ホーム / โรแมนติก / ฮูหยินจับสลาก / บทที่ 3 สตรีของแม่ทัพ

共有

บทที่ 3 สตรีของแม่ทัพ

         สวีพานได้ยินก็พลันนึกถึงเรื่องที่ซ่งหว่านอิงเขียนบอกเขา นางคาดการณ์ว่าตนถูกคนวางแผนให้ถูกจับตัวมา

“ลากเถ้าแก่เนี้ยเกาไปหานายอำเภอกับข้าเดี๋ยวนี้!”

         นายอำเภอแซ่จ้าวตกอกตกใจเพราะคิดไม่ถึงว่าจะมีคดีลักพาสตรีมาขายจึงได้ส่งตัวเถ้าแก่เนี้ยเกากับลูกน้องไปขังคุก และรับปากจะส่งคนออกไปสืบเรื่องนี้

         “ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าเองก็ยอมรับมิได้ จะให้มือปราบสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอย่างแน่นอนขอรับ”

         “ข้ายังต้องตั้งทัพชั่วคราวอยู่ที่นี่อีกสักพัก หวังว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ”

         “ขอรับท่านแม่ทัพ” นายอำเภอรับคำแข็งขัน

         สวีพานกลับมาถึงกระโจมก็เข้าไปพูดคุยกับซ่งหว่านอิง

         “คนค้ามนุษย์พวกนั้น จับหญิงสาวมาขายกลุ่มหนึ่งจริง แต่ที่ขายเข้ามาในกองทัพมีเพียงเจ้า เขาบอกว่าถูกกำชับมาอีกที หญิงสาวเหล่านั้นข้าช่วยออกมาได้แล้ว พวกนางถูกวางยาไร้เรี่ยวแรงเช่นนั้น แต่คนที่ถูกวางยาให้พูดไม่ได้ด้วยก็มีเพียงเจ้า”

         ซ่งหว่านอิงใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นางนึกออกในทันทีว่านี่มิใช่เรื่องบังเอิญ ในที่สุดสิ่งที่สงสัยก็ได้รับการเฉลย

         ‘หลิวซื่อ[1]นางสารเลว คงคิดจะส่งข้ามาลงนรกรับใช้บุรุษบึกบึนในค่ายทหารจึงได้กำชับพ่อค้ามนุษย์เช่นนั้น’

         หลิวซื่อผู้นั้นก็คือมารดาเลี้ยงของซ่งหว่านอิง นางเคยเป็นอนุภรรยาที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้นอกบ้านของบิดา หลังจากมารดาเสียชีวิตอย่างฉับพลันด้วยอาการหัวใจวาย ซ่งจิ้นไฉบิดาของซ่งหว่านอิงก็พาอนุภรรยาและบุตรสาวของนางเข้าบ้าน นับจากนั้นซ่งอวี้หลันก็กลายเป็นคุณหนูรองสกุลซ่งที่พยายามทำตัวทัดเทียมกับซ่งหว่านอิง

เนื่องจากมีกฎห้ามนำสตรีเข้ามาอยู่ร่วมในกองทัพ พ้นคืนนั้นไปแล้ว สวีพานจึงต้องนำตัวซ่งหว่านอิงไปฝากไว้กับครอบครัวทหารที่อาศัยอยู่หมู่บ้านใกล้ๆ โดยบอกกับทุกคนว่านางคืออนุภรรยาของเขา

สวีพานมอบเงินให้กับไฉซื่อ[2]ภรรยาของทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งให้คอยช่วยดูแลซ่งหว่านอิง และซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับนาง

         “เจ้าอยู่กับพวกนางไปก็แล้วกัน ระหว่างนี้ข้าจะส่งคนออกไปสืบหาพวกค้ามนุษย์เหล่านั้นให้”

         ซ่งหว่านอิงพยักหน้ารับ ยามนี้ต่อให้ตะโกนจนคอแตกนางก็ไม่อาจเปล่งเสียงออกมา นางทำได้เพียงเขียนอธิบายเรื่องราวและความคิดของตนให้สวีพานอ่าน

