Share

ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์
ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์
Penulis: นามปากกา ไขขวัญ

1

last update Tanggal publikasi: 2026-05-06 11:05:12

            อาชีพไหนๆ มันก็เหนื่อยหมดทุกอาชีพนั่นแหละ คนที่ไม่เหนื่อยคือคนไม่ทำงาน ‘หลินหลิน’ ได้ยินคำนี้ออกจากปากใครคนหนึ่งซึ่งเธอเรียกมาตั้งแต่จำความได้ว่า ‘อาม่าเฉิน’ เสียดายที่เวลานี้ท่านเดินทางไปสวรรค์ได้หลายปีแล้วจึงไม่รู้ว่าเด็กกำพร้าตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าใครมาวางลืมไว้ที่หน้าบ้านอาม่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวช่างฝันที่มักจะแต่งนิทานเพื่อนำมาเล่าให้คนสูงวัยอย่างอาม่าฟัง 

                เวลานี้หลินหลินทำความฝันของเธอสำเร็จแล้วส่วนหนึ่งนั้นหญิงสาวยกให้เป็นความดีของคนติดละครอย่างอาม่า

อาม่าเฉินชอบดูละครเรียกว่าหากเผลอตัวติดตามละครเรื่องไหนแล้วคงถอนตัวได้ยาก ไม่เคยพลาดสักตอน ไม่เพียงแต่ดู แต่อาม่ามักคาดเดาเนื้อหาไปข้างหน้าแล้วมักจะเดาทางถูกเสียด้วย อย่างว่าอาม่าของเธอผ่านโลกมามากจึงมักเดาได้ถูกเสมอ หลายครั้งทำให้หลินหลินที่นั่งดูละครอยู่ใกล้ๆ ต้องหันไปมองพร้อมกับตั้งคำถาม

“ไอหยา หลินเพิ่งรู้ว่าอาม่าแอบไปเขียนบทเอง”

พอถูกสาวน้อยตรงหน้าทักว่าอาม่าเป็นคนเขียนบทเองหรือไง นางฟ้าผู้ใจดีของหลินหลินมักจะมีใบหน้าแต้มรอยยิ้มแห่งความสุขอยู่เป็นนิจแล้วเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงแกมเอ็นดู

“โตขึ้นหลินหลินเขียนบทละครนะ อาม่าจะรอดูละครที่หลินเขียนบทไง”

                 ดวงตากลมโตสุกใสของสาวน้อยส่งยิ้มหวานไปถึงดวงตา เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างชอบใจ“แล้วหลินจะทำได้เหรอคะอาม่า”

                มือเหี่ยวย่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนเอื้อมมาจับมือเล็กๆ แล้วบีบกระชับราวกับส่งทอดกำลังใจ

“หลินจำคำของอาม่าไว้นะลูก ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้หรอก หลินมีสองมือเหมือนคนอื่นมี ทำไมถึงทำไม่ได้เชื่ออาม่าสิ ความสำเร็จสวรรค์ไม่ได้มอบให้กับทุกคน แต่สวรรค์มอบให้กับคนที่ก้าวผ่านความพยายามไปได้เท่านั้น”

                “ค่ะอาม่า” เด็กหญิงรับคำมันอย่างเรื่อยเปื่อยที่จริงความสนใจอยู่ที่ขนมมากกว่า มือเล็กๆ เอื้อมไปจิ้ม ‘ขนมจุ๊ยก้วย’ ซึ่งเป็นขนมชนิดหนึ่งที่ใช้แป้งข้าวเจ้าอย่างดีผสมกับน้ำใส่ถ้วยขนาดเล็กแล้วนำไปนึ่งให้สุก ราดหน้าด้วยหัวไชโป๊ผัดตามสูตร เป็นของว่างแสนอร่อยฝีมืออาม่าเฉิน ความอร่อยลิ้นทำให้หลินหลินจิ้มใส่ปากไม่หยุด รอยยิ้มบางๆ คลี่ขึ้นอย่างมีความสุข

“ขนมของอาม่า อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ”

                อาม่าเฉินมองต้นกล้าอ่อนที่รดน้ำพรวนดินมาตั้งแต่เล็กจนเวลานี้ต้นกล้านั้นเริ่มเติบใหญ่เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเห็นต้นกล้านี้เติบโตได้อีกยาวนานเท่าไหร่ “หลินโตขึ้นให้ตั้งใจทำงาน ให้เหมือนตั้งใจกินนะ”

