Share

ตอนที่ 1/2

last update Last Updated: 2026-01-12 16:13:34

เรือนโซ่วคัง เรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่า

บรรยากาศภายในห้องโถงหลักของเรือนโซ่วคังเงียบกริบ ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยฉือ หรือ หลี่ซื่อ มารดาของเว่ยฉือเซียว นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ในมือถือลูกประคำไม้จันทน์ นางเป็นหญิงชราที่เคร่งขรึมและเข้มงวดไม่แพ้บุตรชาย ข้างกายมีสาวใช้คนสนิทคอยพัดวีให้อย่างระมัดระวัง

เมื่อเว่ยฉือเซียวพาซางเหมียนเดินเข้ามา ทุกสายตาก็พุ่งเป้าไปที่สะใภ้ใหม่ทันที

ซางเหมียนคุกเข่าลงบนเบาะรองที่จัดเตรียมไว้ ก้มศีรษะคารวะอย่างงดงามถูกต้องตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามจนแม้แต่คนจับผิดยังหาที่ติไม่ได้

“สะใภ้ซางเหมียน คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”

หลี่ซื่อปรายตามอง “มาสายนะ วันแรกก็มาสายเสียแล้ว จวนอู่อันโหวของเราให้ความสำคัญกับเวลาเป็นที่สุด สะใภ้ซาง เจ้ามาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เหตุใดจึงไร้ระเบียบเช่นนี้”

น้ำเสียงทรงอำนาจกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างพากันก้มหน้าต่ำ แต่ซางเหมียนกลับเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอ่อนหวานและจริงใจไปให้แม่สามี “ท่านแม่กล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ลูกสะใภ้ผิดเองที่ไร้ความสามารถ ตื่นเช้าไม่ไหว ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ทำให้ท่านแม่ต้องรอนาน ลูกสะใภ้สมควรตายพันครั้ง” นางยอมรับความผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่มีท่าทีสลดหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย

คำตอบที่ลื่นไหลเหมือนปลาไหลชุบน้ำมันทำเอาหลี่ซื่อไปต่อไม่ถูก ปกติสะใภ้ใหม่โดนดุเช่นนี้ต้องตัวสั่นร้องไห้ หรือไม่ก็พยายามแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ แต่นางกลับยอมรับตรง ๆ

“อะ... แฮ่ม! ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่าผิด คราวหลังก็ปรับปรุงเสีย” หลี่ซื่อกระแอมไอแก้เก้อ “ไหนล่ะ น้ำชา?”

เสี่ยวซวงรีบยกถาดน้ำชาเข้ามาส่งให้ซางเหมียน ซางเหมียนรับถ้วยชามาประคองด้วยสองมืออย่างมั่นคง แล้วยื่นให้แม่สามี “ท่านแม่ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ ชานี้ท่านพี่บอกว่าเป็นชาหลงจิ่งชั้นดี ลูกสะใภ้ตั้งใจชงมาเพื่อท่านแม่โดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”

หลี่ซื่อรับถ้วยชาไปจิบ รสชาติที่พอเหมาะพอดี น้ำชาไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป นางพยักหน้าพอใจเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยลงและหยิบกำไลหยกเนื้อดีคู่หนึ่งออกมาจากกล่อง

“รับไป นี่คือของรับขวัญ หวังว่าเจ้าจะปรนนิบัติอาเซียวให้ดี รีบมีทายาทสืบสกุล ดูแลบ้านเรือนให้เรียบร้อย อย่าได้เกียจคร้านสันหลังยาว”

ซางเหมียนรับกำไลมาสวมทันที “ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกสะใภ้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ” ในการหาเวลานอน ซางเหมียนพูดต่อในใจ

“อ๊ะ! ท่านแม่เจ้าคะ” ซางเหมียนหันไปส่งสายตาให้เสี่ยวซวงนำกล่องไม้ยาว ๆ ใบหนึ่งออกมา “ลูกสะใภ้เองก็มีของขวัญมามอบให้ท่านแม่เช่นกันเจ้าค่ะ”

หลี่ซื่อเลิกคิ้ว “หืม เป็นผ้าปักหรือภาพวาดล่ะ”

ปกติสะใภ้ใหม่มักจะแสดงฝีมือเย็บปักถักร้อยเพื่อเอาใจแม่สามี แต่ซางเหมียนกลับเปิดกล่องออก เผยให้เห็น... หมอน?

