เข้าสู่ระบบฉินซือเฉิงกระตุกยิ้มมุมปาก “เจ้าออกไปทำตามสัญญาได้แล้ว”
สุรเสียงเร่งเร้า พระพักตร์ที่เคร่งขรึมขึ้นตามลำดับของฉินซือเฉิงทำให้จางชิงหลินใจเต้นแรงด้วยความไม่แน่ใจ “ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันออกไปยืนตากหิมะในเวลานี้จริงๆหรือเพคะ เวลานี้ยามซวี (19.00-20.59 น. )แล้วนะเพคะ” นางชักไม่แน่ใจแล้วว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่นของพระสวามีผู้สูงศักดิ์ของนางหรือไม่
ดวงตาคมดุเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว “ข้าไม่ได้พูดเล่น คำพูดของข้าเจ้ากล้าเห็นเป็นเรื่องเล่นเช่นนั้นหรือ”
จางชิงหลินตกใจกับน้ำเสียง จิตใจไม่สู้ดีนัก นางเพ่งมองดวงตาคมกริบของคนพูดก็ไม่เห็นแววล้อเล่น ดวงใจนางกระตุกรุนแรง ถ้าหากนางคลุมผ้าผืนเดียวออกไปยืนท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ร่างกายนางคงทนไม่ไหวต้องแข็งตายแน่
เสียงขันทีด้านนอกดังขึ้น ทำให้จางชิงหลินหันไปมอง คนที่เข้ามาใหม่ไม่รอให้นางอนุญาต ก็เดินกรีดกรายเข้ามา
“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”
“ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามา” จางชิงหลินถามเสียงแข็ง จ้องหน้าคนมาใหม่ราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ นางคือเซียวลี่อิน ดำรงตำแหน่งกุ้ยเฟย และตอนนี้ก็เป็นที่โปรดปรานอย่างมาก
“พี่หญิงอารมณ์ไม่ดี หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันกลับออกไปก็ได้”
จางชิงหลินโมโหแต่ก็ข่มกลั้นอารมณ์ไว้ ตำหนักเย่วซินเป็นตำหนักของนางให้ใครเข้าออกได้ตามอำเภอใจหรือ นางมองหน้าคังกงกงที่ปล่อยให้เซียวลี่อินเข้ามาโดยพลการก็กำมือแน่น
“เจ้าไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้นลี่อิน ข้ามีเรื่องสนุกจะให้เจ้าดู” ฉินซือเฉิงพูดขึ้น สะบัดชายแขนเสื้อแล้วดึงร่างอรชรของเซียวลี่อินมาใกล้ๆ
“เรื่องอะไรเพคะ”
คำถามของเซียวลี่อินทำให้จางชิงหลินเองก็อยากรู้เหมือนกัน นางจ้องหน้าโอรสสวรรค์ที่เป็นพระสวามีร่วมผูกผม นางเห็นเขามองนางกลับมาด้วยแววตาเคร่งขรึม จริงจัง ร่างทั้งร่างของนางพลันสั่นยะเยือก
“ชิงหลินเจ้ายังไม่รีบเปลี่ยนชุดไปทำตามสัญญาอีก ที่ด้านนอกตอนนี้อากาศกำลังดี ข้ากับลี่อินอยากชมทิวทัศน์งดงามที่มีเจ้ายืนตากหิมะอยู่ข้าอยากดูว่าเจ้ากับหิมะอะไรจะขาวกว่ากัน คังกงกงสั่งให้ใครไปเตรียมสุรากับอาหารให้พร้อม ข้าจะร่ำสุราชมราตรีกับเซียวกุ้ยเฟย”
เซียวลี่อินยิ้มหวานชดช้อย ขณะที่จางชิงหลินเบิกตาแทบถลน ตอนแรกนางไม่เข้าใจพระสวามีของนางว่ากำลังทำอะไร แต่ตอนนี้นางเข้าใจดีแล้ว เขามอบผ้าดิ้นทองลายดอกบัวให้นางเพื่อให้นางชื่นชมในตอนแรกก่อนจะมอบความอัปยศอดสูที่สุดให้กับนางภายหลัง
พระสวามีของนาง ต้องการให้นางไปยืนตากหิมะให้เขากับเซียวลี่อินชื่นชมเปรียบเทียบความขาว เขาจะให้นางทำเช่นนั้นจริงๆหรือ
