ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ

ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-21
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
41Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ซางเหมียน บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการ ผู้รักความสงบและการนอนเป็นชีวิตจิตใจ ต้องแต่งงานเข้าจวนอู่อันโหว เว่ยฉือเซียวแม่ทัพหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย วันแรก เขาปลุกนางให้ตื่นยามเหม่าไปวิ่งรอบจวน วันที่สอง เขาบังคับให้นางคัดตำราพิชัยสงคราม วันที่สาม เขาขู่จะจับนางไปฝึกทหาร! นางตั้งใจจะใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มตากแห้งที่ไร้ปากเสียง แต่สามีตัวดีกลับไม่ยอมปล่อยให้นางอยู่นิ่ง ทว่า... ภายใต้ความเข้มงวดนั้นกลับมีความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ และภายใต้ความเกียจคร้านของนาง ก็มีความเฉลียวฉลาดที่พร้อมจะปกป้องสามี "ท่านพี่ วันนี้ข้าของดวิ่งได้หรือไม่เจ้าคะ" "ได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องออกแรงอย่างอื่นแทนนะฮูหยิน"

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1/1

แสงอรุณสีทองจับขอบฟ้าทางทิศบูรพา เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ของชาวเมืองหลวงแคว้นต้าเว่ย เสียงระฆังบอกเวลาว่าถึงยามเหม่าแล้ว ดังแว่วมาจากหอระฆังหลวง ปลุกให้ผู้คนตื่นขึ้นมาทำมาหากิน

ทว่า ณ จวนอู่อันโหว หรือจวนของแม่ทัพผู้ปราบปรามความวุ่นวาย บรรยากาศกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบ

เหล่าบ่าวไพร่ชายหญิงยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่บริเวณลานหน้าเรือนหอ ทุกคนก้มหน้ามองปลายเท้าตนเอง ตัวสั่นงันงกจนแทบจะได้ยินเสียงฟันกระทบกัน สาเหตุของความหวาดกลัวนี้มิใช่ข้าศึกศัตรูที่ไหน แต่คือบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางเต็มยศสีดำสนิทปักลายกิเลนเหยียบเมฆสีเงินที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูเรือน

เว่ยฉือเซียว ท่านโหวหนุ่มเจ้าของจวนวัยยี่สิบเจ็ดปี เขามีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่สลักเสลาจากหยกเย็น คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อ เพียงแค่เขายืนนิ่ง ๆ จิตสังหารก็แผ่ซ่านออกมาจนนกกาไม่กล้าบินผ่าน

“ยามเหม่าสามเค่อ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น “นางสายไปสามเค่อ”

เสี่ยวซวงสาวใช้คนสนิทที่ติดตามฮูหยินมาจากสกุลซาง แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น นางกลั้นใจเงยหน้าขึ้นมองท่านเขยผู้เหี้ยมโหด เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก “ทะ ท่านโหว ฮูหยินเพิ่งจะหลับไปเมื่อยามสามเจ้าค่ะ ฮูหยินเป็นคนหลับยาก...”

“หลับยาก?” เว่ยฉือเซียวทวนคำ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็น “เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงนางกรนเบา ๆ ตั้งแต่หัวยังไม่ทันถึงหมอนด้วยซ้ำ”

เสี่ยวซวงหน้าซีดเผือด หมดคำแก้ตัวแทนเจ้านาย

เว่ยฉือเซียวหมดความอดทน เขาเป็นคนเคร่งครัดเรื่องเวลาและระเบียบวินัยยิ่งชีพ ชีวิตของเขาคือตารางที่ถูกขีดเขียนไว้อย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวต้องมีเป้าหมาย ทุกเวลาต้องมีคุณค่า การแต่งงานครั้งนี้แม้จะเป็นสมรสพระราชทานที่ไม่อาจขัดขืน แต่เขาก็คาดหวังว่าสตรีจากตระกูลขุนนางเก่าแก่อย่างซางเหมียน บุตรีฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ จะเป็นสตรีที่เพียบพร้อม รู้ขนบธรรมเนียม และมีระเบียบวินัย

แต่ดูสิ่งที่นางทำ! เช้าวันแรกของการแต่งงาน นางกลับปล่อยให้สามียืนรอหน้าเรือน ส่วนตัวเองนอนกินบ้านกินเมือง!

