LOGINลั่วหรูเซียน ได้รับสมรสพระราชทานแต่งให้เว่ยลู่เหลียง สามปีของการแต่งงาน นางกลายเป็นที่อิจฉาของสตรีทั่วเมืองหลวง ได้รับความรักจากสามีเต็มที่ วันหนึ่งนางพบว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมด...เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง
View Moreเงาสะท้อนในกระจกสีเหลืองอำพัน ที่เรียกได้ว่าชัดที่สุดที่จะหาได้ในแคว้นต้าฉีแล้ว สะท้อนใบหน้างามของลั่วหรูเซียน สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
นางแต่งงานเข้าตระกูลเว่ยมาได้สามปีแล้ว นับตั้งแต่ได้รับสมรสพระราชทานที่สุดแสนจะมึนงง ตัวนางไม่เคยพบหน้าเขามาก่อนเลยสักครั้ง เพียงแค่ได้ยินชื่อเสียงที่เก่งกาจของเขา
เว่ยลู่เหลียง รองเจ้ากรมศาลต้าฉี ที่มีอายุน้อยที่สุดเท่าที่แคว้นต้าฉีเคยมีมา ทั้งรูปโฉมก็นับว่าเป็นหนึ่งในฝ่ายบุรุษเช่นกัน เขาแต่งงานกับลั่วหรูเซียนในยามนั้นอายุเพียงยี่สิบสองหนาวเท่านั้น
สามปี ที่แต่งงานกันมา สองสามีภรรยาอยู่ภายใต้ความอิจฉาของบุรุษและสตรีทั่วทั้งเมืองหลวง แต่ผู้ใดจะคาดคิด ทั้งสองยังไม่เคยจะเข้าหอด้วยกันเลยสักครั้ง
ตระกูลเว่ยไม่มีผู้อาวุโสที่คอยมาเจ้ากี้เจ้าการเรื่องในห้องหอของทั้งคู่ เว่ยลู่เหลียงเป็นเพียงบัณฑิตทุกข์ยาก ไร้ครอบครัวคอยหนุนหลัง เดินทางมาสอบชิงขุนนางที่เมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน เขาไต่เต้าขึ้นมาอยู่จุดนี้ด้วยตนเอง
แต่ไม่รู้ว่าทำเช่นใด ฮ่องเต้ถึงได้พระราชทานสมรสระหว่างเขาและ ลั่วหรูเซียน สตรีที่บุรุษทั่วเมืองหลวงหมายตา ในวันปักปิ่นของนาง พระราชทานสมรสก็มาเยือนถึงที่จวนลู่ โดยไม่มีผู้ใดคาดคิดสักคน
ลั่วหรูเซียนเองก็เพิ่งจะได้รู้ว่าความเป็นชายของสามีนางไม่อาจใช้งานได้ ก็วันที่นางถูกส่งตัวเข้าห้องหอ ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ร่วมผูกผมกับเขาเรียบร้อยแล้ว
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ยอมรับในโชคชะตาของนาง อยู่อาศัยร่วมกับเขาเช่นพี่ชายน้องสาว ให้ความเคารพซึ่งกันและกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ยามที่นางกลับบ้านเดิม เว่ยลู่เหลียงจะพานางกลับบ้านเดิมด้วยความเอาใจใส่ สิ่งของล้ำค่าถูกนำมามอบให้ลั่วหรูเซียนไม่ได้ขาด หากในราชสำนักไม่ได้มีงานหนักที่แก้ไขไม่ได้ ทุกวันเช้าเย็นเขาจะต้องกลับมากินข้าวพร้อมกับนาง และเอ่ยถามไถ่กิจวัตรประจำวันของนางในแต่ละวัน
วันนี้ก็เช่นกัน เว่ยลู่เหลียงกลับมาพร้อมกล่องไม้เนื้อดี ยื่นให้หรูเซียนในตอนที่รับมื้อเย็นพร้อมกับนาง
“ลองเปิดดู” เขายิ้มบางมองสตรีตรงหน้าอย่างอบอุ่น
สายตาที่อ่อนโยนของเขายามที่มองนาง หรูเซียนอดที่จะยอมรับไม่ได้ว่ามันทำให้นางอบอุ่นหัวใจ ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีความสัมพันธ์ทางกาย แต่ก็รับรู้ได้ว่า สามีของนางรักนางมากเพียงใด
“ปิ่นอีกแล้วหรือเจ้าคะ” นางยู่ปากเล็กน้อย ทั้งที่เห็นเพียงแค่ด้ามปิ่นก็หมดความสนใจเสียแล้ว
