مشاركة

ฮูหยินกลับมาแล้ว
ฮูหยินกลับมาแล้ว
مؤلف: วอลจู

๑ ข้ากลับมาแล้ว

مؤلف: วอลจู
last update تاريخ النشر: 2025-07-12 02:46:00

วันนี้ตลอดทั้งวันท้องฟ้าแจ่มใสมีแสงแดดสาดส่องไปทั่วบริเวณจนร้อนอบอ้าวแต่เพียงชั่วพริบตาเมื่อยามพลบค่ำ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ท้องฟ้ามืดมิดสนิทราวกับพายุกำลังจะพัดพาฝนห่าใหญ่มาสาดกระหน่ำ

สายลมแรงพัดกระหน่ำจนทุกสิ่งจนปลิวว่อน เสียงลากล้อรถม้าค่อยๆ ลากตามพื้นมาดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ อย่างน่าหวาดกลัวจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าประตูจวนสกุลโม่

สาวใช้พลางเร่งรีบลงจากลงม้าก่อนจะยื่นมือออกไปประคองผู้เป็นนายหญิงอย่างรวดเร็ว

เซินลี่ฮวาในชุดผ้าไหมสีครามเข้มประดับด้วยลวดลายดอกเหมย นางก้าวลงจากเกี้ยวอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังโดยมีสาวใช้คอยประคองเอาไว้

สตรีที่ถูกสามีทอดทิ้ง ไฉนคิดว่าจะได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก

ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ฉายออกมาแต่ดวงตาคู่งามกลับสื่อความรู้สึกลึกซึ้งถึงอดีตที่ปวดร้าวและความโกรธที่รอวันสะสางเอาคืน

หึ! สามีที่ดีไหนเลยจะทอดทิ้งภรรยาแล้วยกย่องสตรีอื่น

ทันทีที่ได้เห็น คนงานชายเฝ้าหน้าประตูพลางเบิกตาโพลงกว้างทันที ท่าทางประหนึ่งว่ากำลังเห็นผีก็ไม่ปาน

“นั่นคือฮูหยิน...ภรรยาของแม่ทัพโม่ใช่หรือไม่”

เมื่อสาวใช้ของเซินลี่ฮวาได้ฟังแล้ว ผิงอันพลางหันขวับไปมองอีกฝ่ายตาขวางทันที นางส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนจะกล่าวออกมาเสียงแข็ง “ใช่! ฮูหยินคือภรรยาเอกของท่านแม่ทัพโม่…ไฉนเห็นแล้วยังไม่รีบทำความเคารพอีก”

ผิงอันไหนเลยจะยอมรับได้ หากมีผู้มาเหยียบย้ำนายหญิงของตนเองเช่นนี้…ไม่ว่าจะเมื่อสามปีก่อนหรือตอนนี้

นางก็ไม่มีทางยอมให้ฮูหยินถูกรังแกเอาเปรียบอีกแล้ว!

“ช่างเถอะผิงอัน” เซินลี่ฮวาเหลียวมองเล็กน้อยก่อนจะโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ นางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไม้สลักขณะใหญ่ที่ห้อยอยู่หน้าจวน

‘จวนแม่ทัพโม่’

หึ! ท่านคิดว่าทอดทิ้งข้าเอาไว้แล้วจะลืมเลือนไปได้เช่นกันอย่างงั้นหรือ…!?

ริมฝีปากของเซินลี่ฮวาค่อยๆ โค้งเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน นางปรายตาไปมองคนเฝ้าประตูอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแข็ง “เปิดประตูให้ข้า…”

ท่าทางของสตรีตรงหน้าในยามนี้…ดูเย็นชา เย็นยะเยือกมิต่างจากก้อนน้ำแข็งเลยแม้แต่น้อย

เหตุใดถึงได้เปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อนเล่า!

คนเฝ้าพลางประตูกลืนน้ำลายอึดหนึ่งอย่างอยากลำบาก เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตัดสินใจเปิดประตูจวนตามคำสั่งของอีกฝ่ายทันที

สายตากดดันเช่นนั้น…เกรงว่าเขาคงขาดอากาศหายใจพอดี

“เชิญขอ…เชิญขอรับฮูหยิน!”

เซินลี่ฮวาหาได้กล่าวอันใดมากความ นางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในจวนทันทีโดยไม่รีรอ ใบหน้าคนงามยังราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ ฉายออกมาทว่าแววตากลับแข็งกร้าว

“ไปกันเถอะ…มารดาเหนื่อยไม่น้อยอยากพักผ่อนยิ่งนัก”

“เจ้าค่ะฮูหยิน!” ผิงอันกระแทกตอบเสียงดัง นางพลางเชิดหน้าให้แก่คนเฝ้าประตูจากนั้นจึงเดินตามหลังฮูหยินไปทันที

“…” เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ใบหน้าของคนเฝ้าประตูพลันซีดเผือดลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว

เรื่องนี้มีผู้ใดไม่รู้บ้าง…ว่าเมื่อสามปีก่อนนั้นเกิดอันใดขึ้น

เกรงว่ายามนี้…หากจวนสกุลโม่ไม่แตกก็คงประสบเคราะห์คราวใหญ่แล้วกระมัง

เขาเพียงแค่สบตากับฮูหยินแวบเดียวเท่านั้น…ก็รู้สึกชาวาบและขนลุกไปทั่วทั้งร่างอย่างไรสาเหตุ ไม่ว่างจะสายตา ท่าทางหรือแม้แต่น้ำเสียงพลันเปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อน ไม่มีความอ่อนแอหรือหวาดกลัวปรากฏออกมาให้เห็นทั้งสิ้น

 

บรรยากาศภายในจวนสกุลโม่เงียบสงบร่มรื่นย์เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไปรอบทั่วทั้งจวน

ทุกอย่างยังเหมือนเดิม…เว้นเพียงแต่นางและบุรุษผู้นั้น

เซินลี่ฮวาเดินตามทางเข้ามาข้างในจวนอย่างคุ้นชิน

ทุกย่างก้าวของนางล้วนเต็มไปด้วยความมั่นใจหาได้รู้สึกหวาดกลัวสิ่งใดทั้งอีกแล้ว ยามนั้นนางอ่อนแอและโง่เขลาเกินไปจึงถูกเอาเปรียบอยู่มาก

ยามนี้นางกลับมาแล้ว…ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นของนาง

นางย่อมต้องท้วงคืน

!!!

“ตายแล้วสวรรค์!” น้ำเสียงร้องตกใจของแม่บ้านดังลั่นไปทั่วทั้งจวน พลันทำเอาเหล่าสาวใช้ต่างหันขวับไปมองทันที

“นี่มันกระไรกัน…!”

“เพ่ย! ข้าตาฝาดหรือ”

“แย่แล้ว!”

เหล่าสาวใช้ที่หรี่ตาลงและชะโงกมองดูเมื่อเห็นเซินลี่ฮวาแล้ว…ต่างพากันยกมือทาบอกร้องตกใจออกมาทันทีราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ก็ไม่ปาน

เหตุใดฮูหยินถึงกลับมาที่จวนอีก…?

มิใช่ว่าเมื่อสามปีก่อนนั้นทำนายท่านโกรธและโมโหอยู่มากจนถึงขับไล่ออกจากจวนส่งขึ้นเกี้ยวไปอยู่ที่อื่นมิใช่หรือ!?

เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังขึ้นจนมาเข้าหูนาง ผิงอันขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ นางพลางปรายสายตาเหลียวมองพวกคนเหล่านั้นตาขวางอย่างข่มขู่ทันที

“เหอะ! ฮูหยินของข้าแค่กลับจวนเท่านั้น พวกเจ้าแปลกใจอันใดกัน” นางกัดฟันกรอดกร้าวออกมา โกรธเคืองแทนผู้เป็นนาย

เซินลี่ฮวาเดินนำหน้าอยู่ นางได้ยินแล้วพลันหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างขบขับ ฝีเท้าของนางชะงักก่อนจะหมุนตัวหันไปมองสาวใช้ข้างกาย “เกรงว่าข้าในยามนี่ข้าคงงดงามขึ้นกระมัง”

“ฮูหยินเจ้าค่ะ!” ผิงอันกล่าว

เหตุใดนายหญิงของนางถึงได้กล่าวเป็นเรื่องล้อเล่นไปได้ เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนนางยังจำได้ไม่ลืมจริงๆ ว่าคนเหล่านี้ทำอย่างไรไว้บ้าง

