LOGINเกิดเหตุไม่คาดฝันกับอิงอวิ๋นCEOสาวชีวิตรุ่งโรจน์เมื่อเชือกเกิดขาดขณะที่กำลังเล่นบันจี้จัมพ์ เธอก่นด่าโชคชะตาอย่างบ้าคลั่ง แต่พริบตาเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบ เจ้าลูกหมาสองตัวที่ร้องไห้โยเยกอดร่างเธออยู่
View Moreวันนี้อากาศปลอดโปร่งแจ่มใส อิงอวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม หมู่มวลเมฆฟูฟ่องล่องลอยเคลื่อนคล้อยตามแรงลม
เมฆสีขาวอ่อนนุ่ม ดูไปก็ช่างเหมือนขนมสายไหมที่เธอชอบกิน แล้วดูนั่นสิ! มันประกอบเป็นรูปเป็นร่างต่าง ๆมากมาย เมื่อบวกกับการผสมผสานจินตนาการที่เธอเสริมแต่งลงไป บ้างก็เห็นเป็นรูปคน รูปสัตว์ หรือสิ่งของ ช่างดูเพลิดเพลินตา เธอคลี่ยิ้มบางระบายอยู่เต็มใบหน้า แล้วหันมายิ้มอิ่มเอม ให้กับคนข้าง ๆที่เดินเคียงข้างกันมาจนตาหยี “อิงอิง อิงอาภา” นั่นคือชื่อของเธอ และยังมีชื่อจีนว่าอิงอวิ๋น ส่วนประวัติโดยสังเขปของเธอนั้นคือเป็นซีอีโอสตาร์ตอัป อายุราว ๓๐ ปี ลูกครึ่งไทยเชื้อสายจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เหล่ากง เหล่าม่า อพยพหอบเสื่อผืนหมอนใบ นั่งเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลนานเป็นแรมเดือนเพื่อมาตั้งรกรากที่นี่ อิงอวิ๋นมีประวัติจัดได้ว่าไม่ธรรมดา ดีกรีเป็นถึงเชฟอาหารคาวหวานและยังพ่วงตำแหน่งเฮดเชฟในร้าน มิหนำซ้ำเธอยังมีแฟรนไชส์ธุรกิจหลายสาขาในเมืองไทย ส่วนการศึกษาจบจากสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำระดับโลก อย่าง เลอ กอร์ดอง เบลอ ประเทศฝรั่งเศส นับว่าชีวิตของอิงอวิ๋น ประสบความสำเร็จในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเงิน การงาน และแม้แต่ในเรื่องความรักอันแสนหวานชื่น เพราะตอนนี้อิงอวิ๋น เพิ่งแต่งงานกับพี่ “ห่าวหราน”ซึ่งเป็นคนจีนแท้ ๆ พวกเขารู้จักกันตอนไปดีลงานเรื่องธุรกิจร้านอาหารที่จะตีตลาดในเมืองจีนเมื่อหลายเดือนก่อน และห่าวหรานก็ได้คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากที่คบกันได้เพียงสามเดือนเท่านั้น ความรักผลิบานขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงแต่งงานกันไวปานสายฟ้าแลบ แต่เธอขอนั่งยันนอนยันว่าไม่ได้ท้องก่อนแต่งอย่างแน่นอน อิงอวิ๋นเชื่อว่าความรักไม่ต้องการเวลา ในเมื่อเจอคนที่ใช่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องรีรออีก วันนี้สามีพามาฮันนีมูนและทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบที่เธอชอบ พี่ห่าวหรานสามีเธอช่างเป็นคนดีนัก เขาตามใจเธอทุกอย่าง เธอชี้นกก็เป็นนก ชี้ไม้ก็เป็นไม้! อิงอวิ๋นกระหยิ่มย่องในใจ ‘ไม่มีใครดีกว่าสามีฉันแล้ว’ “อา! วันนี้อากาศสดชื่นดีเสียจริงเลยว่าไหมพี่ห่าว”อิงอวิ๋นหลับตาพริ้มสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ “เห็นไหม พี่บอกแล้วว่าเธอต้องชอบแน่ แต่พวกเรารีบไปบนนั้นกันเถอะนะ”ห่าวหรานแย้มยิ้มชี้ไปยังหอคอยสูงเบื้องหน้า คาดคะเนจากความสูงแล้วน่าจะประมาน ๖๐ เมตรได้ ห่าวหรานจูงมือภรรยาตัวน้อย เดินไปยังกระเช้าสลิงที่อยู่เบื้องล่าง ที่จะนำพาพวกเขาไต่ระดับขึ้นไปเพื่อไปยังฐานหอคอยสูงกลางอากาศด้านบน วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่อิงอวิ๋นได้ทำเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะมันคือการกระโดดบันจี้จัมพ์เป็นครั้งแรกในชีวิต สิ่งนี้เป็นหนึ่งในบัคเก็ต ลิสต์ ที่หมายมาดว่าต้องทำก่อนตายให้ได้ น่าแปลกนัก...ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงต้นฤดูร้อน แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวจนเกินไป จะว่าไปก็ผิดวิสัยอากาศในเมืองไทยอยู่มาก ที่คนมักจะพูดติดตลกว่าร้อนเหมือนซ้อมตกนรก สายลมพัดเอื่อยเฉื่อยปะทะใบหน้างาม จิ้มลิ้ม พริ้มเพรา ปากนิด จมูกหน่อย ตามแบบฉบับสาว หมวยอินเตอร์ และตอนนี้พวกเขาก็ขึ้นมาถึงหอคอยสูงแล้ว “อิงอิง กระโดดเลยสิ” ห่าวหรานเอ่ยรบเร้าอยู่ข้าง ๆ เมื่อสังเกตเห็นเธอละล้าละลังอยู่นานแล้ว อิงอวิ๋นชะโงกมองไปยังเบื้องล่าง เห็นเป็นป่ารกทึบมีแม่น้ำไหลพาดผ่าน จู่ ๆ ก็เกิดลังเลและรู้สึกใจหวิวขึ้นมา “ใจเย็น ๆ สิพี่ห่าว ฉันขอทำใจสักครู่ แล้วพี่ล่ะจะกระโดดกับฉันไหม”อิงอวิ๋นเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงคำถามส่วนห่าวหรานส่ายหน้าหวือปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด “พี่จะรอเป็นกำลังใจให้เธอ อยู่ตรงนี้ เธอก็รู้ว่าพี่ไม่กล้าเสี่ยง”อิงอวิ๋นพยักหน้ารับคำ เพราะเข้าใจในตัวสามีดี เขากลัวความสูง แต่ทว่าเขาก็ยังอยู่เป็นเพื่อนเธอ ‘สามีช่างน่ารักเสียจริง!’ เมื่อพร้อมแล้วเธอก็พยักหน้าให้พนักงานมาติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้ พนักงานเมื่อติดอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วเขาก็ขยับตัวเบี่ยงออกไปทางด้านหลังปล่อยให้อิงอวิ๋นใช้เวลาทำสมาธิ ส่วนห่าวหรานก็ถอยห่างออกมาอยู่ด้านหลังเช่นกัน เธอหลับตาแน่นเรียกขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง อิงอวิ๋นพรูลมหายใจเข้าออกแผ่วเบา ทำสมองให้โล่ง...