“ถอยไป” เว่ยฉือเซียวสั่งสั้น ๆ ก่อนจะเดินอาด ๆ ตรงไปที่ประตูเรือนหอ มือแกร่งผลักบานประตูไม้จันทน์หอมแกะสลักเปิดออกเสียงดังสนั่นจนบ่าวไพร่ต่างพากันสะดุ้งตกใจ

ภายในห้องหอตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องหอมราคาแพง กลิ่นลูกท้อผสมกลิ่นไม้กฤษณา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลม เครื่องเรือนทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ... ยกเว้นบนเตียงนอน

บนเตียงไม้แดงหลังใหญ่สลักลายมงคล มีก้อนดักแด้ขนาดใหญ่ขดตัวอยู่กลางเตียง ผ้าห่มนวมผืนหนาที่ทำจากไหมสวรรค์ถูกม้วนพันรอบร่างของคนด้านในจนแน่นหนา เหลือเพียงกลุ่มผมสีดำขลับที่แผ่สยายออกมาเล็กน้อย

เว่ยฉือเซียวเดินเข้าไปหยุดข้างเตียง มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเหลือจะเชื่อ

“ซางเหมียน” เขาเรียกเสียงเข้ม

ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ก้อนดักแด้ยังคงนิ่งสนิท มีเพียงจังหวะการหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ

“ซาง-เหมียน!” เขาเพิ่มระดับเสียง

คราวนี้ก้อนดักแด้ขยับเล็กน้อย มีเสียงครางอู้อี้ลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม

“ไฟไหม้หรือเจ้าคะ ถ้าไฟไม่ไหม้ อย่าเพิ่งกวน...”

เส้นเลือดที่ขมับของเว่ยฉือเซียวปูดโปนขึ้นทันที เขาเอื้อมมือไปกระชากปลายผ้าห่มหวังจะดึงออก แต่ปรากฏว่านางเกาะเกี่ยวผ้าห่มไว้แน่น เขาต้องออกแรงกระชากอย่างเต็มแรงผ้าห่มถึงหลุดออกไปกองที่ปลายเตียง

เผยให้เห็นร่างบอบบางในชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์ ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู ตัดกับเรือนผมสีดำยาว ใบหน้างดงามหมดจดแม้ไร้เครื่องประทินโฉม แก้มเนียนใสเจือสีเลือดฝาดจากการนอนเต็มอิ่ม ขนตายาวงอนเป็นแพทาบลงบนโหนกแก้ม

นางเป็นสตรีที่งามล่มเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย สมกับคำร่ำลือว่าเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งที่บุรุษทั่วเมืองหลวงหมายปอง แต่ทว่า... ท่าทางการนอนของนางนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์คุณหนูตระกูลใหญ่ยิ่งนัก

นางนอนคว่ำหน้า กอดหมอนข้างแน่น ขาข้างหนึ่งก่ายหมอน ขาอีกข้างห้อยลงมาเกือบตกเตียง น้ำลายยืดเล็กน้อยที่มุมปาก

เว่ยฉือเซียวรู้สึกเหมือนภาพฝันของคุณหนูผู้เพียบพร้อมพังทลายลงต่อหน้าต่อตา

“ตื่นเดี๋ยวนี้!” เขาตะคอก

ซางเหมียนค่อย ๆ ปรือตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน ดวงตาหงส์คู่สวยฉายแววงุนงงเล็กน้อย นางพยายามปรับม่านตามองภาพตรงหน้า จนกระทั่งเห็นบุรุษร่างยักษ์หน้าถมึงทึงยืนค้ำหัวอยู่

“ท่านพี่” นางส่งเสียงทักทายแหบพร่า น้ำเสียงเนือยนาบราวกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย “ท่านตื่นเช้าจัง หรือว่ายังไม่ได้นอนเจ้าคะ”

“ข้าตื่นตั้งแต่ยามอิ๋นแล้ว” เว่ยฉือเซียวกัดฟันตอบ “และข้าก็รอเจ้าตื่นมาปรนนิบัติ แต่นี่มันยามใดแล้ว เจ้ายังกล้านอนอยู่อีกรึ กฎของตระกูลเว่ยฉือข้อที่หนึ่ง ภรรยาต้องตื่นก่อนสามี!”

ซางเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ สมองอันชาญฉลาดที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบิดาเริ่มทำงานอย่างเชื่องช้า

“ท่านพี่...” นางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงคลอเคลียใบหน้า “ท่านเป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกร ขยับตัวทีสะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี เรื่องใส่เสื้อผ้าแค่นี้ ท่านทำเองย่อมรวดเร็วและประณีตกว่าข้าทำแน่ อีกอย่างข้าเพิ่งแต่งเข้าจวนวันแรก ยังไม่คุ้นชินกับเตียงนอน ร่างกายอ่อนเพลีย ท่านจะไม่เมตตาภรรยาเอกผู้น่าสงสารคนนี้หน่อยหรือเจ้าคะ”

การแต่งงานกับเว่ยฉือเซียวคือหายนะสำหรับนาง เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ แต่ในเมื่อหนีไม่ได้ นางก็ต้องใช้วิธีน้ำซึมบ่อทรายสยบความแข็งกร้าวของเขา

เว่ยฉือเซียวมองสตรีที่กำลังบิดขี้เกียจไปมาต่อหน้าเขา นางดูไม่เกรงกลัวเขาเลยสักนิด ทั้งที่คนอื่นแค่สบตาเขาก็หัวหดกันหมดแล้ว

“อย่ามาเล่นลิ้น” เขาชี้หน้านาง “ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งเค่ออาบน้ำแต่งตัว แล้วไปพบท่านแม่ที่เรือนใหญ่ หากช้ากว่านี้ ข้าจะลงโทษบ่าวไพร่ของเจ้าทั้งเรือน โบยคนละยี่สิบไม้!”

คำขู่ได้ผลชะงัด ไม่ใช่เพราะซางเหมียนกลัวบ่าวเจ็บ แต่ถ้านางไม่มีบ่าวไพร่ ผู้ใดจะช่วยนางหวีผม ผู้ใดจะช่วยจัดสำรับให้นาง นางจะลำบาก!

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ซางเหมียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางขยับตัวไปที่ขอบเตียง หย่อนขาลงพื้น แล้วยื่นมือขาวผ่องทั้งสองข้างไปตรงหน้าสามี

เว่ยฉือเซียวผงะ “อะไร?”

“ดึงข้าขึ้นหน่อยเจ้าค่ะ” นางทำตาแป๋ว “เตียงนี้มีมนตร์ดำ มันดูดวิญญาณข้าไว้ ข้าลุกเองไม่ไหวจริง ๆ ”

“เจ้า!” เว่ยฉือเซียวอ้าปากค้าง เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นสตรีหน้าหนาเช่นนี้

“เร็วสิเจ้าคะ”

เว่ยฉือเซียวสบถในลำคอเบา ๆ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เขาคว้าข้อมือเล็กของนางแล้วออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย...

ทว่าซางเหมียนทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไป ทำตัวคล้ายไม่มีกระดูก ทำให้แรงดึงของเขาเหวี่ยงร่างบางปลิวเข้ามาปะทะอกแกร่งของเขาเต็มแรง

ตุ้บ!

ร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่ง ใบหน้าของนางซุกอยู่ที่อกเสื้อของเขา กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาลอยเตะจมูกเว่ยฉือเซียวจนเขาเผลอสูดหายใจเข้าลึก

“อุ๊ย... อกท่านแข็งจังเลยเจ้าค่ะ” นางพึมพำ งึมงำอยู่กับอกเขา ไม่ยอมผละออก “เหมือนเอาหัวโขกกำแพงเมืองเลย”

เว่ยฉือเซียวตัวแข็งทื่อ หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใดนอกจากกลองศึก กลับกระตุกผิดจังหวะวูบหนึ่ง ความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าลามไปถึงใบหู

เขาผลักนางออกอย่างรวดเร็วราวกับนางเป็นของร้อน “ยืนให้ดี ๆ เป็นกุลสตรีประสาอะไร มาถูกเนื้อต้องตัวบุรุษ”

ซางเหมียนเซไปด้านหลังเล็กน้อย นางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พลางยิ้มมุมปาก “ท่านพี่ ท่านเป็นสามีข้านะเจ้าคะ เราเพิ่งเข้าหอกันเมื่อคืน จะถูกเนื้อต้องตัวย่อมไม่ผิดผี หรือท่านอาย”