เซินลี่ฮวาแค่นเสียงในลำคอ นางพูดออกมาอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก “ช่างเถอะ…คนเป็นร้อยจะห้ามคำพูดหมดทุกคนจะเป็นไปได้อย่าง”

“ทว่าคนพวกนั้นเคยกระทำกับฮูหยินไว้นะเจ้าค่ะ”

“ความแค้นของข้าจะให้ไปสะสางที่ปลายเหตุได้อย่างไร” นางกล่าวออกมาเสียงเรียบทว่ากลับเต็มไปด้วยเย็นชา “บุรุษผู้นั้นต่างหากที่ข้าสมควรสะสางความแค้นด้วย”

พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ นัยน์ตาเรียวราวเมล็ดซิ่งของนางพลันแข็งกร้าวขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างปิดไม่มิด

ในตอนนั้น...นางไม่เคยต้องการแต่งงานกับโม่เหยียนซวี่เลยแม้แต่น้อย หากย้อนเวลากลับไปได้ นางคงไม่แม้แต่จะอยากร่วมหายใจอยู่ใกล้เขาด้วยซ้ำ

บุรุษเห็นแก่ตัวเช่นเขา...ทอดทิ้งภรรยาผู้เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมา แล้วหันไปแต่งสตรีอื่นได้ลงคอเช่นนั้นหรือ

หึ! หากข้าไม่ตายอย่าหวังว่าท่านจะได้มีความสุข

แม้แต่ผิงอันเป็นสาวใช้ข้างกายของอีกฝ่ายมาหลายปีทว่ากลับยังรู้สึกไม่คุ้นชินเสียที ทั่วทั้งร่างของนางพลันขนลุกซู่เมื่อได้ยินถ้อยคำเมื่อครู่

ฮูหยินในยามนี้น่ากลัวจริงๆ

นับตั้งแต่เกิดเรื่องในคราวนั้น ฮูหยินก็พลันจมอยู่ในความโศกเศร้าเนิ่นนานจนกินเวลาร่วมปีทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ๆ วันหนึ่งกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเอ่ยปากกล่าวว่า ต้องการกลับไปสะสางความแค้นกลับท่านแม่ทัพโม่!

ผิงอันเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น หากผู้เป็นนายว่าอย่างไรนางก็เห็นด้วยพร้อมเคียงข้างทั้งสิ้น

นางเฝ้ารอแล้วรอเล่าว่าฮูหยินจะกลับจวนเมื่อใด...จากหนึ่งปีกลายเป็นสองปี กระทั่งล่วงเข้าสู่ปีที่สาม

และในช่วงเวลานั้นเอง นางได้ยินข่าวแผ่วเบามาว่า ภรรยาอีกคนของท่านแม่ทัพโม่ตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว ทว่าด้วยความไม่ทันระวัง จึงสูญเสียบุตรในครรภ์ไปอย่างน่าเศร้า

ทันใดนั้นเอง...นายหญิงของนางก็พลันเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด ว่าจะต้องกลับไปยังจวนสกุลโม่ในวันนี้!

ผิงอันได้แต่พยักหน้าและจัดเตรียมทุกอย่างกลับมาสกุลโม่อีกครั้งหลังจากสามปี…

เซินลี่ฮวาแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา นางปรายสายตามองทั่วทั้งจวนพลันเห็นเหล่าสาวใช้ที่หลบซ่อนอยู่มุมต่างๆ กระซิบกระซาบ “สงสัยอันใดก็มาถามข้าเถอะ…ยามนี้มารดากลับมาแล้ว”

 

 

 

 

