แชร์

แม่ทัพตามหาหมอมือดี

last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-03 21:47:07

“โอ๊ยยย”

“ท่านหมอ เป็นอย่างไรบ้าง”

เสียงทุ้มเปล่งออกไปด้วยความเคร่งเครียด มองดูท่านหมอสูงวัยกำลังตรวจจับชีพจรของร่างอ้วนท้วนที่นอนคดคู้อยู่บนเตียงอย่างทรมาน ใบหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวดมีแต่เหงื่อผุดพรายเกิดขึ้น

“ปวดท้องเหลือเกิน!”

“ท่านแม่ของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”

คราวนี้เสียงทุ้มเริ่มเค้นเหี้ยมออกมา หัวคิ้วขมวดติดกันอย่างไม่สบอารมณ์ มองดูท่านหมอที่ทำท่าทางเงอะงะค่อยๆ ถอยออกมา

“เรียนท่านแม่ทัพ นายหญิงมีพลังหยางเกิดขึ้นในร่างกายจนรับไม่ไหว ข้าน้อยจะจัดโอสถเพิ่มพลังหยินให้ต้มดื่มวันละสามมื้อ...”

ปัง!!

เสียงตบโต๊ะทำให้ทุกคนที่ล้อมรอบอยู่ภายในห้องสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดหวั่น โดยเฉพาะท่านหมอที่เหงื่อตกจนแผ่นหลังเปียกแฉะซึมทะลุเสื้อออกมาแล้ว

“ท่านกล่าวเช่นนี้มากี่ครั้ง นางดื่มโอสถที่ท่านจัดเตรียมเอาไว้ติดต่อกันหลายวัน ดีขึ้นมาแล้วก็มีอาการเดิมกำเริบอีกมิหายเสียที”

มู่หรงเฉินเค้นเสียงเหี้ยมดวงตาแดงก่ำ ระยะเวลาหนึ่งปีมานี้มารดาของเขาต้องจมอยู่กับอาการปวดท้องประหลาดหลังรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเชิญท่านหมอที่ได้รับการขนานนามว่าเก่งกาจเพียงใดก็ทำได้เพียงสั่งยาบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อเห็นแม่ทัพมู่เดือดดาลเช่นนั้นแล้ว ท่านหมอก็โน้มตัวลง โขกศีรษะลงบนพื้น

“ข้าน้อยรักษาตามอาการที่ตรวจเจอทุกอย่าง ท่านแม่ทัพโปรดเข้าใจด้วย”

มู่หรงเฉินขบกัดกรามแน่นจนเส้นเลือดบริเวณหน้าผากปูดโปนออกมา ถึงแม้ภายในใจจะมีโทสะ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปมากกว่านั้นได้

หงจื่อขยับร่างที่บิดงอของตนด้วยความทรมาน

“ท่านได้รับการขนานนามว่าเป็นหมอฝีมือดีที่สุดในแผ่นดินนี้ ในเมื่อท่านยังรักษามิได้ ข้าจะพึ่งผู้ใดได้อีก”

กล่าวด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ภายในใจอดคิดไม่ได้ว่าหรือนี่จะเป็นแรงคับแค้นของสตรีอัปมงคลผู้นั้น

ถึงแม้ใบหน้าของหงจื่อเต็มไปด้วยความอิดโรย ทว่าความรู้สึกภายในกลับเดือดพล่าน หลังจากที่สตรีผู้นั้นถูกขับไล่ออกไปจากจวนแล้วแต่ละคืนนางมักจะฝันถึงร่างที่หมดสติอยู่ท่ามกลางหิมะ ดูเหมยตูค่อยๆ ลากเจ้านางของตนจากไปอย่างเงียบๆ

มิหนำซ้ำหลังจากผ่านพ้นไปหลายปี นางก็เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ไม่แน่ว่าจ้าวซือซือคนนั้นอาจจะตายไปแล้ว แต่วิญญาณของนางยังคับแค้นอาฆาตขึ้นมาก็ได้

ท่านหมอลนลานกลืนน้ำลายลงอึกหนึ่ง จากนั้นดวงตาก็เกิดประกายวาบขึ้นมา

“นายหญิง ท่านแม่ทัพ ไม่นานมานี้ข้าน้อยได้ยินมาว่ามีหมอหญิงผู้หนึ่งที่ชาวบ้านขนานนามว่าเป็นหมอเทวดา สามารถรักษาโรคได้ทุกโรค แม้กระทั่งโรคที่ยังมิมียารักษาขอรับ”

