แชร์

บทที่ 4 อนุภรรยา

last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-17 11:28:02

         เมื่อเห็นแม่ทัพสวีควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกคนก็พากันฮือฮาจับตามอง ต่างพากันอยากรู้อยากเห็นว่าท่านแม่ทัพจะรักใคร่อนุภรรยาผู้นี้มากเพียงใด

         สวีพานก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงในเรือนแยก ไฉซื่อเห็นเพียงด้านหลังของสวีพานก็รีบหันไปสั่งบุตรชาย

“ท่านแม่ทัพมาแล้ว พวกเจ้ารีบยกอาหารและถ้วยชามไปต้อนรับเร็วเข้า!”

ส่วนตัวนางก็กระวีกระวาดกลับไปยกถาดใส่กาน้ำชาไปส่งให้กับคนทั้งสอง

         “แม่ทัพสวี” ซ่งหว่านอิงลุกขึ้น แสดงการคารวะเขาอย่างงดงาม

         สวีพานยิ้มน้อยๆ ทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ “เจ้าพูดได้แล้ว”

         “เจ้าค่ะ ต้องขอบคุณยาของหมอเฉิน ดื่มติดกันสามวันก็หาย สมแล้วที่เป็นหมอทหารผู้เก่งกาจ”

         ต้าเกินยกเอาเนื้อกระต่ายย่างหอมๆ ใส่จานมาวางลงตรงหน้า

         สวีพานได้กลิ่นกระต่ายย่างหอมๆ ก็อดจะกลืนน้ำลายไม่ได้ วันนี้เขากินเพียงหมั่นโถกับเนื้อปลาป่น เพิ่งรู้สึกว่าตนเองท้องว่างโหวงจนอยากจะกลืนเอากระต่ายย่างเข้าไปประเดี๋ยวนี้

         “ท่านแม่ทัพ ข้าล่ากระต่ายมาได้เมื่อเช้า ท่านแม่จึงนำมาย่างขอรับ”

         “ดีๆ น่ากินมากๆ ข้ามาแย่งอาหารพวกเจ้าแล้ว” สวีพานควักเอาเงินพวงหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อแล้วส่งให้กับต้าเกิน “นี่ถือว่าเป็นค่ากระต่ายของเจ้าก็แล้วกัน”

         “ขอบคุณขอรับ ท่านแม่ทัพ” ต้าเกินยิ้มด้วยความยินดี

         โหย่วฝู่ยกเอาจานผัดผักเข้ามาวางบ้าง เขายิ้มประจบสวีพาน “ท่านแม่ทัพขอรับ ผักนี้ข้าปลูกเองขอรับ ท่านแม่ผัดอย่างสุดฝีมือเลย”

         สวีพานหัวเราะเบาๆ แล้วหยิบเอาเศษเหรียญที่เหลือยื่นให้กับเด็กชาย โหยว่ฝู่ยิ้มกว้างค้อมศีรษะขอบคุณด้วยความยินดี

         คนในครอบครัวไฉซื่อและทหารติดตามปล่อยให้สองสามีภรรยาจอมปลอมนั่งรับประทานอาหารด้วยกันสองต่อสอง

         สวีพานรู้ว่าคนพวกนั้นน่าจะยังคงแอบดูพวกเขาอยู่ด้วยกัน เขาจึงขยิบตาให้กับซ่งหว่านอิง ซึ่งนางก็รู้ว่าต้องแสดงตัวเป็นสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน

“ท่านแม่ทัพกินกระต่ายย่างให้เต็มที่เลยนะเจ้าคะ”

ซ่งหว่านอิงคีบเนื้อกระต่ายวางบนถ้วยข้าวของชายหนุ่ม  ต่อหน้าครอบครัวของไฉซื่อนางจะต้องแสดงตัวเป็นอนุภรรยาที่อ่อนหวาน

         “เจ้าก็เช่นกัน” เขาเอ่ยเบาๆ แล้วก็คีบเนื้อกระต่ายไปวางบนถ้วยข้าวของนาง

         ทั้งสองก้มหน้าก้มตากินโดยไม่ได้พูดคุยกัน กระทั่งรู้ตัวอีกทีข้าวหมดถ้วยและอาหารสองจานนั้นก็หมดเกลี้ยง

         สวีพานยิ้มอายๆ เมื่อเห็นกองกระดูกตรงหน้าตนเอง “ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าหิวมากเลย”

         ซ่งหว่านอิงยิ้มน้อยๆ “ท่านแม่ทัพทำงานใช้แรงทั้งวัน สมควรแล้วที่จะกินมาก”

         หญิงสาวหันไปหยิบกาน้ำจากในตะกร้าสาน รินน้ำชาส่งให้กับแม่ทัพหนุ่ม

         สวีพานจึงสอบถามถึงเรื่องราวในครอบครัวของนาง “ที่เจ้าเขียนบอกข้านั่น ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าถูกแม่เลี้ยงวางแผนจับเจ้ามาขาย เราต้องสืบหากลุ่มคนค้ามนุษย์พวกนั้นเสียก่อน”