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๖ สามี ภรรยา ครองคู่

    ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนอีกครายามบ่ายมีแสงแดดอ่อนส่องละมุนไปทั่วบริเวณ สายลมอุ่นโชยพัดแผ่วเบาราวกับกำลังลบเลือนความขมขื่นในใจให้จางหายไป พร้อมกับกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นอย่างเงียบงันเว่ยอี้จิบชาหอมกรุ่นจากเหม่ยฮวาในลานกลางจวน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างยากจะบรรยายชีวิตในยามนี้…ช่างดีไม่น้อย นับตั้งแต่มีภรรยาเคียงข้าง“เหอะ!”ซ่งเหวินเห็นท่าทีของสหายแล้วก็อดแค่นเสียงเย้ยหยันไม่ได้ เขาหันไปมองเซินลี่ฮวาด้วยแววตาล้อเลียนพลางกล่าวถามสงสัยอย่างแสร้งสงสัย“ฮูหยินให้กินสิ่งใดเข้าไปหรือ...ไฉนเว่ยอี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้”เซินลี่ฮวาได้ยินแล้วพลันหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่งามที่เคยหม่นหมองมานานบัดนี้กลับเปล่งประกายอ่อนโยน ราวกับสามารถวางปล่อยความหลังได้เสียทีใบหน้าของนางระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยน“อาเว่ย…เป็นสามีที่ดีเจ้าค่ะ”เพียงถ้อยคำสั้นๆ เรียบง่าย กลับฟังแล้วตรึงใจซ่งเหวินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่ากลายเป็นตัวขัดจังหวะเวลาพลอดรักของคนสองคน เขาบ่นพึมพำราวกับตัดพ้อ “เหอะ! เกรงว่าข้าคงต้องรีบกลับจวนแล้วกระมัง”เว่ยอี้ยกคิ้วขึ้นอย่างยียวน กล่าวด้วย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๕ ไม่ผิดหวัง

    ท่ามกลางแสงจันทร์อ่อนในค่ำคืนปลายเหมันต์ ลมหนาวพัดเอื่อยเฉื่อยพลันรู้สึกเย็นเฉียบจนบาดผิว กิ่งไม้เปลือยใบพลิ้วไหว คล้ายกำลังกระซิบกับท้องฟ้ายามราตรีเซินลี่ฮวานั่งเหยียดหลังตรงอยู่ภายในเรือนเงียบ นางรอคอยอย่างใจเย็น...พิธีการเหล่านี้นางเคยผ่านมาหมดแล้วทว่าความรู้สึกในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในครานั้น นางแต่งเพราะไม่อาจปฏิเสธได้แต่ยามนี้...นางเลือกเองหาใช่เพราะเหตุผลอันใดกาสุรามงคลตรงหน้าค่อยๆ เย็นเฉียบไปตามอุณหภูมิในห้องหอที่เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ ตามฤดูหนาวอันเงียบสงบเอี๊ยดด…ทันใดนั้น เสียงประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะปิดลงตามหลัง พร้อมฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงเข้ามาไม่เร่งรีบทว่าเปี่ยมด้วยความหนักแน่นเขามาแล้ว…!?นางไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดจึงรู้สึกประหม่าขึ้นมา มือทั้งสองข้างเผลอกำเข้าหากันอย่างควบคุมไม่ได้เว่ยอี้ก้าวเข้ามาในห้องหอ เขาทอดมองภรรยาหมาดๆ ในชุดแต่งงานอาภรณ์สีแดงสดอย่างพึงพอใจ สายตาคมกริบคู่นั้นไม่อาจซ่อนความตกตะลึงในความงามของนางได้แม้แต่น้อยเขาหยิบคันชั่งไม้ลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นด้วยมือที่มั่นคงอย่างแผ่วเบา“รอนานหรือไม่” น้ำเสีย

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๔ คู่ควร

    บรรยากาศภายในจวนสกุลโม่ยังคงปกคลุมด้วยความขุ่นมัวแม้ยามค่ำคืนจะจุดโคมสว่างไสวทั่วทุกมุม ทว่าในใจของผู้อยู่อาศัยกลับมืดมนเสียยิ่งกว่าโม่เหยียนซวี่ยังคงนอนไม่ฟื้นคืนสติร่างของแม่ทัพใหญ่ที่สง่างามเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามทว่าบัดนี้กลับนอนแน่นิ่งไม่ได้สติไร้วี่แววที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา…ดูราวกับไม่มีชีวิตหมอชราต่างพลางกันถอนหายใจถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ “แม้ยื้อชีวิตจากปรโลกกลับคืนมาได้…ชีพจรไม่แตกสลายแต่กระดูกสันหลังช่วงล่างถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างรุนแรง หากโชคดีอาจกลับมาเคลื่อนไหวได้แต่เกรงว่า…” เขาเว้นคำไว้เพียงเท่านี้ เมื่อเห็นแววตาพร่ามัวของไป๋หรูอี๋เบิกกว้างขึ้นมาไป๋หรูอี๋ตะคอกเสียงดัง นางถลึงตามองหมอชราตรงหน้าก่อนจะละสายตาไปมองร่างของโม่เหยียนซวี่ที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ “พูดให้ชัด!...หมายความว่าเขาจะพิการใช่หรือไม่!”หมอชราแทบจะคุกเข่าแนบลงพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเจ็ดส่วน “มิใช่เช่นนั้นขอรับ…”“…”“ทว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์ทั้งสิ้น:ไป๋หรูอี๋ได้ยินแล้วเซถอยอย่างหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากที่เคยแต้มชาดเม้มแน่นคล้ายถูกตัดลมหายใจนางไม่อาจรับได้…ขึ้นอยู่กลับสวรรค์งั้นหรือ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๓ ลืมเลือนอดีต