                เด็กหญิงชะงักค้างเมื่อเห็นขนมเหลือชิ้นเดียวในจานแล้วนึกละอายใจที่กินอยู่คนเดียวจนเหลือชิ้นสุดท้าย อาม่ายิ้มให้เด็กหญิงอย่างปราณีแกมเอ็นดู “ชิ้นสุดท้ายแล้ว ถ้ากินไม่หมด แสดงว่าอาม่าฝีมือตก”

                หลินหลินกลัวอาม่าเสียใจหากไม่กินให้หมดอาม่าคงผิดผวังแล้วเข้าใจผิดคิดว่าฝีมือตก มือขาวสะอาดยืดแขนไปตรงหน้าแล้วรีบจิ้มขนมจุ๊ยก้วยชิ้นสุดท้ายส่งเข้าปาก พร้อมับผลิยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ในขณะที่ดวงตาทั้งสองหันกลับไปจ้องที่จอสี่เหลี่ยมหนาทึบไม่ได้แบนเรียบเหมือนทีวีจอแบบนในยุคปัจจุบัน โดยไม่คิดเลยว่านั่นคือแรงบันดาลใจให้เธอเลือกทำอาชีพเขียนบทเมื่อเรียนจบ

           

                ในพระราชวังอันกว้างใหญ่ ยามค่ำคืนที่ทุกตำหนักทั่วทั้งฝ่ายในต่างเงียบสงัดแต่ละตำหนักต่างลุ้นระทึกกันอยู่ว่าฮ่องเต้จะเสด็จไปตำหนักใดหรือเจ้า ‘เสี่ยวหลงเปา’ จะเลือกวิ่งไปที่ใด

เสี่ยวหลงเปามันไม่ใช่ซาลาเปาสูตรพิเศษที่มีน้ำซึมออกมาให้ดูดได้แต่เป็นเจ้ากระต่ายน้อยขนปุยแสนเชื่องสัตว์เลี้ยงขององค์จักรพรรดิ ร่างกำยำของบุรุษเพศต้องการได้รับความสำราญแต่บางคืนพระองค์ก็นึกสนุกเพราะเลือกไม่ถูกว่าจะให้นางใดเป็นผู้ปรนนิบัติดังนั้นจึงเป็นภารกิจของเจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักอย่างเสี่ยวหลงเปา มันวิ่งไปตำหนักใด พระองค์ก็จะเลือกเจ้าของตำหนักเป็นผู้ปรนนิบัติในค่ำคืนนั้นๆ

                เสียงหัวใจของฮองเฮาจางชิงหลินก็เต้นระส่ำเมื่อคนจากโรงอาภรณ์คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

                “ทูลฮองเฮาเพคะ ยอดแห่งงานทอดิ้น คือผ้าลายดอกบัวผืนนี้ฝ่าบาทให้นำมาถวายฮองเฮาเพคะ”

                 สีพระพักตร์บึ้งกรุ่นโกรธ ดวงเนตรงามประดุจนางพญาเข้มขึ้น นางรู้แก่ใจว่าฮ่องเต้ประทานผ้าไหมทอดิ้นผืนงามให้นางเพื่ออะไร

นางยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักพร้อมเสียงเหล่านางกำนัลน้อยใหญ่กำลังใกล้เข้ามา คิ้วเรียวสวยเลิกสูงขึ้นอย่างใช้ความคิด

“ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปีเพคะ” เสียงหวานใสของนางกำนัลในชุดงามแปลกตาหลากสีสันดังกังวานขึ้น จางชิงหลินไม่ต้องหันกลับไปมองก็รับรู้ได้ว่าใครมา หากประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับฮ่องเต้และพิธีในราชสำนักที่มีขั้นตอนมากมายในการปรากฏตัวแต่ละครั้ง นางจะเถียงว่ามันไม่จริงเสมอไปสำหรับฮ่องเต้พระองค์นี้ ‘ฉินซือเฉิง’

‘ฮ่องเต้วิปริต’

‘ฮ่องเต้ไบโพลาร์’

