مشاركة

2

last update تاريخ النشر: 2026-05-06 11:05:20

ฉินซือเฉิงกระตุกยิ้มมุมปาก “เจ้าออกไปทำตามสัญญาได้แล้ว”

สุรเสียงเร่งเร้า พระพักตร์ที่เคร่งขรึมขึ้นตามลำดับของฉินซือเฉิงทำให้จางชิงหลินใจเต้นแรงด้วยความไม่แน่ใจ “ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันออกไปยืนตากหิมะในเวลานี้จริงๆหรือเพคะ เวลานี้ยามซวี (19.00-20.59 น. )แล้วนะเพคะ” นางชักไม่แน่ใจแล้วว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่นของพระสวามีผู้สูงศักดิ์ของนางหรือไม่

ดวงตาคมดุเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว “ข้าไม่ได้พูดเล่น คำพูดของข้าเจ้ากล้าเห็นเป็นเรื่องเล่นเช่นนั้นหรือ”

จางชิงหลินตกใจกับน้ำเสียง จิตใจไม่สู้ดีนัก นางเพ่งมองดวงตาคมกริบของคนพูดก็ไม่เห็นแววล้อเล่น ดวงใจนางกระตุกรุนแรง ถ้าหากนางคลุมผ้าผืนเดียวออกไปยืนท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ร่างกายนางคงทนไม่ไหวต้องแข็งตายแน่

เสียงขันทีด้านนอกดังขึ้น ทำให้จางชิงหลินหันไปมอง คนที่เข้ามาใหม่ไม่รอให้นางอนุญาต ก็เดินกรีดกรายเข้ามา

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

“ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามา” จางชิงหลินถามเสียงแข็ง จ้องหน้าคนมาใหม่ราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ นางคือเซียวลี่อิน ดำรงตำแหน่งกุ้ยเฟย และตอนนี้ก็เป็นที่โปรดปรานอย่างมาก

“พี่หญิงอารมณ์ไม่ดี หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันกลับออกไปก็ได้”

จางชิงหลินโมโหแต่ก็ข่มกลั้นอารมณ์ไว้ ตำหนักเย่วซินเป็นตำหนักของนางให้ใครเข้าออกได้ตามอำเภอใจหรือ นางมองหน้าคังกงกงที่ปล่อยให้เซียวลี่อินเข้ามาโดยพลการก็กำมือแน่น

“เจ้าไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้นลี่อิน ข้ามีเรื่องสนุกจะให้เจ้าดู” ฉินซือเฉิงพูดขึ้น สะบัดชายแขนเสื้อแล้วดึงร่างอรชรของเซียวลี่อินมาใกล้ๆ

“เรื่องอะไรเพคะ”

คำถามของเซียวลี่อินทำให้จางชิงหลินเองก็อยากรู้เหมือนกัน นางจ้องหน้าโอรสสวรรค์ที่เป็นพระสวามีร่วมผูกผม นางเห็นเขามองนางกลับมาด้วยแววตาเคร่งขรึม จริงจัง ร่างทั้งร่างของนางพลันสั่นยะเยือก

“ชิงหลินเจ้ายังไม่รีบเปลี่ยนชุดไปทำตามสัญญาอีก ที่ด้านนอกตอนนี้อากาศกำลังดี ข้ากับลี่อินอยากชมทิวทัศน์งดงามที่มีเจ้ายืนตากหิมะอยู่ข้าอยากดูว่าเจ้ากับหิมะอะไรจะขาวกว่ากัน คังกงกงสั่งให้ใครไปเตรียมสุรากับอาหารให้พร้อม ข้าจะร่ำสุราชมราตรีกับเซียวกุ้ยเฟย”

เซียวลี่อินยิ้มหวานชดช้อย ขณะที่จางชิงหลินเบิกตาแทบถลน ตอนแรกนางไม่เข้าใจพระสวามีของนางว่ากำลังทำอะไร แต่ตอนนี้นางเข้าใจดีแล้ว เขามอบผ้าดิ้นทองลายดอกบัวให้นางเพื่อให้นางชื่นชมในตอนแรกก่อนจะมอบความอัปยศอดสูที่สุดให้กับนางภายหลัง

พระสวามีของนาง ต้องการให้นางไปยืนตากหิมะให้เขากับเซียวลี่อินชื่นชมเปรียบเทียบความขาว เขาจะให้นางทำเช่นนั้นจริงๆหรือ