    ณ จวนสกุลเว่ยเช้าตรู่ขนาดนี้ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่นายท่านเว่ยกลับมาพร้อมสตรีแปลกหน้า ไม่ว่าใครต่อใครในจวนเห็นแล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นทว่าเพียงแค่สบตานายท่านเพียงแวบเดียวเท่านั้น…ความกล้าพลันหายวับไปราวกับมีสายลมโชยมาพวกนางต่างหุบปากเงียบกริบราวถูกสาปให้เป็นใบ้ทันทีตั้งแต่ออกจากจวนสกุลโม่มา…แม้กระทั่งตอนที่อยู่ในรถม้า เซินลี่ฮวาก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลยสักครึ่งคำนางเอาแต่เงียบมาตลอดทั้งทางและดูเหม่อลอยใบหน้าคนงามเฉยชาไร้อารมณ์ใดๆ ฉายออกมาแต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับหม่นหมองราวกับซ่อนความรู้สึกมากมายที่กำลังไหลหลั่งอยู่ภายในจนยากจะจัดการเว่ยอี้เหลือบตามองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนึ่งโอบประคองกอดนางไว้หลวมๆ อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน“แม่นางเซินดูจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ให้สาวใช้เตรียมเรือนรับรองให้นางพักก่อนดีหรือไม่…”เซินลี่ฮวาไม่ได้ตอบอันใดออกมาทันที นางเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามที่เคยว่างเปล่าเหมือนไร้วิญญาณกลับสะท้อนประกายบางอย่างที่เขามองแล้วไม่อาจจับต้องได้“แล้วแต่ขุนนางเว่ยเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ แ

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๒ อำนาจ

    ไป๋หรูอี๋มั่นใจว่า นางมีที่ยืนมั่นคงในใจของโม่เหยียนซวี่ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเขาที่ยังคงทอดมองสตรีผู้นั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากปล่อยนางจากไปแล้ว...หัวใจของนางก็พลันเย็นเฉียบลงทันทีตลอดหลายวันมานี้ เซินลี่ฮวาทำให้นางขุ่นเคืองอยู่มากจนแทบระเบิดอยู่ทุกเมื่อ มิหนำซ้ำยังให้คนขับไล่นางออกจากเรือนใหญ่เหมือนเป็นเพียงหัวขโมยไร้ค่าและยิ่งไปกว่านั้น...โม่เหยียนซวี่ที่เคยเชื่อฟังนางนักหนา กลับทำเป็นไม่รับฟังคำใดของนางเสียแล้วเหตุใดทุอย่างจึงไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด!นางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ความรู้สึกน้อยใจเปลี่ยนเป็นโทสะที่พร้อมจะระเบิดในพริบตา ความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวทันที“อ๊ะ…!” น้ำเสียงหวานร้องแผ่วเบา...แต่กลับดังก้องในจวนที่เงียบงันคล้ายมีเจตนาให้ทุกคนได้ยินไป๋หรูอี๋เอนตัวโอนเอนไปมาคล้ายกับจะเป็นลม ร่างระหงเซจะทรุดฮวบลงกับพื้นในพริบตาแต่ทว่าโม่เหยียนซวี่กลับไม่แม้แต่จะปรายตาชำเลืองมองเลยแม้แต่น้อย!นั่นยิ่งทำให้นางโกรธจนแทบคลั่ง!เซินลี่ฮวาเห็นละครตื้นเขินตรงหน้าแล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้มไว้แก้ว่าอีกฝ่าจะเก้อเขินเอาได้ นางขบริมฝีปากแน่น มือไม้คันยุบยิบอยากจะฟาดให้สักฉาดแต่สุด