โรคทางจิตที่มีความฟุ้งซ่านและซึมเศร้าปะปนกันไป แม้ได้ยินชื่อของโรคชนิดนี้บ่อยในโลกใบเดิมของนาง แต่จางชิงหลินเชื่อว่าโรคนี้เกิดขึ้นมานานแล้วในยุคประวัติศาสตร์ อย่างน้อยฉินซือเฉิงคือคนหนึ่งที่เป็นโรคนี้เพราะประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย

“พวกเจ้าไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฮองเฮาข้าจะดูแลนางเอง ถึงยามเฉิน (เวลา 07..00 น-08.59 น.)ข้าจะส่งฮองเฮาของพวกเจ้ากลับตำหนัก”

เสียงขานรับและทำความเคารพค่อยๆ ถอยห่างออกไปใครจะกล้าขัดคำสั่งโอรสสวรรค์ คงถูกจักรพรรดิสั่งลากไปตัดคอ

ฮองเฮาในชุดฉลองพระองค์สีทองเหลืองอร่ามกำลังมองที่ครอบนิ้วทำจากทองฉลุลายดอกไม้อย่างพึงพอใจหากนางทำได้จะหันไปตะกุยพระพักตร์ฮ่องเต้ใจร้ายให้เสียโฉมแต่นางเองคงหนีไม่พ้นถูกลากไปประหารอย่างโหดเหี้ยม

“พวกนางกำนัลถูกข้าไล่ไปหมด คราวนี้เจ้าคงถอดชุดออกได้แล้ว เจ้าบอกเองถ้าเจ้าแพ้ข้า จะห่มคลุมด้วยผ้าลายดอกบัวเพียงผืนเดียวยืนกลางอุทยานดอกท้อ”

พระพักตร์ของจางฮองเฮาซีดขาวไม่สู้ดีนัก “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” เมื่อแหงนพระพักตร์งดงามประกอบกับชุดที่สวมใส่ ฉินซือเฉิงอดคิดไม่ได้ร่างอรชรตรงหน้าเป็นฉางเอ๋อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในนิทานปรัมปราหรือฮองเฮาคู่บัลลังก์ที่พระองค์พยายามเลื่อยขาเก้าอี้ให้นางตกบัลลังก์ลงมาคอหักตาย

น่าเสียดายรูปโฉมของนางที่งดงามล่มเมืองแต่สติปัญญาโง่เง่าเท่ากับไข่ปลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   18

    พูดแบบนี้ราวกับว่าหลี่ซือหม่าคิดกบฏ ตัวคนฟังจึงยิ่งสั่นราวกับลูกนก“กระหม่อมไม่รู้เรื่อง ขอฝ่าบาทโปรดสอบสวน”“เจ้ากล้าสั่งฮ่องเต้อย่างข้าหรือ ถ้าให้ข้าสอบสวน ข้าก็สอบสวนอยู่นี่อย่างไรล่ะ ใครก็รู้ว่าเจ้ามีบัณฑิตที่แตกฉานทุกแขนงคอยเป็นที่ปรึกษามากมาย ตอนนั้นข้าไม่คิดระแวงเพราะคิดว่าจะช่วยข้าบริหารบ้านเมือง แต่กลายเป็นว่าเจ้าเลี้ยงบัณฑิตไว้เพื่อศึกษาภาษาต่างชาติจะได้ค้าขายและซ่องสุมกำลังนี่เอง”ไม่ทันที่หลี่ซือหม่าจะกล่าว คังกงกงก็ชิงพูดขึ้นก่อน“ฝ่าบาทกล่าวได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คังกงกงรีบสนับสนุนเพราะกลัวจะถูกโทษไปด้วยที่เคยเป็นพรรคพวกกัน“เจ้าก็เคยรับสินบนจากข้า คังกงกง”คังกงกงรีบถลึงตามองหลี่ซือหม่า “ท่านอัครเสนาบดีอย่าได้ดึงข้าไปเกี่ยว ข้ารู้เห็นอะไรมาก็ต้องทูลรายงานไปตามความเป็นจริง ท่านอย่าได้ผูกใจเจ็บข้าจนต้องใส่ร้ายข้าเช่นนี้เลย”ทุกคำพูดล้วนบอกว่าไม่รู้เรื่อง และทำไปตามหน้าที่ ความผิดทั้งหมดล้วนตกบนศีรษะของมหาอัครเสนาบดีเฒ่าคนเดียว“ท่านอ๋องเจ็ดโปรดช่วย