“เหลวไหล!” เว่ยฉือเซียวตวาดกลบเกลื่อนเสียงดัง ใบหูแดงก่ำ “รีบไปจัดการตัวเองเสีย ข้าจะไปรอที่หน้าเรือน!” พูดจบเขาก็สะบัดชายเสื้อคลุมหมุนตัวเดินหนีออกจากห้องนอนไป ทิ้งให้ซางเหมียนมองตามตาปริบ ๆ

“คนอะไร ดุเหมือนสุนัขเฝ้าบ้าน” นางบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกเสี่ยวซวงที่เพิ่งโผล่หน้าเข้ามา “เสี่ยวซวง เอาน้ำล้างหน้ามา แล้วช่วยเลือกชุดที่ใส่สบายที่สุด ไม่ต้องรัดเอวมากนะ วันนี้ข้าต้องใช้พลังงานสู้รบกับแม่สามี ข้าต้องการหายใจสะดวก ๆ”

หนึ่งเค่อต่อมา

ซางเหมียนปรากฏตัวในชุดสีม่วงอ่อนปักลายดอกบัวขาว ดูเรียบง่ายแต่หรูหราขับผิวให้ผ่องใส ผมยาวถูกเกล้าขึ้นเพียงครึ่งศีรษะปักปิ่นหยกขาวเนื้อดี ดูสุภาพไม่รุงรัง นางเดินนวยนาดออกมาจากเรือนด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนนางพญาจอมเกียจคร้านที่เดินช้าจนมดแทบจะเดินแซงได้

เว่ยฉือเซียวที่ยืนรออยู่นานแล้ว หันมามองภรรยาด้วยสายตาดุดัน “เจ้าเดินให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึ”

“ท่านพี่... กุลสตรีต้องเดินเหินอย่างสำรวม ก้าวย่างมั่นคงดุจภูผา จะให้วิ่งแจ้นเหมือนม้าศึกได้อย่างไรเจ้าคะ” นางยื่นมือไปให้เขา “ท่านเดินเร็ว ท่านก็จูงข้าสิเจ้าคะ ข้าจะได้เดินทัน”

เว่ยฉือเซียวมองมือนั้นสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของนาง สุดท้ายเขาก็คว้ามือเนียนนุ่มนั้นมากุมไว้ แล้วออกเดินกึ่งลากกึ่งจูง ทำเอาซางเหมียนต้องซอยเท้าถี่ ๆ ตามเขาไปจนแทบสะดุดชายกระโปรง