จางชิงหลินกำมือแน่น น้ำตารื้นขึ้นมา ร้อนไปทั้งทรวงอก คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่นางอภิเษกเข้ามาเป็นฮองเฮา นางพยายามแล้วที่จะตามใจพระสวามี เมื่อวานโอรสสวรรค์ให้นางเล่นหมากรุกโดยมีข้อแม้ว่าหากนางแพ้ นางต้องสวมผ้าผืนเดียวไปยืนตากหิมะ
นางต้องการเอาใจพระสวามีจึงยอมเล่น ตอนแรกนางจะชนะอยู่แล้ว แต่นางไม่อยากให้โอรสสวรรค์เสียหน้า นางจึงแกล้งแพ้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะให้นางไปยืนตากหิมะจริงๆ
‘ใจร้ายยิ่งนัก’
“ในเมื่อเป็นพระบัญชา หม่อมฉันก็จะทำตามรับสั่ง” จางชิงหลินตอบเสียงแผ่ว นางกัดฟันลุกขึ้นยืน นางไม่ใช่คนโปรด ทำอะไรก็ผิด ครั้งแรกที่เข้าหอเขาก็ไม่แตะต้องนาง นางก็ไม่ว่า แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่าเขาไปเข้าหอกับนางกำนัลของนางแทน จนมาถึงบัดนี้นางกับเขาก็ไม่เคยร่วมเตียงฉันท์สามีภรรยาสักครั้งเดียว
ตอนแรกที่นางแต่งมาเป็นฮองเฮา นางยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าสักวันหนึ่ง ฉินซือเฉิงต้องเห็นความรักภักดีที่นางมีต่อเขาจนเขาใจอ่อนเมตตามอบความรักให้นางเอง แต่บัดนี้นางรู้แล้วว่าฉินซือเฉิงกำลังลุ่มหลงพระสนมคนโปรดอย่างมาก “ตอบได้ดี ฮองเฮาพูดแล้วไม่คืนคำ รีบไปทำเถอะ อย่าให้ข้ากับลี่อินต้องคอยนาน” ฉินซือเฉิงกระตุกยิ้มเหี้ยม มองฮองเฮาที่ได้มาเพราะถูกยัดเยียดด้วยความจำใจ ก่อนจะโอบรอบเอวสนมคนโปรดออกไป
จางชิงหลินขอบตาแดงก่ำกัดริมฝีปากแน่นดวงตาที่เคยส่องประกายงดงามตอนนี้กลับมีน้ำตาคลอหน่วย สองมือกำแน่น
ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยนางกำนัลคนสนิทจึงค่อยๆคลานเข่าเข้ามากอดขานาง “ฮองเฮาเพคะอย่าออกไปเลยเพคะ หม่อมฉันจะไปตามหมอหลวงมาแล้วบอกว่าฮองเฮาป่วย จะออกไปยืนตากหิมะไม่ได้”
มาบัดนี้จางชิงหลินเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว ฉินซือเฉิงต้องการเอาใจเซียวลี่อิน และต้องการทำให้นางอาย ถ้าหากวันนี้รอดชะตากรรมครั้งนี้ได้ ก็ต้องมีครั้งหน้าที่พวกเขาต้องการให้นางอายจนถอดถอนตัวเองออกจากตำแหน่งฮองเฮาเพราะฮองเฮาที่ไหนจะไปยืนตากหิมะเหมือนคนสติวิปลาส
“ข้าจะทำตามพระบัญชา พวกเจ้าไปหยิบผ้าลายดอกบัวผืนนั้นมา” นางสั่งเสียงต่ำแต่หนักแน่น นางตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามที่ฉินซือเฉิงต้องการ เพราะถ้าหากนางไม่ทำ เขาก็ต้องหาเรื่องอื่นมากลั่นแกล้งนางอยู่ดี เกือบหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมา นางถูกเขาทำร้ายจิตใจนับไม่ถ้วน
ตอนนั้นนางต้องการนำรังนกไปให้แต่พอเขาเห็นหน้านางเท่านั้น ก็ทำหน้าบึ้ง พอนางเข้าไปใกล้ก็ผลักนางล้มจนกระดูกเคลื่อนเพราะอารมณ์เสียมาจากขุนนางใหญ่ในการประชุมที่ท้องพระโรง นางเจ็บจนต้องอยู่แต่ภายในตำหนักถึงหนึ่งเดือนแต่เขาก็ไม่เคยมาเยี่ยมสักครั้ง หรือบางครั้งก็ตำหนินางในเรื่องไม่เป็นเรื่องต่อหน้าสนมนางใน แต่ทุกครั้งนางก็อดทนได้เสมอมา
ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยค่อยๆ เดินนำผ้าลายดอกบัวมาเปลี่ยนให้นางอย่างเชื่องช้า จางชิงหลินมองภาพตัวเองในกระจกแล้วหัวใจร้าวราน สวามีที่นางรักเทิดทูนกลับต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีนางต่อหน้าสนมคนโปรด นางก็จะทำให้สมใจเขา
จางชิงหลินรู้ว่าอีกไม่ช้าตำแหน่งฮองเฮาคงหลุดลอยไปจากนาง แต่นางไม่สนใจจะยื้อไว้อีกแล้ว ความจริงนางต้องการแค่ความรักจากสวามีแต่เหมือนสิ่งนั้นจะหาไม่ได้ในตัวของฉินซือเฉิงแม้แต่น้อย
นางก้าวเยื้องย่างออกไปยืนหน้าลานตำหนักด้วยท่วงท่าราวนางพญา ทุกอิริยาบถแช่มช้อย ไม่มีหลุดท่าทางหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกให้บ่าวไพร่ที่รอชมเรื่องสนุกได้เห็น
ใต้ต้นท้อที่กำลังผลิดอกสีสวยมีร่างของจางชิงหลินยืนเศร้าอยู่
เซียวลี่อินมองร่างอรชรที่ยืนตากหิมะตัวหนาวสั่นด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนเข้าวังนางเคยเป็นสาวใช้ของจางชิงหลินพอเข้าวังมา จางชิงหลินก็พานางมาด้วย และในคืนวันเข้าหอ โอรสสวรรค์ได้ยินเสียงนางขับร้องเพื่ออวยพรให้ก็เกิดพึงใจจนขอนางไปเป็นสนมและร่วมอภิรมย์กับนางในวันเข้าหอแทนที่จะเป็นฮองเฮานั่นเอง
‘สะใจข้าน้อยยิ่งนักคุณหนู ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจต้องเหี้ยม ข้าอยากเป็นฮองเฮาไม่กำจัดท่านแล้วจะขึ้นไปได้อย่างไร’
โอรสสวรรค์ผู้มักมากในกาม ชอบความตื่นเต้นในกามรส ยกร่างนางสนมคนโปรดขึ้นนั่งบนตัก ภาพทุกอย่างอยู่ในสายตาของจางชิงหลิน นางปวดใจจนทนดูอีกไม่ได้จึงจะวิ่งหนีไป
“ใช่เพคะ” หลินหลินทวนคำตอบให้แก่พระสวามีผู้แสนน่ารักของนาง“มันคือเทียบเชิญไปงานแต่งงานใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่มันคือเทียบเชิญของผู้ใดกัน”“ฝ่าบาทเดาได้ถูกต้องเพคะว่าการ์ดแต่งงานก็คือเทียบเชิญแต่งงาน ถ้าหม่อมฉันให้ฝ่าบาทเดาต่อ ฝ่าบาทลองเดาสิเพคะว่าเป็นของผู้ใดกัน”ฉินจิ้นเหอส่ายหน้า ดวงตามีแววหื่นกระหาย “ข้าไม่อยากรู้ว่างานแต่งานของผู้ใด มันไม่สำคัญกับข้าเท่ากับเจ้ากลับมาหาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหนอีกแล้ว”“หากไม่ปล่อยหม่อมฉันกลับตำหนัก เช่นนั้น เห็นทีฝ่าบาทคงต้องแบ่งแท่นบรรทมให้หม่อมฉันนอนด้วยแล้วเพคะ”“จางชิงหลิน! เจ้ายังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกิน” เขารู้ทันทีว่าคำพูดฉ้อฉล เล่นคำแบบนี้มีแต่ฮองเฮายอดรักของเขาเท่านั้น เป็นใครอื่นไปไม่ได้“ใครว่ายังไม่ตายเพคะ ถูกรถชนเละขนาดนั้น วิญญาณยังกระเด็น หม่อมฉันตายไปแล้วเพคะ แต่มารดาของหม่อมฉัน นางมีเส้นสายเยอะพอรู้จักกับผู้เฝ้าประตูยมโลก นางจึงตามไปช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แล้วพาวิญญาณของหม่อมฉันให้กลับเข้ามาอยู่ในร่างของฮองเฮาจางชิงหล
