Masukเรือนโซ่วคัง เรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่า
บรรยากาศภายในห้องโถงหลักของเรือนโซ่วคังเงียบกริบ ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยฉือ หรือ หลี่ซื่อ มารดาของเว่ยฉือเซียว นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ในมือถือลูกประคำไม้จันทน์ นางเป็นหญิงชราที่เคร่งขรึมและเข้มงวดไม่แพ้บุตรชาย ข้างกายมีสาวใช้คนสนิทคอยพัดวีให้อย่างระมัดระวัง เมื่อเว่ยฉือเซียวพาซางเหมียนเดินเข้ามา ทุกสายตาก็พุ่งเป้าไปที่สะใภ้ใหม่ทันที ซางเหมียนคุกเข่าลงบนเบาะรองที่จัดเตรียมไว้ ก้มศีรษะคารวะอย่างงดงามถูกต้องตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามจนแม้แต่คนจับผิดยังหาที่ติไม่ได้ “สะใภ้ซางเหมียน คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ” หลี่ซื่อปรายตามอง “มาสายนะ วันแรกก็มาสายเสียแล้ว จวนอู่อันโหวของเราให้ความสำคัญกับเวลาเป็นที่สุด สะใภ้ซาง เจ้ามาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เหตุใดจึงไร้ระเบียบเช่นนี้” น้ำเสียงทรงอำนาจกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างพากันก้มหน้าต่ำ แต่ซางเหมียนกลับเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอ่อนหวานและจริงใจไปให้แม่สามี “ท่านแม่กล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ลูกสะใภ้ผิดเองที่ไร้ความสามารถ ตื่นเช้าไม่ไหว ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ทำให้ท่านแม่ต้องรอนาน ลูกสะใภ้สมควรตายพันครั้ง” นางยอมรับความผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่มีท่าทีสลดหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย คำตอบที่ลื่นไหลเหมือนปลาไหลชุบน้ำมันทำเอาหลี่ซื่อไปต่อไม่ถูก ปกติสะใภ้ใหม่โดนดุเช่นนี้ต้องตัวสั่นร้องไห้ หรือไม่ก็พยายามแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ แต่นางกลับยอมรับตรง ๆ “อะ... แฮ่ม! ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่าผิด คราวหลังก็ปรับปรุงเสีย” หลี่ซื่อกระแอมไอแก้เก้อ “ไหนล่ะ น้ำชา?” เสี่ยวซวงรีบยกถาดน้ำชาเข้ามาส่งให้ซางเหมียน ซางเหมียนรับถ้วยชามาประคองด้วยสองมืออย่างมั่นคง แล้วยื่นให้แม่สามี “ท่านแม่ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ ชานี้ท่านพี่บอกว่าเป็นชาหลงจิ่งชั้นดี ลูกสะใภ้ตั้งใจชงมาเพื่อท่านแม่โดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อรับถ้วยชาไปจิบ รสชาติที่พอเหมาะพอดี น้ำชาไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป นางพยักหน้าพอใจเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยลงและหยิบกำไลหยกเนื้อดีคู่หนึ่งออกมาจากกล่อง “รับไป นี่คือของรับขวัญ หวังว่าเจ้าจะปรนนิบัติอาเซียวให้ดี รีบมีทายาทสืบสกุล ดูแลบ้านเรือนให้เรียบร้อย