ใช่ มันคือหมอนทรงแปลกตา ใบใหญ่หนานุ่ม หุ้มด้วยผ้าไหมเย็นลื่นมือ

“นี่คือ...” หลี่ซื่อมองอย่างงุนงง

“นี่คือหมอนหนุนเมฆาเจ้าค่ะ” ซางเหมียนนำเสนอด้วยแววตาเป็นประกาย “ท่านพี่บอกว่าท่านแม่มักปวดคอบ่อย ๆ ลูกสะใภ้จึงออกแบบหมอนใบนี้เป็นพิเศษ ด้านในยัดด้วยใยไหมผสมสมุนไพรหอมระเหย ช่วยให้หลับสบาย คลายความปวดเมื่อย เพียงแค่ท่านแม่ล้มตัวลงนอน ท่านจะรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆไม่อยากลุกไปไหนเลยเจ้าค่ะ”

เว่ยฉือเซียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปาก นางเอาความชอบส่วนตัวมาเป็นของขวัญ ที่จริงนางแค่อยากให้ท่านแม่นอนเยอะ ๆ จะได้ไม่มายุ่งกับนางต่างหาก

แต่ทว่า... หลี่ซื่อกลับตาลุกวาว นางเอื้อมมือไปกดหมอนดู พบว่ามันนุ่มเด้งสู้มือจริง ๆ

“อืม เป็นความคิดที่ดียิ่ง รู้จักห่วงใยสุขภาพคนแก่ ดี! ดีมาก!” หลี่ซื่อยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน “ข้าจะลองใช้ดูคืนนี้”

ซางเหมียนยิ้มกว้าง “หากท่านแม่ชอบ วันหน้าลูกสะใภ้จะทำเบาะรองนั่งขนเป็ด กับเก้าอี้โยกที่ปรับระดับเอนนอนได้มาให้อีกนะเจ้าคะ รับรองว่าท่านแม่จะนั่งสบายจนลืมเวลาเลยเจ้าค่ะ”

เว่ยฉือเซียวมองภรรยาของตนที่กำลังเจรจาซื้อขายกับมารดาของเขา แล้วก็ได้แต่นวดขมับ

นางไม่ใช่แค่ปลาเค็มธรรมดา แต่นางคือปลาเค็มปีศาจที่กำลังจะแพร่เชื้อความขี้เกียจไปทั่วจวน!

หลังจากพิธียกน้ำชาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น เว่ยฉือเซียวก็ลากซางเหมียนกลับมาที่ห้องอาหารในเรือนเพื่อทานอาหารเช้า

บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เว่ยฉือเซียวนั่งตัวตรง เขากินข้าวด้วยกิริยาที่สง่างามแต่รวดเร็ว เคี้ยวอย่างมีจังหวะ ไม่กินทิ้งกินขว้าง ในขณะที่ซางเหมียน...

นางนั่งเท้าคาง ใช้ตะเกียบคีบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก กัดคำเล็ก ๆ แล้วเคี้ยว เคี้ยว เคี้ยวอยู่อย่างนั้นราวสามสิบครั้งแล้วค่อยกลืน จากนั้นก็ถอนหายใจ แล้วจิบน้ำชาตาม

“เจ้าจะกินให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึ” เว่ยฉือเซียวถามอย่างหงุดหงิด “กินข้าวคำเดียว เคี้ยวไปครึ่งค่อนวัน”