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๒๑ เป็นอย่างที่หวัง

    “ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ!...ขุนนางเว่ยมาหาเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงสาวใช้หน้าประตูเอ่ยแจ้งด้วยท่าทางรีบร้อน นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนแทบจะสะดุดชายกระโปรงล้มลงไปกับพื้นพอได้ยินประโยคนี้ เซินลี่ฮวาปรายสายตาหันไปมองทันที ดวงตาคู่งามฉายแววงุนงงและสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถามสาวใช้ผู้นั้นเสียงเรียบ “เขามาทำไม”นางส่ายหน้าไปมาพลางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหอบ “บ่าว…บ่าวมิอาจทราบเจ้าค่ะ แต่ดูท่าทีเร่งร้อนนัก”ทันใดนั้น หางตาซ้ายของนางกระตุกริกๆ ทันทีราวกับเป็นลางบอกเหตุ เซินลี่ฮวาลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรง ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นเล็กน้อยท่าทางสงบนิ่งหากเป็นเช่นนี้…เกรงว่าคงเป็นข่าวดีแน่“พาเขาเข้ามาเถอะ…ข้าจะรออยู่ที่นี่”“เจ้าค่ะ!”เซินลี่ฮวาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเบาะนั่ง ก่อนจะขยับมือจัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อย แล้วจึงยกขึ้นลูบไล้เรือนผมเบา ๆ คล้ายกำลังเตรียมตัวรับแขกสำคัญนางเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหมาย “ผิงอันไปเตรียมน้ำชาดีๆ มาสักกาหนึ่งพร้อมขนมอีกถาดให้ข้าทีได้หรือไม่”ผิงอันที่ยืนอยู่ด้านหน้ามองเห็นแล้วถึงกับไม่อยากเชื่อมิใช่ผู้เป็นนายเคยกล่าวเอาไว้ว่าที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ในภายภาคหน้าเท่า

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑๙ ไร้สติ

    ความจริงแล้ว แม้จะเป็นสหายกันมาตั้งแต่วัยเยาว์แต่ทว่าความคิดของสหายผู้นี้...เขาคาดเดาไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำสิ่งใดอยู่กันแน่หมากกระดานตรงหน้าดูเหมือนจะง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยกลอุบายซ่อนเร้นที่พร้อมจะล่อให้พลาดพลั้งได้ทุกเมื่อใบหน้าของซ่งเหวินขมวดคิ้วมุ่นคล้ายไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เขา

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑๘ ของของข้า

    ไป๋หรูอี๋ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในจวนสกุลโม่มาเกือบสี่ปี ไม่ว่าของมีค่าชิ้นใด ผ้าทุกผืนหรือเครื่องประดับราคาแพงเพียงใด นางล้วนสามารถหยิบมาใช้ได้ตามอำเภอใจโดยไม่มีผู้ใดกล้าปริปากต่อว่าแม้แต่สักครึ่งคำแม้กระทั่งสินเดิมของเซินลี่ฮวา…ไป๋หรูอี๋หยิบยืมมาใช้อย่างไม่รู้สึกผิด ราวกับว่าของทุกชิ้นเหล่านั้

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑๕ ชีวิตสงบสุข

    ในเมื่อไร้เงาของบุรุษผู้นั้น เซินลี่ฮารู้สึกโล่งใจอยู่มากเพราะอย่างน้อยก็ไม่มีสายตาคู่คอยจับจ้องมองสังเกตทุกการกระทำของนางอีกต่อไปเช้าวันนี้ จู่ๆ ผิงอันเร่งรีบเข้ามาปลุกนางด้วยสีหน้าร้อนรนตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีเลยด้วยซ้ำ‘ฮูหยินเจ้าคะ! ยามนี้ขุนนางเว่ยรอหน้าจวน เอาแต่ตะโกนเรียกชื่ออยู่หน้าประต

  • ฮูหยินกลับมาแล้ว   ๑๓ หวงก้าง

    ปัง!โม่เหยียนซวี่ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง ตบโต๊ะไม้ดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งจวน เสียงกึกก้องนั้นทำเอาเหล่าสาวใช้ที่อยู่บริเวณนั้นต่างสะดุ้งตกใจโหยง หน้าถอดสีราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ และไม่เว้นแม้แต่ไป๋หรูอี๋ที่อยู่ข้างกายยังเผลอขมวดคิ้วคล้ายไม่พอใจ“สตรีร่าน!” น้ำเสียงทุ้มสบถออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวโม่เ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status