จางชิงหลินกำมือแน่น น้ำตารื้นขึ้นมา ร้อนไปทั้งทรวงอก คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่นางอภิเษกเข้ามาเป็นฮองเฮา นางพยายามแล้วที่จะตามใจพระสวามี เมื่อวานโอรสสวรรค์ให้นางเล่นหมากรุกโดยมีข้อแม้ว่าหากนางแพ้ นางต้องสวมผ้าผืนเดียวไปยืนตากหิมะ

นางต้องการเอาใจพระสวามีจึงยอมเล่น ตอนแรกนางจะชนะอยู่แล้ว แต่นางไม่อยากให้โอรสสวรรค์เสียหน้า นางจึงแกล้งแพ้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะให้นางไปยืนตากหิมะจริงๆ

‘ใจร้ายยิ่งนัก’

“ในเมื่อเป็นพระบัญชา หม่อมฉันก็จะทำตามรับสั่ง” จางชิงหลินตอบเสียงแผ่ว นางกัดฟันลุกขึ้นยืน นางไม่ใช่คนโปรด ทำอะไรก็ผิด ครั้งแรกที่เข้าหอเขาก็ไม่แตะต้องนาง นางก็ไม่ว่า แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่าเขาไปเข้าหอกับนางกำนัลของนางแทน จนมาถึงบัดนี้นางกับเขาก็ไม่เคยร่วมเตียงฉันท์สามีภรรยาสักครั้งเดียว

ตอนแรกที่นางแต่งมาเป็นฮองเฮา นางยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าสักวันหนึ่ง ฉินซือเฉิงต้องเห็นความรักภักดีที่นางมีต่อเขาจนเขาใจอ่อนเมตตามอบความรักให้นางเอง แต่บัดนี้นางรู้แล้วว่าฉินซือเฉิงกำลังลุ่มหลงพระสนมคนโปรดอย่างมาก         “ตอบได้ดี ฮองเฮาพูดแล้วไม่คืนคำ รีบไปทำเถอะ อย่าให้ข้ากับลี่อินต้องคอยนาน” ฉินซือเฉิงกระตุกยิ้มเหี้ยม มองฮองเฮาที่ได้มาเพราะถูกยัดเยียดด้วยความจำใจ ก่อนจะโอบรอบเอวสนมคนโปรดออกไป

จางชิงหลินขอบตาแดงก่ำกัดริมฝีปากแน่นดวงตาที่เคยส่องประกายงดงามตอนนี้กลับมีน้ำตาคลอหน่วย สองมือกำแน่น

ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยนางกำนัลคนสนิทจึงค่อยๆคลานเข่าเข้ามากอดขานาง “ฮองเฮาเพคะอย่าออกไปเลยเพคะ หม่อมฉันจะไปตามหมอหลวงมาแล้วบอกว่าฮองเฮาป่วย จะออกไปยืนตากหิมะไม่ได้”

มาบัดนี้จางชิงหลินเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว ฉินซือเฉิงต้องการเอาใจเซียวลี่อิน และต้องการทำให้นางอาย ถ้าหากวันนี้รอดชะตากรรมครั้งนี้ได้ ก็ต้องมีครั้งหน้าที่พวกเขาต้องการให้นางอายจนถอดถอนตัวเองออกจากตำแหน่งฮองเฮาเพราะฮองเฮาที่ไหนจะไปยืนตากหิมะเหมือนคนสติวิปลาส

“ข้าจะทำตามพระบัญชา พวกเจ้าไปหยิบผ้าลายดอกบัวผืนนั้นมา” นางสั่งเสียงต่ำแต่หนักแน่น นางตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามที่ฉินซือเฉิงต้องการ เพราะถ้าหากนางไม่ทำ เขาก็ต้องหาเรื่องอื่นมากลั่นแกล้งนางอยู่ดี เกือบหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมา นางถูกเขาทำร้ายจิตใจนับไม่ถ้วน

ตอนนั้นนางต้องการนำรังนกไปให้แต่พอเขาเห็นหน้านางเท่านั้น ก็ทำหน้าบึ้ง พอนางเข้าไปใกล้ก็ผลักนางล้มจนกระดูกเคลื่อนเพราะอารมณ์เสียมาจากขุนนางใหญ่ในการประชุมที่ท้องพระโรง นางเจ็บจนต้องอยู่แต่ภายในตำหนักถึงหนึ่งเดือนแต่เขาก็ไม่เคยมาเยี่ยมสักครั้ง หรือบางครั้งก็ตำหนินางในเรื่องไม่เป็นเรื่องต่อหน้าสนมนางใน แต่ทุกครั้งนางก็อดทนได้เสมอมา

ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยค่อยๆ เดินนำผ้าลายดอกบัวมาเปลี่ยนให้นางอย่างเชื่องช้า จางชิงหลินมองภาพตัวเองในกระจกแล้วหัวใจร้าวราน สวามีที่นางรักเทิดทูนกลับต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีนางต่อหน้าสนมคนโปรด นางก็จะทำให้สมใจเขา

จางชิงหลินรู้ว่าอีกไม่ช้าตำแหน่งฮองเฮาคงหลุดลอยไปจากนาง แต่นางไม่สนใจจะยื้อไว้อีกแล้ว ความจริงนางต้องการแค่ความรักจากสวามีแต่เหมือนสิ่งนั้นจะหาไม่ได้ในตัวของฉินซือเฉิงแม้แต่น้อย

นางก้าวเยื้องย่างออกไปยืนหน้าลานตำหนักด้วยท่วงท่าราวนางพญา ทุกอิริยาบถแช่มช้อย ไม่มีหลุดท่าทางหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกให้บ่าวไพร่ที่รอชมเรื่องสนุกได้เห็น

ใต้ต้นท้อที่กำลังผลิดอกสีสวยมีร่างของจางชิงหลินยืนเศร้าอยู่

เซียวลี่อินมองร่างอรชรที่ยืนตากหิมะตัวหนาวสั่นด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนเข้าวังนางเคยเป็นสาวใช้ของจางชิงหลินพอเข้าวังมา จางชิงหลินก็พานางมาด้วย และในคืนวันเข้าหอ โอรสสวรรค์ได้ยินเสียงนางขับร้องเพื่ออวยพรให้ก็เกิดพึงใจจนขอนางไปเป็นสนมและร่วมอภิรมย์กับนางในวันเข้าหอแทนที่จะเป็นฮองเฮานั่นเอง

‘สะใจข้าน้อยยิ่งนักคุณหนู ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจต้องเหี้ยม ข้าอยากเป็นฮองเฮาไม่กำจัดท่านแล้วจะขึ้นไปได้อย่างไร’

โอรสสวรรค์ผู้มักมากในกาม ชอบความตื่นเต้นในกามรส ยกร่างนางสนมคนโปรดขึ้นนั่งบนตัก ภาพทุกอย่างอยู่ในสายตาของจางชิงหลิน นางปวดใจจนทนดูอีกไม่ได้จึงจะวิ่งหนีไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   12

    “หากเจ้าอยากศึกษาธรรมจริงคงปลงผมบวชแล้ว ข้าจึงคิดว่าเรื่องบวชเป็นเรื่องที่เจ้าสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้คนในราชสำนักไว้วางใจเจ้า เพื่อที่เจ้าและสกุลหลวนจะได้ปลอดภัยและเจ้าจะได้วางแผนทำอย่างอื่นได้”“ถ้าใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร ทั้งหมดมันก็เรื่องของข้า” นางเบือนหน้าหนีเพราะเกลียดคนรู้ทัน จะแสร้งโง่หน่อยไม่ได้หรือไง จึงไม่ทันเห็นว่าฉินจิ้นเหอเดินเข้ามาใกล้“เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ บอกข้ามา ทำไมจึงส่งคนไปสืบเรื่องที่สกุลหลี่” เขาถามย้ำน้ำเสียงเข้มขึ้น“ข้าไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น” หลินหลินเดินหนี นางกลัวจะเผยพิรุธให้เขาจับได้มากกว่านี้“ข้าไม่เชื่อ”ครั้งนี้หลินหลินหยุดเดิน ไม่เดินหนีเขาอีกแต่หันหน้ามาเผชิญ นางยิ้มเย็นชาเหมือนหิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอกตอนนี้แล้วฉุกคิดได้ว่าหรือสวรรค์ส่งนางมาเขย่าบัลลังก์ทรราชชักพาคนฉลาดขึ้นครอบครองบัลลังก์...นางมองจ้องดวงตาคมกริบของบุรุษตรงหน้า แผนการในหัวเริ่มวางโครงร่างขึ้นมาเป็นฉากๆ“ท่านอ๋องล่ะ มีแผนการอะไร ข้าว่าท่านก็ไม่ได้เรียบง่ายอย

