เข้าสู่ระบบเมื่อน้องสาวนางร้ายในนิยายพยายามเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางร้ายผู้เป็นพี่สาว แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามเปลี่ยนแปลง ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวเหมือนจะยิ่งเลวร้ายลงทุกที แล้วเช่นนี้น้องสาวนางร้ายจะทำอย่างไรดี
ดูเพิ่มเติมน้ำขิงนั่งทบทวนเรื่องราวในนิยายที่เพิ่งได้อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นวิญญาณของนางก็มาอยู่ในร่างของคุณหนูเซียวจื่อลู่ น้องสาวของนางร้ายในนิยายที่เธอกำลังอ่าน เธอไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง
นิยายเรื่องเล่ห์รักบุปผางามที่กำลังเป็นที่โด่งดัง เธอที่ไม่อยากตกกระแสหลังจากเลิกเรียน เธอจึงรีบตรงไปที่ร้านหนังสือเพื่อซื้อมาอ่านทันที แต่ในระหว่างที่นั่งรถเมล์กลับบ้านกลับเกิดอุบัติเหตุรถชนกันอย่างรุนแรง ทำให้วิญญาณของน้ำขิงทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเซียวจื่อลู่น้องสาวของนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ จากที่อ่านเรื่องย่อ นิยายเรื่องเล่ห์รักบุปผางาม นางร้ายคือเซียวจื่อหลานที่มีใจให้กับพระเอก นั่นก็คือรัชทายาทเว่ยจางหมิ่น เซียวจื่อหลานนางร้ายในเรื่องตามราวีและกลั่นแกล้งนางเอกตลอดเวลา เพราะนางรู้ว่าจางอวี้หลันนางเอกคือคนที่รัชทายาทมีใจ นางจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองเขาโดยไม่สนถูกผิด จนสุดท้ายต้องพาตระกูลพังพินาศจากการกระทำของนางเอง ความสนุกของนิยายเรื่องนี้เท่าที่นางฟังจากรีวิว เพราะนางยังอ่านไม่จบก็ตุยเสียก่อน นางเอกในเรื่องนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนนิยายเรื่องอื่น จางอวี้หลันนางเอกที่งดงามอย่างไร้ที่ติ นอกจากจะงดงามแล้วนางยังเก่งและเฉลียวฉลาด ที่มักจะหาวิธีเอาคืนนางร้ายได้อย่างถึงพริกถึงขิง สร้างความพอใจและสนุกสนานให้กับคนอ่านเป็นอย่างมาก ตอนได้ฟังรีวิวน้ำขิงก็พอใจเป็นอย่างมากที่นิยายเรื่องนี้นางเอกสู้คนและไม่อ่อนแอ สามารถเอาคืนนางร้ายได้ทุกครั้ง แต่พอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของน้องสาวของนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ น้ำขิงในร่างของเซียวจื่อลู่ กลับก็รู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจอยู่ไม่น้อยเลย ถึงนางจะยังอ่านนิยายไม่จบ แต่บทนางร้ายส่วนใหญ่มักจบไม่สวย และเรื่องย่อของนิยายเรื่องนี้ดูเหมือนว่าครอบครัวตระกูลเซียวจะพังพินาศไปพร้อมกับนางร้ายในตอนจบ ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนั้นไม่ได้ นางต้องหาทางเปลี่ยนแปลงเรื่องราว หรือไม่ก็หาวิธีเปลี่ยนแปลงนิสัยนางร้าย จะได้ไม่มีจุดจบเหมือนในนิยาย แต่ว่าเดี๋ยวก่อน... นิสัยของร่างนี้ก็ไม่แตกต่างจากผู้เป็นพี่สาวเท่าใดนัก ทั้งร้ายกาจและเอาแต่ใจ นี่มันอะไรกันร้ายทั้งพี่ทั้งน้องเลยรึ สมกับเป็นครอบครัวนางร้าย แต่ว่าในนิยายไม่ได้เอ่ยถึงเซียวจื่อลู่เลยแม้แต่น้อย นักเขียนเน้นบทไปทางนางร้ายและนางเอกเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเมื่อรู้เรื่องราวอยู่บ้างนางอาจช่วยแก้ไขได้ทันเวลา โชคดีที่ความจำของร่างนี้ยังอยู่ครบถ้วนจึงช่วยนางได้มากเลยทีเดียว “คุณหนูถึงเวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของชิงอีบ่าวรับใช้ข้างกายเซียวจื่อลู่เอ่ยขึ้น พร้อมถือถาดที่มีถ้วยยาเดินเข้ามา