         “ข้าเชื่อว่าพวกเขายังอยู่ละแวกนี้ ระหว่างที่ข้านั่งรถม้ามา ข้าได้ยินพวกเขาคุยกันว่าละแวกอำเภอเฟิ่งกู่นี้มีลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม เคราะห์ดีที่ข้าไม่ถูกขายข้ามแดนไป”

         “นายอำเภอจ้าวรับปากแล้วว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้”

         “ท่านแม่ทัพ ข้าบอกตามตรงว่าข้าอยากออกไปสืบเรื่องนี้ด้วยตนเอง”

         สวีพานชะงัก “เจ้าเป็นสตรีออกไปสืบเองจะไม่เสี่ยงเกินไปหรือ”

         ซ่งหว่านอิงจึงเล่าให้เขาฟังถึงเหตุการณ์วันที่นางถูกจับตัวมา “อันที่จริง ข้าสามารถต่อสู้กับคนเลวพวกนั้นและหลบหนีได้แล้ว แต่เพราะสงสารหญิงสาวผู้หนึ่งที่ล้มอยู่ไม่ไกลจึงได้เข้าไปช่วยนาง ข้าหนีไปอีกทาง แต่เคราะห์ร้ายไปเจอคนเลวกลุ่มนั้นที่ตามมาสมทบจึงสู้ไม่ไหว พวกเขาจับข้าได้ จากนั้นจึงให้ข้ากินยาไร้เรี่ยวแรงและยาไร้เสียงให้ข้า”

         สวีพานชะงัก ตอนที่เขาจับชีพจรของนางไม่อาจสัมผัสได้ถึงลมปราณในร่างกายนางเพราะฤทธิ์ยาไร้เรี่ยวแรง “เจ้ามีวรยุทธ์ด้วยหรือ”

         “เจ้าค่ะ ในช่วงที่ข้ายังเด็ก ท่านแม่ยังอยู่ นางเคยว่าจ้างอาจารย์สอนวรยุทธ์มาสอนข้า หนึ่งต่อสิบข้าก็พอต้านได้ แต่มากกว่านั้นก็เห็นจะตึงมือ” ซ่งหว่านอิงยอมรับ

         สวีพานรู้สึกว่า สำหรับสตรีอย่างนางการสู้หนึ่งต่อสิบได้ก็นับว่าไม่เลว “ถ้าอย่างนั้น รอเจ้าแข็งแรงดีแล้ว ไปทดสอบฝีมือเสียหน่อย หากข้าเห็นว่าเจ้าพอจะดูแลตัวเองได้ ข้าจะพาเจ้าออกไปสืบคดีด้วย”

         “ขอบคุณท่านแม่ทัพ แค้นนี้มีเจ้าของ และข้าก็จะคืนแค้นให้พวกมันด้วยตนเอง” ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก

         ไฉซื่อเห็นว่าแม่ทัพมิได้อยู่พักร่วมกับอนุภรรยาก็ประหลาดใจ จึงได้เอ่ยปากถามซ่งหว่านอิง

         “อนุซ่ง เหตุใดท่านจึงไม่รั้งท่านแม่ทัพเอาไว้ ข้าได้ยินว่าตอนนี้พวกเขาก็แค่ฝึกซ้อมรายวัน มิได้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเสียหน่อย”

         “อย่าเลย ท่านแม่ทัพยังมีภารกิจสำคัญอยู่อีก ไม่ควรจะมาอยู่ติดกับข้าให้มากจะดีกว่า”

         “ท่านนี่นะ ไม่รู้อันใด ข้าได้ยินว่าเมื่อหลายวันก่อน นาย กองเซียวยังคิดจะมอบน้องสาวให้เป็นอนุท่านแม่ทัพอยู่เลย หากท่านไม่รีบร้อน เกรงว่าวันหน้าจะต้องเสียใจ”

         ซ่งหว่านอิงได้แต่ยิ้มน้อยๆ “ที่ข้าต้องเป็นอนุภรรยาของเขาก็เพราะความจำเป็น วันหน้าก็ไม่แน่หรอกว่าข้าจะยังอยู่กับท่านแม่ทัพ”

         ไฉซื่อเบิกตากว้าง “อนุซ่ง ท่านไม่หวังจะเป็นฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพหรือ ยามนี้ท่านเป็นสตรีข้างกายเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพนะ”

         ไฉซื่อได้โอกาสรีบเล่าให้กับซ่งหว่านอิงฟังถึงเรื่องราวหนหลังของสวีพานทันที เขาเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลังแต่งงานได้วันเดียวก็ออกรบทำให้ยังไม่ได้เข้าหอกับภรรยา ภายหลังนางตั้งครรภ์ คนในสกุลสวีจึงได้เขียนหนังสือหย่าให้นางโดยแจ้งมายังสวีพานในภายหลัง

         “ที่แท้ ฮูหยินของท่านแม่ทัพก็แอบมีสัมพันธ์กับชายคนรักมาก่อน ได้ยินว่านางก็มิได้เศร้าโศกเสียใจ พอได้หนังสือหย่าทางสกุลของนางจึงขับไล่นางให้ไปอยู่กับสามีที่บ้านนอก”