นางถูกจับตัวมาจากเมืองทางตะวันออก ไม่เพียงแต่บาดเจ็บ ร่างกายอ่อนแอ แต่ยามนี้ทั้งเนื้อตัวไม่มีเงินสักอีแปะ นางเชื่อว่ากลุ่มคนค้ามนุษย์พวกนั้นจะต้องยังตระเวนอยู่แถวชายแดน รอให้นางหายดีเสียก่อนเถิดจะตามล่าพวกมันให้จงได้

ไฉซื่อผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลซ่งหว่านอิงเป็นชาวบ้านที่มีความซื่อ นางคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ครั้นเห็นสวีพานเอาใจใส่ในตัวซ่งหว่านอิงมากก็เอ่ยชมซึ่งหน้า

         “อนุซ่งช่างโชคดีนัก แค่ได้หลับนอนกับท่านแม่ทัพคืนเดียวก็ได้เป็นอนุเลย ที่ผ่านมามีสตรีทั้งมากที่พยายามเข้าหา นายพลนายกองทั้งหลายก็พยายามจะนำญาติพี่น้องสวยๆ มามอบให้ แม่ทัพสวีก็ไม่เคยรับเอาไว้”

         ซ่งหว่านอิงได้ยินก็ถึงกับหน้าแดงซ่าน

         ‘ข้าหลับนอนกับเขาเมื่อใดกัน ไฉซื่อผู้นี้อย่าได้พูดต่อหน้าแม่ทัพสวีเชียว ถึงวันนั้นไม่รู้ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด’

         ไฉซื่อผู้นี้คิดว่าต้องดูแลซ่งหว่านอิงดีๆ เพื่อหน้าที่การงานสามีของตนจะได้ก้าวหน้า ในเมื่อท่านแม่ทัพใส่ใจอนุภรรยาผู้นี้มาก ก็ย่อมจะเผื่อแผ่มาถึงคนรอบข้างที่ดูแลนางด้วย

         ซ่งหว่านอิงได้แต่โคลงศีรษะ นางนึกเสียดายที่ตนยังเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ จะได้พูดกับไฉซื่อเสียให้ชัดเจนว่า นางไม่เคยคิดจะเป็นอนุภรรยาของผู้ใดทั้งสิ้น

         ด้วยความที่สวีพานต้องตรวจตรากองทัพจึงมิได้ใส่ใจไปหาซ่งหว่านอิง สามวันผ่านไป ในช่วงเช้าที่เขาเดินผ่านกระโจมรวมของทหารชั้นผู้น้อยก็ได้ยินเสียงทหารพูดคุยกัน

         “อนุซ่งงดงามจริงๆ ข้าได้ยินนายพลเซี่ยบ่นว่าน่าเสียดายที่เขาจับสลากพลาดนางไป ทีแรกคิดว่าเช้ามาจะไปขอไถ่ตัวนางจากเถ้าแก่เนี้ยเกา ที่ไหนได้แม่ทัพสวีกลับรับนางเป็นอนุไปเสียก่อน”

         “เจ้าว่านายพลเซี่ยจะเสียดายมากหรือไม่”

         “เสียดายสิ! อนุซ่งผู้นั้น วันหน้าต่อให้ท่านแม่ทัพทอดทิ้งนาง ข้าว่าก็คงจะมีบุรุษเข้าแถวรอบรับนางเข้าบ้านเป็นแถวยาวเชียวล่ะ”

         ทหารทั้งสองพูดคุยและหัวเราะกัน

         สวีพานไม่ให้คนที่ติดตามตนเข้าอำเภอเฟิ่งกู่พูดถึงเรื่องพวกค้ามนุษย์ ดังนั้นทุกคนจึงรู้เพียงว่าท่านแม่ทัพไปไถ่ตัวซ่งหว่านอิงมาเป็นอนุภรรยา