จื่อลู่มองชิงอีด้วยความรู้สึกสงสารและรู้สึกผิด ที่ร่างนี้ทำร้ายนางอยู่บ่อยครั้งเพราะเอาแต่ใจตนเอง แต่นางก็อดทนและไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ ก่อนจะเปลี่ยนนิสัยนางร้ายในนิยาย นางต้องเปลี่ยนนิสัยน้องสาวของนางร้ายก่อนเป็นอันดับแรก “ชิงอีที่ผ่านมาข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยนะ ต่อไปข้าจะไม่ทำนิสัยแบบนั้นอีกแล้ว” “คุณหนู!” ชิงอีแม้จะแปลกใจแต่ก็รู้สึกดีใจที่นายสาวมีท่าทีอ่อนโยนลงไม่เกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้ง จื่อลู่หยิบถ้วยยามายกดื่มจนหมด ก่อนจะวางลงไปบนถาดที่ชิงอียืนถือรออยู่ “พี่หญิงทำอะไรอยู่หรือ?” “คุณหนูใหญ่กำลังเลือกชุดที่จะใส่ไปไหว้พระกับฮูหยินผู้เฒ่าในวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ” “งั้นเจ้าไปบอกท่านย่าว่าข้าจะไปด้วย” “เจ้าค่ะ” จื่อลู่คิดว่าหากคิดจะเปลี่ยนแปลงนิสัยนางร้าย นางต้องทำตัวให้สนิทสนมกับพี่สาวมากกว่านี้ เซียวจื่อหลานอายุห่างจากเซียวจื่อลู่หนึ่งปี จื่อหลานอายุ17ปี ส่วนจื่อลู่อายุ16ปี แต่ไหนแต่ไรมาพวกนางทั้งสองสองคนไม่ค่อยสุงสิงกันเท่าใดนัก เพราะมีนิสัยที่เอาแต่ใจและร้ายกาจพอ ๆ กัน ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเองโดยที่ไม่ยุ่งกันและกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องค่อนข้างห่างเหิน แต่ในเมื่อน้ำขิงมาอยู่ในร่างนี้แล้วและไม่อยากให้ครอบครัวและพี่สาวของนางมีจุดจบเหมือนในนิยายนางต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น นางไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวดำเนินไปถึงตอนไหนแล้ว แต่อย่างไรยังต้องรีบลงมือก่อนที่มันจะสายเกินไป เพล้ง! เสียงบางอย่างตกแตกดังสนั่น เซียวจื่อลู่จึงรีบลุกจากเตียงเดินไปดูทันที เมื่อมาถึงก็เห็นบ่าวรับใช้ที่ทำความสะอาด ต่างพากันคุกเข่าหมอบอยู่กับพื้น โดยมีท่านย่ามองด้วยสายตาเอาเรื่อง ซากแจกันโบราณตกแตกอยู่ที่พื้น คนทำความสะอาดคงพลาดไปทำตกแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ “พวกเจ้ามันไร้ประโยชน์จริง ๆ ทำงานแค่นี้ก็ทำให้ข้าวของตกแตกเสียหาย เหตุใดถึงไม่รู้จักระมัดระวัง เห็นทีข้าต้องโบยพวกเจ้าให้หลาบจำ” “ท่านย่าเดี๋ยวข้าเป็นคนโบยเองเจ้าค่ะ” เซียวจื่อหลานเอ่ยขึ้นมา พร้อมมองบ่าวรับใช้ด้วยสายตาเย้ยหยัน จื่อลู่ใจกระตุกวูบ ไม่เพียงแต่พี่สาวของนางที่เป็นนางร้าย ท่านย่าก็ดูจะร้ายไม่เบาเลยทีเดียว ไม่ได้นางต้องรีบทำอะไรสักอย่าง “ท่านย่าก็แค่แจกันใบเดียว จะทำให้จิตใจเคืองขุ่นหมองมัวไปทำไมกันเจ้าคะ พรุ่งนี้ท่านย่าก็จะเดินทางไปไหว้พระขอพรแล้ว ต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์และผ่องใสถึงจะได้บุญกุศลใหญ่เจ้าค่ะ การให้อภัยคนจะทำให้ได้บุญกุศลมากเลยนะเจ้าคะ” เซียวจื่อลู่รีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ นางรู้ว่าหญิงชราผู้นี้ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่การกระทำกลับสวนทางกับคนที่ชอบเข้าวัดเป็นอย่างมาก นี่สินะเขาถึงบอกว่า หากใจไม่บริสุทธิ์เข้าวัดก็ไม่มีประโยชน์อะไร “จื่อลู่หลานย่าเจ้าหายป่วยแล้วรึ มานี่เร็วมาให้ย่ากอดหน่อย” จื่อลู่รีบเดินไปให้หญิงชราได้กอดอย่างออดอ้อนและเอาใจ “ท่านย่าข้านอนป่วยอยู่หลายวัน