“ท่านพี่ การเคี้ยวให้ละเอียดช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีนะเจ้าคะ จะได้ไม่ท้องอืด” นางตอบเสียงเนือย ๆ “ท่านรีบกินไปไหนหรือเจ้าคะ ข้าศึกบุกเมืองหรือ”

“ข้าต้องไปค่ายทหาร!” เว่ยฉือเซียววางตะเกียบลง “และก่อนไป ข้ามีเรื่องต้องตกลงกับเจ้า” เขาดีดนิ้ว พ่อบ้านประจำจวนก็นำม้วนกระดาษยาวเหยียดมาวางตรงหน้าซางเหมียน

“นี่คืออะไรเจ้าคะ รายการอาหารหรือ” นางตาเป็นประกาย

“กฎระเบียบของจวนอู่อันโหว” เว่ยฉือเซียวแสยะยิ้ม “เดิมทีมีหนึ่งร้อยข้อ แต่เมื่อเช้าข้าเห็นพฤติกรรมของเจ้าแล้ว ข้าจึงเพิ่มเป็นสามร้อยข้อ”

ซางเหมียนอ้าปากค้าง มองม้วนกระดาษที่ยาวลงไปถึงพื้น

“อ่านซะ” เขาออกคำสั่ง “ข้อหนึ่ง ห้ามตื่นสายกว่ายามเหม่า ข้อสอง ห้ามกินข้าวเสียงดัง ข้อสาม ห้ามเดินลากเท้า ข้อสี่ ห้ามแต่งกายไม่เรียบร้อย ข้อห้า ห้ามนั่งหลังงอ ข้อหก...”

เสียงของเว่ยฉือเซียวเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของซางเหมียน นางมองตัวอักษรยุบยับตรงหน้าแล้วรู้สึกเวียนหัวตาลาย คล้ายจะเป็นลมทั้งที่อยู่ในร่ม

“ท่านพี่...” นางขัดจังหวะ “ยาวขนาดนี้ ผู้ใดจะจำหมดเจ้าคะ เอาเป็นว่าข้าจะพยายามทำตัวดี ๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านก็แล้วกันนะเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้! เจ้าต้องท่องให้ได้ทุกข้อ! เย็นนี้ข้าจะสอบท่องจำ หากผิดหนึ่งคำ หักเงินเดือนหนึ่งตำลึง!”

ซางเหมียนเบิกตากว้าง หักเงิน นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย! เงินคือชีวิต เงินคือที่มาของเตียงนุ่ม ๆ และอาหารอร่อย!

“ท่านพี่ใจร้าย...” นางตัดพ้อเสียงเบา ทำหน้าคล้ายลูกแมวถูกทิ้ง

เว่ยฉือเซียวเมินเฉยต่อสายตาออดอ้อนนั้น เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ข้าไปทำงานแล้ว อยู่บ้านก็ศึกษากฎระเบียบให้ดี อย่าเที่ยวไปนอนหลับตามศาลาริมน้ำให้ผู้ใดเห็น เป็นฮูหยินเอกต้องวางตัวให้เหมาะสม เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” นางรับคำเสียงอ่อย

เว่ยฉือเซียวเดินจากไปอย่างผู้ชนะ เขารู้สึกภูมิใจที่สามารถข่มภรรยาจอมขี้เกียจได้ตั้งแต่วันแรก

ทว่า... ทันทีที่แผ่นหลังกว้างของสามีลับสายตาไป

ซางเหมียนก็ทิ้งตัวลงฟุบกับโต๊ะอาหารทันที “เสี่ยวซวง เก็บม้วนกระดาษนี่ไปเผา…ไม่สิ ไปเก็บไว้ในหีบที่ลึกที่สุด อย่าให้ข้าเห็นมันอีก”

“แล้วเรื่องท่องกฎล่ะเจ้าคะ ท่านโหวบอกจะสอบ...”