“ช้าหน่อยเจ้าค่ะ ช้าหน่อย ข้าไม่ใช่ม้าศึกนะเจ้าคะ!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Kornrawi01
Kornrawi01
เพลินดี ได้ยิ้ม
2026-03-08 00:04:21
2
0
41 Bab
ตอนที่ 1/1
แสงอรุณสีทองจับขอบฟ้าทางทิศบูรพา เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ของชาวเมืองหลวงแคว้นต้าเว่ย เสียงระฆังบอกเวลาว่าถึงยามเหม่าแล้ว ดังแว่วมาจากหอระฆังหลวง ปลุกให้ผู้คนตื่นขึ้นมาทำมาหากินทว่า ณ จวนอู่อันโหว หรือจวนของแม่ทัพผู้ปราบปรามความวุ่นวาย บรรยากาศกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบเหล่าบ่าวไพร่ชายหญิงยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่บริเวณลานหน้าเรือนหอ ทุกคนก้มหน้ามองปลายเท้าตนเอง ตัวสั่นงันงกจนแทบจะได้ยินเสียงฟันกระทบกัน สาเหตุของความหวาดกลัวนี้มิใช่ข้าศึกศัตรูที่ไหน แต่คือบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางเต็มยศสีดำสนิทปักลายกิเลนเหยียบเมฆสีเงินที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูเรือนเว่ยฉือเซียว ท่านโหวหนุ่มเจ้าของจวนวัยยี่สิบเจ็ดปี เขามีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่สลักเสลาจากหยกเย็น คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อ เพียงแค่เขายืนนิ่ง ๆ จิตสังหารก็แผ่ซ่านออกมาจนนกกาไม่กล้าบินผ่าน“ยามเหม่าสามเค่อ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น “นางสายไปสามเค่อ”เสี่ยวซวงสาวใช้คนสนิทที่ติดตามฮูหยินมาจากสกุลซาง แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น นางกลั้นใจเงยหน้าขึ้นมองท่านเขยผู้เหี้ยม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 1/2
เรือนโซ่วคัง เรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่าบรรยากาศภายในห้องโถงหลักของเรือนโซ่วคังเงียบกริบ ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยฉือ หรือ หลี่ซื่อ มารดาของเว่ยฉือเซียว นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ในมือถือลูกประคำไม้จันทน์ นางเป็นหญิงชราที่เคร่งขรึมและเข้มงวดไม่แพ้บุตรชาย ข้างกายมีสาวใช้คนสนิทคอยพัดวีให้อย่างระมัดระวังเมื่อเว่ยฉือเซียวพาซางเหมียนเดินเข้ามา ทุกสายตาก็พุ่งเป้าไปที่สะใภ้ใหม่ทันทีซางเหมียนคุกเข่าลงบนเบาะรองที่จัดเตรียมไว้ ก้มศีรษะคารวะอย่างงดงามถูกต้องตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามจนแม้แต่คนจับผิดยังหาที่ติไม่ได้“สะใภ้ซางเหมียน คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”หลี่ซื่อปรายตามอง “มาสายนะ วันแรกก็มาสายเสียแล้ว จวนอู่อันโหวของเราให้ความสำคัญกับเวลาเป็นที่สุด สะใภ้ซาง เจ้ามาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เหตุใดจึงไร้ระเบียบเช่นนี้”น้ำเสียงทรงอำนาจกดดันจนบ่าวไพร่รอบข้างพากันก้มหน้าต่ำ แต่ซางเหมียนกลับเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอ่อนหวานและจริงใจไปให้แม่สามี “ท่านแม่กล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ลูกสะใภ้ผิดเองที่ไร้ความสามารถ ตื่นเช้าไม่ไหว ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ทำให้ท่านแม่ต้องรอนาน ลูกสะใภ้สมควรตายพันครั้ง” นา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2/1
ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยขึ้นสู่กลางศีรษะ แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลงมากระทบกระเบื้องหลังคาจวนอู่อันโหวจนเกิดประกายระยิบระยับแสบตา ไอแดดร้อนระอุทำให้แมกไม้ในสวนเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย แม้แต่เสียงจักจั่นที่มักจะส่งเสียงระงมในช่วงฤดูร้อนยังดูเหมือนจะเงียบเสียงลง เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ หรือบางทีพวกมันอาจจะเกรงกลัวต่อไอสังหารที่เจ้าของจวนทิ้งไว้ก่อนออกไปทำงานเมื่อช่วงเช้าตรู่ทว่าภายในเรือนอันกว้างขวางของจวนอู่อันโหว