Masukเมื่ออดีตแม่ทัพหญิงผู้สละชีพเพื่อปกป้องสายเลือดเมื่อยี่สิบปีก่อน ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้อ่อนแอ ‘หลงจิ่นเยว่’ ในวัยยี่สิบสองปี เป้าหมายของเธอมีเพียงหนึ่งเดียว... คือการตามหาและปกป้องลูกชายสุดที่รัก แต่ใครจะไปคิดว่า เด็กน้อยขี้แยในวันนั้น จะเติบโตมาเป็น ‘ฮั่วอี้เฉิน’ เจ้าพ่อมาเฟียแก๊งมังกรเขียวผู้โหดเหี้ยม (ที่แถมยังอายุมากกว่าแม่ในชาตินี้ไปซะแล้ว) และที่ปวดหัวยิ่งกว่า คืออดีตสามีตัวดี ‘ฟู่ซีโจว’ จอมพลทหารผู้ยิ่งใหญ่แห่งเซี่ยงไฮ้ ที่ดันความจำเสื่อมแถมมีฮูหยินจอมปลอมนอนชูคออยู่ข้างกาย ทว่าสัญชาตญาณความคลั่งรักที่ฝังลึกในวิญญาณ กลับทำให้จอมพลหนุ่มตามหึงหวงเธออย่างบ้าคลั่ง โดยไม่รู้เลยว่า... ผู้ชายที่เขาหึงจนหน้ามืดและจ้องจะเอาปืนเป่าหัวแทบทุกวันน่ะ คือ 'ลูกชายแท้ๆ' ของตัวเอง เมื่อแม่ทัพหญิงคืนชีพ ภารกิจทวงคืนสามี ปกป้องลูกชาย และสับกะโหลกคนทรยศจึงเริ่มขึ้น
Lihat lebih banyak“ในเมื่อเมียรักยอมเปิดใจ... เช่นนั้นข้าก็ควรจะเปิด ‘ศึก’ ใหม่ เพื่อต้อนรับความรักของเราเสียทีนะ”จ้าวเหยียนอุ้มไป๋ลี่หลินก้าวเข้าสู่ห้องบรรทมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนในเตาผิงที่ปะทุเป็นระยะ แสงเทียนสีนวลส่งสว่างรำไรสร้างบรรยากาศวาบหวาม เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่มสายตาของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด จ้าวเหยียนค่อยๆ ปลดสายคาดเอวของตนออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันมาจัดการกับอาภรณ์ของหญิงสาวเบื้องหน้านิ้วเรียวยาวสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนผ่านสาบเสื้อผ้าแพรบางเบา “คืนนี้... ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนีไปไหนเด็ดขาด”“หม่อมฉัน... ก็ไม่คิดจะหนีเพคะ” ไป๋ลี่หลินตอบเสียงพร่า แขนเรียวโอบรอบคอแกร่ง ดึงรั้งให้เขาโน้มกายลงมาแนบชิดริมฝีปากของทั้งคู่ประทับเข้าหากันอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน จูบครั้งนี้มิใช่เพียงความหลงใหลชั่ววูบ แต่มันคือการประกาศพันธสัญญาแห่งจิตวิญญาณ จ้าวเหยียนบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างโหยหา ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปสำรวจความหวานในโพรงปากอย่างจาบจ้วง ทว่าอ่อนโยนในที“อื้อ...” เสียงครางเบาๆ ในลำคอของไป๋ลี่หลินยิ่งกระพือไฟราคะในอกมังกรให้โหมกระ
แสงจันทร์กระจ่างฟ้าในคืนที่ลมวสันต์พัดผ่านหอบเอาความสดชื่นเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ไป๋ลี่หลินนั่งเอนกายอยู่ริมระเบียงไม้แกะสลัก ดวงตาหงส์เหม่อมองไปยังหมู่ดาวพลางครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาหากใครจะบอกว่านางคือ ‘ผู้ชนะ’ ในเกมการเมืองและวังหลังครั้งนี้ นางก็คงไม่ปฏิเสธ แต่ในซอกหลึกของหัวใจ... นางรู้ดีว่าชัยชนะที่แท้จริงมิใช่การกวาดล้างศัตรู หรือการกำจัดเสี้ยนหนาม แต่มันคือการตัดสินใจ ‘ให้อภัย’ บุรุษที่ครั้งหนึ่งนางเคยตราหน้าว่าเขาคือต้นเหตุแห่งความอัปยศทั้งปวง‘การให้อภัย... มิใช่การลืมเลือน แต่อาจหมายถึงการยอมรับความจริงเพื่อให้ชีวิตก้าวต่อได้’นางย้อนคิดถึงวันที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ความเกลียดชังที่ได้รับจากจ้าวเหยียน สายตาที่เขามองนางราวกับขยะแขยงชิ้นหนึ่ง และความตายของแม่นมจาง... ทั้งหมดนั้นคือแผลเป็นที่ยากจะลบเลือนแต่เมื่อนางก้มลงมอง ‘จ้าวอิง’ ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนตัก แววตาของนางก็อ่อนแสงลงสำหรับไป๋ลี่หลินที่เป็นวิญญาณมาจากโลกปัจจุบัน นางอาจจะเลือกหย่าขาด ขนเงินทองของบิดาแล้วออกไปใช้ชีวิตอิสระนอกวังได้อย่างไม่ยากเย็น แต่นางในฐานะ ‘มารดา’ ขององค์หญิงแห่งแผ่นด