         “ท่านแม่ทัพก็ไม่แต่งงานอีกเลยหรือ” ซ่งหว่านอิงขมวดคิ้ว

         ไฉซื่อพยักหน้า “เจ้าค่ะ แต่ในจวนสวีก็มีสาวใช้อุ่นเตียงอยู่นางหนึ่งนะเจ้าคะ ภายหลังท่านแม่ทัพยกให้นางเป็นอนุภรรยา แต่นางเคราะห์ร้ายได้เป็นอนุภรรยาไม่นานก็ถูกรถม้าชนจนเสียชีวิต นับแต่นั้น ท่านแม่ทัพก็ไม่เคยรับอนุภรรยาอีกเลย ข้าถึงได้บอกว่าท่านโชคดีนัก ไม่แน่ว่าวันหน้าท่านอาจจะได้รับการเลื่อนให้เป็นฮูหยินเอก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 45 กอบกู้ตระกูล (ตอนจบ)

    จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 44 วาระสุดท้าย

    กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 43 เผาตัวเอง

    ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 42 ตามล้างแค้น

    เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 41 คนทรยศ

    ครั้นหลินเจิ้นอู่กับหลินชิงเหอไปสมทบกับสวีพานที่คฤหาสน์ได้ยินว่าซ่งหว่านอิงเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป พวกเขาจึงอาสาออกไปคฤหาสน์สกุลซ่งเอง สวีพานจึงเล่าเรื่องที่ซ่งหว่านอิงถูกหลิวซื่อขังไว้ในห้องนอนเก่าของมารดา และเผาเรือนนั้นให้คนทั้งสองฟัง “ที่แท้! ไฟไหม้นั่นป็นฝีมือของหลิวซื่อนี่เอง นางโหดเหี้ยมนัก ที่หานคังกับพวกเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่” สวีพานพยักหน้ารับ “มือปราบหลินกล่าวได้ถูกต้อง ข้าส่งเถี่ยหนิวออกไปจับตามองนางเอาไว้แล้ว” “เห็นท่าจะไม่ดี หลิวซื่อทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมจะไม่วางแผนไว้ชั้นเดียวอย่างแน่นอน ข้ากับชิงเหอจะรีบไปดูนางเดี๋ยวนี้ ท่านก็อยู่ดูแลอิงเอ๋อร์และคฤหาสน์ให้ดีเล่า” สวีพานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องลำบากพวกท่านแล้ว ข้าไม่กล้าให้จางหย่งกับทหารออกไปเพราะกลัวว่านางจะคิดเผาบ้านข้าไปด้วย”พอสองพี่น้องแซ่หลินมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งแล้วรู้ว่าหลิวซื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงหมอก็ตกใจรีบตามไปดู แต่พอไปถึง คนที่โรงหมอพากันยืนยันว่าไม่มีคนแซ่หลิวมารักษา“พี่เจิ้นอู่ ข้าว่านางคงหนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโจรพวกนั้นอยู่ข้างนอกยังมี

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 40 หายนะในตระกูล

    ควันจากระเบิดนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก นางหมอบลงแล้ว ใช้แขนเสื้อปิดหน้าเอาไว้ รอจนควันจางลงก็ร้องขึ้น “เถี่ยหนิว! พวกมันหนีขึ้นหลังคาไปแล้ว” นางกระโจนขึ้นไปบนหลังคา สวีพานและเถี่ยหนิวรีบกระโจนตามนางขึ้นหลังคาไป พวกเขาเห็นแผ่นหลังของหลี่เปียวที่ใช้ปลายเท้าแตะหลังคาเรือนหลังข้างหน้า มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเมืองก็พากันตามอย่างไม่ลดละ “ทุกคน! ไปช่วยดับไฟก่อน ลามมาถึงเรือนรับแขกแล้ว!” หลิวซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่แล้วร้องบอกมือปราบที่อยู่บริเวณนั้นยามนั้นไฟโหมกระหน่ำ เสียงบ่าวรับใช้ตะโกนโหวกเหวก เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้เรือนรับแขกหลินเจิ้นอู่นำมือปราบกลุ่มใหญ่ตามมา หลินชิงเหอก็วิ่งเข้ามาด้วย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ในคฤหาสน์สกุลซ่ง หลินชิงเหอมองหาคนที่นอนเกลื่อนกลาด เมื่อไม่เห็นสหายก็วิ่งเข้าไปในห้องโถง ในนั้นนางจึงได้เห็นความเละเทะและสูญเสียอันน่าสยดสยองของสกุลซ่ง หลินชิงเหอร้องเรียกให้มือปราบที่มาสมบทช่วยกันประคองเอาผู้บาดเจ็บและรอดชีวิตออกมาจากห้องโถงนั้นก่อน เพราะควันไฟเริ่มเข้าไปมาก ซุนจิ่นหรงอุ้ม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status