ฉินจิ้นเหอปล่อยให้นางลากจูงเขาไปตามอำเภอใจอีกครั้ง หลังจากเดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตามาหลายช่วงตึก ร้านขายหนังสือเก่าแก่ที่หัวมุมถนนก็ปรากฏแก่สายตาเขาหลินหลินหันมาส่งยิ้มให้ นี่เป็นอีกสถานที่ที่เธอเคยมาบ่อยๆ“ร้านหนังสือโปรดของหม่อมฉันเพคะ เราข้ามถนนกันเถอะ”ร่างเล็กมองสัญญาณไฟ เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟแดงปลอดภัยแล้วจึงดึงมือเขาให้เดินตาม ทว่าสร้อยข้อมือเล็กๆ ของเธอเกิดขาดจากกัน มันปลิวไปตกอยู่ข้างรองเท้าหนังของฉินจิ้นเหอ เขาปล่อยมือของหลินหลินแล้วก้มลงเก็บสร้อยข้อมือนั้นแล้วฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังไม่หยุด“ฝ่าบาทคิดว่า ถ้าเราซื้อหนังสือแล้วจะนำมันกลับไปได้หรือไม่เพคะ ถ้านำกลับไปได้ทั้งหมดหม่อมฉันจะขนซื้อไปเยอะๆ เลย”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจตอบเจ้าได้ เราคงต้องลองดู แม้ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับไปได้ ข้าก็ไม่กังวลใจ ขอเพียงเจ้ากลับไปกับข้าอย่างปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”เขาโยนสร้อยเส้นเล็กที่ขาดเข้าในอุ้งมือแล้วลุกขึ้น เรือนร่างกำยำองอาจแม้อยู่ในการแต่งกายแบบยุคสมัยใหม่ทว่าความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดถอยลงเลย แม้เวล
“หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทุกวัน ทุกนาที”“เจ้าช่างใจร้าย ทิ้งข้ามาโดยไม่ลาสักคำ ที่จริง ข้าไม่ควรมอบความรักให้กับสตรีใจดำเช่นเจ้าเลย คอยดู กลับไปเมื่อไร ข้าจะคัดเลือกชายา สนมให้ล้นวัง” ฉินจิ้นเหอขู่ ล้นแล้วอย่างไรพระองค์ก็ไม่เกิดความรู้สึกกับพวกนางอยู่ดี แต่พอเห็นสีหน้าม่อยลงของคนในอ้อมกอด ฉินจิ้นเหอก็บิดยิ้มอย่างพอใจ“หากข้ามารับแล้วเจ้าไม่กลับ หน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า ฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอ เป็นฮ่องเต้ที่มีชายาสนมมากที่สุดในประวัติศาสตร์”“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม หม่อมฉันกลับแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันจากมาโดยไม่ได้บอกฝ่าบาทเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่ท่านพ่อและท่านแม่ของหม่อมฉัน พวกท่านทรมานมาหลายภพชาติ หม่อมฉันจึงต้องการกลับมาทำทุกอย่างให้จบลงด้วยดี เมื่อท่านทั้งสองมองเห็นกันแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ามือของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับพวกท่านอีก ความรักจะนำพาพวกท่านไปสู่บทสรุปด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะกลับไปกับฝ่าบาท”“ดีมาก หากเจ้าไม่กลับพร้อมกับข้า ข้าจะลากตัวเจ้ากลับให้ได้”ห