สิบปีต่อมา (บทส่งท้าย)กาลเวลาผันผ่านดุจสายน้ำไหล...ราชวงศ์ต้าจ้าวภายใต้การปกครองของฮ่องเต้จ้าวเหยียนและฮองเฮาไป๋ลี่หลิน เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บ้านเมืองสงบสุข ราษฎรอยู่ดีกินดี การค้าขายเฟื่องฟู โดยเฉพาะกับแคว้นฉู่ ที่ตอนนี้กลายเป็นคู่ค้าหลักเพราะกลัวอำนาจการเงินของฮองเฮาณ ลานฝึกยุทธ์หลวงเสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสองร่างกำลังประลองยุทธ์กันอย่างดุเดือดร่างหนึ่งคือชายหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบปี ในชุดแม่ทัพสีดำทมึน ท่วงท่าสง่างามและดุดัน แม่ทัพหนุ่มหลีเหว่ย ผู้ได้รับฉายา ‘พยัคฆ์หนุ่มแห่งต้าจ้าว’อีกร่างหนึ่งคือดรุณีวัยสิบห้าปี ในชุดฝึกยุทธ์สีแดงเพลิง ผมยาวสลวยมัดรวบสูง ใบหน้างดงามหมดจดแต่แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว องค์หญิงจ้าวอิงเคร้ง!ดาบของอิงเอ๋อร์ถูกปัดออก หลีเหว่ยตวัดดาบมาจ่อที่คอหอยนาง แต่หยุดยั้งไว้ก่อนจะถึงผิวเนื้อเพียงหนึ่งนิ้ว“แพ้อีกแล้ว...” อิงเอ๋อร์หอบหายใจ ทิ้งดาบลงอย่างหงุดหงิด “ทำไมข้าถึงชนะท่านไม่ได้สักทีนะ!”หลีเหว่ยเก็บดาบเข้าฝัก ยิ้มมุมปาก“เพราะกระหม่อมไม่ยอมออมมือพ่ะย่ะค่ะ... หากออมมือ องค์หญิงจะไม่เก่งขึ้น”“เชอะ! ขี้งกวิชา!” อิงเอ๋อร์ค้อนขวับ เดินไปคว้าผ้
เก้าเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก...ฤดูหนาวเวียนมาบรรจบอีกครา หิมะแรกโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคาวังหลวงจนขาวโพลน ทว่า ณ ตำหนักคุนหนิงกลับร้อนระอุไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมาจากห้องบรรทมเป็นระยะ ทำเอาข้าราชบริพารทั้งตำหนักวิ่งวุ่นกันขาขวิด“โอ๊ยยย! จ้าวเหยียน! ไอ้คนบ้า! ข้าเจ็บ! ข้าจะไม่ท้องอีกแล้ว!”เสียงตะโกนด่าทอฮ่องเต้ ซึ่งปกติถือเป็นโทษประหาร ดังลั่นออกมา แต่ไม่มีใครกล้าเอาผิด เพราะผู้ตะโกนคือ ฮองเฮาไป๋ลี่หลิน ที่กำลังเจ็บท้องใกล้คลอด!หน้าห้องบรรทมบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน ฮ่องเต้จ้าวเหยียน กำลังเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น พระพักตร์ซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับไปรบมาทั้งวัน พระหัตถ์กำแน่นจนสั่นระริก“หลี่กงกง! ทำไมมันนานนัก! ทำไมลี่เอ๋อร์ถึงร้องดังขนาดนั้น! นางจะเป็นอะไรไหม? หมอหลวง! หมอหลวงตายไปไหนหมด!”“ใจเย็นๆ พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท...” หลี่กงกงพยายามปลอบ ทั้งที่ตัวเองก็ขาสั่น “สตรีคลอดบุตรย่อมต้องเจ็บปวด เป็นเรื่องธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ”“ธรรมดาบ้านเจ้าสิ!” จ้าวเหยียนตวาด “นางเจ็บขนาดนั้น! ข้าทนฟังไม่ได้! ข้าจะเข้าไป! ข้าจะไปถ่ายพลังลมปราณให้นาง!”เขา
ฟู่ซีโจวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แม้จะแอบสะดุดหูที่มาเฟียหนุ่มเรียกหลงจิ่นเยว่ว่า ‘แม่’ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเพียงคำเปรียบเปรยหรือการด่าทอแบบนักเลง แต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉยและใช้เธอเป็นข้อต่อรองเพื่อควบคุมสถานการณ์“ถ้าแกรักผู้หญิงคนนี้จริง... ก็วางปืนลงซะ ฮั่วอี้เฉิน” ฟู่ซีโจวประกาศ
คฤหาสน์ตระกูลฮั่วในค่ำคืนนี้สว่างไสวราวกับพระราชวัง แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน บรรดาแขกเหรื่อระดับวีไอพี ทั้งคหบดีใหญ่ เจ้าของธนาคาร และนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ ต่างพากันสวมชุดหรูหราเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงอย่างเนืองแน่น เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเค
“เราก็แค่ต้องจัดงานเลี้ยง” หลงจิ่นเยว่หันกลับมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ลูกชาย “สุดสัปดาห์นี้ แม่จะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่ที่คฤหาสน์ตระกูลฮั่ว เชิญนักธุรกิจระดับแนวหน้า เจ้าของธนาคาร และผู้มีอิทธิพลทั้งหมดมา... เมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาในถิ่นของแก๊งเขียว พวกเขาจะรู้ว่ากิจการของแม่มีลูกคอยหนุนหลังอยู่ แ
เพล้ง โครมเสียงข้าวของแตกกระจายดังกึกก้องไปทั่วห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลฟู่ โคมไฟเจียระไนราคาแพงระยับถูกปัดตกลงมาแหลกละเอียดบนพื้นพรมเปอร์เซีย หมอนอิงและเครื่องสำอางถูกกวาดทิ้งกระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดี“กรี๊ดดดด นังแพศยา นังปีศาจ”ซูหว่านอิ๋งกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเธอสั่นเทาไปด้วยความโ