อย่าได้เกียจคร้านสันหลังยาว” ซางเหมียนรับกำไลมาสวมทันที “ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกสะใภ้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ” ในการหาเวลานอน ซางเหมียนพูดต่อในใจ “อ๊ะ! ท่านแม่เจ้าคะ” ซางเหมียนหันไปส่งสายตาให้เสี่ยวซวงนำกล่องไม้ยาว ๆ ใบหนึ่งออกมา “ลูกสะใภ้เองก็มีของขวัญมามอบให้ท่านแม่เช่นกันเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อเลิกคิ้ว “หืม เป็นผ้าปักหรือภาพวาดล่ะ” ปกติสะใภ้ใหม่มักจะแสดงฝีมือเย็บปักถักร้อยเพื่อเอาใจแม่สามี แต่ซางเหมียนกลับเปิดกล่องออก เผยให้เห็น... หมอน? ใช่ มันคือหมอนทรงแปลกตา ใบใหญ่หนานุ่ม หุ้มด้วยผ้าไหมเย็นลื่นมือ “นี่คือ...” หลี่ซื่อมองอย่างงุนงง “นี่คือหมอนหนุนเมฆาเจ้าค่ะ” ซางเหมียนนำเสนอด้วยแววตาเป็นประกาย “ท่านพี่บอกว่าท่านแม่มักปวดคอบ่อย ๆ ลูกสะใภ้จึงออกแบบหมอนใบนี้เป็นพิเศษ ด้านในยัดด้วยใยไหมผสมสมุนไพรหอมระเหย ช่วยให้หลับสบาย คลายความปวดเมื่อย เพียงแค่ท่านแม่ล้มตัวลงนอน ท่านจะรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆไม่อยากลุกไปไหนเลยเจ้าค่ะ” เว่ยฉือเซียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปาก นางเอาความชอบส่วนตัวมาเป็นของขวัญ ที่จริงนางแค่อยากให้ท่านแม่นอนเยอะ ๆ จะได้ไม่มายุ่งกับนางต่างหาก แต่ทว่า... หลี่ซื่อกลับตาลุกวาว นางเอื้อมมือไปกดหมอนดู พบว่ามันนุ่มเด้งสู้มือจริง ๆ “อืม เป็นความคิดที่ดียิ่ง รู้จักห่วงใยสุขภาพคนแก่ ดี! ดีมาก!” หลี่ซื่อยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน “ข้าจะลองใช้ดูคืนนี้” ซางเหมียนยิ้มกว้าง “หากท่านแม่ชอบ วันหน้าลูกสะใภ้จะทำเบาะรองนั่งขนเป็ด กับเก้าอี้โยกที่ปรับระดับเอนนอนได้มาให้อีกนะเจ้าคะ รับรองว่าท่านแม่จะนั่งสบายจนลืมเวลาเลยเจ้าค่ะ” เว่ยฉือเซียวมองภรรยาของตนที่กำลังเจรจาซื้อขายกับมารดาของเขา แล้วก็ได้แต่นวดขมับ นางไม่ใช่แค่ปลาเค็มธรรมดา แต่นางคือปลาเค็มปีศาจที่กำลังจะแพร่เชื้อความขี้เกียจไปทั่วจวน! หลังจากพิธียกน้ำชาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น เว่ยฉือเซียวก็ลากซางเหมียนกลับมาที่ห้องอาหารในเรือนเพื่อทานอาหารเช้า บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เว่ยฉือเซียวนั่งตัวตรง เขากินข้าวด้วยกิริยาที่สง่างามแต่รวดเร็ว เคี้ยวอย่างมีจังหวะ ไม่กินทิ้งกินขว้าง ในขณะที่ซางเหมียน... นางนั่งเท้าคาง ใช้ตะเกียบคีบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก กัดคำเล็ก ๆ แล้วเคี้ยว เคี้ยว เคี้ยวอยู่อย่างนั้นราวสามสิบครั้งแล้วค่อยกลืน จากนั้นก็ถอนหายใจ แล้วจิบน้ำชาตาม “เจ้าจะกินให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึ” เว่ยฉือเซียวถามอย่างหงุดหงิด “กินข้าวคำเดียว เคี้ยวไปครึ่งค่อนวัน” “ท่านพี่ การเคี้ยวให้ละเอียดช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีนะเจ้าคะ จะได้ไม่ท้องอืด” นางตอบเสียงเนือย ๆ “ท่านรีบกินไปไหนหรือเจ้าคะ ข้าศึกบุกเมืองหรือ” “ข้าต้องไปค่ายทหาร!” เว่ยฉือเซียววางตะเกียบลง “และก่อนไป ข้ามีเรื่องต้องตกลงกับเจ้า” เขาดีดนิ้ว พ่อบ้านประจำจวนก็นำม้วนกระดาษยาวเหยียดมาวางตรงหน้าซางเหมียน “นี่คืออะไรเจ้าคะ รายการอาหารหรือ” นางตาเป็นประกาย “กฎระเบียบของจวนอู่อันโหว” เว่ยฉือเซียวแสยะยิ้ม “เดิมทีมีหนึ่งร้อยข้อ แต่เมื่อเช้าข้าเห็นพฤติกรรมของเจ้าแล้ว ข้าจึงเพิ่มเป็นสามร้อยข้อ” ซางเหมียนอ้าปากค้าง มองม้วนกระดาษที่ยาวลงไปถึงพื้น “อ่านซะ” เขาออกคำสั่ง “ข้อหนึ่ง ห้ามตื่นสายกว่ายามเหม่า ข้อสอง ห้ามกินข้าวเสียงดัง ข้อสาม ห้ามเดินลากเท้า ข้อสี่ ห้ามแต่งกายไม่เรียบร้อย ข้อห้า ห้ามนั่งหลังงอ ข้อหก...” เสียงของเว่ยฉือเซียวเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของซางเหมียน นางมองตัวอักษรยุบยับตรงหน้าแล้วรู้สึกเวียนหัวตาลาย คล้ายจะเป็นลมทั้งที่อยู่ในร่ม “ท่านพี่...” นางขัดจังหวะ “ยาวขนาดนี้ ผู้ใดจะจำหมดเจ้าคะ เอาเป็นว่าข้าจะพยายามทำตัวดี ๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านก็แล้วกันนะเจ้าค่ะ” “ไม่ได้! เจ้าต้องท่องให้ได้ทุกข้อ! เย็นนี้ข้าจะสอบท่องจำ หากผิดหนึ่งคำ หักเงินเดือนหนึ่งตำลึง!” ซางเหมียนเบิกตากว้าง หักเงิน นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย! เงินคือชีวิต เงินคือที่มาของเตียงนุ่ม ๆ และอาหารอร่อย! “ท่านพี่ใจร้าย...” นางตัดพ้อเสียงเบา ทำหน้าคล้ายลูกแมวถูกทิ้ง เว่ยฉือเซียวเมินเฉยต่อสายตาออดอ้อนนั้น เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ข้าไปทำงานแล้ว อยู่บ้านก็ศึกษากฎระเบียบให้ดี อย่าเที่ยวไปนอนหลับตามศาลาริมน้ำให้ผู้ใดเห็น เป็นฮูหยินเอกต้องวางตัวให้เหมาะสม เข้าใจหรือไม่” “เจ้าค่ะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” นางรับคำเสียงอ่อย เว่ยฉือเซียวเดินจากไปอย่างผู้ชนะ เขารู้สึกภูมิใจที่สามารถข่มภรรยาจอมขี้เกียจได้ตั้งแต่วันแรก ทว่า... ทันทีที่แผ่นหลังกว้างของสามีลับสายตาไป ซางเหมียนก็ทิ้งตัวลงฟุบกับโต๊ะอาหารทันที “เสี่ยวซวง เก็บม้วนกระดาษนี่ไปเผา…ไม่สิ ไปเก็บไว้ในหีบที่ลึกที่สุด อย่าให้ข้าเห็นมันอีก” “แล้วเรื่องท่องกฎล่ะเจ้าคะ ท่านโหวบอกจะสอบ...” “ช่างเถอะ หักก็หักไป สินเดิมข้ามีตั้งเยอะ ข้าจ่ายไหว” นางโบกมืออย่างไม่ยี่หระ “ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เสี่ยวซวงเตรียมเตียง ข้าจะไปนอนต่อเพื่อซึมซับรสชาติอาหารเช้า!” “ฮูหยิน นี่มันเพิ่งยามเฉินเองนะเจ้าคะ” “สำหรับปลาเค็มอย่างข้า เวลานอนคือทุกเวลาที่ว่างเว้นจากการกิน ไปเถอะ ข้าจะไปทดสอบความนุ่มของเตียงสามีเสียหน่อย เมื่อเช้ายังนอนไม่อิ่มเลย” ซางเหมียนลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งที