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   17

    ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ภายในจวนมหาอัครเสนาบดีกลุ่มพ่อค้าต่างไปรวมตัวกันหน้าจวนสกุลหลี่ ทำให้มหาอัครเสนาบดีไม่สามารถออกจากจวนได้ และยังตกใจที่ถูกกลุ่มพ่อค้าต่างชาติมากมายหลายคนมาร้องตะโกนขอพบอยู่หน้าจวน“ไล่พวกมันกลับไป ข้าไม่รู้จัก พวกมันมาทำไม”คนสนิทข้างกายมหาอัครเสนาบดีที่มีความรู้พอจะคุยได้ความกลับมาเล่าว่าพวกพ่อค้าต่างชาติได้รับจดหมายให้มาทำการค้า พร้อมกับส่งจดหมายให้หลี่ซือหม่ารีบดึงมาอ่าน แต่อ่านไม่รู้เรื่องจึงปาทิ้ง“ข้าอ่านไม่ออก มันเขียนว่าอะไร”“ข้าน้อยก็อ่านไม่ออกทั้งหมด พอจับใจความจากที่ไปคุยกับพวกพ่อค้าได้ว่าได้รับจดหมายจากทางการว่าให้มาเจรจาการค้าที่จวนมหาอัครเสนาบดีหลี่ พวกเขาจึงรีบเดินทางมา”“เหลวไหล ข้าไม่ได้เขียนจดหมายพวกนี้ ข้าเขียนเป็นเมื่อไหร่กัน ไร้สาระที่สุด”“เช่นนั้นใครกันขอรับ”“ไม่ได้การแล้วต้องเป็นฝีมือคนที่ต้องการคิดร้ายข้า ใครๆต่างก็รู้ว่าฝ่าบาทไม่ต้องการเปิดประเทศค้าขายกับต่างชาติเพราะระแวงพวกนั้น จึงให้ค้าขายได้ที่กวางโจวอย่าง

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   16

    พวกที่มีคุณธรรมในใจสักหน่อยก็พลันหัวใจห่อเหี่ยว ไม่กล้าพูด ได้แต่อึกอักตอบตามพวกมากลากไป มีแต่เจ้ากรมพระคลังที่พูดแตกต่าง“ตัวที่มีเขาคือกวาง ส่วนอีกตัวคือม้าพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซือเฉิงแค่นยิ้มเย็นชา “เช่นนั้นหรือ”“กระหม่อมแน่ใจเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ดี” ฉินซือเฉิงมีคำตอบในใจแล้วว่าขุนนางผู้นี้เลี้ยงไม่ได้ เพราะไม่มีใจภักดี หากจะพูดว่าราษฎรเดือดร้อนเลยมาร้องทุกข์แทน แต่โอรสสวรรค์อย่างเขาเกิดมาพร้อมกับความเป็นเจ้าของทุกอย่าง ราษฎรก็เป็นของเขา พื้นดินทุกชุ่นก็เป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วจะทำไม่ได้“เจ้าคงทำงานเหนื่อยมากแล้วกระมัง เจ้ากรมท้องพระคลัง หากข้าต้องการให้เจ้าไปพักผ่อนอยู่กับจวนแล้วหาคนหนุ่มมาทำหน้าที่แทนคงจะดีกว่า เจ้ากรมท้องพระคลังรับราชโองการ ให้ออกจากราชการกลับไปอยู่บ้านนับแต่บัดนี้”เจ้ากรมท้องพระคลังรู้ชะตากรรมตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่กล้าร้องขออะไรอีกเพราะกลัวว่าแม้แต่ชีวิตจะรักษาไว้ไม่ได้“ขะ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ตอบทั้งที่แทบกระอั