ประโยคนั่นทำให้มู่หรงเฉินเค้นเสียงในลำคอขึ้นมาครั้งหนึ่ง สีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อเช่นนั้นทำให้ท่านหมอรีบกล่าวออกมาเร็วๆ

“หมอหญิงผู้นั้นสร้างโรงหมอเอาไว้ที่ชายแดนทิศตะวันตก ห่างจากที่นี่ไปมิไกลนัก ใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งวันก็จะถึงที่หมาย” ว่าแล้วก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างระมัดระวัง “บางทีโรคที่นายหญิงกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ นางอาจจะรักษาได้ดีกว่าข้าน้อย”

“ออกไปซะ”

มู่หรงเฉินกล่าวเสียงเรียบในขณะที่ไฉฟาน นายทหารคนสนิทของเขาก้าวออกมาพร้อมกับถุงบรรจุก้อนเงินทองจำนวนหนึ่งออกไปให้

ท่านหมอเห็นแบบนั้นแล้วก็รีบรับเอาไว้แล้วกุลีกุจอออกไปทันที

มู่หรงเฉินเป็นแม่ทัพที่โผงผางตรงไปตรงมา เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เป็นอย่างมาก ในเมื่อแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่พอใจการรักษาของเขา บางทีแม่ทัพมู่อาจจะนำความเรื่องนี้ขึ้นกราบทูลความด้อยวิชา ปิดช่องทางการประกอบอาชีพเขาไปเสีย

หงจื่อเอามือกุมท้องไว้พร้อมกับมองหน้าบุตรชาย

“นางผู้นั้นจะต้องสาปแช่งข้าจนเป็นเช่นนี้”

“ท่านแม่อย่าพูดถึงนางอีกเลย”

มู่หรงเฉินลอบผ่อนลมหายใจออกมา ภายในใจของเขาสกุลจ้าวไม่มีอะไรให้น่าจดจำสักนิด สตรีที่ถูกยัดเยียดเข้ามาเพื่อสืบความภายในจวนคนนั้นมีค่ามากพอที่จะให้พูดถึงหรือ?

มิหนำซ้ำนางถึงกับกล้าใส่ยาพิษลงไปในเหล้ามงคลอีกด้วย โชคดีที่วันนั้นเขาไม่ได้ดื่มมันเข้าไป มิเช่นนั้นแผนการของตาแก่จ้าวจอมเจ้าเล่ห์ก็คงจะสำเร็จไปแล้ว

“ข้าจะเชิญหมอหญิงคนนั้นมารักษาอาการท่าน”

หงจื่อรีบกำมือบุตรชายเอาไว้แน่น ริมฝีปากซีดเซียว

“เฉินเฉิน เจ้าเชื่อหรือว่ามีหมอหญิงที่เก่งกาจเช่นนั้น ในเมื่อหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ยังรักษาข้ามิได้”

“ท่านแม่วางใจเถิด ไม่ว่าจะร้ายดีอย่างไรข้าจะต้องหาคนมารักษาท่านให้หาย”

มู่หรงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชีวิตนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากมารดาผู้บังเกิดเกล้า

นับตั้งแต่เกิดมา เขาอาศัยอยู่กับมารดาเพียงลำพังในชนบทที่ห่างไกล เขารู้เพียงแต่บิดาของตนเป็นขุนนางรับใช้ฮ่องเต้ แต่ในที่สุดก็ถูกขุนนางชั่วช้าสกุลจ้าวใส่ร้ายจนถูกโทษประหาร

มารดาพาเขาหลบหนีออกมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพียงลำพัง ถึงแม้จะไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นอีก แต่มู่หรงเฉินก็เก็บความคับแค้นเอาไว้ในใจ ตั้งใจฝึกวิชาการต่อสู้ จนกระทั่งเข้ารับราชการ มีชื่อเสียงและได้รับตำแหน่งแม่ทัพมาในระยะเวลาอันสั้น

แต่ในที่สุดเขาก็เสียเหลี่ยม ถูกจิ้งจอกเฒ่านั่นออกอุบายให้ฮ่องเต้มอบสมรสพระราชทานเขาและบุตรสาวของตน

เมื่อถึงวันที่เขาได้เปิดโปงความเลวร้ายของคนสกุลจ้าวแล้ว ตอนนั้นเองเขาถึงได้ระบายความโกรธที่อยู่ภายใน ความแค้นได้รับการสะสางออกไป

แม้กระทั่งจ้าวซือซือ ถึงแม้เขาจะขอละเว้นชีวิตของนาง แต่ก็มอบหนังสือหย่า ขับไล่นางออกจากจวนอย่างไร้เยื่อใย

ถ้าหากตาแก่สารเลวผู้นั้นรับรู้ได้ ก็คงจะกระอักโลหิตตายอีกครั้งในปรโลกที่เห็นคนสกุลจ้าวคนสุดท้ายตกอับถึงเพียงนั้น ไม่ว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็เป็นเรื่องของนาง!