แล้วเดินกลับเข้าเรือนนอนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ทิ้งกฎระเบียบสามร้อยข้อไว้เบื้องหลัง ราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นเมืองในนิทานที่ถูกฉาบด้วยสีเงินยวบยาบ ลมหนาวพัดกรรโชกแรง หอบเอาความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านหน้าต่างเข้ามาในเรือนนอน แม้จะมีเตาถ่านจุดไฟให้ความอบอุ่นอยู่ถึงสี่ทิศ แต่สำหรับสตรีผู้มีปณิธานแน่วแน่ในการเป็นปลาเค็มอย่างซางเหมียนแล้ว ความหนาวเย็นคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้การนอนพักผ่อนขาดความสุนทรียภาพบนตั่งยาวบุขนสัตว์หนานุ่ม ร่างระหงที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มนวมผืนหนาจนดูคล้ายดักแด้ยักษ์ กำลังนอนขดตัวอย่างน่าเวทนา มีเพียงใบหน้าเล็กๆ ขาวผ่องโผล่ออกมาหายใจ"ท่านพี่..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาและสั่นเครือ "ข้าหนาว หนาวเหมือนถูกแช่แข็งในก้อนน้ำแข็งพันปี เกล็ดปลาเค็มของข้ากำลังจะหลุดร่อนแล้วเจ้าค่ะ"เว่ยฉือเซียว ที่กำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยสายตาเอ็นดูระคนอ่อนใจ เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ดึงผ้าห่มให้กระชับขึ้น แล้วสอดมือหนาเข้าไปกุมมือน้อยที่เย็นเฉียบของนางไว้"ในห้องนี้อุ่นจนเหงื่อข้าจะออกอยู่แล้ว เหมียนเอ๋อ" เขาแย้งเบาๆ "เจ้าขี้หนาวเกินไปแล้ว หรือเจ้าแค่อยากอ้อนให้ข้ากอด""ทั้งสองอย่างเจ้าค่ะ" ซางเ
อาโหย่วเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นเทพธิดาผู้กอบกู้เดินนวยนาดเข้ามาในลานฝึกซางเหมียน ในวัยยี่สิบต้นๆ ยังคงงดงามและดูอ่อนเยาว์ นางสวมชุดสีม่วงอ่อน ถือพัดจีบโบกสะบัดเบาๆ เดินเข้ามาพร้อมกับเสี่ยวซวงที่ถือถาดขนม"ท่านแม่!" อาโหย่วร้องลั่น ทิ้งท่าฝึกแล้ววิ่งเข้าไปกอดขามารดาทันที "ท่านพ่อรังแกข้า ท่านพ่อจะให้ข้าขาหัก!"ซางเหมียนก้มลงลูบหัวลูกชาย แล้วเงยหน้ามองสามีด้วยสายตาตำหนิ "ท่านพี่ ลูกเพิ่งจะห้าขวบ ท่านจะเคี่ยวเข็ญอะไรนักหนาเจ้าคะ ดูกล้ามขาน้อยๆ ของลูกสิ สั่นไปหมดแล้ว""เหมียนเอ๋อ เจ้าอย่าให้ท้ายลูก" เว่ยฉือเซียวถอนหายใจ "ไม้แก่ดัดยาก ไม้อ่อนดัดง่าย ข้าต้องฝึกเขาให้แกร่งตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้ปกป้องตัวเองและบ้านเมืองได้""แต่การพักผ่อนก็สำคัญนะเจ้าคะ" ซางเหมียนเถียง "ท่านหมอบอกว่าเด็กวัยนี้ต้องนอนเยอะๆ กินเยอะๆ ถึงจะโตไว อาโหย่ว มานี่มาลูก แม่เตรียมขนมดอกกุ้ยฮวามาให้ กินเสร็จแล้วไปนอนกลางวันกันเถอะ""เย้! ท่านแม่ใจดีที่สุดเลย" อาโหย่วกระโดดโลดเต้น หยิบขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วแลบลิ้นใส่บิดาเว่ยฉือเซียวมองสองแม่ลูกจูงมือกันเดินออกจากลานฝึก ทิ้งให้เขายืนโดดเดี่ยวอย