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   15

    ดึกคืนนั้นหลินหลินเข้านอนโดยมีลู่เจียวคอยดูแล นางล้มตัวลงนอนพร้อมกับความคิดถึงสาเหตุที่นางย้อนเวลากลับมาที่นี่“มันต้องมีเหตุสิ การมาที่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วยังยัยซุป’ตาร์ เรื่องเยอะ มาเดินวอบแวบให้เห็นมันเกี่ยวอะไรกันนะ”สวรรค์คงไม่ได้ส่งมาอยู่ในดงคนหล่อ เพื่อให้นางรู้สึกชีวิตสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นหรอก คนเราทุกคนมีหน้าที่ นางเองก็มีหน้าที่“หรือจะเป็นหน้าที่เขย่าบัลลังก์ให้ทรราชหล่นลงมา ชักนำคนดีขึ้นนั่งบัลลังก์ต้าชิง แต่ว่าอีอ๋องเก้านั่นเหรอคนดี ทำไมชอบมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาหื่นๆ แบบนั้นก็ไม่รู้” หลินหลินไม่ได้คิดไปเองแต่อ๋องเก้ามองเจ้าของร่างอย่างนั้นจริงๆ“คิดเยอะ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เปลืองสมองนอนดีกว่า”ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธที่ติดพันไปหรือไม่ เมื่อหลับลึกลงไปจึงฝันเห็นภาพมากมาย ในฝันนั้นนางเห็นภาพศพผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดลมหายใจอยู่ชายป่า นางตกใจอยากเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่นางก็ไม่สามารถบังคับเท้าให้เดินไปอย่างใจนึก ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ผ่านไปหลายชั่วยามจึงมีค

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   14

    “ไม่มีใครบอกหรอกเจ้าค่ะ ชิงหลินคิดเอง คงเป็นเพราะชิงหลินทุกข์ใจที่ชีวิตต้องมาเจอกับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ พลัดบ้าน แล้วชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะเจอคนไม่ดีเลยทำให้พูดอะไรเหลวไหลออกไป ท่านอาจารย์อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”ประโยคหลังหลินหลินรำพึงแทนจางชิงหลินที่ถูกสามีหักหลัง คิดครั้งใดก็แค้นขึ้นมาทุกครั้ง ผัวชั่วร่วมมือกับเมียน้อยทำร้ายเมียหลวง ไม่ว่ายุคสมัยใดฟังแล้วหัวใจลูกผู้หญิงก็เจ็บปวดกันทุกคน“วาสนาชะตาของประสกมีบุรุษเข้ามาเกี่ยวพันสามคน ทั้งหมดเป็นไปตามโชคชะตา ประสกต้องเจอพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประสกจะมีทั้งทุกข์และสุข นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกแต่สุดท้ายแล้วประสกก็จะได้เจอคู่แท้เอง”“คู่แท้” หลินหลินร้องออกมาด้วยความตกใจ นางสนใจก็ประโยคนี่แหละ แต่พลันหน้าแดงแล้วก็เขียวคล้ำคู่แท้มาอยู่ที่ภพนี้ แล้วถ้านางกลับไปบ้านได้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ หรือถ้าอยู่ด้วยกันก็หมายความนางไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลินหลินยกมือนวดขมับ ไม่อยากคิดให้วุ่นวายต่อเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น“บางทีชิงหลินก็ไม่อยากเจอคู่แ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   13

    วันต่อมา จิวฮุ่ยออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เวลานี้หลินหลินไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจจะช่วยปัดกวาดอาราม นางเดินค้นหาห้องเก็บของเพื่อจะหยิบผ้ากับถังน้ำแต่เจอเข้ากับห้องหนังสือเสียก่อนด้วยความเป็นคนรักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะต้องนำมาใช้ในการเขียนบท หลินหลินเห็นกองหนังสือมากมายก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี สองเท้ารีบก้าวเข้าไป นางอยากรู้ว่าหนังสือในยุคโบราณเขาเขียนอะไรกันไว้บ้างนางหยิบเล่มนั้นมาดู หยิบเล่มนั้นมาอ่าน กระทั่งเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อที่หน้าปกทำให้นางขมวดคิ้วเข้าหากัน“ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง”นางขมวดคิ้ว ทำไมบังเอิญแบบนี้ ตอนอยู่ที่ภพปัจจุบันก็อ่านค้างไว้พอดี ด้วยความอยากรู้ นางจึงพลิกเปิดอ่าน หลินหลินไม่ลืมว่าผลงานสุดท้ายก่อนที่จะหลุดมายังต้าชิงแห่งนี้คือการเขียนบทซีรีย์เรื่องตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง และนางก็ถูกหลิวโจวซิ่นไล่ไปหาข้อมูลจริงมาเขียน แต่จะหาข้อมูลจริงจากไหนหลินหลินเปิดหนังสือเล่มนั้น อยากรู้ว่าในเล่มนี้จะเหมือนกับเล่มที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันหรือไม่ ในยุคปัจจุบันอาจจะตีไข่ใส่สีจนผิดไปจากความเป็นจริง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status