“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะไปเชิญตัวหมอหญิงผู้นั้นมา”

เสียงของพ่อบ้านทำให้ความคิดทั้งหมดของชายหนุ่มหยุดลง

“ไม่ต้อง”

เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง

“ข้าจะไปตามหานางด้วยตนเอง”

หลังจากที่ออกเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว จู่ๆ บริเวณสะดือก็เกิดความปวดขึ้นมาจนทำให้ร่างสูงใหญ่ชะงัก เขากัดฟันพร้อมกับแตะลงหน้าท้องเบาๆ

“ท่านแม่ทัพ เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”

“ข้ามิเป็นอะไร”

พูดจบก็สาวเท้ายาวๆ จากไปทันที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ก้อนเนื้อระยะลุกลาม

    ‘...เราอยากให้เจ้าเป็นผู้มีพระคุณของเรา’‘หม่อมฉันจะไปมีบุญคุณกับพระองค์ได้อย่างไร’‘ก็จริงอยู่ที่หมอหลวงภายในวังหลวงนี้มีมากมาย แต่ไม่มีผู้ใดรักษานางได้แม้แต่คนเดียว’น้ำเสียงและแววตาที่โศกเศร้าคล้ายเว้าวอนอยู่ในทีของฮ่องเต้ทำให้จ้าวลี่อิงไม่สามารถใจแข็งปฏิเสธคำขอได้ นางเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์หญิงเก้ามีโรคใดรุมเร้าอยู่กันแน่ หมอหลวงเกือบร้อยคนที่นี่ถึงไม่สามารถรักษานางให้หายจากอาการเจ็บป่วยได้นั่นเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรจ้าวลี่อิงถึงได้คุกเข่าลงอยู่หน้าแท่นบรรทมขององค์หญิงเก้า มองดูร่างที่อยู่ผ่านม่านมุ้งบางๆ เข้าไปภายในด้วยความหนักอึ้ง“หม่อมฉันเป็นหมอที่ฮ่องเต้ส่งมาให้ตรวจดูอาการขององค์หญิงเพคะ”ขณะที่แง้มผ้าม่านบางๆ นั่นออกเพื่อแนะนำตัวเอง หญิงสาวก็อาศัยโอกาสนั้นพิจารณาคนที่อยู่ภายในอย่างละเอียดร่างที่นอนอยู่บนเตียงซูบผอม ถึงแม้จะมีผ้าห่มปิดบังตั้งแต่เอวลงไปจนถึงช่วงล่างก็ทำให้นางจินตนาการตามได้ไม่ยากว่ากล้ามเนื้อของอีกฝ่ายจะต้องหดหายจนเหลือแต่กระดูกดวงตาดำคล้ำด้วยความอิดโรย ดวงตาที่หม่นแสงของนางหันมาทางจ้าวลี่อิงอย่างเลื่อนลอย ไม่พูดไม่จาก่อนจะหลับตาลงคล้ายไม่ต้องการรับรู

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ถูกเฉดหัวทิ้ง

    “พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่าหม่อมฉันเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย” แล้วยังจะเอาตัวนางมานั่งฟังเรื่องไร้สาระอยู่อีก!ถึงแม้หญิงสาวจะไม่ได้กล่าวท้ายประโยคออกมา แต่อีกฝ่ายก็รับรู้ได้ว่านั่นเป็นคำตำหนิ อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีสนใจในยศถาบรรดาศักดิ์ที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิดนี่ก็พอจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการปฏิเสธราชโองการของเขาก่อนหน้านี้เป็นความต้องการจริงๆ ของนาง มิใช่การเรียกร้องความสนใจแต่อย่างใด“เราเพิ่งจะรู้มาว่าชื่อเสียงของเจ้ามิธรรมดา มีชาวบ้านมากมายเรียกขานเจ้าว่าหมอเทวดา อีกทั้งเจ้ายังเคยรักษาแม่ทัพมู่ด้วยการใช้มีด”วาจาของฮ่องเต้ทำให้จ้าวลี่อิงเหลือบตาขึ้นมองอย่างเคลือบแคลงใจ เล่นสืบประวัติของนางเสียละเอียดแบบนี้ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้รู้แล้วหรอกหรือว่านางคือใครความตื่นตระหนกที่ปรากฏขึ้นอยู่นัยน์ตาของนางทำให้ฮ่องเต้กระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“ว่าแต่เจ้าชื่อแซ่อะไรกัน”คงยังไม่รู้สินะ...หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน“จ้าวลี่อิงเพคะ”คนฟังผงกศีรษะรับ ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมานอกจากความเคลือบแคลงสงสัย“เหตุใดเจ้าถึงขัดราชโองการของเรา มิอยากเป็นหม

