตาคู่งามฉายแววงุนงงและสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถามสาวใช้ผู้นั้นเสียงเรียบ “เขามาทำไม”นางส่ายหน้าไปมาพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหอบ “บ่าว…บ่าวมิอาจทราบเจ้าค่ะ แต่ดูท่าทีเร่งร้อนนัก”ทันใดนั้น หางตาซ้ายของนางกระตุกริกๆ ทันทีราวกับเป็นลางบอกเหตุ เซินลี่ฮวาลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรง ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นเล็กน้อยท่าทางสงบนิ่งหากเป็นเช่นนี้…เกรงว่าคงเป็นข่าวดีแน่“พาเขาเข้ามาเถอะ…ข้าจะรออยู่ที่นี่”“เจ้าค่ะ!”เซินลี่ฮวาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเบาะนั่ง ก่อนจะขยับมือจัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อย แล้วจึงยกขึ้นลูบไล้เรือนผมเบา ๆ คล้ายกำลังเตรียมตัวรับแขกสำคัญนางเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหมาย “ผิงอันไปเตรียมน้ำชาดีๆ มาสักกาหนึ่งพร้อมขนมอีกถาดให้ข้าทีได้หรือไม่”ผิงอันที่ยืนอยู่ด้านหน้ามองเห็นแล้วถึงกับไม่อยากเชื่อมิใช่ผู้เป็นนายเคยกล่าวเอาไว้ว่าที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ในภายภาคหน้าเท่า

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๕ นิสัยอันธพาล

    แม้ว่า เซินลี่ฮวาจะได้รับพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทให้แต่งกับโม่เหยียนซวี่…ทว่าก็มิใช่ว่านางจะต่ำต้อยหรือไร้ศักดิ์ศรีแต่อย่างใด ว่ากันตามตรงแล้ว เซินลี่ฮวานับเป็นบุตรสาวของขุนนางผู้มีฐานะสูงส่งอีกทั้งยังเพียบพร้อมในทุกด้านนางหาใช่สตรีสามัญธรรมดาไม่…แต่กลับเป็นคุณหนูแห่งตระกูลสูงศักดิ์โดยแท้มิหนำซ้ำด้

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๔ ไป๋หรูอี๋

    วันนี้เพียงแค่ฮูหยินใหญ่กลับมาถึงจวนได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทว่าทุกสิ่งภายในจวนสกุลโม่กลับแปรเปลี่ยนไปราวกับผ่านไปนานนับสิบปีโม่เหยียนซวี่ค่อยๆ ประคองร่างของไป๋หรูอี๋วางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาก้มตัวถอดรองเท้าให้นางด้วยมือของตนเองก่อนจะจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงยกผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้อีกฝ่าย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒ ฮูหยินไร้ค่า

    หากเป็นเมื่อสามปีก่อน เซินลี่ฮวาคงมิได้มีความกล้าเท่านี้ เพียงแค่อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่...หยาดน้ำตาใสก็พลันไหลรินอาบแก้มทันทีเซินลี่ฮวาเชิดใบหน้าขึ้นอย่างไร้ความเกรงกลัว นางก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังที่แห่งหนึ่ง พร้อมกับในอกที่รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ทว่าหาใช่เพราะความหวาดกลัว...แต่เป็นความรู้สึก

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑ ข้ากลับมาแล้ว

    วันนี้ตลอดทั้งวันท้องฟ้าแจ่มใสมีแสงแดดสาดส่องไปทั่วบริเวณจนร้อนอบอ้าวแต่เพียงชั่วพริบตาเมื่อยามพลบค่ำ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ท้องฟ้ามืดมิดสนิทราวกับพายุกำลังจะพัดพาฝนห่าใหญ่มาสาดกระหน่ำสายลมแรงพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งจนปลิวว่อน เสียงลากล้อรถม้าค่อยๆ ลากตามพื้นมาดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ อย่างน่าหวาดกลัวจนกระทั่งหยุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status