บรรยากาศกลับเย็นสบายราวกับอยู่กันคนละมุมโลกอ่างเคลือบลายครามใบใหญ่สี่ใบภายในบรรจุก้อนน้ำแข็งก้อนโต ถูกวางไว้ตามมุมห้องทั้งสี่ทิศ ไอเย็นจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งผสานกับกลิ่นหอมเย็นของเครื่องหอมที่ถูกจุดไว้ในกระถางทองเหลือง ช่วยขับไล่ความอบอ้าวของฤดูร้อนออกไปจนหมดสิ้นบนตั่งไม้จันทน์หอมราคาแพงที่ปูทับด้วยเสื่อไม้ไผ่สานละเอียด ร่างบอบบางของซางเหมียนนอนเอกเขนกอยู่อย่างเกียจคร้าน นางสวมชุดผ้าไหมเนื้อบางเบาสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆาคล้อย ปล่อยผมยาวสยายเต็มแผ่นหลังโดยไม่เกล้าขึ้น สองเท้าเปลือยเปล่าพาดอยู่บนหมอนอิงทรงกลม มือข้างหนึ่งถือพัดกลมลายภาพวาดทิวทัศน์ขยับโบกไปมาอย่างเนิบนาบ ส่วนมืออีกข้างกำลังหยิบอง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2/2
ห้องโถงรับรองที่เคยดูขึงขังด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่ขัดมันวับจนเห็นเงาสะท้อน บัดนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเก้าอี้ไม้ประดู่ตัวใหญ่ประจำตำแหน่งของเขา ถูกวางทับด้วยเบาะรองนั่งขนเป็ดหนานุ่มสีขาว พนักพิงหลังมีหมอนใบเล็กปักลายดอกไม้สีสดใสวางเสริม ด้านล่างมีพรมขนสัตว์ผืนหนาปูรองรับเท้า บนโต๊ะน้ำชามีจานใส่ขนมขบเคี้ยว เปลือกถั่ว และผลไม้ปอกเปลือกวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ดูรกหูรกตาพิลึกส่วนตัวต้นเหตุ... ซางเหมียนกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น สองขาพาดไปบนเก้าอี้อีกตัว กำลังใช้ไม้จิ้มผลไม้เข้าปากอย่างสบายอารมณ์ อ่านหนังสือในมืออย่างเพลิดเพลิน"ซางเหมียน!" เสียงคำรามต่ำลึกของสามีทำเอาซางเหมียนสะดุ้งเล็กน้อยจนไม้จิ้มในมือเกือบร่วง นางหันมามองเขาแล้วคลี่ยิ้มกว้างดูไร้พิษสง"ท่านพี่ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เหนื่อยหรือไม่ มา ๆ มานั่งพักตรงนี้ ข้าให้เสี่ยวซวงเตรียมเบาะนุ่ม ๆ ไว้ให้ท่านแล้ว รับรองว่านั่งแล้วหายปวดหลังเป็นปลิดทิ้ง"เว่ยฉือเซียวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง มองสำรวจสภาพห้องด้วยสายตาไม่พอใจ"นี่เจ้าทำอะไรกับห้องโถงของข้า" เขาถามเสียงเข้ม "เก้าอี้พวกนี้คือเก้าอี้รับรองแขก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3/1
ท้องนภายามรุ่งสางยังคงมืดมิด มีเพียงแสงดาวระยิบระยับที่เริ่มจางหายไป สายลมยามเช้าตรู่ของต้นฤดูร้อนพัดโชยมาปะทะผิวหน้า หอบเอาความเย็นที่ชวนให้รู้สึกสดชื่นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ แต่กลับหนาวเหน็บจนเข้ากระดูกดำสำหรับสตรีผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจเสียงระฆังบอกเวลาว่าถึงยามเหม่าแล้วดังขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นประตูห้องนอนของเรือนหลักก็ถูกเปิดออกอย่างแรง"ตื่นได้แล้ว!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องกังวานไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงบ เว่ยฉือเซียวอยู่ในชุดรัดกุมสีดำสนิทสำหรับฝึกซ้อมวรยุทธ์ แขนเสื้อถูกพันเก็บอย่างทะมัดทะแมงเผยให้เห็นท่อนแขนกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผมยาวถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าสูงดูองอาจผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบตึงไร้อารมณ์ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียงนอนดุจยมทูตที่มารอรับวิญญาณบนเตียงกว้างหลังใหญ่ ร่างของซางเหมียนยังคงขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา นางได้ยินเสียงเรียกนั้นชัดเจน แต่เลือกที่จะตอบสนองด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีความจริง"ซางเหมียน ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว" เว่ยฉือเซียวกล่าวเสียงเรียบ พลางเอื้อมมือไปกระชากผ้าห่ม "ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ วันนี้เจ้ามีนัดวิ่งรอบจวนกับข้า"ท