เพียงครู่ก็ลืมตาขึ้น “พี่ห่าว ฉันพร้อมแล้วค่ะ”นางหันไปบอกเขาแล้วร่างบางก็ก้าวขาเดินไปหยุด ณ จุดปล่อย มองลงไปเบื้องล่างอีกครา ความสูงระดับนี้ ก็น่าเสียวไส้อยู่เหมือนกัน จากที่ไม่กลัวก็เริ่มกลัวและขาสั่นขึ้นมา...ทั้งที่คิดว่าเตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นอย่างดีแล้วแท้ ๆ... “กระโดดเลยสิ อิงอิง”ห่าวหรานเอ่ยรบเร้า เมื่อเห็นเธอเริ่มลังเลขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าสามีมีแววตาที่แปลกไปจนน่าขนลุก “พี่ห่าว จับมือฉันหน่อยค่ะ ฉันอยากได้กำลังใจจากพี่”แวบหนึ่งที่เธอเห็นห่าวหรานทำหน้าไม่สบอารมณ์นัก แต่กระนั้นเขาก็ปรับสีหน้าทันควัน จากนั้นเดินเข้ามาใกล้ ๆแล้วยื่นมือให้ ร่างบางจึงคว้าหมับจับมือเขาไว้แน่น “พี่ห่าว ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ฉันรักพี่นะคะ”อิงอวิ๋นคลี่ยิ้ม ไม่รู้เพราะเหตุใด ถึงอยากพูดออกไปแบบนั้น ในใจเธอรู้สึกแค่อยากบอกรักเขา อิงอวิ๋นหันหลังกลับไปยังจุดเดิมอีกครา เธอพร้อมแล้วที่จะกระโดดลงไป ตามที่เธอตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก... ผลัก! “อ๊ะ! กรี๊ด” เสียงกรีดร้องดังอื้ออึง เมื่อตะกี้เธอถูกผลักลงมาและตอนนี้ไม่นะ... ผึง! “เชือกขาด ช่วยด้วย! กรี๊ด” ก่อนที่ร่างจะดิ่งลงพื้นพสุธา สติพลันดับวูบลง ปิดทุกการรับรู้ อิงอวิ๋นหัวใจวายก่อนที่ร่างจะตกลงกระแทกพื้นดับอนาถเบื้องล่าง ใครเลยจะคิดว่าการกระโดดบันจี้จัมพ์จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต... ‘มันก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องทนเห็นร่างของตัวเองแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา’ “ฮือ ท่านแม่ ๆ ท่านตื่นเถิดขอรับ ข้าจะไม่ดื้อ ข้าจะไม่ซน ข้าจะไม่วิ่งหนี เวลาที่ท่านตีข้าแล้ว ฮึกท่านแม่” “แง้ ๆ ๆ” หนังตาเริ่มกระตุก ‘หูฝาดไปหรือ? ฉันตายไปแล้วนี่’ “แง้ ๆ” เสียงร้องไห้จ้ายังคงดังอื้ออึงอยู่ใกล้ ๆทั้งเสียงเด็กเล็ก และเสียงทารกร้องระงมจนแสบแก้วหู “เฮือก!”