เว่ยลู่เหลียงมอบปิ่นดอกมู่ตาน (ดอกโบตั๋น) ให้นางมากมายจนนับแทบไม่ไหว ถึงแม้ลวดลายจะแตกต่างกันออกไป แต่ตัวนางไม่ได้ชอบดอกมู่ตานเสียหน่อย เรื่องนี้ก็เคยบอกเขาไปแล้วเช่นกัน แต่เขาบอกว่า...มันเหมาะกับนาง
“หึหึ” เขาเขี่ยจมูกของนางเบาๆ “เจ้ายังไม่ทันได้เปิดดูเลยก็ไม่พอใจแล้วหรือ”
“ปิ่นที่ท่านพี่มอบให้ ย่อมต้องเป็นดอกมู่ตานอยู่แล้ว เหตุใดข้าต้องดูอีก” นางจะวางกล่องไม้ลง แต่ถูกเว่ยลู่เหลียงดันกลับไปเสียก่อน
“ลองเปิดดูก่อน” เขายิ้มอย่างเอาใจ
หรูเซียนยอมเปิดออกดู ครั้งนี้ไม่ใช่ปิ่นดอกมู่ตานอย่างที่นางคิด แต่เป็นดอกช่อดอกเหมยที่นางชื่นชอบต่างหาก
“ท่านพี่” นางเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ แม้จะบอกหลายครั้งว่านางชอบดอกไม้อันใด แต่สามปีที่ผ่านมา นี่คือครั้งแรกที่นางได้ปิ่นดอกเหมยจากเขา
“ชอบหรือไม่” เขายิ้มมองนางอย่างเอ็นดู
หรูเซียนพุ่งตัวเข้าไปอ้อมกอดของเขา นางถูใบหน้ากับแผงอกเขาอย่างออดอ้อน “ชอบมากเจ้าค่ะ ท่านจำได้เสียทีว่าข้าชอบดอกไม้ชนิดใด” นางเงยหน้ายิ้มหวานให้เขา
“หึหึ” เว่ยลู่เหลียงเองก็กอดนางเอาไว้แน่น
ภาพเช่นนี้บ่าวไพร่ในจวนล้วนแต่เห็นจนชินตา นายท่านของตนรักฮูหยินมากเพียงใดทุกคนย่อมรู้ดี อาหารมื้อเย็นจึงสร้างความอิจฉาให้บ่าวไพร่ในจวนไม่น้อย เมื่อหรูเซียนนางเอาอกเอาใจลู่เหลียง คอยคีบอาหารป้อนเขาอยู่ตลอดเวลา
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
อย่างไรเขาก็เป็นหัวหน้างานของลู่เหลียงจะหวาดกลัวก็คงไม่ใช่เรื่อง “ไม่รู้ว่าเจ้ามาเยือนถึงจวนมีเรื่องใด”“ข้าน้อยกลับจวนหลังจากทำงานเรียบร้อย ถึงได้ทราบเรื่องที่ฮูหยินจ้าวและคุณหนูจ้าวไปเยี่ยมภรรยาของข้าน้อย ถึงได้รู้ว่า...ฮูหยินจ้าวคิดจะยกคุณหนูจ้าวให้เป็นฮูหยินรองของข้าน้อย” เขาอมยิ้มมองสองแม่ลูก
ลู่เหลียงสังเกตเห็นท่าทางของคนอื่นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะขยับโดยไร้เสียง “เข้าไปด้านในได้แล้ว” หรูเซียนอดนึกขำไม่ได้ คงไม่ได้มีเพียงนางที่ทำไหน้ำส้มสายชูแตก แม้แต่ลู่เหลียงเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลย หรูเซียนโบกมือให้หลิวหมิงฮวนก่อนที่จะหลบเข้าไปในห้องรับรองพอชาวเมืองที่มาชมความครึกครื้
พอมีสัญญาหมั้นหมายแล้ว ดูเหมือนลู่เหลียงจะปรากฏตัวที่จวนตระกูลลั่วอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่าแทบจะทุกวันที่สำนักศึกษาหยุดเลยก็ว่าได้ เขามักจะหาเรื่องมาถามเรื่องตำราจากหลิวหมิงฮวน ทั้งที่เขามีความรู้มากกว่าหลิวหมิงฮวนเสียอีก“ต่อไปถ้าเจ้าใช้ข้าเป็นข้ออ้าง แต่ไม่ยอมช่วยทบทวนตำราให้ข้า ข้าจะไม่ยอมช่วยเจ
เดิมหวงซีเยว่ก็ไม่มีผู้ใดในกลุ่มหญิงสาวที่ถูกคัดเลือกมาร่ายรำชื่นชอบนางอยู่แล้ว พวกนางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านและบุตรเจ้าหน้าที่ระดับเล็ก เทียบไม่ได้กับตำแหน่งของหวงจินไห่ในตอนนี้ หวงซีเยว่เองก็ถือตัวว่าตนเองฐานะสูงกว่า จึงมิสนใจที่จะพูดคุยกับผู้ใดในตอนที่มาฝึกซ้อมเลยหวงซีเยว่ไม่ยอมออกเดิน นางรำคนอ


















reviews