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3/2
ยามเฉิน ณ โต๊ะอาหารหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อเช้าตรู่มาได้ ซางเหมียนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อเห็นสำรับอาหารเช้านางนั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว โดยมีเว่ยฉือเซียวที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขามองนางคีบซาลาเปาไส้หมูสับเข้าปาก ด้วยสายตาอ่านยาก"ไหนบอกว่าเจ็บข้อเท้า" เขาถามเสียงเรียบ "เหตุใดจึงเดินมาที่โต๊ะอาหารได้คล่องแคล่วนัก"ซางเหมียนกลืนซาลาเปาลงคอก่อนจะตอบ "ความหิวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่เคยได้ยินหรือ อีกอย่าง พอได้นั่งพัก อาการก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น สงสัยเป็นเพราะบารมีของท่านพี่คุ้มครองเจ้าค่ะ"เว่ยฉือเซียวส่ายหน้า "วันนี้ข้าต้องเข้าวังหลวงไปประชุมราชการกับฝ่าบาท อาจจะกลับดึก เจ้าอยู่จวนก็อย่าก่อเรื่อง แล้วอย่าลืมท่องกฎที่เหลือด้วย กลับมาข้าจะสอบใหม่ ถ้าไม่ได้... พรุ่งนี้วิ่งยี่สิบรอบ!"ซางเหมียนชะงักตะเกียบ ยี่สิบรอบ! เขาจะเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งจริง ๆ หรือ!"ท่านพี่ ข้าขอนอนคิดทบทวนกฎระเบียบเงียบ ๆ ได้หรือไม่เจ้าคะ การวิ่งทำให้สมองข้ากระทบกระเทือน จำอะไรไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ""ไม่ได้" คำตอบสั้น ๆ แต่เด็ดขาด ซางเหมียนมองสามีด้วยสายตัดพ้อเล็
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4/1
สายลมยามเย็นพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลาย หอบเอากลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีที่เริ่มแย้มบานส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วจวนอู่อันโหว ท้องนภาเบื้องบนค่อย ๆ เปลี่ยนเฉดสีจากสีครามสดใสเป็นสีม่วงเข้มประดับด้วยดวงดาราที่เริ่มปรากฏโฉมทีละดวงสองดวง บรรยากาศช่างเงียบสงบและงดงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุดภายในเรือนนอนอันกว้างขวาง ซางเหมียนกำลังนอนเอนหลังอยู่บนตั่งนุ่มที่บุด้วยผ้าไหมราคาแพง อารมณ์ของนางดีจนเผลอฮัมเพลงพื้นบ้านทำนองสนุกสนานเบา ๆ ในลำคอ วันนี้นางรู้สึกราวกับเป็นแม่ทัพผู้ชนะศึกสงคราม นางสามารถจัดการเสี้ยมแม่สามีให้เข้าข้างนางได้สำเร็จ และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า เย็นนี้เว่ยฉือเซียวจะต้องถูกมารดาเรียกไปต่อว่าจนหูชา และคำสั่งเรื่องการตื่นยามเหม่ามาวิ่งรอบจวนอันโหดร้ายนั้นจะต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย"ฮูหยินเจ้าคะ น้ำแกงไก่ตุ๋นโสมมาแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวซวงสาวใช้คนสนิทวางถ้วยกระเบื้องเคลือบใบสวยลงบนโต๊ะข้างตั่ง กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อยั่วน้ำลายยิ่งนักซางเหมียนยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างกระตือรือร้น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง "ดีมากเสี่ยวซวง วันนี้ข้าใช้สมองวางแผนการไปมาก ต้องบำรุงร่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4/2