ห่าวอู๋เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา ห่าวหรานจึงโน้มตัวลงมาโอยรอยแขนกอดเขาไว้ในอก“พ่อขอโทษ พ่อขอโทษเจ้าจริง ๆ ยกโทษให้พ่อด้วยนะอาอู๋”ห่าวอู๋เริ่มเบะปากและร้องไห้จ้าสะอึกสะอื้น“ฮือ ๆ ท่านพ่อ~ ข้ายกโทษให้ท่าน หากท่านคิดถึงข้ากับน้องเล็ก ท่านก็มาหาข้าได้นะขอรับ ฮือ ๆ” ท่อนแขนเล็กถูกยกมาปาดน้ำตาที่รินไหล“ได้สิ พ่อจะไปหาเจ้าแน่นอนลูกรัก” ห่าวอู๋กลั้นก้อนสะอื้นลงคอ แล้วเดินกลับไปหามารดา ห่าวอู๋ยื่นมือไปกุมฝ่ามือมารดาไว้เช่นเดิม“อวิ๋นเอ๋อร์ ข้าต้องขออภัยในเรื่องที่ผ่านมาทุกอย่างที่ทำให้เจ้ากับลูกเสียใจ โปรดจงยกโทษให้ข้าด้วย”ห่าวหรานโขกศีรษะแนบลงกับพื้น“พอแล้ว ๆ ข้าไม่อยากอายุสั้นเจ้าค่ะ ข้าให้อภัยท่าน โปรดลุกขึ้นเถิด”ห่าวหรานจึงได้ผุดลุกขึ้นยืน“แล้วอาซวนล่ะ? ข้าอยากจะกอดเขาบ้าง”“เรื่องนี้ต้องขออภัย ที่ข้าต้องพูดตรง ๆ ยามนี้ห่าวซวนไม่ได้มีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับท่าน เช่นนั้นอาจต้องค่อยเป็นค่อยไป ท่านอย่าหาว่าข้าใจร้ายเลยนะเจ้าคะ ข้าก็ไม่ได้กีดกันท่านกับลูก หากท่านอยากไปหาพวกเขาเมื่อใดก็ไปหาได้ทุกเมื่อเจ้าค่ะ เรื่องนี้อาจจะต้องสร้างความทรงจำใหม่ให้กับเขาเจ้าค่ะ”อิงอวิ๋นค้อมศีรษะให้เขา
“อื้อ ๆ”เด็กตัวน้อยพยักหน้าลงหงึกหงัก อย่างรู้ความ อิงอวิ๋นหันไปหาบุตรชายคนโต ห่าวซวนดึงมือพี่ชายมาวางไว้ที่ฝ่ามือมารดาที่วางทาบอยู่บนหลังมือไป่กู่อวิ๋นและก็วางมือป้อม ๆ ของตนทาบไว้เป็นลำดับสุดท้าย“รัก รัก กัน” ห่าวซวนตัวน้อยเอ่ยขึ้น เขาเหมือนกามเทพตัวน้อย ๆ ที่เข้ามากระชับความสัมพันธ์ให้ทุกคนกลับมารักกันกลมเกลียวดังเดิมอีกครั้ง“เช่นนั้น ข้ายอมให้พวกท่านรักกันก็ได้ขอรับ แต่ว่าท่านแม่ต้องรักข้ากับน้องเล็กที่สุด”แม้จะยังบึ้งตึงอยู่แต่ห่าวอู๋ก็เอ่ยปากยอม นางดึงลูกชายทั้งสองคนมากอดไว้แนบอก แล้วกดจมูกลงกระหม่อมของลูกชายทั้งสอง“เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”อิงอวิ๋นเอ่ยจบ สามแม่ลูกกอดกันกลมเกลียว ไป่กู่อวิ๋นจึงขยับไปเอื้อมวงแขนกว้างเข้ามาโอบกอดทั้งสามคนไว้ด้วย“ลุงสัญญาว่าจะดูแลพวกเจ้า และมารดาให้ดีที่สุด” ไป่กู่อวิ๋นเอ่ยคำมั่น ทุกคนจึงได้ปรับความเข้าใจกันและเปิดใจเพื่อเริ่มต้นสู่การเป็นครอบครัวเดียวกัน นับตั้งแต่นั้น...เมื่อถึงวันกลับบ้าน อิงอวิ๋นได้พบเจอกันห่าวหรานโดยบังเอิญ พวกเขามาถึงพักที่โรงเตี้ยม ขณะที่พวกนางจะกลับหยู่เปิง เขาประคองจินเยว่ไม่ห่าง จินเยว่เดินแอ่นท้องมือข้างหนึ่งก็ดัน