และฝันว่าได้ไปพบเง็กเซียนฮ่องเต้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าเลยจะมาบอกกับท่านย่าว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปด้วยเจ้าค่ะ” หญิงชราได้ฟังก็ตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ “เจ้าพูดจริงรึ?” “จริงเจ้าค่ะ ข้าถึงอยากจะไปไหว้พระที่วัดอย่างไรล่ะเจ้าคะ” จื่อลู่ฉีกยิ้มออกมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่านางไม่ได้โกหก หญิงชรามองหลานสาวด้วยสายตาเอ็นดู “ท่านย่าท่านเง็กเซียนบอกข้าว่า ดวงชะตาของตระกูลเซียวมีเคราะห์ ต้องหมั่นทำดีและทำบุญให้มากๆ ถึงจะพ้นเคราะห์กรรมไปได้ เรื่องแจกันตกแตกก็ปล่อยผ่านมันไปเถอะเจ้าค่ะ” หญิงชราถอนใจออกมา “ได้ ๆ ย่าจะเชื่อเจ้า” เซียวจื่อหลานปรายตามองน้องสาวอย่างประหลาดใจ นางคงฝันเห็นเง็กเซียนฮ่องเต้จริง ๆ เพราะปกตินางไม่ได้ใส่ใจคนในจวนมากนัก เพราะนางร้ายกาจเอาแต่ใจมากกว่านางเสียอีก บ่าวในจวนถูกนางลงโทษมานับไม่ถ้วน นางคงไม่ได้โกหกที่บอกว่าฝันเห็นเง็กเซียนฮ่องเต้ แต่แล้วก็มีเสียงของสตรีนางหนึ่งดังเข้ามา สตรีนางนั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระหืดกระหอบ “จื่อหลานข้าเห็นคุณหนูจางไปเดินที่ตลาดกับองค์รัชทายาท” “เจ้าว่าอะไรนะ!!”ณ ท้องพระโรงฮ่องเต้ประกาศความผิดของแม่ทัพหลี่เนี่ยนเจิน คือประหารชีวิตทันที และยังมีอีกสามตระกูลที่ร่วมสมคบคิดและเกี่ยวข้อง ทางราชสำนักจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดและประกาศความผิดอีกทีส่วนหลี่ฮูหยินและหลี่ซูเจียวถึงแม้จะมีหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ แต่เพราะว่ายังไม่ได้รับความยินยอมและมีการลงนามจากแม่ทัพหลี่ จึงลงโทษให้โบย20ไม้และให้ไปทำความสะอาดวัดเป็นเวลาหนึ่งเดือน นอกจากนี้ยังถูกยังถูกยึดทรัพย์เข้ากองคลังเป็นจำนวนห้าหมื่นตำลึง เสนาบดีจางถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี และถูกปรับเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ฮูหยินจางและคุณหนูจางอวี้หลันถูกโบย10ไม้และให้คัดตำราจริยธรรมหนึ่งร้อยจบ นอกจากนั้นฮ่องเต้ยังได้เปลี่ยนราชโองการหมั้นหมาย ท่านหญิงเซี่ยนจวินแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์รัชทายาท ท่านหญิงเซี่ยนจู่แต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับชินอ๋อง คุณหนูจางอวี้หลันแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์ชายสาม คุณหนูหานซูเจียวแต่งเข้ามาเป็นชายาเอกกับองค์ชายห้า ซึ่งงานแต่งจะจัดขึ้นในอีกสองเดือนรัชทายาทและชินอ๋องวางแผนไปพักผ่อนที่ตำหนักรื่นรมย์เพราะมีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาอยากพาพวกนางไปพักผ่อนสักระยะก่อนที่จะแต่งงาน จากนั
ฮองเฮาที่ถูกสั่งให้อยู่แต่ในตำหนัก ฟังข่าวจากพระสนมกุ้ยเฟยที่มาเยี่ยมด้วยใจอันเจ็บปวด นางเป็นฮองเฮาที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ หลงชื่นชมและให้ความสำคัญกับตระกูลที่สนับสนุนสนุนตนเอง จนลืมคิดถึงความเป็นจริงว่าไม่มีใครไม่หวังผลตอบแทนนางกระทำการอันผิดมหันต์ต่อตระกูลเซียว เพียงเพราะเห็นว่า มาขวางทางตระกูลจาง นางหลับหูหลับตาสนับสนุนตระกูลจาง โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใด ๆ ยิ่งคิดทบทวนนางก็ยิ่งเห็นความผิดของตนเองมากขึ้น“ข้าทำผิดต่อตระกูลเซียวมากเหลือเกิน”“พี่หญิงข้าก็หลงผิดและเชื่อมาโดยตลอดว่าตระกูลหลี่คือตระกูลที่ดี ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีใจที่คิดคดจะก่อกบฏเช่นนี้ ข้าพยายามยัดเยียดบุตรสาวของตระกูลหลี่ให้ชินอ๋อง โดยไม่สนใจที่จะตรวจสอบความจริงเลยสักนิด”“ข้าคงหาต้องหาโอกาสขอโทษตระกูลเซียว หากไม่ได้ขอโทษข้าคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”พอฮองเฮาเอ่ยจบ เสียงรายงานหน้าประตูตำหนักก็ดังขึ้น “องค์รัชทายาทเสด็จ ชินอ๋องเสด็จ ท่านหญิงเสด็จ” ฮองเฮาและพระสนมกุ้ยเฟยได้ยินก็หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ ตายยากเสียจริง นางกำลังพูดถึงตระกูลเซียวอยู่พอดี “ถวายบังคมเสด็จแม่ ถวายบังคมพระสนม”“ถวายบังคมฮองเฮา ถวายบังคมพระสน
จวนตระกูลหลี่เพียะ!! “นังลูกไม่รักดี ข้าไม่น่าเชื่อใจเจ้าเลย สุดท้ายตกหลุมรักเขาจนได้ มันน่าฆ่าให้ตายนัก!”“ท่านพี่ล้มเลิกแผนยึดบัลลังก์เถอะเจ้าค่ะ”เพียะ!! “หุบปาก! ของเจ้าไปเลย หากไม่มีตัวแทนนั่งบัลลังก์ข้าก็จะนั่งเอง”เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าถมึงทึงและเกรี้ยวกราด ฮูหยินกุมใบหน้าที่บวมช้ำจากแรงตบอย่างเคียดแค้น ชายผู้นี้บ้าอำนาจและชอบลงมือลงไม้กับนางเสมอ คงถึงเวลาที่นางจะต้องตัดขาดจากผู้ชายเลวร้ายคนนี้เสียที ที่นางทนอยู่ก็เพราะหน้าตาของสังคม แต่เวลานี้โอกาสของนางก็มาถึงแล้ว“หากว่าท่านพี่ยังดื้อดึงและไม่ยอมฟัง ข้าและนางก็จะตัดขาดความสัมพันธ์กับท่านรวมทั้งตระกูลของข้าก็จะตัดขาดความสัมพันธ์กับท่านเช่นกัน”“เจ้าว่าอะไรนะ!! พวกเจ้าปีกกล้าขาแข็งเพราะมีองค์ชายสามมาหนุนหลังอย่างนั้นรึ”กรี๊ดดด!! หลี่เนี่ยนเจินคว้ากระบี่ที่แขวนเอาไว้จากฝาผนังแล้วดึงมันออกจากฝัก แล้วนำมาพาดลำคอของหลี่ฮูหยิน “กล้าทรยศหักหลังข้ารึ! ในเมื่อแต่งเข้าตระกูลหลี่แล้ว ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าก็เป็นคนตระกูลหลี่ หากจะตัดความสัมพันธ์กับข้า ก็มีเพียงแต่การตายเท่านั้น”หลี่ฮูหยินใบหน้าซีดเผือดตกใจแทบสิ้นสติ นี่เขาบ้าไปแล้ว
“อะไรนะ!! เจ้าเปลี่ยนใจมาแต่งงานกับองค์ชายห้า แถมพวกเจ้าก็ร่วมหลับนอนกันแล้ว นี่เจ้าคิดอะไรของเจ้า บ้าไปแล้วรึไง!”จางอวี้เทียนหัวเสียอย่างหนัก เมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากของบุตรสาวอันเป็นที่รัก เขาทำทุกอย่างเพื่อให้นางได้แต่งกับองค์รัชทายาทแต่สุดท้ายนางกลับเลือกองค์ชายห้า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน แล้วสิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันเพื่ออะไรกัน เจ้าลูกไม่รักดี ฮึย!! มันน่าโมโหจริง ๆ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่าโดยไร้ประโยชน์ แล้วเช่นนี้จะทูลบอกฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างไรดีจางอวี้หลันรู้ว่าบิดาต้องโกรธมากแน่ แต่ว่านางก็คิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดดีแล้ว ในเมื่อเรื่องราวในนิยายเปลี่ยนไปแล้ว นางที่มาอยู่ในร่างของนางเอกก็ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นนางเอกอีกต่อไป นางเอกกลายไปเป็นตัวประกอบไปเสียอย่างนั้น เพราะฉะนั้นนางอย่าดันทุรังเสียดีกว่า หากว่าดื้อดึงไปมากกว่านี้นางและครอบครัวคงต้องเจ็บตัวและคงเหลือแต่ชื่อนางคงต้องปล่อยให้บิดาทำใจสักพัก ตอนนี้นางคงต้องไปพบน้างร้ายของเรื่อง ที่ดูเหมือนตอนนี้จะมีสองคนคือจื่อหลานและจื่อลู่ นางต้องบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางและองค์ชายห้าให้พวกนางรับรู้ และให้พวกนางช่วยเหลือ เพราะว