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   11

    ระหว่างขบคิดถึงปัญหาของตนที่มีมากมายเสียเหลือเกิน หลินหลินจึงชวนบ่าวทั้งสองออกไปนอกอาราม นางบอกแก่นักพรตหญิงที่เป็นหัวหน้าของที่นี่ว่านางต้องการออกไปซื้อธูปที่ตลาดเพราะตอนเดินทางมาที่อารามไม่ได้นำติดตัวมาด้วยนักพรตหญิงเห็นว่าเป็นของใช้ที่จำเป็นต้องมี จึงไม่ว่าอะไร หลินหลินและบ่าวทั้งสองคนจึงออกจากอารามมาที่ตลาดอีกครั้ง ระหว่างเดินดูหนทางที่จะหาเงินเพื่อดำรงชีพ หลินหลินก็สังเกตเห็นว่าทางเดินตรอกหนึ่งมีโคมกับผ้าแดงติดอยู่ตลอดทาง“ผ้าแดงกับโคมแดงที่ติดตามถนนหมายความว่าจะมีงานมงคลหรือลู่เจียว จิวฮุ่ย”ลู่เจียวมองตามสายตาของเจ้านายแล้วหันกลับมาตอบ “ใช่ เจ้าค่ะ การจะติดผ้าแดง โคมแดงได้ต้องเป็นขุนนางสูงศักดิ์ หรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ ในตรอกข้างหน้านั่นถ้าบ่าวจำไม่ผิดเห็นทีจะเป็นจวนของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย...”“หึ เจ้าคงลืมไปแล้วมั้งลู่เจียว” จิวฮุ่ยขัดขึ้น “ท่านหลี่ไม่ใช่อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วแต่เป็นมหาอัครเสนาบดีต่างหาก” จิวฮุ่ยบอกด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำให้หลินหลินขมวดคิ้ว ท่าทางของจิวฮุ่ยบอกว่ามีความแค้นแน่นอกกับอั

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   10

    หลินหลินกลับมาจากอารามเต๋าก็เข้านอนพักผ่อน พอตื่นเช้าขึ้นมา ก็รีบลุกไปกินอาหารเช้าแล้วพูดกับทุกคน“ท่านยาย ท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะบอกให้พวกท่านทราบ”หลวนซูฮวาเห็นสีหน้าจริงจังของหลานสาวก็อยากรู้ รีบพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อหลินหลินมองใบหน้าทุกคนที่มองนางด้วยความรักความหวังดีจากใจ ก็ตัดสินใจพูดออกมา“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปพำนักที่อารามเมฆขาว เพื่อไปศึกษาคำสอนของเต๋าให้ถ่องแท้ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าคิดว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอดีตฮองเฮาอย่างข้า ข้าจึงต้องมาบอกให้ทุกคนทราบ”หลินหลินพูดทิ้งท้ายให้ทุกคนคิด และตัวนางเองก็ทบทวนมาทั้งคืนแล้ว การไปอยู่ที่อารามโดยอ้างว่าจะไปเพื่อศึกษาธรรมจะทำให้ทุกคนในสกุลหลวนพ้นภัยได้ ตัวนางเองก็อาจจะลำบากนิดหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าให้ทุกคนต้องมาตายหมดเพราะนางถึงแม้ว่าจะไม่เคยคิดว่าต้องหันหน้าเข้าอารามตั้งแต่ยังสาว แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพราะตอนเด็กอาม่าที่เลี้ยงนางมาก็พาเข้าวัดนั่งสมาธิบ่อยๆ“เจ้าคิดดีแล้วหรือชิงหลินหลานยาย หรือว่าอยู่ที่จวนนี้ไม่สบาย”

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   9

    “จางชิงหลิน จางฮองเฮา ใช่ท่านจริงๆมาวิ่งเล่นอะไรแถวนี้”หลินหลินเงยหน้าขึ้นมอง นางจะสะบัดหน้ากลับแต่ถูกเขาบีบปลายคางไว้แน่น กระแสความร้อนประหลาดขุมหนึ่งวิ่งไปทั่วร่าง นางมองไม่ผิดใช่ไหมเมื่อครู่ผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้ามองนางอย่างกระเหี้ยนกระหือรือในเพศรส“สภาพของท่านตอนนี้ ข้าจำแทบไม่ได้”“สภาพข้าจะเป็นเช่นไรก็เรื่องของข้า และเมื่อครู่ที่ว่าข้าวิ่งเล่น... ข้าอายุเท่าไหร่แล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบนะเจ้าคะ” หลินหลินสะบัดหน้าออกให้พ้นจากการถูกบีบ พอดีกับสองบ่าววิ่งกระหืดกระหอบมาถึง“เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าไม่เป็นอะไร” หลินหลินตอบอย่างโกรธๆ จ้องไปที่คนที่เพิ่งปล่อยมือจากการบีบคางนาง สองบ่าวเมื่อมองตามไปก็ร้องออกมา“ท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องโปรดทรงอภัยให้คุณหนูด้วยเจ้าค่ะ” ทั้งสองบ่าวรีบดึงมือให้จางชิงหลินถอยออกมา“เมื่อครู่ เขาบอกว่าเป็นท่านอ๋อง เขาชื่ออะไรหรือ” จางชิงหลินกระซิบถาม“เจ้าความจำเสื่อมหรือถึงจำอะไรไม่ได้เลยพี่สะใภ้”หลินหลิน