“จับตัวได้แล้ว!”“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า อุ๊บ!”ชายคนนั้นรวบตัวห่าวอู๋ไว้แล้วปิดปากไม่ให้เขาส่งเสียงดัง เขาอุ้มห่าวอู๋หลบฝูงชน หันรีหันขวางผลัก! มือปริศนาผลักชายผู้นั้นจนเซถลาไป“นั่นเจ้าจะพาหลานข้าไปไหน ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ”ไป่กู่อวิ๋นขึงขังตะโกนชี้หน้าเขา ผู้คนเริ่มแตกตื่นหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียว “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ชายผู้นี้กำลังจะลักพาตัวบุตรชายข้า” อิงอวิ๋นตะโกนขึ้นมาเสียงดัง ชายฉกรรจ์ที่เดินเที่ยวในงานซึ่งเป็นพลเมืองดี ต่างห้อมล้อมตัวชายผู้นั้นเอาไว้ เขามองฝูงชนด้วยแววตาครั่นคร้าม และพยายามจะหยิบมีดที่ซุกซ้อนไว้ข้างเอวด้วยมีอีกข้าง ห่าวอู๋ไหวพริบดีและกล้าหาญนัก เมื่อสบจังหวะเขาจึงใช้ฟันงับไปที่มือชายผู้นั้นเต็มแรง“อ๊าก” ชายผู้นั้นจึงปล่อยตัวเขา ห่าวอู๋จึงรีบวิ่งไปมารดาทันที โชคดีนักที่ไม่เกิดเรื่องร้ายแรงจนถึงขั้นเจ็บตัวขึ้น“ท่านแม่ ท่านลุง”ห่าวอู๋วิ่งเข้าไปกอดมารดาไว้ มารดาก็โอบกอดบุตรชายไว้แน่นเข่นกัน“เอ๊ะ! เขาคือชายในใบประกาศตามจับของทางการนี่” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เพราะจำหน้าเขาได้ว่าเป็นโจรที่ลักพาตัวเด็กที่ทางการกำลังตามจับตัวอยู่ ยามนี้เขาจึงถูกพลเมืองดีตะครุบไว้ได้และ
จ๋อม!“อาซวน!”เด็กผู้ชายรีบวิ่งเข้ามาดูที่ครุ ส่วนเด็กน้อยตัวแสบก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากพลางตบมือด้วยชอบใจเด็กผู้ชายหันหน้าไปทำหน้ายักษ์ถมึงทึงใส่เด็กน้อยตัวแสบ แต่ก็ดูเหมือนว่าห่าวซวนไม่ได้สลดอันใด “เอาเถิด ๆ อย่าโกรธอาซวนเลย จริง ๆ ลุงให้พวกเจ้าตกปลา คงไม่ได้คิดเอาพวกมันมากินหรอก คิดว่าคงจะปล่อยพวกมันอยู่แล้ว”“เอ๋”เด็ก ๆ ทำหน้างุนงง เกาหัวแกรก ๆไป่กู๋อวิ๋นจูงมือห่าวซวนเดินไป เขาเพียงแต่หากิจกรรมมาให้เด็ก ๆเล่นกันเท่านั้น ไม่คิดจะตกจริงจังมาเป็นอาหารในวันนี้ และส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ทุกคนดุน้องชายคนเล็ก“ไปเถิดพวกเราไปกินข้าวกันได้แล้ว”เด็ก ๆ เดินตามกันมาเป็นพรวนเพื่อไปยังร่มไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่อิงอวิ๋นทำหมูและเนื้อบาบิคิว มีพริกหยวกมะเขือเทศลูกเล็กและสัปปะรด เสียบลงบนไม้ไผ่ที่เหลามาอย่างดี แล้วนางก็ทำซอสบาบีคิวสูตรเด็ดด้วยแล้วก็มีปลาเผาเกลือ กุ้งย่าง ปลาหมึกย่าง น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ด แบบของผู้ใหญ่และเด็ก แล้วก็มีข้าวผัดกระเทียมโรยด้วยต้นหอมทั้งเจ้านายและบ่าวไพร่ต่างแบ่งปันอาหารการกินไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ หลังจากนั้นรถม้าก็กลับมายังโรงเตี๊ยมที่พัก อีกไม่กี่วันที่เมืองลิ่วหยาง