         นายพลเซี่ยผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอายุเพิ่งสามสิบ มีภรรยาและอนุภรรยาอีกสองคน รูปร่างหน้าตานับว่าไม่ด้อย ที่สำคัญฝีปากดียิ่งนัก ภรรยาทั้งสามรักใคร่กลมเกลียวกันดียิ่ง เป็นที่อิจฉาของบุรุษทั้งกองทัพ

         แค่เพียงนึกเห็นภาพนายพลเซี่ยประคองซ่งหว่านอิงไว้ในอ้อมแขน สวีพานก็รู้สึกคล้ายจะมีลมหึ่งๆ อยู่ในหู เขาก้าวเท้าฉับๆ อย่างว่องไวไปหาเถี่ยหนิวที่เตรียมม้าคู่ใจไว้

         “ไปหมู่บ้านจู้!”

         เถี่ยหนิวควบม้าตามท่านแม่ทัพแทบไม่ทัน

หมู่บ้านจู้อยู่ห่างจากสถานที่ตั้งทัพชั่วคราวประมาณสามสิบลี้ สวีพานใช้เวลาในการควบม้าราวครึ่งชั่วยาม[3]ก็ไปถึง ซ่งหว่านอิงอาศัยอยู่ในเรือนแยกในเขตบ้านใหญ่ที่มีครอบครัวของไฉซื่ออาศัยอยู่ด้วย

บ้านหลังนั้นครอบครัวของไฉซื่อได้รับเงินจากสวีพานในการเช่าต่อจากชาวบ้านโดยครอบครัวของไฉซื่อจะต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของซ่งหว่านอิงให้ดี

ไฉซื่อมีบุตรชายวัยสิบสี่นามต้าเกินและวัยสิบสองนามโหย่วฝู่ ต้าเกินสามารถล่าสัตว์และทำงานใช้แรงงานได้ ดังนั้นไฉซื่อจึงไม่ต้องคอยตักน้ำและผ่าฟืน ส่วนบุตรชายวัยสิบสองก็คอยก่อไฟ หุงข้าว หน้าที่ของไฉซื่อก็คือทำอาหารและซักผ้า

“ท่านดื่มยาที่ท่านหมอเฉินให้มาสองวันแล้ว อีกไม่นานก็คงส่งเสียงได้เป็นปกติ” ไฉซื่อยิ้มน้อยๆ พร้อมกับเลื่อนถ้วยยาให้กับซ่งหว่านอิง

นางยกถ้วยยาขึ้นดื่มแล้วลองเปล่งเสียง “ไฉ...ซื่อ..”

“ท่านพูดได้แล้ว! อนุซ่ง เสียงท่านเป็นปกติแล้ว” ไฉซื่อร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“จริงด้วย! อนุซ่งพูดได้แล้ว” ต้าเกินเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย

โหย่วฝู่ได้ยินก็วิ่งเข้ามาสมทบ ซ่งหว่านอิงหันไปยิ้มให้กับเด็กชายวัยสิบสองอย่างอ่อนโยนแล้วร้องเรียกชื่อเขา

“โหยว่ฝู่”

“อนุซ่ง! ท่านหายแล้ว ดีจริงขอรับ!”

โหย่วฝู่คอยดูแลซ่งหว่านอิงอย่างดีตามคำสั่งของมารดา เพราะเขารู้ว่าหากรับใช้อนุภรรยาของท่านแม่ทัพอย่างดี พวกตนก็จะได้อยู่อาศัยในบ้านหลังใหญ่ของหมู่บ้านอย่างสุขสบาย

[1] หลิวซื่อ คำว่าซื่อหมายถึงสตรีที่แต่งงานแล้ว ส่วนหลิวคือแซ่เดิมของนาง

[2] ไฉซื่อ หมายถึง หญิงที่แต่งงานแล้วแซ่ไฉ

[3] ครึ่งชั่วยาม เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 45 กอบกู้ตระกูล (ตอนจบ)

    จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 44 วาระสุดท้าย

    กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 43 เผาตัวเอง

    ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 42 ตามล้างแค้น

    เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 41 คนทรยศ

    ครั้นหลินเจิ้นอู่กับหลินชิงเหอไปสมทบกับสวีพานที่คฤหาสน์ได้ยินว่าซ่งหว่านอิงเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป พวกเขาจึงอาสาออกไปคฤหาสน์สกุลซ่งเอง สวีพานจึงเล่าเรื่องที่ซ่งหว่านอิงถูกหลิวซื่อขังไว้ในห้องนอนเก่าของมารดา และเผาเรือนนั้นให้คนทั้งสองฟัง “ที่แท้! ไฟไหม้นั่นป็นฝีมือของหลิวซื่อนี่เอง นางโหดเหี้ยมนัก ที่หานคังกับพวกเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่” สวีพานพยักหน้ารับ “มือปราบหลินกล่าวได้ถูกต้อง ข้าส่งเถี่ยหนิวออกไปจับตามองนางเอาไว้แล้ว” “เห็นท่าจะไม่ดี หลิวซื่อทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมจะไม่วางแผนไว้ชั้นเดียวอย่างแน่นอน ข้ากับชิงเหอจะรีบไปดูนางเดี๋ยวนี้ ท่านก็อยู่ดูแลอิงเอ๋อร์และคฤหาสน์ให้ดีเล่า” สวีพานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องลำบากพวกท่านแล้ว ข้าไม่กล้าให้จางหย่งกับทหารออกไปเพราะกลัวว่านางจะคิดเผาบ้านข้าไปด้วย”พอสองพี่น้องแซ่หลินมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งแล้วรู้ว่าหลิวซื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงหมอก็ตกใจรีบตามไปดู แต่พอไปถึง คนที่โรงหมอพากันยืนยันว่าไม่มีคนแซ่หลิวมารักษา“พี่เจิ้นอู่ ข้าว่านางคงหนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโจรพวกนั้นอยู่ข้างนอกยังมี

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 40 หายนะในตระกูล

    ควันจากระเบิดนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก นางหมอบลงแล้ว ใช้แขนเสื้อปิดหน้าเอาไว้ รอจนควันจางลงก็ร้องขึ้น “เถี่ยหนิว! พวกมันหนีขึ้นหลังคาไปแล้ว” นางกระโจนขึ้นไปบนหลังคา สวีพานและเถี่ยหนิวรีบกระโจนตามนางขึ้นหลังคาไป พวกเขาเห็นแผ่นหลังของหลี่เปียวที่ใช้ปลายเท้าแตะหลังคาเรือนหลังข้างหน้า มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเมืองก็พากันตามอย่างไม่ลดละ “ทุกคน! ไปช่วยดับไฟก่อน ลามมาถึงเรือนรับแขกแล้ว!” หลิวซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่แล้วร้องบอกมือปราบที่อยู่บริเวณนั้นยามนั้นไฟโหมกระหน่ำ เสียงบ่าวรับใช้ตะโกนโหวกเหวก เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้เรือนรับแขกหลินเจิ้นอู่นำมือปราบกลุ่มใหญ่ตามมา หลินชิงเหอก็วิ่งเข้ามาด้วย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ในคฤหาสน์สกุลซ่ง หลินชิงเหอมองหาคนที่นอนเกลื่อนกลาด เมื่อไม่เห็นสหายก็วิ่งเข้าไปในห้องโถง ในนั้นนางจึงได้เห็นความเละเทะและสูญเสียอันน่าสยดสยองของสกุลซ่ง หลินชิงเหอร้องเรียกให้มือปราบที่มาสมบทช่วยกันประคองเอาผู้บาดเจ็บและรอดชีวิตออกมาจากห้องโถงนั้นก่อน เพราะควันไฟเริ่มเข้าไปมาก ซุนจิ่นหรงอุ้ม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status