登入ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ภายในจวนมหาอัครเสนาบดี
กลุ่มพ่อค้าต่างไปรวมตัวกันหน้าจวนสกุลหลี่ ทำให้มห
พูดแบบนี้ราวกับว่าหลี่ซือหม่าคิดกบฏ ตัวคนฟังจึงยิ่งสั่นราวกับลูกนก“กระหม่อมไม่รู้เรื่อง ขอฝ่าบาทโปรดสอบสวน”“เจ้ากล้าสั่งฮ่องเต้อย่างข้าหรือ ถ้าให้ข้าสอบสวน ข้าก็สอบสวนอยู่นี่อย่างไรล่ะ ใครก็รู้ว่าเจ้ามีบัณฑิตที่แตกฉานทุกแขนงคอยเป็นที่ปรึกษามากมาย ตอนนั้นข้าไม่คิดระแวงเพราะคิดว่าจะช่วยข้าบริหารบ้านเมือง แต่กลายเป็นว่าเจ้าเลี้ยงบัณฑิตไว้เพื่อศึกษาภาษาต่างชาติจะได้ค้าขายและซ่องสุมกำลังนี่เอง”ไม่ทันที่หลี่ซือหม่าจะกล่าว คังกงกงก็ชิงพูดขึ้นก่อน“ฝ่าบาทกล่าวได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คังกงกงรีบสนับสนุนเพราะกลัวจะถูกโทษไปด้วยที่เคยเป็นพรรคพวกกัน“เจ้าก็เคยรับสินบนจากข้า คังกงกง”คังกงกงรีบถลึงตามองหลี่ซือหม่า “ท่านอัครเสนาบดีอย่าได้ดึงข้าไปเกี่ยว ข้ารู้เห็นอะไรมาก็ต้องทูลรายงานไปตามความเป็นจริง ท่านอย่าได้ผูกใจเจ็บข้าจนต้องใส่ร้ายข้าเช่นนี้เลย”ทุกคำพูดล้วนบอกว่าไม่รู้เรื่อง และทำไปตามหน้าที่ ความผิดทั้งหมดล้วนตกบนศีรษะของมหาอัครเสนาบดีเฒ่าคนเดียว“ท่านอ๋องเจ็ดโปรดช่วย
ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ภายในจวนมหาอัครเสนาบดีกลุ่มพ่อค้าต่างไปรวมตัวกันหน้าจวนสกุลหลี่ ทำให้มหาอัครเสนาบดีไม่สามารถออกจากจวนได้ และยังตกใจที่ถูกกลุ่มพ่อค้าต่างชาติมากมายหลายคนมาร้องตะโกนขอพบอยู่หน้าจวน“ไล่พวกมันกลับไป ข้าไม่รู้จัก พวกมันมาทำไม”คนสนิทข้างกายมหาอัครเสนาบดีที่มีความรู้พอจะคุยได้ความกลับมาเล่าว่าพวกพ่อค้าต่างชาติได้รับจดหมายให้มาทำการค้า พร้อมกับส่งจดหมายให้หลี่ซือหม่ารีบดึงมาอ่าน แต่อ่านไม่รู้เรื่องจึงปาทิ้ง“ข้าอ่านไม่ออก มันเขียนว่าอะไร”“ข้าน้อยก็อ่านไม่ออกทั้งหมด พอจับใจความจากที่ไปคุยกับพวกพ่อค้าได้ว่าได้รับจดหมายจากทางการว่าให้มาเจรจาการค้าที่จวนมหาอัครเสนาบดีหลี่ พวกเขาจึงรีบเดินทางมา”“เหลวไหล ข้าไม่ได้เขียนจดหมายพวกนี้ ข้าเขียนเป็นเมื่อไหร่กัน ไร้สาระที่สุด”“เช่นนั้นใครกันขอรับ”“ไม่ได้การแล้วต้องเป็นฝีมือคนที่ต้องการคิดร้ายข้า ใครๆต่างก็รู้ว่าฝ่าบาทไม่ต้องการเปิดประเทศค้าขายกับต่างชาติเพราะระแวงพวกนั้น จึงให้ค้าขายได้ที่กวางโจวอย่าง
พวกที่มีคุณธรรมในใจสักหน่อยก็พลันหัวใจห่อเหี่ยว ไม่กล้าพูด ได้แต่อึกอักตอบตามพวกมากลากไป มีแต่เจ้ากรมพระคลังที่พูดแตกต่าง“ตัวที่มีเขาคือกวาง ส่วนอีกตัวคือม้าพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซือเฉิงแค่นยิ้มเย็นชา “เช่นนั้นหรือ”“กระหม่อมแน่ใจเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ดี” ฉินซือเฉิงมีคำตอบในใจแล้วว่าขุนนางผู้นี้เลี้ยงไม่ได้ เพราะไม่มีใจภักดี หากจะพูดว่าราษฎรเดือดร้อนเลยมาร้องทุกข์แทน แต่โอรสสวรรค์อย่างเขาเกิดมาพร้อมกับความเป็นเจ้าของทุกอย่าง ราษฎรก็เป็นของเขา พื้นดินทุกชุ่นก็เป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วจะทำไม่ได้“เจ้าคงทำงานเหนื่อยมากแล้วกระมัง เจ้ากรมท้องพระคลัง หากข้าต้องการให้เจ้าไปพักผ่อนอยู่กับจวนแล้วหาคนหนุ่มมาทำหน้าที่แทนคงจะดีกว่า เจ้ากรมท้องพระคลังรับราชโองการ ให้ออกจากราชการกลับไปอยู่บ้านนับแต่บัดนี้”เจ้ากรมท้องพระคลังรู้ชะตากรรมตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่กล้าร้องขออะไรอีกเพราะกลัวว่าแม้แต่ชีวิตจะรักษาไว้ไม่ได้“ขะ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ตอบทั้งที่แทบกระอั