“ช่างเถอะ หักก็หักไป สินเดิมข้ามีตั้งเยอะ ข้าจ่ายไหว” นางโบกมืออย่างไม่ยี่หระ “ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เสี่ยวซวงเตรียมเตียง ข้าจะไปนอนต่อเพื่อซึมซับรสชาติอาหารเช้า!”

“ฮูหยิน นี่มันเพิ่งยามเฉินเองนะเจ้าคะ”

“สำหรับปลาเค็มอย่างข้า เวลานอนคือทุกเวลาที่ว่างเว้นจากการกิน ไปเถอะ ข้าจะไปทดสอบความนุ่มของเตียงสามีเสียหน่อย เมื่อเช้ายังนอนไม่อิ่มเลย”

ซางเหมียนลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งที แล้วเดินกลับเข้าเรือนนอนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ทิ้งกฎระเบียบสามร้อยข้อไว้เบื้องหลัง ราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 4/1

    สายลมยามเย็นพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลาย หอบเอากลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีที่เริ่มแย้มบานส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วจวนอู่อันโหว ท้องนภาเบื้องบนค่อย ๆ เปลี่ยนเฉดสีจากสีครามสดใสเป็นสีม่วงเข้มประดับด้วยดวงดาราที่เริ่มปรากฏโฉมทีละดวงสองดวง บรรยากาศช่างเงียบสงบและงดงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุดภายในเรือนนอนอันกว้างขวาง ซางเหมียนกำลังนอนเอนหลังอยู่บนตั่งนุ่มที่บุด้วยผ้าไหมราคาแพง อารมณ์ของนางดีจนเผลอฮัมเพลงพื้นบ้านทำนองสนุกสนานเบา ๆ ในลำคอ วันนี้นางรู้สึกราวกับเป็นแม่ทัพผู้ชนะศึกสงคราม นางสามารถจัดการเสี้ยมแม่สามีให้เข้าข้างนางได้สำเร็จ และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า เย็นนี้เว่ยฉือเซียวจะต้องถูกมารดาเรียกไปต่อว่าจนหูชา และคำสั่งเรื่องการตื่นยามเหม่ามาวิ่งรอบจวนอันโหดร้ายนั้นจะต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย"ฮูหยินเจ้าคะ น้ำแกงไก่ตุ๋นโสมมาแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวซวงสาวใช้คนสนิทวางถ้วยกระเบื้องเคลือบใบสวยลงบนโต๊ะข้างตั่ง กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อยั่วน้ำลายยิ่งนักซางเหมียนยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างกระตือรือร้น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง "ดีมากเสี่ยวซวง วันนี้ข้าใช้สมองวางแผนการไปมาก ต้องบำรุงร่

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 3/2

    ยามเฉิน ณ โต๊ะอาหารหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อเช้าตรู่มาได้ ซางเหมียนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อเห็นสำรับอาหารเช้านางนั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว โดยมีเว่ยฉือเซียวที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขามองนางคีบซาลาเปาไส้หมูสับเข้าปาก ด้วยสายตาอ่านยาก"ไหนบอกว่าเจ็บข้อเท้า" เขาถามเสียงเรียบ "เหตุใดจึงเดินมาที่โต๊ะอาหารได้คล่องแคล่วนัก"ซางเหมียนกลืนซาลาเปาลงคอก่อนจะตอบ "ความหิวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่เคยได้ยินหรือ อีกอย่าง พอได้นั่งพัก อาการก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น สงสัยเป็นเพราะบารมีของท่านพี่คุ้มครองเจ้าค่ะ"เว่ยฉือเซียวส่ายหน้า "วันนี้ข้าต้องเข้าวังหลวงไปประชุมราชการกับฝ่าบาท อาจจะกลับดึก เจ้าอยู่จวนก็อย่าก่อเรื่อง แล้วอย่าลืมท่องกฎที่เหลือด้วย กลับมาข้าจะสอบใหม่ ถ้าไม่ได้... พรุ่งนี้วิ่งยี่สิบรอบ!"ซางเหมียนชะงักตะเกียบ ยี่สิบรอบ! เขาจะเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งจริง ๆ หรือ!"ท่านพี่ ข้าขอนอนคิดทบทวนกฎระเบียบเงียบ ๆ ได้หรือไม่เจ้าคะ การวิ่งทำให้สมองข้ากระทบกระเทือน จำอะไรไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ""ไม่ได้" คำตอบสั้น ๆ แต่เด็ดขาด ซางเหมียนมองสามีด้วยสายตัดพ้อเล็