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   8

    หลินหลินอมยิ้ม มองพี่ชายคนนี้ด้วยสายตาชื่นชม ถ้าเปรียบเทียบในยุค2018 บุรุษแบบหย่งเล่อเรียกว่าสุภาพบุรุษ หลินหลินไม่กล้าเพ่งมองนานเพราะกลัวจะเสียมารยาทถึงอยากจะแอบชมความหล่อต่ออีกหน่อยก็ตาม แต่สตรีในยุคนี้ต้องสงวนท่าที จึงหลุบตาลงต่ำ อย่างไรเสียเจ้าของร่างนี้ก็เป็นอดีตฮองเฮา“เอาล่ะ กินอาหารกันเถอะ ก่อนที่จะเย็นชืดเสียหมด” หลวนซูฮวาพูดขึ้น นางดีใจที่ลูกหลานรักใคร่ปรองดองกัน แม้สกุลหลวนจะไม่ใช่สกุลใหญ่ แต่ก็ปึกแผ่นมั่นคงด้วยความเอื้ออาทรต่อกันหลินหลินกินอาหารมื้อนั้นด้วยความอบอุ่น นางกินได้หลายคำเพราะความหิวที่แล่นจู่โจม กินเสร็จลู่เจียวกับจิวฮุ่ยก็ประคองนางออกไปเดินรอบจวนหลินหลินนั่งพักที่ใต้ต้นท้อมีเสื้อคลุมกันหนาวคลุมร่างอย่างดี นางขบคิดถึงสถานการณ์ของนาง ทุกคนในจวนดีต่อนาง แต่ถ้าหากนางยังอยู่ที่จวนแห่งนี้จะทำให้ทุกคนลำบาก หลวนหย่งสือและหลวนหย่งเล่อมีหน้าที่ทางการทหาร หากว่าคนในราชสำนักสืบรู้ถึงความเกี่ยวโยงกันก็จะทำให้ทั้งหย่งเล่อและหย่งสือลำบากหากว่านางต้องการหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมนี้ เพื่อไม่ให้ตัวนางเองและคนในครอบครัวสกุลหลวนลำบาก ยิ่งส

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   7

    ลับหลังร่างสตรีชรา หลินหลินก็หันหน้าไปทางหญิงรับใช้สองคน สองคนข้างกายนี้ก็เป็นคนที่ดีต่อเจ้าของร่างนี้ไม่แปรเปลี่ยน ไม่ว่าจางชิงหลินประสบเคราะห์กรรมอะไร พวกนางก็ไม่ทอดทิ้ง แถมยังเอาชีวิตเข้าแลกขอร้องให้ปล่อยนายของพวกนางไปในตอนที่ฮ่องเต้โฉดสั่งให้จางชิงหลินคลุมผ้าผืนเดียวไปยืนตากหิมะ นับว่าเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์ในสถานการณ์ที่น้ำใจเบาบางเช่นกระดาษ แต่ก็ยังคงมีคนที่มีคุณธรรม น้ำมิตรเหลืออยู่ จิตใจที่ห่อเหี่ยวไม่รู้สาเหตุ แม้ไม่ใช่เจ้าของร่างพลันชุ่มชื้นขึ้น“ลู่เจียว จิวฮุ่ย ท่านยายของข้าชื่อแซ่อะไร”คำถามของผู้เป็นนายทำให้สองบ่าวมองหน้ากัน แล้วลู่เจียวก็เป็นฝ่ายพูด “คุณหนูคงได้รับบาดเจ็บและเกิดความกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อมจึงจำไม่ได้ใช่ไหมเจ้าคะ”หลินหลินรีบรับคำ “ใช่ ข้าจำอะไรไม่ค่อยได้ ต่อไปอาจต้องพึ่งพวกเจ้า อย่าเพิ่งรำคาญข้าก็แล้วกัน”“พวกบ่าวไม่มีทางรำคาญเจ้าค่ะ ท่านยายของท่าน แซ่หลวน ชื่อซูฮวาเจ้าค่ะ จวนนี้เป็นของท่านตาคุณหนู ท่านตาเป็นขุนนางขั้นสี่ในสำนักบัณฑิตแต่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ที่จวนนี้จึงมีแต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status