ดึกคืนนั้นหลินหลินเข้านอนโดยมีลู่เจียวคอยดูแล นางล้มตัวลงนอนพร้อมกับความคิดถึงสาเหตุที่นางย้อนเวลากลับมาที่นี่“มันต้องมีเหตุสิ การมาที่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วยังยัยซุป’ตาร์ เรื่องเยอะ มาเดินวอบแวบให้เห็นมันเกี่ยวอะไรกันนะ”สวรรค์คงไม่ได้ส่งมาอยู่ในดงคนหล่อ เพื่อให้นางรู้สึกชีวิตสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นหรอก คนเราทุกคนมีหน้าที่ นางเองก็มีหน้าที่“หรือจะเป็นหน้าที่เขย่าบัลลังก์ให้ทรราชหล่นลงมา ชักนำคนดีขึ้นนั่งบัลลังก์ต้าชิง แต่ว่าอีอ๋องเก้านั่นเหรอคนดี ทำไมชอบมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาหื่นๆ แบบนั้นก็ไม่รู้” หลินหลินไม่ได้คิดไปเองแต่อ๋องเก้ามองเจ้าของร่างอย่างนั้นจริงๆ“คิดเยอะ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เปลืองสมองนอนดีกว่า”ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธที่ติดพันไปหรือไม่ เมื่อหลับลึกลงไปจึงฝันเห็นภาพมากมาย ในฝันนั้นนางเห็นภาพศพผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดลมหายใจอยู่ชายป่า นางตกใจอยากเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่นางก็ไม่สามารถบังคับเท้าให้เดินไปอย่างใจนึก ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ผ่านไปหลายชั่วยามจึงมีค
“ไม่มีใครบอกหรอกเจ้าค่ะ ชิงหลินคิดเอง คงเป็นเพราะชิงหลินทุกข์ใจที่ชีวิตต้องมาเจอกับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ พลัดบ้าน แล้วชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะเจอคนไม่ดีเลยทำให้พูดอะไรเหลวไหลออกไป ท่านอาจารย์อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”ประโยคหลังหลินหลินรำพึงแทนจางชิงหลินที่ถูกสามีหักหลัง คิดครั้งใดก็แค้นขึ้นมาทุกครั้ง ผัวชั่วร่วมมือกับเมียน้อยทำร้ายเมียหลวง ไม่ว่ายุคสมัยใดฟังแล้วหัวใจลูกผู้หญิงก็เจ็บปวดกันทุกคน“วาสนาชะตาของประสกมีบุรุษเข้ามาเกี่ยวพันสามคน ทั้งหมดเป็นไปตามโชคชะตา ประสกต้องเจอพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประสกจะมีทั้งทุกข์และสุข นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกแต่สุดท้ายแล้วประสกก็จะได้เจอคู่แท้เอง”“คู่แท้” หลินหลินร้องออกมาด้วยความตกใจ นางสนใจก็ประโยคนี่แหละ แต่พลันหน้าแดงแล้วก็เขียวคล้ำคู่แท้มาอยู่ที่ภพนี้ แล้วถ้านางกลับไปบ้านได้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ หรือถ้าอยู่ด้วยกันก็หมายความนางไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลินหลินยกมือนวดขมับ ไม่อยากคิดให้วุ่นวายต่อเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น“บางทีชิงหลินก็ไม่อยากเจอคู่แ
วันต่อมา จิวฮุ่ยออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เวลานี้หลินหลินไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจจะช่วยปัดกวาดอาราม นางเดินค้นหาห้องเก็บของเพื่อจะหยิบผ้ากับถังน้ำแต่เจอเข้ากับห้องหนังสือเสียก่อนด้วยความเป็นคนรักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะต้องนำมาใช้ในการเขียนบท หลินหลินเห็นกองหนังสือมากมายก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี สองเท้ารีบก้าวเข้าไป นางอยากรู้ว่าหนังสือในยุคโบราณเขาเขียนอะไรกันไว้บ้างนางหยิบเล่มนั้นมาดู หยิบเล่มนั้นมาอ่าน กระทั่งเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อที่หน้าปกทำให้นางขมวดคิ้วเข้าหากัน“ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง”นางขมวดคิ้ว ทำไมบังเอิญแบบนี้ ตอนอยู่ที่ภพปัจจุบันก็อ่านค้างไว้พอดี ด้วยความอยากรู้ นางจึงพลิกเปิดอ่าน หลินหลินไม่ลืมว่าผลงานสุดท้ายก่อนที่จะหลุดมายังต้าชิงแห่งนี้คือการเขียนบทซีรีย์เรื่องตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง และนางก็ถูกหลิวโจวซิ่นไล่ไปหาข้อมูลจริงมาเขียน แต่จะหาข้อมูลจริงจากไหนหลินหลินเปิดหนังสือเล่มนั้น อยากรู้ว่าในเล่มนี้จะเหมือนกับเล่มที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันหรือไม่ ในยุคปัจจุบันอาจจะตีไข่ใส่สีจนผิดไปจากความเป็นจริง