ในขณะที่ซางเหมียนกำลังหยิบขนมโก๋ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย จู่ ๆ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกเว่ยฉือเซียวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ซางเหมียนรู้สึกเย็นสันหลังวาบ รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขาบอกให้นางรู้ว่า หายนะมาเยือนแล้วและที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือด้านหลังของเขา มีสตรีวัยกลางคนนางหนึ่งเดินตามเข้ามาสตรีนางนั้นรูปร่างผอมสูง หลังตั้งตรง ใบหน้าตอบเรียวไร้เครื่องประทินโฉม เส้นผมสีดอกเลาถูกเกล้ามวยสูงอย่างเป็นระเบียบไม่มีหลุดลุ่ยแม้แต่เส้นเดียว ดวงตาเรียวเล็กแต่คมดุจเหยี่ยวมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างออกมา นางสวมชุดผ้าฝ้ายสีเทาเข้ม มือข้างหนึ่งถือไม้เรียวหวายเส้นเล็กที่ดูเงาจากการใช้งานมาอย่างโชกโชน"ท่านพี่..." ซางเหมียนยิ้มเจื่อน ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเสียมิได้ ขนมโก๋แทบติดคอ "กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ แล้วท่านแม่ เอ่อ... ท่านแม่ว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ"เว่ยฉือเซียวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าภรรยา "ท่านแม่ฝากความคิดถึงมาให้เจ้า และท่านแม่เห็นด้วยกับข้าทุกประการว่า เจ้าควรต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ""คะ... ความหมายคือ?" ซางเหมียนเริ่มเหงื่อตก มือไม้เย็นเฉียบ"ขอแนะนำให้เจ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5/1
เสียงระฆังบอกเวลาดังแว่วมาตามสายลมยามเช้าตรู่ที่ยังคงหนาวเหน็บ น้ำค้างแข็งเกาะอยู่บนยอดหญ้า ไก่ป่าในหุบเขาเริ่มขันรับตะวัน เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับซางเหมียนแล้ว เสียงระฆังนี้มิต่างอันใดกับเสียงยมทูตเคาะประตูเรียกวิญญาณ"ฮูหยินเจ้าคะ ได้เวลาตื่นนอนแล้วเจ้าค่ะ" เสียงเรียกอันแหบพร่าแต่ทรงพลังของแม่นมเหยียน ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน ตรงเวลาราวกับนางมายืนรอตั้งแต่ยามสามภายในห้องนอนที่มืดสลัว ซางเหมียนนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา นางพยายามกลั้นหายใจทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด หวังว่าหากนางเงียบดุจท่อนไม้ แม่นมเหยียนอาจจะเข้าใจผิดว่านางสิ้นลมไปแล้วและเดินจากไปทว่า... แม่นมเหยียนหาใช่คนที่จะถูกหลอกได้โดยง่าย ประตูเรือนนอนถูกผลักเปิดออก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นเครื่องหอมสมุนไพรฉุนจมูกที่นางมักพกติดตัว"ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวเตรียมน้ำอุ่นสำหรับล้างหน้าและชุดฝึกมาให้แล้ว หากฮูหยินยังไม่ลุก บ่าวเกรงว่าท่านโหวจะเข้ามาอุ้มท่านไปโยนลงบ่อบัวตามที่ลั่นวาจาไว้จริง ๆ นะเจ้าคะ"คำขู่เรื่องบ่อบัวทำให้ท่อนไม้บนเตียงเริ่มขยับตัว ซางเหมี
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5/2
ยามห้ายเว่ยฉือเซียวกลับเข้ามาในห้องนอนหลังจากอาบน้ำชำระกายเสร็จสิ้น เขาสวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวสะอาดตา ผ่อนคลายอิริยาบถ วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่เห็นภรรยาตัวน้อยเริ่มเข้าสู่กรอบระเบียบ แม้จะบ่นบ้างแต่ก็ทำตามคำสั่งเขาเดินไปที่เตียงนอน พบว่าซางเหมียนนอนห่มผ้าหลับตาพริ้มอยู่ก่อนแล้ว ลมหายใจสม่ำเสมอเว่ยฉือเซียวสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนเดียวกัน เอนกายลงนอนข้าง ๆ นาง เขาหลับตาลง เตรียมตัวพักผ่อนเพื่อตื่นแต่เช้าในวันพรุ่งนี้เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ ในขณะที่เว่ยฉือเซียวกำลังเคลิ้มหลับ...ปึก!ศอกเล็ก ๆ ของคนข้างกายกระแทกเข้าที่ซี่โครงของเขาอย่างจัง"อึก!" เว่ยฉือเซียวสะดุ้งตื่น เขาหันไปมองซางเหมียน พบว่านางยังคงหลับตาพริ้ม แต่แขนข้างนั้นพาดมาเกยอยู่บนอกเขา"นอนดิ้นจริง ๆ " เขาบ่นพึมพำ แล้วค่อย ๆ จับแขนนางวางลงข้างตัวเขาข่มตาหลับอีกครั้ง...ผัวะ!คราวนี้เป็นหน้าแข้งขาว ๆ ที่ตวัดฟาดลงมาบนหน้าท้องของเขาเต็มแรง"ซางเหมียน!" เว่ยฉือเซียวลืมตาโพลง จับขาของนางยกขึ้น "เจ้านอนให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือ"ซางเหมียนส่งเสียงครางงึมงำในลำคอเหมือนคนละเมอ "อย่า อย่าเข้ามานะ เจ้าไก่ย่างปีศาจ ข้าจะกินเจ้า.
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status