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   เข้าวัง

    หลังจากจบสิ้นพระราชโองการ ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง คงจะมีก็เพียงแต่จ้าวลี่อิงที่ขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่งเหยิง“หมอจ้าว ยังมิรับราชโองการอีก!”ที่ผ่านมาหลายยุคสมัย เคยมีหมอหญิงรับราชการในวังหลวงไม่เกินสองคนเท่านั้น และเป็นเรื่องยากที่จะมีคนต่อๆ มาอีกด้วยนางได้รับของของรางวัลที่เป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลเช่นนี้ ยังชักช้าอยู่อีก“เงินทองสามหีบกับที่ดินข้าขอรับเอาไว้ แต่จะให้ข้าไปเป็นหมอหลวงนี่ถามความสมัครใจหรือยังว่าต้องการหรือไม่ เอาแต่ใจเสียจริง”หญิงสาวผ่อนลมหายใจแล้วโคลงศีรษะเร็วๆ“ข้าไม่เอาด้วยหรอก” แค่คิดว่าต้องเข้าไปอยู่ในวังหลวง ใส่หัวโขนให้กับตัวเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสประจบเจ้านายก็ขนลุกจะแย่อยู่แล้ว“นี่เป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้ เจ้ามิมีสิทธิ์เลือก”“ก็นี่ไงข้าถึงบอกว่าช่างเอาแต่ใจเหลือเกิน”“คุณหนู...ไม่พูดเจ้าค่ะ”ตอนนี้หัวใจของเหมยตูหล่นไปจนถึงตาตุ่มแล้ว คุณหนูของนางกล้าเอ่ยหมิ่นฮ่องเต้ชัดถ้อยชัดคำ ถ้าหากคนพวกนี้นำเรื่องไปกราบทูลฮ่องเต้พวกนางไม่พ้นต้องโทษกันหมดแน่“ฝากกลับไปกราบทูลฮ่องเต้ด้วยว่าของรางวัลสามหีบข้าจะรออยู่ตรงนี้ ส่วนเรื่องเป็นหมอหลวงข้าขอไม่รับ ถ้าเป็นไปได้ขอเพิ

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   หมอจ้าวรับราชโองการ!

    “วางใจเถิด ข้ามิได้ไปหาเรื่องนางหรอก เพียงแต่มีเรื่องต้องพูดคุยกันให้เข้าใจก็เท่านั้น”จ้าวลี่อิงตอบออกมา นั่นทำให้คนฟังนิ่งงันไปครู่หนึ่งส่วนทางด้านพ่อบ้านเองก็ขบกัดริมฝีปาก ในที่สุดก็กล่าวออกมาเสียงเบา“เชิญทางนี้ขอรับ”ร่างบอบบางเดินตามพ่อบ้านเข้าไปภายในจนกระทั่งถึงห้องโถงใหญ่ นางเห็นหงจื่อกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนจะหันมามองด้วยความสงสัย“ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะพูดคุยกับท่าน”“เจ้ามีเรื่องอะไร” เสี้ยววินาทีหนึ่งดวงตาของหงจื่อมีความเคลือบแคลงใจเกิดขึ้นอยู่ด้วยจ้าวลี่อิงกระแอมในลำคอเสียงเบา เงยหน้าขึ้นเพื่อสบตาอีกฝ่าย“ถึงแม้ข้าจะจำอะไรไม่ค่อยได้ก็เถอะว่าก่อนหน้านี้จ้าวซือซือเคยปฏิบัติตัวไม่ดีต่อท่านและท่านแม่ทัพอย่างไร แต่ตอนนี้ข้าอยากจะขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่จ้าวซือซือเคยทำให้ท่านโกรธเคืองใจ”ไม่พูดเปล่ายังคุกเข่าและโน้มตัวลงจนหงจื่อตกใจ“เจ้าทำอะไร!”“ข้ามิอยากมีเรื่องบาดหมางใจต่อกันอีกต่อไป”ถึงแม้จะเคยโกรธแค้นเรื่องที่พวกเขาตั้งใจบีบให้นางแข็งตายอยู่ในกองหิมะก็ตาม แต่นั่นเป็นเพราะพวกเขาคิดว่านางคือจ้าวซือซือ คนที่เคยลงมือวางยาพิษลงในสุรามงคลให้กับมู่หรงเฉิน