หลินหลินไม่รู้อะไรอีกหลังจากขึ้นรถลิมูซีนที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พอมาถึงคอนโดฯ หญิงสาวแนบคีย์การ์ดประตูเปิดออก ร่างเล็กก็ถูกคนโหดข้ามภพจับโยนขึ้นไปบนเตียง แม้ว่ายังไม่ได้เถียงหรืออธิบาย ความปรารถนาของเขาที่เก็บกดมานานทั้งจากภพอดีต และเมื่อครู่ก่อนก็ผลักดันออกมาจากกางเกง ขยายตัวตนจนใกล้ระเบิด ความกระหายที่รุนแรงเพราะคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขามีความต้องการ และต้องการมากกว่าผู้ชายทั่วไปหลายเท่า จนถ้าไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้ เขาต้องตายแน่เรื่องนี้ฉินจิ้นเหอไขปริศนาให้ตัวเองได้เมื่อหลายวันก่อน พระองค์คิดถึงจางชิงหลินมากขณะไปที่อุโมงค์แห่งกาลเวลาซึ่งพระองค์พบว่าในบันทึกของอดีตฮ่องเต้หยางจื่อ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนใช้สุสานแห่งหนึ่งและประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่ให้ผู้คนมากมายช่วยกันเปิดทางเข้าสุสานที่ถูกปิดตาย พระองค์เผลอหลับไปแล้วฝันว่ายามที่พระองค์ได้วางดอกไม้ลงไปบนหน้าหลุมศพของสตรีนิรนางนั้น พระองค์เอ่ยสัญญาว่า‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะหาเจ้าให้เจอ และจะรักเพียงแต่เจ้า ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว’เพราะคำสัญญานี้กระมังที่ส่งผลให้พระองค์เ
ชีวิตของสาวโสดอย่างเธอหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าจะพิถีพิถันในรายละเอียดของใช้ส่วนตัว ใครจะคิดว่าวันนี้ต้องมาเสียน้ำตาท่ามกลางงานแถลงข่าว ในกระเป๋าใบเล็กจิ๋วซึ่งนานๆ หลินหลินจึงจะนำออกมาใช้เพราะเวลาปกติหญิงสาวมักแต่งกายสบายๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ มากกว่ารองเท้าส้นสูงแบบนี้หลังมือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่แล้วแผ่นหลังนุ่มนิ่มที่วันนี้ชุดสวยที่หลิวโจวซิ่นแนะนำและจัดหามาให้ใส่เว้าลึกไปช่วงหลังมากหน่อย ทำให้สัมผัสได้ว่าบางอย่างอุ่นวาบขึ้น หลินหลินสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังบดเบียดร่างกายแนบชิดจนเกินไป เธอหันไปถลึงตาใส่เพราะคิดว่ากำลังถูกลวนลามท่ามกลางงานแถลงข่าวเมื่อผู้คนที่เบียดเสียดกันและจดจ่อกับการถ่ายรูปพระนางที่กำลังเปิดตัวอยู่บนเวทีมากกว่าจะสนใจคนเขียนบทตัวเล็กๆ อย่างเธอ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในงานไอ้โรคจิตความแข็งจัดที่หลินหลินรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณกำลังดุนดันแนบชิดอยู่กับบั้นท้าย หญิงสาวทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้ต้องอับอายเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้โรคจิตที่เ