ใบไม้เปลี่ยนสีเริ่มร่วงโรยลงสู่พื้นดินอีกคำครั้ง สัญญาณแห่งกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่เคยหยุดนิ่ง ณ จวนอู่อันโหวที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร บรรยากาศในยามสายของฤดูใบไม้ร่วงปีนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายยิ่งกว่าศึกสงครามครั้งไหนๆเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินวนไปวนมาหน้าประตูเรือนจนพื้นไม้แทบสึก ร่างสูงใหญ่ของเว่ยฉือเซียวในชุดลำลองสีเข้ม มีเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศเย็นสบาย คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปม มือหนากำหมัดแน่นสลับกับคลายออกด้วยความกระวนกระวายใจภายในห้องเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของซางเหมียน ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ บาดลึกเข้าไปในหัวใจของแม่ทัพหนุ่มยิ่งกว่าคมดาบ"โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ! ข้าไม่เอาแล้ว! ข้าจะไม่คลอดแล้ว!" เสียงโอดครวญของภรรยาทำให้เว่ยฉือเซียวแทบจะพังประตูเข้าไป"เหมียนเอ๋อ! อดทนไว้! ข้าอยู่นี่!" เขาตะโกนตอบเสียงสั่น "หมอตำแย! เหตุใดถึงนานนัก หากฮูหยินข้าเป็นอะไรไป ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้าให้หมด!""ท่านโหวใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ!" แม่นมฟางรีบออกมาขวางหน้าประตู "สตรีกำลังคลอดบุตร บุรุษห้ามเข้าเจ้าค่ะ มันผิดธรรมเนียมและจะเป็นอัปมงคล ท่านโหวรออยู่ตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ
ข่าวการตั้งครรภ์ของฮูหยินแพร่สะพัดไปทั่วจวนราวกับไฟลามทุ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ซื่อ รีบเดินทางมาที่เรือนหลักแทบจะในทันที พร้อมกับขบวนของบำรุงยาวเหยียด"เหมียนเอ๋อ! หลานย่า!" หลี่ซื่อตรงเข้ามาลูบท้องซางเหมียนด้วยความรักใคร่ "ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาสกุลเว่ยฉือ เจ้าทำได้ดีมาก อยากกินอะไรบอกแม่ แม่จะให้คนไปหามาให้หมด จะเอาเดือนเอาดาวแม่ก็จะสอยมาให้!""ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ใข้าอยากกินแค่ผลไม้รสเปรี้ยวๆ เจ้าค่ะ" ซางเหมียนตอบเสียงอ้อน"ได้ ไปเหมามะม่วงดอง มะนาวเชื่อม บ๊วยเค็ม มาให้หมดตลาด!" หลี่ซื่อสั่งบ่าวไพร่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วิถีชีวิตของซางเหมียนก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นปลาเค็มที่นอนเฉยๆ ตอนนี้กลายเป็นไข่ในหินที่ห้ามขยับตัว"ท่านพี่เจ้าคะ ข้าจะเดินไปเข้าห้องน้ำเจ้าค่ะ" ซางเหมียนทำท่าจะลุกจากเตียง"หยุด!" เว่ยฉือเซียวที่นั่งอ่านตำราคู่มือการเลี้ยงทารกอยู่ข้างๆ รีบวางหนังสือลง แล้วพุ่งเข้ามาอุ้มนางทันที"พื้นมันเย็น เดี๋ยวเท้าเจ้าจะเย็น ส่งผลถึงลูก ข้าอุ้มไปเอง""แต่ท่านพี่ ห้องปลดทุกข์อยู่แค่หลังฉากกั้นนี่เองนะเจ้าคะ ข้าเดินสองก้าวก็ถึง" นางท้วง"ไม่ได้! สองก้าวก็มีความเสี่ยง เกิดเจ
สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านมาอย่างอ่อนโยน นำพากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ในสวนให้ลอยฟุ้งไปทั่วจวนอู่อันโหว แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างลงมากระทบพื้นไม้ขัดเงา บรรยากาศภายในจวนช่างสงบสุขและงดงาม ราวกับสวรรค์กำลังอวยพรให้กับความรักที่ผ่านพ้นมรสุมมาได้ทว่า... สำหรับ ซางเหมียน แล้ว เช้าวันนี้กลับไม่ได้สดใสเหมือนอากาศภายนอกนางนั่งหน้าซีดเผือดอยู่หน้าโต๊ะอาหารเช้า ดวงตาหงส์ที่เคยเป็นประกายสดใสบัดนี้ดูโรยรา ร่างกายอ่อนแรงพิงพนักเก้าอี้ บนโต๊ะมีอาหารเลิศรสมากมายที่เว่ยฉือเซียว สั่งให้พ่อครัวจัดเตรียมเพื่อบำรุงภรรยา ทั้งไก่ดำตุ๋นยาจีน ขาหมูน้ำแดง และปลาทอดราดพริก"เหมียนเอ๋อเป็นอะไรไป" เว่ยฉือเซียววางตะเกียบลง สีหน้าฉายแววกังวลอย่างชัดเจน "อาหารไม่ถูกปากรึ หรือพ่อครัวทำรสชาติผิดเพี้ยนไป"ซางเหมียนส่ายหน้าเบาๆ นางยกมือขึ้นปิดจมูกเมื่อกลิ่นน้ำมันจากปลาทอดโชยมาแตะจมูก"อุ้บ..."นางรีบหันหน้าหนี ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่คอ"เหมียนเอ๋อ!" เว่ยฉือเซียวรีบถลันเข้ามาประคองนาง "เจ้าจะอาเจียนหรือ เสี่ยวซวง! เอากระโถนมาเร็ว!"เสี่ยวซวงรีบวิ่งเข้ามา ซางเหมียนโก่งคออาเจียนออกมา แต่กลับไม่
ห้องอาหารองค์หญิงชุนหยางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ นางมองดูอาหารที่บ่าวไพร่ยกมาวางด้วยความคาดหวังแต่เมื่อฝาครอบอาหารเปิดออก...ในชามมีเพียงข้าวต้มน้ำใส ที่ใสจนเห็นก้นชาม กับ ผักดองเค็มๆ หนึ่งถ้วยเล็ก และ หมั่นโถวแข็งๆ อีกสองลูก"นี่... นี่มันอาหารหมูรึ?" องค์หญิงกรีดร้อง"นี่คืออาหารรำลึกชายแดนเพคะ" ซางเหมียนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ หยิบหมั่นโถวแข็งๆ ขึ้นมากัด กร๊อบ!"ท่านพี่เว่ยฉือเซียวกล่าวว่า เพื่อไม่ให้ลืมความลำบากของทหาร คนในจวนต้องกินอยู่อย่างสมถะ เงินทองเบี้ยหวัดทั้งหมด เราบริจาคให้กองทัพหมดแล้วเพคะ เสื้อผ้าก็ต้องใส่ผ้าฝ้ายหยาบๆ เครื่องประดับก็ห้ามใส่..."ซางเหมียนชี้ไปที่ชุดผ้าฝ้ายของตน "องค์หญิงทรงอาภรณ์หรูหราเช่นนี้ เกรงว่าท่านพี่จะไม่ปลื้มนะเพคะ มันดู... ฟุ่มเฟือยและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่บ่าวไพร่"เว่ยฉือเซียวนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง "ฮูหยินพูดถูก หากท่านจะแต่งเข้ามา ท่านต้องนำทรัพย์สินและสินเดิมทั้งหมด บริจาคเข้ากองทัพ ท่านทำได้หรือไม่"องค์หญิงชุนหยางมองหน้าเว่ยฉือเซียวสลับกับซางเหมียน มือสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัว"พวกเจ้า... พวกเจ้ามันบ้าไปแล้ว! นี่มันนรกชัด ๆ ข้าจะแต่งมาเป็







![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)