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 3/1

    ท้องนภายามรุ่งสางยังคงมืดมิด มีเพียงแสงดาวระยิบระยับที่เริ่มจางหายไป สายลมยามเช้าตรู่ของต้นฤดูร้อนพัดโชยมาปะทะผิวหน้า หอบเอาความเย็นที่ชวนให้รู้สึกสดชื่นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ แต่กลับหนาวเหน็บจนเข้ากระดูกดำสำหรับสตรีผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจเสียงระฆังบอกเวลาว่าถึงยามเหม่าแล้วดังขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นประตูห้องนอนของเรือนหลักก็ถูกเปิดออกอย่างแรง"ตื่นได้แล้ว!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องกังวานไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงบ เว่ยฉือเซียวอยู่ในชุดรัดกุมสีดำสนิทสำหรับฝึกซ้อมวรยุทธ์ แขนเสื้อถูกพันเก็บอย่างทะมัดทะแมงเผยให้เห็นท่อนแขนกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผมยาวถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าสูงดูองอาจผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบตึงไร้อารมณ์ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียงนอนดุจยมทูตที่มารอรับวิญญาณบนเตียงกว้างหลังใหญ่ ร่างของซางเหมียนยังคงขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา นางได้ยินเสียงเรียกนั้นชัดเจน แต่เลือกที่จะตอบสนองด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีความจริง"ซางเหมียน ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว" เว่ยฉือเซียวกล่าวเสียงเรียบ พลางเอื้อมมือไปกระชากผ้าห่ม "ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ วันนี้เจ้ามีนัดวิ่งรอบจวนกับข้า"ท

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 2/2

    ห้องโถงรับรองที่เคยดูขึงขังด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่ขัดมันวับจนเห็นเงาสะท้อน บัดนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเก้าอี้ไม้ประดู่ตัวใหญ่ประจำตำแหน่งของเขา ถูกวางทับด้วยเบาะรองนั่งขนเป็ดหนานุ่มสีขาว พนักพิงหลังมีหมอนใบเล็กปักลายดอกไม้สีสดใสวางเสริม ด้านล่างมีพรมขนสัตว์ผืนหนาปูรองรับเท้า บนโต๊ะน้ำชามีจานใส่ขนมขบเคี้ยว เปลือกถั่ว และผลไม้ปอกเปลือกวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ดูรกหูรกตาพิลึกส่วนตัวต้นเหตุ... ซางเหมียนกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น สองขาพาดไปบนเก้าอี้อีกตัว กำลังใช้ไม้จิ้มผลไม้เข้าปากอย่างสบายอารมณ์ อ่านหนังสือในมืออย่างเพลิดเพลิน"ซางเหมียน!" เสียงคำรามต่ำลึกของสามีทำเอาซางเหมียนสะดุ้งเล็กน้อยจนไม้จิ้มในมือเกือบร่วง นางหันมามองเขาแล้วคลี่ยิ้มกว้างดูไร้พิษสง"ท่านพี่ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เหนื่อยหรือไม่ มา ๆ มานั่งพักตรงนี้ ข้าให้เสี่ยวซวงเตรียมเบาะนุ่ม ๆ ไว้ให้ท่านแล้ว รับรองว่านั่งแล้วหายปวดหลังเป็นปลิดทิ้ง"เว่ยฉือเซียวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง มองสำรวจสภาพห้องด้วยสายตาไม่พอใจ"นี่เจ้าทำอะไรกับห้องโถงของข้า" เขาถามเสียงเข้ม "เก้าอี้พวกนี้คือเก้าอี้รับรองแขก