2 เดือนผ่านไปข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจางชิงหลินในวันสถาปนาแม้จะถูกสั่งให้ปกปิด ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอให้นำพระศพของฮองเฮาเก็บรักษาเอาไว้ในโลงที่ทำจากหยก เพื่อรักษาสภาพเพราะหลังการสิ้นพระชนม์ ศพของพระนางกลับไม่เน่าเปื่อยดูราวกับว่าฮองเฮากำลังบรรทมหลับใหลฉินจิ้นเหอกัดพระทนต์แน่นพระองค์สูดหายใจแรงๆ เหตุใดการจากลาถึงได้เจ็บปวดเสียกว่าการถูกดาบเสียบพระอุระ ฉินจิ้นเหอเคยร่วมรบ เคยถูกข้าศึกใช้ดาบเสียบแทง ความเจ็บปวดนั้นทรมานแสนสาหัส แต่หากจะเทียบกับความเจ็บในเวลานี้นับว่ายังห่างชั้นกันมากแววตาเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามังกร ฉินจิ้นเหอพูดอย่างเร่งเร้า “ตื่นขึ้นมาสิ เจ้าตายจากข้า หรือว่าเจ้าหนีข้าไปยังดินแดนที่ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้ หากเจ้าไม่ตื่น ข้าจะแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าไม่ได้หวงของหรือ หรือเห็นข้าเป็นสมบัติผลัดกันชม ไม่เสียใจหรือหากข้าต้องกลายเป็นของสตรีอื่น เจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่ข้าเกิดจนถึงบัดนี้ สตรีเดียวที่ข้าเคยแตะต้องมีเพียงเจ้า ครั้งแรกของข้าก็คือที่โขดหินกลางสายน้ำเชี่ยวและเป็นครั้งแรกของเ
‘ถือว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าใช่หรือไม่’‘ก็ได้ อย่าให้นางถือไพ่เหนือกว่าบ้าง จะเอาคืนให้เจ็บแสบเลย’หลินหลินบ่นในใจก็เลิกบ่นอีก เพราะต้องรีบแต่งตัวเพื่อออกไปให้ทันนัดหมายที่ฉินจิ้นเหอบอกนาง หลินหลินออกมาจากอารามโดยรถม้าที่จิวฮุ่ยไปเรียกมาให้ นางกำชับกับคนขับร
สิ้นเสียงดังกัมปนาท ฉินซือเฉิงก็ถีบประตูเข้าไป เขารีบเดินไปที่ห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดในตำหนัก ใบหน้าของโอรสสวรรค์แดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เมื่อไปถึงห้องบรรทมของจวงเฟยก็ถีบประตูเข้าไปอีกครั้งหนึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉินซือเฉิงเบิกตากว้าง จวงเฟยกำลังเปลือยกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ราวกับกำลังจะรีบแต
ตั้งแต่เป็นจักรพรรดิเหนือบัลลังก์มังกร ไม่มีครั้งใดที่ทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจได้เท่านี้มาก่อน การตัดสินใจหลังจากนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหมายถึงบัลลังก์ของเขาจะสั่นคลอน เขาจะต้องดึงฐานอำนาจทางการทหารกลับมาหนุนนำ เพราะตอนนี้สกุลหลวนดูมีใจออกห่าง อาจจะไม่พอใจเขาที่ลงโทษสกุลจาง ซึ่งหนึ่งในนั้นม
หลินหลินอมยิ้ม แต่แสร้งปั้นหน้าขรึมตอบ “มิใช่แมวธรรมดาเพคะ แต่เป็นแมวศักดิ์สิทธิ์ แมวสร้างโลกเหมือนเทพเจ้าผานกู่ แมวศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ติดตามเทพเซียนบำเพ็ญเพียรมาถึงพันปี จนมีบารมีแก่กล้า หากใครมีไว้ติดตัวย่อมทำให้เสริมบารมี ใครๆต่างต้องยอมสยบให้เพคะ”นอกจากเป็นนักเขียนบทแล้วตอน