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   กลับจวนแม่ทัพ

    เสียงนกที่ร้องดังเข้ามาทำให้หญิงสาวได้สติ นางยกนิ้วขึ้นนวดกระบอกตาที่ปวดตุบๆ อยู่แล้วผ่อนลมหายใจออกมา“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าตกใจ” เสียงทุ้มดังเข้ามาในโสตประสาทพร้อมกันกับที่หญิงสาวเพิ่งจะเห็นว่ามู่หรงเฉินนั่งอยู่ข้างเตียง “ข้าคิดว่าเจ้าจะเห็นเลือดจนชาชินไปแล้วเสียอีก”ถึงแม้ชีวิตนี้จะสัมผัสโลหิตของผู้คนมามากมาย แต่ทุกครั้งก็ล้วนเป็นไปเพราะการรักษาชีวิต“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” หญิงสาวปัดมือในอากาศ“วันนี้ข้าจะต้องเคลื่อนย้ายคนกลับเมืองหลวงเพื่อกราบทูลสถานการณ์ให้ฝ่าบาททรงทราบ เจ้าจะเข้าเมืองหลวงไปพร้อมกับข้าหรือจะรออยู่ที่โรงหมอของเจ้าก่อน”“เหมยตูกับลัคกี้เล่า?”“พวกเขาอาศัยอยู่ในจวนของข้าอย่างปลอดภัยดี”“เช่นนั้นข้าจะเข้าเมืองหลวงไปรับพวกเขากลับบ้านด้วยกัน”หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างปลอดโปร่งใจ ในที่สุดเรื่องวุ่นวายก็จบสิ้นลงเสียทีมู่หรงเฉินได้ยินแบบนั้นแล้วก็ลอบขบเม้มริมฝีปากเล็กน้อย บ้านของนางที่ไม่มีเขาอยู่จะดีได้อย่างไรกัน!“เช่นนั้นข้าจะเตรียมรถม้าเอาไว้ให้เจ้า”“ไม่ต้องลำบาก ข้าไปเหมือนตอนมาก็ได้”“ร่างกายของเจ้าใช้งานหนักเกินไปแล้ว อีกอย่างถ้าเจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่จะเป็นอันตราย”ท

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   สังหารในดาบเดียว

    มิสู้เขาเก็บนางเอาไว้เป็นกุนซือที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ?จ้าวลี่อิงหันไปค้อนขวับ ก่อนหน้านี้นางก็แสดงให้เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่านางมีความสามารถมากมายถึงขนาดไหน“ถ้าหากข้าจัดการทุกอย่างลงตัวแล้วก็อาจจะลองดู”เพียงแค่หญิงสาวตอบออกไปแบบนั้นก็ได้รับเสียงเฮฮาตอบกลับมากันอย่างยินดี ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจกับคำพูดของมู่หรงเฉินอีก“ท่านหมอยังดูอายุน้อยอยู่เลย ไม่ทราบว่าท่านหมอแต่งงานหรือยังขอรับ”คำถามนั่นทำให้มู่หรงเฉินหันไปเพ่งเล็งคนถามด้วยสายตาดุร้ายทันที ดูเหมือนว่านอกจากคนแซ่จางผู้นั้นแล้วยังมีอีกบุรุษอีกหลายคนกำลังรอคอยคำตอบจากนางอยู่บ้าเอ๊ย!จ้าวลี่อิงหัวเราะออกมาแล้วโบกมือไหว ดูเหมือนว่ารูปโฉมของจ้าวซือซือก็สามารถใช้หลอกล่อผู้คนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว“ข้ายังไม่แต่งงาน”คนที่แต่งไปแล้วก็คือจ้าวซือซือ ไม่ใช่จ้าวลี่อิง...เพราะฉะนั้นนางตอบแบบนี้ออกไปก็ไม่ได้โป้ปดสินะยิ่งหญิงสาวพูดประโยคนี้ออกไปแล้วดูเหมือนว่าใบหน้าของมู่หรงเฉินจะยิ่งดำคล้ำ แววตาก็เคลือบไว้ด้วยโทสะที่ผู้อื่นไม่สนใจจะมองอีก“ท่านหมอมีชื่อแซ่ว่าอะไรหรือ พวกเราอยู่กันมาหลายวันแล้วยังไม่รู้จักชื่อของท่านเลย”“จ้าวลี่อิง”เมื่อเห็นว่าทุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status