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 2/1

    ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยขึ้นสู่กลางศีรษะ แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลงมากระทบกระเบื้องหลังคาจวนอู่อันโหวจนเกิดประกายระยิบระยับแสบตา ไอแดดร้อนระอุทำให้แมกไม้ในสวนเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย แม้แต่เสียงจักจั่นที่มักจะส่งเสียงระงมในช่วงฤดูร้อนยังดูเหมือนจะเงียบเสียงลง เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ หรือบางทีพวกมันอาจจะเกรงกลัวต่อไอสังหารที่เจ้าของจวนทิ้งไว้ก่อนออกไปทำงานเมื่อช่วงเช้าตรู่ทว่าภายในเรือนอันกว้างขวางของจวนอู่อันโหว บรรยากาศกลับเย็นสบายราวกับอยู่กันคนละมุมโลกอ่างเคลือบลายครามใบใหญ่สี่ใบภายในบรรจุก้อนน้ำแข็งก้อนโต ถูกวางไว้ตามมุมห้องทั้งสี่ทิศ ไอเย็นจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งผสานกับกลิ่นหอมเย็นของเครื่องหอมที่ถูกจุดไว้ในกระถางทองเหลือง ช่วยขับไล่ความอบอ้าวของฤดูร้อนออกไปจนหมดสิ้นบนตั่งไม้จันทน์หอมราคาแพงที่ปูทับด้วยเสื่อไม้ไผ่สานละเอียด ร่างบอบบางของซางเหมียนนอนเอกเขนกอยู่อย่างเกียจคร้าน นางสวมชุดผ้าไหมเนื้อบางเบาสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆาคล้อย ปล่อยผมยาวสยายเต็มแผ่นหลังโดยไม่เกล้าขึ้น สองเท้าเปลือยเปล่าพาดอยู่บนหมอนอิงทรงกลม มือข้างหนึ่งถือพัดกลมลายภาพวาดทิวทัศน์ขยับโบกไปมาอย่างเนิบนาบ ส่วนมืออีกข้างกำลังหยิบอง

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 1/2

    เรือนโซ่วคัง เรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่าบรรยากาศภายในห้องโถงหลักของเรือนโซ่วคังเงียบกริบ ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยฉือ หรือ หลี่ซื่อ มารดาของเว่ยฉือเซียว นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ในมือถือลูกประคำไม้จันทน์ นางเป็นหญิงชราที่เคร่งขรึมและเข้มงวดไม่แพ้บุตรชาย ข้างกายมีสาวใช้คนสนิทคอยพัดวีให้อย่างระมัดระวังเมื่อเว่ยฉือเซียวพาซางเหมียนเดินเข้ามา ทุกสายตาก็พุ่งเป้าไปที่สะใภ้ใหม่ทันทีซางเหมียนคุกเข่าลงบนเบาะรองที่จัดเตรียมไว้ ก้มศีรษะคารวะอย่างงดงามถูกต้องตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามจนแม้แต่คนจับผิดยังหาที่ติไม่ได้“สะใภ้ซางเหมียน คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”หลี่ซื่อปรายตามอง “มาสายนะ วันแรกก็มาสายเสียแล้ว จวนอู่อันโหวของเราให้ความสำคัญกับเวลาเป็นที่สุด สะใภ้ซาง เจ้ามาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เหตุใดจึงไร้ระเบียบเช่นนี้”น้ำเสียงทรงอำนาจกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างพากันก้มหน้าต่ำ แต่ซางเหมียนกลับเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอ่อนหวานและจริงใจไปให้แม่สามี “ท่านแม่กล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ลูกสะใภ้ผิดเองที่ไร้ความสามารถ ตื่นเช้าไม่ไหว ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ทำให้ท่านแม่ต้องรอนาน ลูกสะใภ้สมควรตายพันครั้ง” นา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status